LOGIN“ไปยั่วโมโหคุณวันทำไมคะคุณพอล”
“สนุกดีครับ โกรธจนควันออกหูรีบบึ่งรถไปโน่นแล้ว” จันทราตีแขนชายหนุ่ม
“ใครสั่งใครสอนให้คุณพอลรังแกผู้หญิงคะ ป้าไม่เคยสอนนะ”
“ผู้หญิงอย่างวันยอมหงอให้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าทำแบบนั้นมีหวังโดนวันข่มไปตลอดชีวิตแน่”
หญิงสูงวัยส่ายหน้าคล้ายอิดหนาระอาใจ
“คุณสองคนเจอกันทีไรเป็นต้องปะทะคารมกันทุกที พูดจากันดี ๆ บ้างไม่ได้หรือไงคะ”
“ป้าก็ไปบอกให้วันยอมลดราวาศอก พูดจาดี ๆ กับผมก่อนสิครับ แล้วผมจะพูดดีด้วย”
“คุณพอล” จันทราเรียกเสียงดุ
ธนกฤตทำหน้าทะเล้นก่อนจะยอมยกธงขาว
“ผมไม่เถียงด้วยแล้ว เถียงไปก็ไม่ชนะ ไปหาพี่พีทดีกว่า” แต่ก่อนจะเดินจากไปเขาตรงเข้าไปสวมกอดจันทราจากทางด้านหลัง และยิ้มประจบเธอก่อนจะเอ่ยความในใจ
“รักป้านะครับ รู้ใช่ไหมครับว่าผมกับพี่พีทรักป้าเสมอ”
“ป้าก็รักพวกคุณทั้งสองคนค่ะ จะไปหาคุณพีทไม่ใช่เหรอคะ รีบไปสิคะ ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร จะหายโกรธหรือยังก็ไม่รู้”
เวลาธนวรรธน์โกรธคนที่พอจะเข้าหน้าเขาติดก็เห็นจะมีแต่ธนกฤตเพียงคนเดียวเท่านั้น
ธนกฤตเดินตรงไปหาธนวรรธน์ที่ห้อง และเห็นเขากำลังยืนใช้ความคิด ใบหน้าของพี่ชายบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด
“ทะเลาะกันเรื่องถอนหมั้นเหรอครับพี่พีท” ชายหนุ่มคาดคะเน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมง่าย ๆ ถึงได้แผลงฤทธิ์จนโดนไล่ตะเพิดไปอย่างไม่ไว้หน้า
ธนวรรธน์ไม่ตอบและยังคงนิ่งคิด ธนกฤตสังเกตเห็นสีหน้าวิตกกังวลของพี่ชายก็ไม่ค่อยสบายใจ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นพี่ชายเป็นเช่นนี้ เขาวางมือบนไหล่ของผู้เป็นพี่และเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่ากังวลเรื่องถอนหมั้น”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกพอล” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“แล้วอะไรทำให้พี่พีทวิตกกังวลครับ”
“ความปลอดภัยของญาดาและญาณิน”
คิ้วเข้มของธนกฤตขมวดเข้าหากัน “หมายความว่ายังไงครับ”
“วันขู่ว่าถ้าพี่ยังดึงดันที่จะถอนหมั้น วันจะไม่รับรองความปลอดภัยของสองแม่ลูกนั่น”
“อาจจะแค่พูดขู่เพราะความหึงบวกกับความโกรธ ก็เลยทำให้พูดออกไปแบบนั้น คงไม่กล้าลงมือทำอะไรจริง ๆ อย่างที่พูดหรอกครับ”
“เราประมาทเรื่องนั้นไม่ได้หรอกพอล ผู้หญิงอย่างวันอาจจะทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงได้เสมอ และพี่จะไม่ยอมเอาความปลอดภัยของญาดากับญาณินมาเสี่ยงเพราะเรื่องนี้”
“พี่พีทคิว่าวันจะกล้าทำอย่างที่ขู่ไว้เหรอครับ”
“ พิษรักแรงหึงบันดาลให้คนเราทำอะไรเลวร้ายได้เสมอพอล เมื่อความหึงเข้าครอบงำจิตใจ อะไรก็ขวางไว้ไม่อยู่ แต่พี่จะไม่ยอมให้เรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับสองคนนั่นเด็ดขาด กันไว้ดีกว่าแก้”
“ไม่ต้องห่วงนะครับพี่พีท ผมมีเพื่อนเป็นตำรวจหลายคน ผมจะขอให้เขาช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แล้วก็จะส่งคนของเราตามไปคุ้มกันพวกเขาด้วย”
“สั่งกำชับคนของเราให้ตามดูอยู่ห่าง ๆ อย่าให้พวกญาดารู้ตัว ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะอึดอัด”
“ได้ครับพี่พีท”
เมื่อธนกฤตรับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้ สีหน้าของธนวรรธน์ก็ดูจะคลายความเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อเห็นน้องชายเพียงคนเดียวของเขา จ้องมองมาคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่พูด
“มีอะไรจะพูดกับพี่หรือเปล่า”
“พี่พีทรักคุณญาดาใช่ไหมครับ ถึงได้ห่วงใยเธอและลูกมากขนาดนี้” ธนกฤตเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
ธนวรรธน์อึ้งไปเมื่อได้ยินคำถามเข้าประเด็นของน้องชาย เขาใช้ความเงียบแทนคำตอบ
“ถึงพี่ไม่พูดผมก็รู้ว่าพี่รักคุณญาดา และผมก็รู้ว่าเธอคือผู้หญิงที่พี่พีทเคยพามาพักที่ไร่ของเราเมื่อหลายปีก่อน พี่กับเธอเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมพี่ถึงทำเหมือนไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน เพราะอะไรครับ”
“เพราะพี่อยากจะดูปฏิกิริยาของญาดา”
“เท่านั้นเหรอครับ”
“ที่จริงพี่ยังโกรธที่เธอทิ้งพี่ไป และไม่เข้าใจในเมื่อในเมื่อความสัมพันธ์ของเรากำลังเป็นไปได้ด้วยดี แต่เธอเลือกที่จะหนีไปโดยไม่เอ่ยคำลาสักคำ พี่อยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ญาดาจากไปแบบนั้น”
“แล้วเรื่องของญาณินล่ะครับ เขาเป็นหลานของผมใช่ไหม”
“ตอนแรกพี่ก็ไม่ได้เฉลียวใจเรื่องนี้หรอกพอล แค่รู้สึกถูกชะตากับญาณินมากโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมันแปลก นายก็รู้ใช่ไหมปกติพี่ไม่ชอบเด็ก แต่ไม่รู้ทำไมตอนที่พี่พบญาณินครั้งแรก พี่กลับรู้สึกหลงรักเด็กคนนี้”
“แล้วอะไรทำให้พี่พีทเกิดความสงสัย”
“จำวันที่พี่พาญาดาและเด็ก ๆ ไปเที่ยวได้ไหม”
ธนกฤตพยักหน้า “จำได้ครับ แล้วมันเกี่ยวกันยังไงเหรอครับ”
“ในวันนั้นคนส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาทัก ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าญาณินกับพี่หน้าตาคล้ายกันมาก คำพูดของคนเหล่านั้นสะกิดใจพี่ หลังจากนั้นพี่ก็เลยโทรศัพท์ไปถามจิรนันท์”
“คุณจี๊ดตอบว่ายังไงครับ”
“เขาไม่ได้บอกว่าใครเป็นพ่อของญาณิน เพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของญาดา ถ้าพี่อยากรู้ก็ต้องไปถามญาดาเอาเอง บอกแต่เพียงว่าญาดาอยู่กับญาณินเพียงลำพัง นั่นทำให้พี่เอะใจ คืนที่พี่มีอะไรกับญาดาพี่ไม่ได้ป้องกัน บางทีญาณินอาจจะเป็นลูกของพี่กับเธอ พี่เคยถามแต่ญาดาปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงเธอจะปฏิเสธ แต่พี่ก็ค่อนข้างมั่นใจนะพอลว่าญาณินเป็นลูกของพี่”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







