LOGIN“ดาขอโทษที่ต้องปิดบังพี่เรื่องนี้”
“เราอย่าพูดเรื่องที่มันผ่านไปแล้วเลยนะ มาพูดเรื่องปัจจุบันของดากันดีกว่า สรุปว่าดาตอบเขาไปว่าไง”
“ดายังไม่ได้ให้คำตอบเขาเลยค่ะ ดาขอปรึกษาเรื่องนี้กับพี่พัดก่อน และก็จะต้องคุยกับญาณินด้วย พี่พัดคิดยังไงคะเห็นด้วยไหมถ้าดาจะตอบตกลงแต่งงานกับเขา”
“ถ้ามันเป็นความสุขของดา พี่ก็ต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว และคุณพีทเองก็รักดากับลูกมาก พี่มั่นใจว่าเขาจะดูแลและปกป้องดากับญาณินได้อย่างแน่นอน ญาณินจะได้มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเสียที แล้วคุยเรื่องนี้กับลูกหรือยัง”
“ยังเลยค่ะพี่พัด ดาอยากได้คำปรึกษาจากพี่พัดก่อน ดาตั้งใจจะคุยกับลูกคืนนี้ พี่พัดไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะถ้าดาจะแต่งงานกับเขา”
“อะไรที่เป็นความสุขในชีวิตของดา พี่สนับสนุนเสมอ และก็ดีใจที่ดาจะได้คู่ชีวิตที่ดีอย่างคุณพีท ดากับลูกจะได้มีความสุขเสียที”
“ทีนี้ก็เหลือแต่ญาณิน”
“ญาณินต้องดีใจมากแน่ ๆ เพราะญาณินรักคุณพีท แต่งงานกันแล้วจะอยู่ที่ไหน”
“ดายังไม่ได้คุยเรื่องนี้เลยค่ะ”
“นี่ถ้าซันรู้ว่าดากับญาณินต้องย้ายไปอยู่ที่ไร่ของคุณพีท โดยที่ซันตามมาอยู่ด้วยไม่ได้ล่ะก็ ต้องอาละวาดหนักแน่ ติดน้องขนาดนั้น”
“ญาณินก็รักและติดพี่ซันมากเหมือนกันค่ะ”
“ไม่เป็นไรซันปิดเทอมเมื่อไรพี่จะส่งตัวไปให้ดาช่วยเลี้ยง”
“แล้วจะไม่คิดถึงเหรอคะ”
“คิดถึงก็ไปหาได้นี่ ว่าแต่ตอนนี้เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน”
“วิ่งเล่นอยู่ข้างนอกค่ะ”
“สนุกจนลืมพ่อกับแม่เลย”
“ไม่ลืมหรอกค่ะ ก็ได้คุยกันทุกคืนอยู่แล้วนี่คะ ดาเองก็กำลังเร่งเขียนงานอยู่เหมือนกัน เสร็จเมื่อไรจะได้พาซันกับญาณินกลับบ้าน”
“คุณพีทคงจะยอมหรอก”
“ต้องยอมค่ะ ดาจะคุยกับเขาเรื่องนี้เอง”
“ว่าไงว่าตามกัน” ทั้งคู่คุยกันอีกพักใหญ่ก่อนจะวางสาย
พี่สาวของเธอเห็นด้วยและสนับสนุนให้เธอแต่งงานกับเขา ทีนี้ก็เหลือแต่ความรู้สึกของลูก แม้ว่าพอจะคาดเดาคำตอบของลูกได้ แต่ก็ยังอยากที่จะฟังจากปากของลูกเอง
ก่อนนอนคืนนั้น ณชญาดาได้สอบถามถึงความรู้สึกของลูกว่ารู้สึกอย่างไรกับธนวรรธน์ และคำตอบที่ได้รับก็ไม่เกินความคาดหมาย
“หนูรักลุงพีท และอยากให้ลุงพีทแต่งงานกับแม่ดา ญาณินจะได้มีพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ญาณินอยากให้ลุงพีทเป็นพ่อของญาณินค่ะ”
ณชญาดาถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้ยินคำตอบของลูก ญาณิศาเห็นเช่นนั้นก็รีบกอดเธอเอาไว้พร้อมกับเลียนแบบคำพูดปลอบใจที่เธอมักจะพูดกับลูกเสมอ
“ไม่ต้องร้องไห้นะคะคนดี ญาณินอยู่นี่แล้ว หนูขอโทษและสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก”
หญิงสาวกอดลูกไว้แนบอก
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษแม่หรอกลูก เพราะลูกไม่ได้ทำอะไรผิด”
“หนูทำให้แม่ดาเสียใจจนต้องร้องไห้”
“แม่ไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจ”
“แล้วแม่ดาร้องไห้ทำไมคะ” ญาณิศาเช็ดน้ำตาให้มารดา
“แม่ร้องไห้เพราะดีใจต่างหาก ลูกอยากให้ลุงพีทเป็นพ่อของลูกใช่ไหม”
ญาณิศารีบพยักหน้าตอบ
“ที่จริงแล้วลุงพีทเป็นพ่อของลูกจริง ๆ”
“แต่แม่ดาเคยบอกว่าพ่ออยู่บนสวรรค์ไม่ใช่เหรอคะ”
“แม่ไม่อยากให้ลูกเสียใจก็เลยบอกไปแบบนั้น ตอนนั้นแม่กับพ่อมีปัญหากันเราก็เลยต้องแยกกันอยู่”
“แล้วตอนนี้จะกลับมาอยู่ด้วยกันใช่ไหมคะ”
“ลูกอยากให้เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ”
“ใช่ค่ะ แม่กับลุงพีท...เอ่อ...หนูเรียกพ่อพีทได้ไหมคะ”
“ได้สิคะ ลูกคิดยังไงถ้าแม่จะแต่งงานกับพ่อพีท”
“วิเศษไปเลย ญาณินอยากให้เราอยู่ด้วยกัน ญาณินจะให้พ่อพีทไปส่งที่โรงเรียน ทุกคนจะได้รู้ว่าญาณินก็มีพ่อเหมือนคนอื่น ๆ จะได้ไม่ต้องโดนล้อเรื่องนี้” หนูน้อยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“หนูเคยถูกเพื่อนล้อเรื่องนี้ด้วยเหรอคะ เขาล้อหนูว่ายังไง”
“เขาบอกว่าหนูเป็นลูกไม่มีพ่อ แต่ญาณินเถียงกลับไปว่ามี แต่พ่อของญาณินอยู่บนสวรรค์” ญาณิศาตอบด้วยความไร้เดียงสา
คำตอบของลูกทำให้ณชญาดาถึงกับอึ้งไป เพราะลูกไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง
“แม่ดากับพ่อพีทจะแต่งงานกันเมื่อไรคะ”
“ยังไม่รู้เลยลูก แม่ขอมาคุยกับลูกก่อน ลูกเห็นด้วยใช่ไหมถ้าแม่จะแต่งงานกับพ่อของลูก”
“เห็นด้วยค่ะ”
“งั้นก็นอนได้แล้ว พี่ซันหลับไปแล้วเห็นไหม”
“ญาณินอยากให้แม่ดานอนด้วย”
“ได้เลยลูก”
ณชญาดาล้มตัวลงนอนพร้อมกับดึงตัวบุตรสาวเข้ามากอด ก่อนจะหลับไปด้วยกันในเวลาต่อมา
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั




![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


