LOGIN“ทำไมเราไม่ขอตรวจดีเอ็นเอล่ะครับ”
“พี่ก็เคยคิดเรื่องนี้แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ไม่ว่าญาณินจะเป็นลูกของพี่หรือไม่ พี่ก็ยังรักญาณินเหมือนลูกอยู่ดี ฉะนั้นจะใช่หรือไม่ก็มีค่าเท่ากัน”
“ผมเองก็สงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เราน่าจะตรวจดีเอ็นเอนะครับพี่พีท”
“พี่เคยพูดเรื่องนี้กับญาดาแต่เธอปฏิเสธ และพี่ก็ไม่อยากไปบังคับอะไรในเรื่องนี้”
“เราแอบตรวจก็ได้นี่ครับ”
“ช่างเถอะพอล พี่ไม่อยากแอบทำอะไรลับหลังญาดา ถ้าจะตรวจดีเอ็นเอของพี่กับญาณิน พี่ก็อยากให้ญาดายินยอม”
“เราก็เลยไม่รู้คำตอบ”
“รู้หรือไม่รู้มันต่างกันยังไง”
“ก็ถ้าญาณินเป็นลูกของพี่พีทจริง เราก็จะใช้เหตุผลนี้รั้งตัวคุณญาดากับญาณินให้อยู่กับเราที่นี่ไงครับ”
“ถึงยังไงพี่ก็จะไม่ยอมให้ญาดาและลูกจากพี่ไปอีก ไม่ต้องกังวลนะพอล พี่จะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาจากเราไปแน่นอน”
“ดีครับ ผมเอาใจช่วยขอให้พี่พีททำสำเร็จ ญาณินเป็นเด็กน่ารัก และก็หน้าตาเหมือนพี่พีทมาก แล้วเรื่องถอนหมั้นวัน พี่พีทจะจัดการยังไงครับ”
“ยังไงก็ต้องถอนหมั้น แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ เพราะพี่เป็นห่วเรื่องความปลอดภัยของญาดาและญาณิน แต่คงต้องปลดพันธะเรื่องนี้ให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นญาดาคงไม่ยอมคืนดีกับพี่แน่”
“พี่พีทหายโกรธเธอแล้วเหรอครับ”
“ยัง จนกว่าพี่จะรู้เหตุผลว่าทำไมเธอถึงทิ้งพี่ไป และก็จะไม่ยอมให้เธอหนีพี่ไปไหนอีก จะเก็บไว้ข้างตัวแบบนี้ทั้งสองคนแม่ลูกเลย”
“ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็วิเศษไปเลยครับ ไร่ของเราก็จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พูดแล้วก็คิดถึงจอมแสบวัยซนของเราขึ้นมาทันที”
สองพี่น้องยิ้มให้กันและกันก่อนจะชวนกันไปที่โรงงานผลิตชา เพราะยังมีงานหนักรออยู่อีกมากให้พวกเขาไปจัดการ
ตั้งแต่วันที่ถูกธนวรรธน์ขอถอนหมั้น ในใจของวันวรุณก็มีแต่ความโกรธแค้น ไม่ว่าจะทำยังไงความขุ่นเคืองใจก็ไม่ลดน้อยลง สุดท้ายจึงโทรศัพท์ไปนัดให้ใหญ่มาพบที่ไร่ของตนเอง ซึ่งอยู่ติดกับไร่ของธนวรรธน์
เพราะเป็นที่ลับหูลับตาคน ที่นั่นเป็นไร่รกร้างที่เป็นมรดกตกทอดกันมาจนถึงมือเธอ และเป็นสมบัติชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวที่เหลืออยู่
ใหญ่มาถึงตามเวลานัด วันวรุณตรงเข้าต่อว่ามันทันทีด้วยความโกรธ
“แกทำงานพลาด งานง่าย ๆ แค่นี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ”
“เผาจนไม่เหลือซากแบบนั้นพวกมันยังรอดมาได้อีกเหรอครับ”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงโมโหอยู่นี่ไง”
“เป็นไปได้ยังไง”
“เป็นไปได้เพราะพีทเข้าไปช่วยพวกมันออกมาจากกองเพลิง พวกมันถึงรอดมาได้ แถมพีทยังมาขอถอนหมั้นฉันอีกด้วย เจ็บใจนัก”
ขณะที่พูดดวงตาของวันวรุณฉายแววอาฆาตแค้น
“ฉันต้องหาวิธีที่จะกำจัดเสี้ยนหนามอย่างพวกมันออกไปจากชีวิตฉันให้ได้”
“ผมทำแน่ แต่เรายังไม่ควรขยับตัวทำอะไรในตอนนี้ เพราะจะเป็นที่สงสัย”
“ก็แล้วเมื่อไรถึงจะจัดการกับพวกมันได้” หญิงสาวย้อนถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“รอให้เรื่องนี้เงียบหายไปสักพักก่อน แล้วเราค่อยคิดหาวิธีกำจัดสองแม่ลูกนั่นอีกครั้ง ผมรับรองครั้งนี้จะไม่ทำพลาดเหมือนคราวที่แล้วแน่”
“ให้มันจริงเถอะ”
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียเลยนะครับคุณวัน เรายังมีโอกาสที่จะจัดการกับพวกมันอีกเยอะ”
วงหน้างามบึ้งตึงที่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด
“ใจเย็น ๆ ครับ เชื่อผมนะครับ เรายังมีโอกาสอีกมากที่จะจัดการกับสองแม่ลูกนั่น”
“อย่าให้มันอยู่เป็นเสี้ยนหนามตำใจในชีวิตฉันนานนักก็แล้วกัน”
“ถ้าเรื่องคราวนี้เงียบลงเมื่อไร ผมจะหาโอกาสลงมือทันที ไว้ใจผมนะครับคุณวัน”
วันวรุณตวัดสายตามองใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์ ที่มันบอกให้เธอรอโอกาสลงมืออีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าไรถึงจะจัดการกับสองแม่ลูกนั่น ให้พ้นไปจากชีวิตของเธอและธนวรรธน์ได้ แต่ถ้าจะให้ลงมืออีกครั้งในตอนนี้ก็เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เผลอถูกจับได้ขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่ คงทำอะไรไม่ได้นอกจากรออย่างที่ไอ้ใหญ่มันบอก วันวรุณสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงไปของใหญ่ ก็รู้สึกแปลกใจจนต้องเอ่ยถาม
“ว่าแต่แกเถอะตกงานอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงมีทองเส้นเท่าโซ่ใส่ แหวนเพชรที่นิ้วนั่นอีก แกไปเอามาจากไหน คงไม่ได้ไปฉกชิงวิ่งราวเขามาหรอกนะ”
“เปล่าครับ ผมหามาด้วยตัวผมเอง”
“น้ำหน้าอย่างแกน่ะเหรอจะมีปัญญาหาเงินมาซื้อแหวนเพชร ฉันไม่เชื่อหรอก บอกมาแกไปเอาของพวกนี้มาจากไหน”
“ผมซื้อมา”
“เอาเงินที่ไหนไปซื้อ”
“ผมได้ลาภก้อนใหญ่จากการลงทุนเพียงเล็กน้อย”
“ลงทุนอะไร! แค่ไม่กี่วันถึงได้มีเงินซื้อทองเส้นเท่าโซ่และแหวนเพชรมาสวมใส่แบบนี้”
“ไว้ผมจะพาคุณวันไป คุณวันจะต้องชอบแน่ แต่ว่าตอนนี้เรามาหาความสุขร่วมกันก่อนดีกว่า”
“ฉันเรียกแกมาคุย ไม่ใช่มาทำเรื่องอย่างว่า แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่มีอารมณ์ที่จะทำเรื่องแบบนั้น”
“เดี๋ยวผมสร้างอารมณ์ให้คุณวันเอง รับรองคุณวันจะต้องชอบ” ใหญ่พูดพร้อมกับตรงเข้าประชิดตัวเธอ และกอดจูบลูบไล้ชนิดที่วันวรุณไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธ
ก็อย่างว่าวัวเคยขาม้าเคยขี่ ย่อมรู้ใจกันดีอยู่แล้วว่าต่างฝ่ายต่างชอบแบบไหน และก็ปรนเปรอให้กันจนอิ่มเอม ลีลาเรื่องบนเตียงของใหญ่จัดว่าเด็ด ผู้หญิงกี่ราย ๆ ที่เคยลองเป็นต้องติดใจ และก็ไปไหนไม่รอดสักราย ซึ่งวันวรุณก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







