LOGINชลธีมองตามไปด้วยความไม่พอใจ เขาเดินมาหยุดยืนข้างตัวเธอ และถามในสิ่งที่อยากรู้มานาน แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ
“ชลขอถามอะไรดาอย่างหนึ่งได้ไหม”
“อยากถามอะไรก็มาถามมาสิ”
“สัญญากับชลก่อนว่าดาจะตอบตามความจริง”
ณชญาดามองหน้าเขานิ่งนานก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ
“คุณธนวรรธน์เป็นพ่อของญาณินใช่ไหม”
ดวงตาของณชญาดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ที่เขารู้ความจริงที่เธอปิดบังทุกคนมาโดยตลอด
“ดาสัญญาแล้วนะว่าจะตอบความจริง”
เธอถอนใจแรงก่อนจะตอบ “ใช่ ญาณินเป็นลูกของเขา”
“แล้วทำไม...”
“ทำไมต้องปิดบังทุกคนใช่ไหม”
“นั่นเป็นสิ่งที่ชลอยากรู้”
“เพราะเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว ตอนนั้นดาไม่รู้มาก่อนว่าเขามีเจ้าของแล้ว พอดารู้เรื่องก็เดินออกมาจากชีวิตเขาทันที เพราะดาไม่อยากเป็นมือที่สามในชีวิตของใคร หลังจากนั้นสองเดือนดาจึงรู้ว่าตัวเองท้อง ลูกเป็นของมีค่าที่เขามอบให้ ดาไม่เคยโทษว่าเป็นความผิดของเขา เพราะดาเองเต็มใจที่จะเป็นของเขา และไม่เคยคิดที่จะใช้ลูกเป็นเครื่องมือที่จะยื้อเขาไว้เป็นของตัวเอง”
“ดาก็เลยปิดบังทุกคน รวมถึงเขาด้วย”
“ใช่ ดาคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว”
“แต่ตอนนี้เขาเริ่มสงสัย ไม่สิเขามั่นใจด้วยซ้ำว่าญาณินเป็นลูกของเขา แล้วดาจะทำยังไง”
“ดาจะไม่ยอมให้ใครมาพรากลูกไปจากดา และดาก็จะไม่เป็นมือที่สามในชีวิตใคร ดามาที่นี่เพื่อมาทำงาน งานเสร็จเมื่อไรทุกอย่างก็จบ”
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะดา ดูจากท่าทีของคุณธนวรรธน์แล้ว เขาคงจะไม่ยอมปล่อยให้ดากับลูกจากเขาไปง่าย ๆ แน่ เตรียมรับมือกับปัญหานี้ไว้ได้เลย”
“ดายังยืนยันคำเดิม เรื่องระหว่างดากับเขามันเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้ เมื่อก่อนเป็นอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยน”
“แต่เขาเป็นพ่อของญาณินนะ”
“ญาณินเป็นลูกของดา ดาดูแลลูกเองได้”
“จุดนี้ชลไม่เถียง แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าญาณินเป็นลูกเขา และญาณินเองก็รักเขาหรือดาไม่รู้ สายสัมพันธ์มันตัดกันไม่ขาดหรอก ชลสังหรณ์ใจว่าเขาจะไม่ปล่อยมือจากดาและลูกแน่”
ต่อให้ชลธีไม่เอ่ยเตือนณชญาดาก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว และก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนรับมือกับเรื่องดังกล่าว
“ว่าแต่ชลรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“เมื่อกี้ชลได้ยินที่ดาคุยกับเขา ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกแปลกใจที่เขาบังเอิญมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับญาณิน ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดที่หายาก พอมาได้ยินการสนทนาของดาชลก็เดาได้ทันทีว่าใครเป็นพ่อของญาณิน ถึงดาจะปฏิเสธเขาก็ไม่เชื่อดาหรอก เตรียมรับมือกับปัญหานี้ไว้ได้เลย แต่ไม่ว่าดาจะตัดสินใจยังไงชลก็ยังรักและจะอยู่เคียงข้างดากับลูกเสมอ ความรักที่ชลมีให้ดาจะไม่มีวันเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าดาจะวางสถานะของชลไว้แค่เพื่อน แต่ชลรับได้และจะขออยู่เคียงข้างดาเช่นนี้ตลอดไป”
ณชญาดาลุกขึ้นไปกอดเขาไว้ ชลธีกอดตอบเธอเช่นกัน
“ขอบคุณนะชลที่อยู่เคียงข้างดาเสมอ”
“ชลเครียดแทนดาจริง ๆ การที่จะรับมือกับคนอย่างคุณธนวรรธน์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“ดารู้ แต่ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี”
“ขออวยพรให้เป็นเช่นนั้น ถ้าเป็นไปได้ชลก็อยากให้ดาคืนดีกับเขา”
“เป็นไปไม่ได้หรอกชล”
“เชื่อชลไหมคุณธนวรรธน์จะทำให้มันเป็นไปได้ ถึงตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับดาแล้วล่ะว่าจะตัดสินใจยังไง แต่ขอให้นึกถึงลูกไว้ให้มาก ๆ ก่อนที่ดาจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ชลอยากเห็นคนที่ชลรักมีความสุขและมีครอบครัวที่อบอุ่น ญาณินจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่ไม่ว่าดาจะตัดสินใจยังไงชลก็ขอเอาใจช่วย สู้ ๆ”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น
วันวรุณกับใหญ่กำลังนั่งปรึกษากัน คิดไม่ตกกับปัญหาที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้มใจเพราะมองไม่เห็นทางออก
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณพีทจะไม่ยอมช่วยคุณวันจริง ๆ”
“พีทอยากรู้เหตุผลว่าฉันจะเอาเงินจำนวนนั้นไปทำอะไร”
“คุณวันก็น่าจะบอกเขาไป”
“ถ้าบอกความจริงคิดเหรอว่าพีทจะช่วย เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และถ้าโกหกเขาต้องค้นหาความจริงแน่ แล้วเขาก็จะรู้ว่าฉันโกหก”
“แล้วเราจะทำยังไง จะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายคืนพวกมัน”
“ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เงินไม่ใช่น้อย ๆ จะไปหาที่ไหนในเวลาเพียงไม่กี่วัน”
“ถ้าเราหาเงินไปคืนให้พวกมันไม่ได้ เราจะไม่ปลอดภัย ผมเคยได้ยินมาว่าคนที่เบี้ยวไม่ยอมจ่ายหนี้มัน หายไปอย่างไร้ร่องรอยมาแล้วหลายต่อหลายคน”
ขณะที่กำลังนั่งปรึกษากันอยู่นั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงรถขับเข้ามา
“ใครมา!”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
วันวรุณตอบก่อนจะเดินไปดูที่หน้าต่าง เมื่อเห็นรถของธนวรรธน์เลี้ยวเข้ามาจอดก็รีบหันไปสั่ง
“พีทมา นายรีบหลบไปก่อน อย่าเสนอหน้าออกมาให้เขาจับได้ล่ะ”
ใหญ่ทำตามที่หญิงสาวบอก เขารีบหลบฉากออกไปทันที
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







