LOGINธนวรรธน์เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง และกลับมาอีกครั้งพร้อมซองเอกสารบางอย่าง เขายื่นมันไปตรงหน้าเธอ
“อะไรคะ!”
“หลักฐานที่ยืนยันว่าผมเป็นพ่อของลูกคุณ”
ณชญาดารับมาเปิดดูแล้วก็หน้าถอดสีเมื่อเห็นเอกสารฉบับนั้น
“คุณรู้เรื่องนี้นานหรือยัง”
“ไม่นาน ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องตรวจดีเอ็นเอก็ได้ เพราะผมมั่นใจว่าญาณินเป็นลูกของผม แต่ที่ต้องทำเพราะคุณไม่เคยยอมรับ ผมจึงต้องการหลักฐานมายืนยัน ทำไมคุณถึงใจร้ายนัก ไม่ใช่แค่ผมแต่กับลูกของเรา ญาณินควรรู้ว่าใครเป็นพ่อของเขา ทำไมถึงต้องปิดบังผมเรื่องลูก”
น้ำตาของณชญาดาไหลอาบแก้มเมื่อได้ยินคำพูดของเขา แววตาของเธอเจ็บช้ำ เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต จากนั้นก็พูดในสิ่งที่ถูกเก็บกดไว้ในใจมานานออกมาจนหมดสิ้น
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง จะให้ฉันใช้ลูกเป็นเครื่องมือดึงตัวคุณมาอยู่กับฉันอย่างนั้นเหรอ แล้วคู่หมั้นของคุณละคะ คุณเคยนึกถึงความรู้สึกของเธอบ้างไหม คุณวันเธอไม่มีความผิด ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ฉันยอมรับว่ามันยากที่จะต้องเดินออกไปจากชีวิตคุณ และฉันเจ็บมากที่ต้องทำแบบนั้น แต่ฉันไม่เคยลังเล เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันไม่อยากทำลายชีวิตรักของคุณ ฉันยอมรับว่าฉันผ่านช่วงเวลานั้นมาอย่างยากลำบาก แต่ฉันไม่เคยโทษคุณ และนึกขอบคุณด้วยซ้ำที่คุณได้มอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้กับฉัน ลูกคือชีวิตของฉันค่ะ เพราะเขาเป็นตัวแทนความรักที่ฉันมีต่อคุณ”
ธนวรรธน์เช็ดน้ำตาให้เธอพร้อมกับประคองใบหน้าของเธอเอาไว้
“ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้ต้องคุณเสียใจ และขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากนั่น ยกโทษให้ผมนะญาดา”
“ฉันไม่เคยโทษคุณ และอยากให้คุณเข้าใจว่าทำไมฉันถึงต้องจากไป” เธอกุมมือเขาไว้
“โดยไม่บอกเหตุผล รู้ไหมว่าผมเจ็บมากแค่ไหน เสียใจมากแค่ไหนที่คุณจากไปโดยไม่บอกลา”
“ฉันก็เจ็บไม่ต่างจากคุณนักหรอก ฉันไม่ได้บอกลาคุณก็จริงแต่ฉันฝากจดหมายของคุณไว้ที่คุณวัน”
“ผมไม่เคยได้รับมัน”
“คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ฉันฝากเธอไว้จริง ๆ และฉันก็ไม่เคยเรียกร้องอะไร เพื่อแลกกับการเดินออกไปจากชีวิตคุณ ฉันไม่มีหลักฐานมายืนยันคำพูดของตัวเอง แต่มันเป็นเรื่องจริง”
“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน ผมไม่เชื่อเรื่องนั้น แต่ไม่เคยเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้คุณทิ้งผมไป และมันทำให้ผมโกรธคุณมาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยหยุดรักคุณ และรู้สึกดีใจที่ได้เห็นคุณอีกครั้ง คงจะดีกว่านี้ถ้าคุณไม่ได้มาพร้อมไอ้หนุ่มมาดเซอร์นั่น ยิ่งเห็นคุณสนิทสนมกับมันผมก็ยิ่งหึง ก็เลย...”
“แกล้งฉันต่าง ๆ นานา แถมยังเอาเรื่องของพี่จี๊ดมาข่มขู่ฉัน”
รอยยิ้มและแววตาเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของธนวรรธน์
“ถ้าไม่ใช้วิธีนี้คุณก็ไม่มาจริงไหม ว่าแต่คุณไม่ได้รักเขาใช่ไหม”
“หมายถึงชลน่ะเหรอ”
“ใช่”
“ฉันรักเขา”
“ให้ตายสิ! คุณรักมันเหรอ แล้วผมล่ะ” เขาแสดงอาการหงุดหงิดหัวเสียออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน
“หึงเหรอคะ”
เขาคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น
“ใช่ หึงมาก ก็ผมรักของผม และไม่อยากให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับคุณ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น”
“คงยากหน่อย เพราะชลเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด เขารู้ดีว่าเขาเป็นได้แค่เพื่อนและยอมรับมันได้ การจะขจัดเขาออกไปจากชีวิตของฉันบอกเลยว่าเป็นไปไม่ได้ เขารักญาณินมากด้วย”
“ใช่สิ ถึงขั้นให้เรียกว่าพ่อเลยนี่ แต่ทีกับผมเรียกลุง”
ณชญาดาอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ของชายที่เธอรักยามเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนั้น
“อยากให้ลูกเรียกคุณว่าพ่อเหรอคะ”
“แน่นอน ผมยังไม่ได้จัดการกับคุณเลยนะ ที่ไปโกหกลูกว่าพ่ออยู่บนสวรรค์ ทั้งที่ผมก็ยังมีชีวิตอยู่”
“คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ลูกบอกคุณเหรอ”
“ใช่”
“บอกตอนไหน”
“ตอนไหนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือทีนี้จะทำยังไงให้ลูกเข้าใจว่าพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ บอกว่ากลับลงมาจากสวรรค์เหรอ ขำตายล่ะ ตลกร้ายชัด ๆ”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกค่ะ ฉันมีวิธีพูดกับลูก”
“จริงเหรอ คุณว่าลูกเราจะเข้าใจไหม”
“ญาณินเป็นเด็กฉลาด ถ้ามีเหตุผลลูกต้องเข้าใจแน่นอน อย่ากังวลเรื่องนั้นเลยนะคะ ฉันจัดการเอง”
“เราเคลียร์กันทุกเรื่องแล้วนะ คุณจะรับปากแต่งงานกับผมได้แล้วใช่ไหม”
“เอ่อ...”
“มีปัญหาอะไรอีกล่ะญาดา” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความหงุดหงิด ความอดทนเริ่มสิ้นสุด และพร้อมที่จะอาละวาดได้ทุกเมื่อ
“อย่าให้ถึงขั้นต้องจับมือคุณเซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสเลยนะ อย่าคิดว่าผมไม่กล้า”
“ฉันแค่จะขอเวลา”
“นานแค่ไหน คุณต้องการเวลาอีกนานเท่าไร ถึงจะตอบตกลงได้บอกมา”
“ขอฉันคุยกับลูกและพี่พัดก่อนนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ฉันอยากให้พวกเขารับรู้จากปากของฉันเอง”
“ได้ ผมให้เวลาคุณสองวัน แค่สองวัน”
“พีทคะทำไมคุณถึงเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้”
“นี่ล่ะตัวผม ผมเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยังไม่ชินอีกเหรอ”
“ไม่ คุณจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ทุกเรื่องไม่ได้นะคะพีท”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

