LOGINธนวรรธน์ยิ้มพร้อมกับกระชับอ้อมแขน “ชอบจังเวลาที่คุณเรียกชื่อผมแบบนี้ ต่อไปนี้ขอสั่งให้คุณเรียกผมว่าพีทอย่างนี้ตลอดไป เข้าใจนะ”
“ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ”
“โอเค คุณมีเวลาสองวัน แค่สองวันผมก็จะอกแตกตายอยู่แล้วรู้ไหม”
เมื่อเห็นเธอนิ่งไปทำให้เขาต้องเอ่ยถาม
“คุณโกรธผมเหรอญาดา”
“เปล่าค่ะ แต่ฉันกำลังใช้ความคิดว่าจะจัดการกับเผด็จการอย่างคุณยังไงดี”
“ผมสัญญาว่าจะเผด็จการให้น้อยลง และจะฟังคุณให้มากขึ้น อย่างนี้ดีไหม”
“ดีมากเลยค่ะ”
เขาสบตาเธอด้วยแววตาหวานซึ้ง บ่งบอกความในใจที่เขามีต่อเธอ ก่อนจะตรึงท้ายทอยของเธอไว้ พร้อมกับแนบเรียวปากร้อนระอุลงมาอย่างช้า ๆ ปากอิ่มเผยอออกเมื่อริมฝีปากร้อนบดเบียดแนบแน่น การตอบสนองของเธอเป็นไปอย่างเชื่องช้าและอ่อนโยน และเขารับมันด้วยกิริยาเดียวกัน
ไม่เร่งรัดให้เนื้อนุ่มชอกช้ำ เธอเปิดโอกาสให้เขารุกรานเข้าไปในปากเธอด้วยความเต็มใจ จุมพิตที่เขามอบให้มันซาบซ่านดูดดื่มจนเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้น ลิ้นร้อนซอกซอนความหวานอย่างลุ่มหลงกับรสชาติที่ได้รับ ณชญาดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากกายเขาที่โอบล้อมตัวเธอ กายบางสั่นสะท้านไปกับความสุขสมที่อ่อนหวานระคนเร่าร้อน เมื่อยามที่ทรวงอกของเธอบดเบียดอยู่กับอกแข็งแกร่งของเขา
เธอขยุ้มเสื้อนอนเขาไว้แน่น ธนวรรธน์ถอนริมฝีปากออกเพื่อเปลี่ยนเป้าหมาย เขาเริ่มซุกไซ้ไปตามแนวกรามพร้อมกับสูดดมความหอมจากเนื้อนวล เขาดื่มด่ำกับความอ่อนนุ่มจากตัวเธอที่เขาโหยหามานาน และจูบละไปเรื่อยไม่ว่าจะเป็นหลังใบหู ลำคอระหง ก่อนจะวกกลับมาจูบละไปทั่วใบหน้าเธอ พร้อมกับกระซิบสั่ง
“โอบแขนรอบตัวผมญาดา”
เขาต้องการให้เธอกอดเขา นิ้วของณชญาดาค่อย ๆ คลายจากแขนเสื้อเขา แขนของหญิงสาวไต่ระดับสูงขึ้น ข้างหนึ่งโอบรอบคอเขา และอีกข้างก็พาดอยู่ที่บ่าของเขา เสียงหายใจสะท้านหลุดจากปากของเธอ
ธนวรรธน์เพลิดเพลินกับการจุมพิตเธอจนยากที่จะหยุด แต่จำเป็นต้องหยุดเมื่อสัมผัสได้ว่าลมหายใจของเขาเริ่มไม่มั่นคง เขาคงต้องหยุดการกระทำของตัวเองไว้แต่เพียงเท่านี้ ก่อนที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ แม้จะไม่เคยชินกับการหักห้ามใจแต่จำเป็นต้องทำ ธนวรรธน์ค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างจากเธออย่างไม่เต็มใจ
“ถึงเวลาที่ผมต้องหยุดเรื่องนี้ ขณะที่ผมยังทำได้”
คำพูดของเขาดึงสติของเธอ ให้กลับมาจากโลกอันแสนอบอุ่นจากความสุขทางกายที่เขามอบให้ ใบหน้าของณชญาดาแดงก่ำเมื่อรู้ว่าตนเองเผลอไผลไปกับสัมผัสของเขา
“ดึกมากแล้วไปนอนกันเถอะ” เขาอุ้มเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขน
“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก แค่จะพาคุณไปนอนเท่านั้น ผมจะอดใจรอจนกว่าเราจะแต่งงานกัน แต่อย่าให้ผมรอนานนักก็แล้วกัน ทนไม่ไหวขึ้นมาคุณจะโดนปล้ำไม่รู้ตัว”
ธนวรรธน์วางหญิงสาวลงบนเตียงก่อนจะห่มผ้าให้เธอ
“นอนได้แล้ว”
“ก็คุณเล่นนั่งจ้องฉันอยู่แบบนี้แล้วจะให้ฉันนอนหลับลงได้ยังไง นี่ก็ดึกแล้วคุณควรนอนได้แล้วนะคะพีท”
“จะให้ผมนอนกับคุณที่นี่เหรอ” น้ำเสียงที่เอ่ยถามสดใสราวกับปลากระดี่ได้น้ำ
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันหมายถึงให้คุณกลับไปนอนที่ห้องของคุณต่างหาก อย่ามามั่วนิ่มแถวนี้เลยนะ ไปสิคะ ฉันง่วงแล้ว”
ธนวรรธน์มีสีหน้าที่ผิดหวังสุด ๆ เขาถอนหายใจอย่างแรงก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยวาจา
“ไปก็ได้ ฝันดีครับ”
เขาโน้มตัวไปจูบริมฝีปากเธอบางเบา ก่อนจะผิวปากเดินออกไปอย่างคนอารมณ์ดี เขาจะไม่ปล่อยให้เธอต้องนอนหนาวคนเดียวแบบนี้อีกนานนักหรอก
สายวันต่อมา...
ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอยู่นั้น ณชญาดาได้โทรศัพท์ไปหาพัดชาเพื่อปรึกษาเรื่องบางอย่าง รอสายอยู่สักครู่อีกฝ่ายก็กดรับ
“ดามีเรื่องสำคัญอยากจะขอคำปรึกษาจากพี่พัดค่ะ”
“จะคุยกับพี่เรื่องคุณพีทใช่ไหม”
“พี่พัดทราบได้ยังไงคะ”
“ก่อนพี่จะกลับมาที่นี่ คุณพีทบอกกับพี่ว่าเขารักดา และอยากจะแต่งงานกับดา”
“พี่พัดมีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้คะ”
“พี่คิดยังไงไม่สำคัญ สำคัญที่ดาคิดยังไงกับเขาต่างหาก ดารักเขาเหมือนที่เขารักดาหรือเปล่า”
“ดารักเขาค่ะพี่พัด”
“ในเมื่อใจตรงกันก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขาจริงไหม หรือว่าที่ลังเลเพราะดาคิดมากเรื่องที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คุณพีทถอนหมั้นกับคู่หมั้นของเขา”
ณชญาดาใช้ความเงียบแทนคำตอบ
“เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลยดา ถ้าคุณพีทคิดจะแต่งงานกับคู่หมั้นของเขาก็คงแต่งกันไปนานแล้ว ไม่รอให้เวลาล่วงเลยมานานแบบนี้หรอก ทั้งที่ดาเองก็ไม่ได้อยู่สร้างปัญหาอะไรให้กับพวกเขาด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็ไม่ต้องเก็บมาคิดให้เปลืองสมองเข้าใจไหม”
“พี่พัดรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ”
“คุณพีทเป็นคนเล่าให้พี่ฟัง”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็คงรู้แล้วว่าใครเป็นพ่อของญาณิน”
“ใช่ และพี่ก็ดีใจที่สุดท้ายพี่ก็ได้รู้ความจริงเสียที”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







