LOGIN“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพีทถึงยอมหมั้นกับคุณวันทั้งที่ไม่เคยรักกัน”
“พี่พีทเคยบอกผมว่าถ้าเขามีคู่หมั้น จะทำให้เขาตัดปัญหาเรื่องผู้หญิงที่จะเข้ามาพัวพันกับเขาได้ เพราะวันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับพี่พีท ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง คุณเองก็เคยโดนฤทธิ์ของวันมาแล้วย่อมรู้ดี ฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด หรือโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุแห่งความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นลง และผมก็หวังว่าสิ่งที่ผมเล่ามาจะทำให้คุณคิดทบทวนเรื่องการแต่งงานกับพี่พีทอีกครั้ง ให้โอกาสพี่พีทสักครั้งนะครับ อย่างน้อยก็ให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองว่าดีพอที่จะเป็นพ่อของญาณิน ผมรู้ว่าคุณรักลูกมาก ก่อนที่คุณจะตัดสินอะไรขอให้คุณคิดถึงญาณินให้มาก ๆ และขอบคุณที่สละเวลาคุยกับผม”
“ยินดีค่ะ”
“หวังว่าเราจะได้รับข่าวดี และกลายเป็นครอบครัวเดียวกันในไม่ช้านี้นะครับ ไร่ธนวรรธน์ยินดีต้อนรับพวกคุณเสมอ”
เขามอบรอยยิ้มที่อบอุ่นให้หญิงสาวก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน เรื่องที่เธอได้รับรู้มานั้นมันกวนสมาธิของเธอจนไม่สามารถที่จะนั่งทำงานต่อไปได้ สุดท้ายก็เลยเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำเมนูโปรดของเด็ก ๆ แทน
ตั้งแต่ณชญาดาได้รู้เรื่องราวความเก็บกดกับภาพที่ไม่น่าจดจำในอดีตของธนวรรธน์ รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เขาหมั้นหมายกับวันวรุณ เธอก็ไม่สามารถสลัดเรื่องราวของเขาออกจากความคิดคำนึงได้เลย
ไม่รู้ทำไมรื่องราวเหล่านั้นถึงยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอตลอดเวลา มันรบกวนจนเธอนอนไม่หลับสุดท้ายจึงตัดสินใจเดินออกไปยืนรับลมที่หน้าระเบียงห้องของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่ายืนใช้ความคิดอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ตกอยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของใครบางคน
ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นเขา ธนวรรธน์ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างอดใจไว้ไม่อยู่
“มายืนทำอะไรตรงนี้ ตากน้ำค้างนาน ๆ ระวังจะไม่สบาย”
“ฉันนอนไม่หลับก็เลยออกมายืนรับลมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
“บอกได้ไหมว่ากำลังคิดอะไรอยู่”
ณชญาดาหันกลับมาสบตาเขาก่อนที่จะตอบตามความจริง
“คิดเรื่องของคุณ”
“ได้คำตอบหรือยัง”
หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะเบนหลบสายตาคมคู่นั้น สายตาที่ทอประกายคมกล้าจนเธอไม่อาจทนสบตากับเขาได้ เขาเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง พร้อมกับบอกความในใจให้เธอรับรู้ผ่านคำพูดของเขา
“ที่ผ่านมาผมอาจจะไม่ได้แสดงออกให้คุณรู้ แต่ผมรักคุณมากนะญาดา และผมก็รู้ว่าคุณเองก็รักผม ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณ อยู่กันแบบสามคนพ่อแม่ลูก เป็นครอบครัวที่อบอุ่นที่ผมไม่เคยมี คุณคงไม่รู้หรอกว่าที่ผ่านมาผมต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายอะไรบ้าง”
สีหน้าและแววตาของธนวรรธน์บ่งบอกถึงความเจ็บช้ำ ยามเมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องราวที่เจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ณชญาดาเอื้อมมือไปกุมใบหน้าเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยนด้วยมือทั้งสองข้าง เธอรับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขาได้เป็นอย่างดี และอยากที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ชายที่เธอรัก รักมาตลอด รักไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขายังมั่นคงเช่นนั้นเสมอ
“ฉันรู้ค่ะ”
“คุณรู้อะไร!” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
“รู้เรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ”
“ใครเป็นคนบอกคุณ”
“คุณพอลเป็นคนเล่าให้ฉันฟังค่ะ”
“มันเป็นความอัปยศของครอบครัวผม และเป็นเรื่องเลวร้ายที่เราไม่อยากที่จะเอ่ยถึงมัน ตอนนั้นพอลเองยังเด็กมากเกินกว่าที่จะจำความได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นั่นเป็นข้อดี เพราะเขาจะได้ไม่ต้องจดจำเหตุการณ์เลวร้าย ที่คอยตามหลอกหลอนเหมือนที่ผมต้องเผชิญกับความเจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้”
“เหตุการณ์นั้นมันผ่านมานานแล้วไม่ใช่เหรอคะ อย่าไปนึกถึงมันเลยนะ อะไรที่ทำให้คุณทุกข์ใจก็อย่าไปคิดถึงมัน คิดถึงแต่เรื่องที่จะทำให้คุณมีความสุขดีกว่านะคะ”
“โอเค งั้นเรามาพูดเรื่องของเรากันต่อดีกว่า เมื่อไรคุณจะรับปากแต่งงานกับผมเสียที ผมจะรอไม่ไหวแล้วนะ”
ณชญาดาถึงกับอ้าปากค้าง กับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปชนิดที่เรียกได้ว่าหักมุมสุด ๆ ของเขา
“แต่งงานกันนะ ขอโอกาสให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีโอกาสได้ทำ เพราะไม่เคยรู้ว่าคุณได้ให้กำเนิดพยานรักของเรา ลูกสาวที่น่ารักที่ผมไม่เคยรู้ว่ามี แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วและก็จะไม่มีวันยอมให้คุณกับลูกหนีไปไหนได้อีก”
“ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าญาณินเป็นลูกของฉัน ของฉันคนเดียวเท่านั้น และฉันจะไม่ยอมให้คุณพรากลูกไปจากฉันเด็ดขาด” น้ำเสียงติดจะเหวี่ยงวีนพอ ๆ กับการหวั่นวิตก
“ผมไม่เคยมีความคิดที่จะพรากญาณินไปจากคุณ นี่คิดจริง ๆ เหรอว่าผมต้องการแค่ลูก เปล่าเลยญาดา ผมอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณ นั่นต่างหากที่ผมต้องการ ก่อนหน้านี้ผมทำไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรเราก็รู้กันอยู่ แต่ตอนนี้ผมมีอิสระมากพอที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วย แต่งงานกับผมนะญาดา ให้ผมได้ดูแลคุณกับลูก ผมไม่เคยขอร้องใคร แต่อยากจะขอโอกาสจากคุณ ถ้าคุณรักผมเหมือนที่ผมรักคุณก็รับปากแต่งงานกับผม เราจะลืมเรื่องทุกอย่างในอดีตแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ผมอยากอยู่กับคุณและชดเชยเวลาที่เสียไปให้กับลูกของเรา”
“ญาณินไม่ใช่...”
“คุณรู้ดีกว่าใคร และผมก็มั่นใจว่าผมเป็นพ่อของญาณิน แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมรับความจริง ผมมีบางอย่างให้คุณดู รอผมตรงนี้ก่อนนะ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







