แชร์

ข้าจำได้แล้ว

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 13:32:57

จ้าวเยี่ยนเจียวอดทนต่อความรังเกียจที่อยากจะสะบัดมือของจ้าวเสวี่ยออกไป การแสดงความรักใคร่ฉันท์พี่น้องครั้งนี้ นับว่าแสดงได้ไม่เลว

นางยื่นมือไปจับมือของจ้าวเสวี่ย ได้เห็นรอยยิ้มที่แสดงออกอย่างดีใจบนใบหน้าเพราะคิดว่านางจะญาติดีด้วย จ้าวเยี่ยนเจียวหัวเราะเยาะในใจ แล้วบีบมือของจ้าวเสวี่ยอย่างแรง

จ้าวเสวี่ยรู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที ร้อง “อ๊า” ออกมาอย่างเจ็บปวด

“โอ้ ขอโทษ ขอโทษ” จ้าวเยี่ยนเจียวแสดงท่าทางเหมือนทำผิดอะไรไป นางรีบปล่อยมือของจ้าวเสวี่ย มองอย่างตื่นตระหนกแล้วพูดว่า “ข้าทำให้เจ็บหรือไม่? ตั้งแต่เด็กข้าก็แรงเยอะ ควบคุมตัวเองไม่ได้ เจ้าไม่เป็นไรนะ?”

ใบหน้าเล็กๆ ของจ้าวเสวี่ยซีดเผือดเพราะความเจ็บ แต่ไม่สามารถแสดงความโกรธออกมาได้ นางจึงพูดด้วยสั่นๆ ว่า “ไม่เป็นไร พี่รองไม่โทษเจ้า เมื่อเทียบกับความยากลำบากที่เจ้าต้องเจอมาหลายปี ความเจ็บแค่นี้ของพี่จะนับว่าเป็นอะไรได้”

“เห็นท่าทางของพี่สาวข้าก็จำได้แล้วจริงๆ ว่าท่านคือพี่รอง คุณหนูรองของตระกูลจ้าว พี่รองยังใจดีเหมือนเดิม ไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็พูดถึงแต่ความดีงามของท่าน” จ้าวเยี่ยนเจียวตั้งใจมองไปทางจ้าวซิ่นก็เห็นว่านางกำลังทำหน้าบูดบึ้ง

ในสายตาของคนนอก คุณหนูที่เอาแต่ใจอย่างจ้าวซิ่นมีดีกว่าจ้าวเสวี่ยแค่ฐานะที่เป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกเท่านั้น “ดีกว่าคนที่เอาแต่พูดว่าตัวเองเป็นคุณหนูของฮูหยินเอกของตระกูลจ้าวตั้งไม่รู้เท่าไหร่”

รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเสวี่ยแทบจะประคองไว้ไม่ได้แล้ว ภาพของจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ในใจนางคือคนโง่ที่แค่ให้ของกินก็มีความสุข ตอนนี้เห็นนางยิ้มอย่างไร้เดียงสา แต่ถ้อยคำที่เอ่ยอออกมาจากปากกลับคมเหมือนมีด มีตรงไหนกันที่โง่งมเหมือนเมื่อก่อน?

คำพูดของจ้าวเยี่ยนเจียวทิ่มแทงใจจ้าวซิ่นจนรู้สึกเจ็บปวด นางไม่สนใจสายตาของคนอื่น ผลักจ้าวเสวี่ยไปอย่างไม่เกรงใจ “เสแสร้ง ทำตัวน่ารังเกียจจริงๆ”

จ้าวเสวี่ยเซถลา สาวใช้ชื่อเสี่ยวฉิงที่อยู่ใกล้ๆ รีบเข้าไปพยุงนางไว้ แล้วมองเฉินมามา[1]ที่ยืนอยู่ด้านหลังจ้าวซิ่น ก่อนจะพูดกับจ้าวเสวี่ยว่า “คุณหนูสามอย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ ที่นี่คนมาก รีบพาจ้าวสี่[2]กลับบ้านก่อนดีกว่า”

เฉินมามาที่อยู่ข้างหลังจ้าวซิ่นเป็นคนรับใช้ที่ฮูหยินเว่ยนำติดตัวมาเป็นสินเดิม เป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเรือนรอง

ตระกูลจ้าวมาถึงรุ่นนี้ ไม่ได้มีลูกหลานมากมายนัก เรือนใหญ่มีบุตรชายบุตรสาวสายตรงและบุตรสาวของอนุอย่างละคน แต่เรือนรองกลับน่าเศร้ากว่า นายท่านรองเสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีบุตรชาย เหลือเพียงแค่บุตรสาวสองคนคือจ้าวซิ่นที่เป็นบุตรสาวฮูหยินเอก และจ้าวเยี่ยนเจียวที่เป็นบุตรสาวของอนุ ฮูหยินเว่ยจึงรักจ้าวซิ่นเหมือนแก้วตาดวงใจ

ถ้าถามว่าคนที่ฮูหยินเว่ยรักมากที่สุดคือใคร แน่นอนว่าคือจ้าวซิ่น แต่คนที่นางเกลียดที่สุดนอกจากฮูหยินรองที่ตายไปแล้วก็คือจ้าวเยี่ยนเจียวบุตรสาวของนาง ตอนที่ไล่จ้าวเยี่ยนเจียวออกจากตระกูลจ้าว ฮูหยินเว่ยใช้ความพยายามไม่น้อย และคิดว่าต่อไปจะไม่ต้องเจอคนอย่างนางอีกตลอดชีวิต แต่ใครจะรู้ คนคำณวน ก็ยังสู้ฟ้าลิขิตไม่ได้[3]

เฉินมามาอดทนต่อความไม่พอใจ เดินเข้าไปพูดว่า “คุณหนูสี่ คุณหนูสามเป็นห่วงท่านจริงๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังขอร้องฮูหยินให้ยอมให้ท่านกลับมาตระกูลจ้าว คุณหนูสี่อย่าทำตัวเป็นคนไม่รู้บุญคุณนักเลยเจ้าค่ะ”

จ้าวเยี่ยนเจียวมองเฉินมามาที่พูดขึ้นมาด้วยสายตาเย็นชา นางจำได้ว่าคนคนนี้เป็นคนรับใช้ที่ติดตามฮูหยินเว่ยมารดาของจ้าวซิ่นมาตั้งแต่เกิด ฮูหยินเว่ยดีกับจ้าวซิ่นทุกอย่าง ตั้งแต่เด็กก็ให้แต่สิ่งที่ดีที่สุดแก่นาง แม้แต่คนรับใช้ก็คัดเลือกมาอย่างดี เพราะมีเฉินมามาอยู่ คนที่ทำงานรับใช้ให้กับจ้าวซิ่นจึงซื่อสัตย์มาก

สายตาของนางจับจ้องไปที่จินจื่อ จินจื่อเข้าใจคำถามที่ไม่ได้เอ่ยปากของคุณหนู นางจึงพยักหน้าเล็กน้อย นางจำคนผู้นี้ได้ คือคนนี้ที่เคยไปสอบถามเรื่องของคุณหนูที่หงเสีย

“ผ่านมาสิบปีแล้ว ตอนนี้มาหาข้าให้กลับไป ต้องการทำอะไร?” จ้าวเยี่ยนเจียวหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มของนางน่ารักมาก แต่คำที่พูดออกมาแต่ละคำกลับเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “ตั้งใจจะขุดหลุมให้ข้ากระโดดลงไป หรือจะให้ข้าไปรับผิดชอบอะไรอีก?”

“คุณหนูสี่ พูดอะไรเช่นนั้น?” เฉินมามาอยู่ในบ้านมาหลายปี เพราะมีฮูหยินเว่ยหนุนหลัง คนรับใช้จึงให้ความเคารพอย่างมาก นางรู้สึกดูถูกคุณหนูที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่คนนี้ “ดูเหมือนว่าคุณหนูสี่จะละเลยกฎเกณฑ์ไปหมดแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่รู้จักกาลเทศะ หลังกลับไปที่จวนจ้าวแล้ว คงต้องเรียนรู้ใหม่ให้ดี อย่าได้ล่วงเกินผู้อาวุโส ทำให้คุณหนูสามที่ขอร้องให้ท่านต้องลำบาก”

แม้จะเป็นแค่คนรับใช้ แต่คำพูดที่ใช้พูดกับนางกลับดูเหมือนกำลังลดตัวลงมา จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มเยาะที่มุมปาก “ไม่ต้องหรอก ความหวังดีของพวกเจ้าข้าคงรับไว้ไม่ได้”

“น้องสี่ แม้ว่าในใจเจ้าจะมีความแค้นอะไร แต่หลายปีมานี้ก็ควรจะปล่อยวางได้แล้ว” จ้าวซิ่นยังไม่ยอมแพ้พยายามโน้มน้าวต่อ “เจ้าก็อายุไม่น้อย ควรจะคิดเรื่องการแต่งงานได้แล้ว การกลับไปที่ตระกูลจ้าวก็เพื่อจะสามารถหาคู่ครองที่ดีให้เจ้าได้”

เมื่อพูดถึงเรื่องการแต่งงานของนาง จ้าวเยี่ยนเจียวก็กะพริบตาแสดงท่าทางงุนงง “แทนที่ท่านจะมาเป็นห่วงข้า ไม่สู้ท่านคิดเรื่องของตัวเองจะดีกว่า เรื่องของข้ามีท่านป้าของข้าจัดการให้ก็พอแล้ว”

“คุณหนูสี่ พูดถึงป้าของท่าน” เฉินมามาพูดด้วยความรังเกียจ “ข้าไปสืบมาแล้ว นางก็แค่คนโง่ที่ทำงานในหงเสียและใช้ชีวิตอยู่ได้ก็เพราะมีผู้อาวุโสคอยดูแล เจ้ายังหวังว่า...”

เพี้ยะ!

เฉินมามายังพูดไม่จบ จ้าวเยี่ยนเจียวก็ตบหน้านางไปแล้ว!

[1] มามา ใช้เรียกคนรับใช้สตรีที่มีอายุ เช่นแม่นม แม่บ้านอาวุโส หรือผู้สอนกิริยามารยาทให้คุณหนู

[2] เป็นการเรียกแบบไม่ให้เกียรติ

[3] ต่อให้วางแผนดีแค่ไหนก็ยังไม่สู้ฟ้าลิขิต

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status