LOGINวันวรุณเดินออกไปรับหน้าคู่หมั้นของตัวเอง
“ลมอะไรหอบพีทมาหาวันถึงที่นี่ได้”
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” สีหน้าของธนวรรธน์เรียบเฉย
“เข้ามาก่อนสิ”
เขาเดินตามเธอเข้าไปด้านใน
“มีอะไรจะพูดกับวันก็พูดมา”
“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเมื่อวานทำอะไรไว้”
“วันทำอะไร!”
“ขับรถชนเด็กอาการสาหัสแล้วยังมาตีหน้าซื่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อยู่อีกเหรอ” ธนวรรธน์ชักสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ ที่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อยกับสิ่งที่ทำลงไป
“ก็มันอยากมาขวางทางวันก่อนทำไม”
คำพูดนั้นทำให้ธนวรรธน์ขาดสติ เขาบีบไปที่คอของวันวรุณอย่างแรงด้วยมือเพียงข้างเดียว โทษฐานที่อีกฝ่ายทำเหมือนทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีกับสิ่งที่ทำลงไป วันวรุณพยายามแกะมือเขาออกพร้อมกับบอกให้เขาปล่อยตัวเธอด้วยความยากลำบาก
“พีทจะฆ่าวันเหรอ ปล่อยวันเดี๋ยวนี้นะ”
คำพูดของหญิงสาวดึงสติธนวรรธน์ เขาปล่อยมือจากคอของเธอ วันวรุณรีบสูดลมหายใจเข้าปอดทันที
“ทำผิดแล้วยังไม่สำนึกอีก จิตใจทำด้วยอะไรถึงได้กล้าขับรถชนเด็กตัวเล็ก ๆ จนอาการสาหัสแบบนั้น”
“ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วจะให้ทำยังไง ต้องให้วันไปขอโทษเด็กนั่นเลยไหม” วันวรุณเชิดหน้าตอบ
“เรื่องบางเรื่องเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วไม่ใช่แค่พูดขอโทษแล้วมันก็จบ ณชญาดาเอาเรื่องแน่ที่ไปทำให้ลูกเขาต้องได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขนาดนั้น ถ้าญาดาไม่ทำผมนี่แหละที่จะทำ ผมจะเอาเรื่องคุณให้ถึงที่สุด เตรียมรับมือไว้ให้ดี ปรึกษาทนายไว้ได้เลย”
วันวรุณถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ถ้าต้องต่อกรกับธนวรรธน์คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก แล้วทีนี้จะรับมือกับมันยังไง
“วันไม่ได้ตั้งใจ”
“หยุดตอแหลได้แล้ววันวรุณ มีคนเห็นเหตุการณ์นั้นตั้งหลายคน คุณตั้งใจไม่แม้แต่จะเหยียบเบรกด้วยซ้ำ แถมยังไม่ลงมาดู แล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ใครจะเชื่อ”
“พีทถ่อมาหาวันถึงที่นี่เพื่อที่จะพูดต่อว่าวันเรื่องนี้ใช่ไหม”
“นอกจากเรื่องนั้นแล้วก็ยังมีอีกเรื่องที่เราต้องเคลียร์ให้จบ และมันจะต้องจบภายในวันนี้”
“ยังมีเรื่องอะไรที่ต้องเคลียร์อีกเหรอ” วันวรุณกระชากเสียงถาม
“เรื่องถอนหมั้น”
วันวรุณชักสีหน้าไม่พอใจทันทีที่ได้ยินคำตอบของเขา
“เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้ว วันย้ำไปหลายครั้งแล้วนะว่าวันจะไม่มีวันยอมถอนหมั้นกับพีทเด็ดขาด”
ธนวรรธน์ยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากพร้อมกับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ไม่แปลกใจเลยที่ได้ยินคำตอบแบบนี้ เขาจึงเปิดคลิปที่เขาได้รับมาจากผู้หวังดีคนหนึ่งให้วันวรุณดู
“ดูซะแล้วตอบใหม่”
วันวรุณรับโทรศัพท์มือถือของเขามาดู เธอหน้าถอดสีเมื่อเห็นคลิปดังกล่าว ในคลิปเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอกำลังนัวเนียอยู่กับผู้ชายในสภาพล่อแหลม มองเป็นอื่นไปไม่ได้เลย ก่อนจะพากันเข้าไปเปิดห้องในโรงแรมและกลับออกมาอีกทีในสายวันต่อมา
“หลักฐานแค่นี้พอไหม หรืออยากดูคลิปอื่นอีก”
“พีทได้คลิปพวกนี้มาจากใคร ได้มาตั้งแต่เมื่อไร”
“จะได้จากใคร และได้มาเมื่อไรไม่สำคัญสักนิด สิ่งที่สำคัญคือพฤติกรรมที่คุณทำ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ยอมแต่งงานกับคุณ ถ้าคลิปที่ผมเปิดให้คุณดูมันไม่เป็นความจริงก็เถียงมาสิ แต่คิดให้ดีก่อนที่จะพูด เพราะผมยังมีทั้งภาพถ่ายและคลิปอีกหลายคลิป จะยอมถอนหมั้นเองดี ๆ หรืออยากถอนหมั้นเพราะเรื่องฉาวโฉ่ที่เคยทำไว้ในอดีตก็เลือกเอา”
หญิงสาวจำนนด้วยหลักฐาน และรู้ดีว่าถึงจะพูดขอร้องอย่างไร เขาก็คงไม่ยอมยกโทษให้เธออยู่ดี
“วันยอมถอนหมั้นกับพีทก็ได้ แต่พีทต้องทำตามเงื่อนไขของวัน”
“เงื่อนไขอะไร!”
“พีทต้องซื้อที่ดินผืนนี้ของวันในราคาที่วันกำหนด”
วันวรุณบอกราคาขายที่เธอต้องการ แต่ราคาที่อีกฝ่ายเสนอมามันสูงเกินจริงไปมาก ทำให้ธนวรรธน์ปฏิเสธและบอกว่าถ้าอยากขายที่ดินให้เขาจริงก็ต้องใช้ราคาที่ยุติธรรม ไม่ใช่ฉวยโอกาสโก่งราคาอย่างที่เธอทำ
“ถ้าอยากจะขายจริงก็ต้องใช้ราคาที่ผมเสนอ ไม่ใช่ราคาที่ขูดรีดกันแบบนี้” ธนวรรธน์บอกราคาที่เขายอมจ่ายเพื่อซื้อไร่ของเธอ
วันวรุณจำใจยอมรับเงื่อนไขของเขา เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ที่สำคัญเธอกำลังร้อนเงิน จึงจำใจต้องขายไร่ของตนเองให้กับเขาตามราคาที่เขาเสนอมา เพื่อที่จะนำเงินไปใช้หนี้เจ้าของบ่อนคาสิโนที่เธอติดค้างอยู่ ส่วนเงินที่เหลือนั้นเธอก็ตั้งใจที่จะใช้มันเป็นทุนในการแก้มือ
“ราคานั้นก็ได้ แต่พีทต้องจ่ายเงินให้วันภายในวันพรุ่งนี้ ทำได้ไหมล่ะ”
“ไม่มีปัญหา ไปเจอกันที่กรมที่ดินตอบสิบโมงเช้า คุณโอนที่ให้ผม ส่วนผมก็จะจ่ายเงินให้คุณตามราคาที่เราตกลงกันไว้ ส่วนเรื่องถอนหมั้นของเราก็เป็นอันปิดฉากลง แหวนหมั้นวงนั้นผมยกให้คุณ ตกลงตามนี้”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







