แชร์

พี่สาวที่เปลี่ยนไป 1.1

ผู้เขียน: sanvittayam
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-06 11:38:52

พี่สาวที่เปลี่ยนไป

“กับข้าวมีอะไรบ้างเสี่ยวหนิง หอมน่ากินจังเลย” หญิงสาวพูด พลางทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นหอมของอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ

ตั้งแต่ที่ได้รับคำชมจากพี่สาวเมื่อวานนี้ เจียงเสวี่ยหนิงก็เริ่มมีกำลังใจในการทำอาหารมากขึ้น เช้านี้เธอจึงตั้งใจมากเป็นพิเศษ และทำอาหารทุกอย่างอย่างสุดฝีมือ จนกลิ่นหอมกรุ่นลอยไปทั่วบ้าน

“วันนี้มีเนื้อผัดพริกหยวก แล้วก็ซุปหัวไชเท้าค่ะ” เธอยิ้มเล็กน้อยแต่ก็ยังคงตอบเสียงเบาเหมือนเดิม

“หืม...ฝีมือทำอาหารของเสี่ยวหนิงไม่ธรรมดานะเนี่ย กลิ่นหอมขนาดนี้ ถ้าตั้งใจฝึกฝนอีกหน่อยรับรองว่าต้องทำขายได้แน่นอนเลย” เจียงเสวี่ยอิ๋งพูดด้วยรอยยิ้ม เธอเองก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของน้องสาวที่วันนี้ดูจะมั่นใจเป็นพิเศษ คงเป็นเพราะความมั่นใจนี้ก็เลยทำให้อาหารออกมาดูดีและมีกลิ่นหอมไปทั่วบ้าน

“พี่นั่งก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันไปตักข้าวให้” เด็กสาวพูด จากนั้นก็หยิบจานไปตักข้าวมาให้

เมื่อวางจานข้าวลงแล้วเจียงเสวี่ยหนิงก็ไปยืนรอ เพื่อให้พี่สาวกินข้าวเงียบ ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องครัว เด็กสาวยืนอยู่อย่างนั้นไม่พูดไม่จา และไม่ยอมไปไหน เธอเอาแต่จ้องมองมาที่โต๊ะอาหารเพื่อคอยดูว่าพี่สาวนั้นต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

“เสี่ยวหนิง มานั่งกินด้วยกันสิ” เจียงเสวี่ยอิ๋งกวักมือเรียกน้องสาวให้มาร่วมโต๊ะด้วย และก่นด่าร่างเดิมในใจว่านี่คือน้องสาวนะไม่ใช่สาวใช้

“เอาจานไปตักข้าวมา มานั่งกินด้วยกัน”

หากยังทำตัวเหมือนเดิม แล้วเมื่อไรพี่กับน้องจะสานสัมพันธ์กันได้ล่ะ เพราะอีกฝ่ายดูจะกลัวเธอเหลือเกิน

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ใหญ่ ฉันต้องดูแลพี่ก่อนถึงจะกินข้าวได้” เจียงเสวี่ยหนิงตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

ถึงแม้ว่าแม่ของพวกเธอจะออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เด็กสาวก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี เนื่องจากกลัวว่าแม่นั้นอาจจะวกกลับมา แล้วเห็นว่าเธอไม่ได้ดูแลพี่สาวให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกดุและถูกด่าได้

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังยืนยันแบบนั้น เจียงเสวี่ยอิ๋งจึงลุกขึ้นจากเก็าอี้ แล้วเดินไปหยิบจานอีกใบแล้วตักข้าวมาด้วย

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ มากินข้าวด้วยกันน่ะดีแล้ว เธอเป็นน้องสาวพี่นะ ยังไงถ้าแม่กลับมาแล้วเห็นว่าเธอนั่งกินข้าวพร้อมพี่ พี่จะรับผิดชอบเอง ตกลงนะ” พูดจบแล้ว หญิงสาวก็ไปจูงมือเจียงเสวี่ยหนิงให้มานั่งด้วยกัน

เจียงเสวี่ยหนิงมองหน้าพี่สาวอย่างแปลกใจ แต่ในใจนั้นดีใจมาก เนื่องจากที่ผ่านมาพี่สาวไม่เคยชวนเธอมานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างนี้เลย ทุกครั้งเจียงเสวี่ยอิ๋งก็จะนั่งกินข้าวเพียงลำพังหรือไม่ก็พร้อมแม่ แล้วก็ตินั่นตินี่ไม่หยุด อีกทั้งยังเอาแต่ใช้เธออยู่ตลอดเวลาด้วย แต่วันนี้ทำไมพี่สาวของเธอคนนี้ดูเปลี่ยนไปมาก

“ค่ะ” สุดท้ายเด็กสาวก็พยักหน้ารับแล้วยอมนั่งลงโดยดี

แม้จะเป็นอาหารจานเนื้อ แต่เนื้อผัดพริกหยวกนั้นก็ไม่ได้มีชิ้นเนื้อมากมายนัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพริกหยวกเสียมากกว่า ด้วยความเกรงใจ เจียงเสวี่ยหนิงจึงตักเอาแต่พริกหยวกมาใส่จานของตัวเองโดยไม่แตะเนื้อเลยสักชิ้น

เจียงเสวี่ยอิ๋งเห็นแบบนั้นก็รู้สึกสงสารน้องสาวมาก พลางคิดว่าเจียงเสวี่ยหนิงต้องถูกกดดันขนาดไหนกันนะ แม้กระทั่งเนื้อสักชิ้นก็ยังไม่กล้ากิน จึงยื่นมือมาตักเนื้อเต็มช้อนแล้วเอาไปวางไว้ในจานของน้องสาว

“กินเนื้อด้วยสิเสี่ยวหนิง กินแต่ผักอย่างเดียวจะไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันล่ะ” หญิงสาวพูดเสียงดุเล็กน้อย จากนั้นก็ตักน้ำแกงหัวไชเท้าให้อีกถ้วยหนึ่ง

แม้จะมีเสียงดุเล็กน้อยเมื่อครู่นี้ แต่ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงกลับดีใจมากที่พี่สาวดีกับเธอถึงขนาดนี้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอมักจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้กินข้าว และที่สำคัญเจียงเสวี่ยอิ๋งก็จะกินเนื้อจนหมดไม่หลงเหลือมาถึงเธอเลยแม้แต่เศษเนื้อ

นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้กินเนื้อในรอบหลายปี จึงทำให้เด็กสาวถึงกับน้ำตาซึมออกมา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s   ฉันไม่ต้องการเรียนต่อ 1.2

    สำหรับเซี่ยเป่าเจิ้นแล้วการที่ลูกสาวคนโตของนางประกาศว่าจะไม่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยนั้น เป็นเหมือนการทำลายความฝันและความคาดหวังทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่ออนาคตของลูก แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อก็รู้อยู่แล้วว่า หากลูกสาวคนนี้คิดจะทำอะไรขึ้นมาก็ไม่มีใครสามารถขัดใจได้ทั้งนั้น“ฉันตัดสินใจแล้วจริง ๆ ค่ะแม่ ว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว แต่จะให้น้องเรียนต่อแทน” เจียงเสวี่ยอิ๋งพูดย้ำอีกครั้งเพื่อทำลายความเงียบทั้งหมดทว่าคำพูดของหญิงสาวในครั้งนี้ ทำเอาผู้เป็นแม่อย่างเซี่ยเป่าเจิ้นถึงกับประหลาดใจขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาลูกสาวคนนี้ไม่เคยเสียสละอะไรให้น้องเลยสักอย่าง แต่มาวันนี้กลับยอมให้น้องเรียนต่อแทนตัวเองแต่ถึงอย่างไรก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกสาวคนเล็กเรียนต่อชั้นมัธยมปลาย จบแค่ชั้นมัธยมต้นก็พอแล้ว จึงพูดเหมือนเดิม“จะให้เสี่ยวหนิงเรียนไปทำไมกัน ไม่มีประโยชน์หรอก จบมัธยมต้นก็พอแล้ว”“จะไม่มีประโยชน์ได้ยังไงล่ะแม่ เมื่อกี้ฉันก็อธิบายไปแล้วว่าหากเสี่ยวหนิงได้เรียนต่อ น้องน่าจะมีโอกาสได้ทำงานที่ดีกว่าฉันแน่นอน บางทีน้องอาจจะสอบเข้าทำงานราชการก็ได้นะแม่ น้องเรียนเก่งออกขนาดนั้น” เจียวเสวี่ยอิ

  • เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s   ฉันไม่ต้องการเรียนต่อ 1.1

    ฉันไม่ต้องการเรียนต่อ“แต่แม่ ถ้าฉันได้เรียนสูง ๆ ฉันก็จะหาเงินได้มากขึ้นนะคะ แม่ให้ฉันเรียนเถอะนะ” เด็กสาวยังคงอ้อนวอนต่อ แม้ว่าจะไม่มีหวังเลยก็ตาม“แล้วเมื่อไรล่ะ ตอนนี้แกเรียนชั้นมัธยมต้นปีที่สอง กว่าจะถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัย เงินบ้านเราไม่หมดก่อนหรอกเหรอ คิดบ้างสิ อย่าเอาแต่ใจนักเลย” เซี่ยเป่าเจิ้นยกข้ออ้างขึ้นมา เพราะกว่าลูกสาวคนเล็กจะเรียนจบเธอคงหมดเงิน ไหนจะต้องเรียนชั้นมัธยมปลายอีก เธอจึงมองว่าส่งเสียลูกสาวคนโตน่าจะคุ้มกว่าเจียงเสวี่ยหนิงยังคงร้องไห้ไม่หยุด เธอพยายามที่จะเข้าไปกอดแม่เพื่อวิงวอนและขอร้องแต่ทว่ากลับถูกแม่ทุบตีกลับมาจนท้ายที่สุดแล้วเธอทรุดลงกับพื้นไปกอดขาแม่ แต่ว่าเซี่ยเป่าเจิ้นก็ยังคงไม่ยอมใจอ่อนอยู่ดีเจียงเสวี่ยอิ่งเห็นน้องสาวเป็นอย่างนี้แล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้ เลยรีบเข้าไปประคองเจียงเสวี่ยหนิงขึ้นมา จากนั้นก็ใช้มือเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดปลอบใจ“ไม่เป็นไรนะเสี่ยวหนิง เดี๋ยวเรื่องนี้พี่จะคุยกับแม่เอง เธอไปนั่งพักที่เก็าอี้ก่อนเถอะนะ”พอได้ยินคำของพี่สาว เจียงเสวี่ยหนิงก็เริ่มสบายใจขึ้นมา ในใจนั้นคิดว่าหากเป็นพี่สาวพูดแล้วละก็ ยังไงแม่ก็ต้องยอมฟังแน

  • เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s   โดนปลดออกจากงาน 1.2

    “อะไรนะคะ!! แม่ตกงงานเหรอคะ” เจียงเสวี่ยอิ๋งถามด้วยน้ำเสียงตกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนี้กับครอบครัวตัวเอง แม้จะทำใจไว้บ้างแล้วก็ตาม“ก็ใช่น่ะสิ วันนี้โรงงานเพิ่งประกาศปลดพนักงาน แม่เองก็ถูกปลดด้วย ยังดีหน่อยที่ทางโรงงานให้เงินชดเชยมาหนึ่งร้อยหยวน ยังพอให้ใช้ในครอบครัวสักสองสามเดือน แต่จะไปพอได้ยังไงกันถ้าหากแม่ยังหางานทำไม่ได้” เซี่ยเป่าเจิ้นพูดอย่างหมดแรง ต่อใด้ได้เงินชดเชยมาหนึ่งร้อยหยวน แต่ก็ทำให้เธอใช้จ่ายในบ้านได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น หากไม่รีบหางานทำคงได้อดตายกันแน่เจียงเสี่ยวอิ๋งทำเพียงรับฟังไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนจะหันไปทางน้องสาวแล้วพยักหน้าให้ทีหนึ่ง เจียงเสวี่ยหนิงเองก็เข้าใจว่าพี่สาวให้กลับเข้าห้องไปก่อน จึงได้พยักหน้ารับแล้วรีบเดินจากไปต่อให้ตกใจแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นไปตามที่คาดคิดเอาไว้จริง ๆ เพราะก่อนหน้านี้แม่เคยพูดเรื่องที่โรงงานจะปลดพนักงานให้ฟัง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ ความคิดของเธอคิดว่าน่าจะเป็นอีกสองสามเดือนข้างหน้าแต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วคงไม่มีทางอื่นนอกจากยอมรับและคิดหาวิธีเพื่อที่จะให้ครอบครัวมีรายได้ต่อไป“แล้วแม่คิดว่าจะทำยังไงต่อไปค่ะ” เ

  • เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s   โดนปลดออกจากงาน 1.1

    โดนปลดออกจากงานแต่ทว่าเมื่อเปิดเข้าบ้านมาถึงห้องโถงก็ถึงกับต้องอารมณ์ขึ้น เพราะเห็นภาพลูกสาวคนเล็กนั่งกินขนมอย่างสบายใจเฉิบบนเก็าอี้ไม้ ด้วยความที่วันนี้ถูกปลดออกจากงาน และที่บ้านมีเงินอยู่ไม่มาก พอเห็นเจียงเสี่ยหนิงนั่งกินขนมอยู่ด้วยท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไร ก็อดไม่ได้ที่จะโมโหขึ้นมา“เสี่ยวหนิง ยังมีหน้าจะมากินขนมอยู่อีกเหรอ รู้ไหมว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับแม่ และครอบครัวของเราบ้าง” เซี่ยเป่าเจิ้นส่งเสียงออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ด้วยความโกรธถาโถมจนเกินจะรับ บนใบหน้าของเธอจึงแดงไปหมด“เอ่อ...” เจียงเสวี่ยหนิงเห็นท่าทางของแม่แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะเธอนั่งอยู่เฉย ๆ ก็ถูกด่าอีกแล้ว แต่เด็กสาวก็ชินเสียแล้วเพราะนี่นี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกตำหนิ“แล้วนั่นไปเอาเงินจากไหนมาซื้อขนม รู้ไหมว่าบ้านเราไม่ได้มีเงินมากมายที่จะให้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้” เซี่ยเป่าเจิ้นพูดพร้อมกับกระชากถุงขนมออกจากมือของลูกสาวคนเล็ก“ฉะ...ฉัน” เจียงเสวี่ยหนิงยังไม่ทันได้พูดออกมาก็ถูกเซี่ยเป่าเจิ้นตะคอกกลับมาอีกครั้ง“แกรู้ไหมว่าวันนี้ฉันเพิ่งถูกเลิกจ้าง ได้เงินชดเชยมาก็แค่ร้อยหยวนเท่านั้น ฉันกลุ้มใจแทบตายแต่แกยังจะซ

  • เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s   สำรวจเมืองด้วยกัน 1.2

    “อร่อยมากเลยค่ะ ฉันเพิ่งเคยได้กินขนมข้าวเหนียวเป็นครั้งแรก” เจียงเสวี่ยอิ๋งตอบ เธอไม่โกหกเลย เพราะที่ผ่านมานั้นเธอแทบจะไม่เคยได้กินขนมเลย ต่อให้จะมาตลาดบ่อยครั้งแต่ก็มาซื้อแค่วัตถุดิบในการทำอาหารเท่านั้น“ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ นะ” หญิงสาวยื่นขนมถุงขนมของเธอให้กับน้องสาว“พี่กินอิ่มแล้วเหรอคะ” เด็กสาววถามอย่างเกรงใจ เพราะเห็นว่าพี่ของเธอกินไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเจียงเสวี่ยอิ๋งยิ้มให้อีกครั้ง แล้วตอบว่า “ไม่เป็นไรหรอก ถ้าชอบก็กินเถอะ ขนมข้าวเหนียวนี่พี่เคยกินหลายครั้งแล้ว เสี่ยวหนิงกิ่นให้อิ่มเถอะ เดี๋ยววันหลังหากพี่หาเงินได้แล้วจะพามาเลี้ยงไอศกรีมดีไหม”เจียงเสวี่ยหนิงน้ำตาคลอเบ้า เด็กสาวซาบซึ่งกับสิ่งที่พี่สาวทำให้มาก เนื่องจากเธอไม่เคยมีคนเอาใจหรือว่าเสียสละให้อย่างนี้มาก่อนเลย เมื่อไดรับการปฏิบัติเช่นนี้ก็ดีใจจนน้ำตาไหล“ขอบคุณนะคะพี่ใหญ่” น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นรู้ได้เลยว่ากำลังสะอื้น“ไม่ต้องร้องไห้นะเด็กดี กินต่อเถอะนะ” หญิงสาวลูบศีรษะอีกฝ่ายเบา ๆก่อนที่สองพี่น้องเดินสำรวจเมืองกันต่อ อีกทั้งยังพูดคุยและออกความเห็นกันว่ามีสิ่งไหนน่าทำบ้าง เจียงเสวี่ยอิ๋งมีความรู้เรื่องการทำธุรกิจอา

  • เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s   สำรวจเมืองด้วยกัน 1.1

    สำรวจเมืองด้วยกันตามท้องถนนในเมืองคึกคักไปด้วยผู้คนสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสตามสมัยนิยม บ้างถือถุงผ้าใส่ของ บ้างจูงเด็กเล็กเดินผ่านกันไปมา ร้านค้าสองข้างถนนตั้งเรียงราย มีทั้งร้านขายของชำ ร้านขายอาหาร และร้านตัดเสื้อที่ยังคงใช้จักรเย็บผ้าดั้งเดิมกลิ่นหอมของเกี๊ยวนึ่งและซาลาเปาทอดใหม่ ๆ ลอยมาจากแผงขายอาหารข้างถนน เสียงน้ำมันเดือดดังฉ่า กลบเสียงสนทนาเป็นระยะ คนขายส่งเสียงเรียกลูกค้าอย่างกระตือรือร้น“เกี๊ยวร้อน ๆ ซาลาเปาทอดร้อน ๆ ครับ แค่กล่องละหนึ่งหยวนเท่านั้น!”และที่มุมถนน ตึกของสถานที่ราชการตั้งตระหง่านอย่างเป็นระเบียบ ผนังปูนสีขาวซีด ป้ายประกาศแจ้งข่าวสารประชาชนติดเรียงรายกันอยู่ เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเดินเข้าออกด้วยท่าทางเคร่งขรึมเสียงรถจักรยานส่งเสียงกระดิ่งแหลมคม คนขี่ปั่นอย่างคล่องแคล่วหลบหลีกฝูงชน ส่วนรถบรรทุกขนาดเล็กส่งเสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ในขณะที่แล่นผ่านไปอย่างช้า ๆแม้เมืองนี้ดูจะวุ่นวายแต่กลับมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวาในแบบของตัวเอง เสียงผู้คน เสียงค้าขาย และกลิ่นอาหาร ผสมผสานกันเป็นบทเพลงแห่งชีวิตในยุคนั้นอย่างแท้จริง“น่าตื่นเต้นดีเหมือนกันนะ พี่ไม่เคยสังเกตอะไรแบบนี้เลย ด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status