Home / รักโบราณ / เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร / จวนโหวคือหลุมมังกรถ้ำเสือ

Share

จวนโหวคือหลุมมังกรถ้ำเสือ

last update Last Updated: 2026-01-28 11:51:45

ในรถม้า จางเจิ้งเหอรีบให้จินจื่อเอาขนมมาให้จ้าวเยี่ยนเจียวเยอะๆ โดยอ้างว่าจะช่วยให้นางคลายความตกใจ

จ้าวเยี่ยนเจียวมีคำถามมากมายในใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจางเจิ้งเหอรู้ใจนางเสมอ ด้วยการเอาอกเอาใจของเขาและจินจื่อ นางจึงตัดสินใจที่จะกินให้อิ่มก่อน แล้วค่อยถามคำถามคาใจในภายหลัง

หลี่ต้าจ้วงขึ้นมาบนรถม้าถามเบาๆ ว่า “คุณชายรอง จะให้คนพวกนั้นกับคุณชายสามเยว่จริงๆ หรือขอรับ?”

จางเจิ้งเหอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเศษขนมที่มุมปากของจ้าวเยี่ยนเจียว “คุณชายสามเยว่อยากได้ก็ให้ไป พวกเขากล้ามาทำร้ายคนของจวนกั๋วกง ก็อย่าคิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ ถ้าคนพวกนั้นอยากตายก็ปล่อยให้พวกเขาตายไป”

ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาในหยางโจว เขาได้สืบหาหลักฐานความผิดของเว่ยกวงเสียนผู้ตรวจการเกลือมาได้ไม่น้อย เว่ยกวงเสียนอยู่ในตำแหน่งนี้และดูแลเรื่องภาษีเกลือทางใต้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผลประโยชน์จำนวนมหาศาล ก็ยากที่จะรักษาความสุจริตไว้ได้ ถ้าตั้งใจจะสืบก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

พอดีกับที่ฮ่องเต้ต้องการกำจัดอำนาจเขาในหยางโจว อีกทั้งตระกูลเว่ยยังร่วมมือกับเรือนรองเพื่อจะเอาชีวิตเขา เขาจึงฉวยโอกาสนี้ไปที่หยางโจวเพื่อจัดการกับตระกูลเว่ยโดยตรง

ตอนนี้หลักฐานความผิดมีมากมาย แต่พวกเขากลับโง่เขลาถึงขั้นส่งคนมาลอบสังหารตนบนเส้นทางกลับเมืองหลวง โดยไม่สนใจว่าจะมีเยว่ฉีอวิ๋นและฮูหยินสามเดินทางมาด้วย ตระกูลเว่ยจะต้องโชคร้ายอย่างแน่นอน

ด้วยนิสัยของคุณชายสามเยว่ที่ไม่ยอมเสียเปรียบ ย่อมคิดใคร่ครวญแล้ว เมื่อเขากลับไปถึงเมืองหลวงต้องไปหาฮ่องเต้และไทเฮาทันที ถึงเวลานั้นตระกูลเว่ยอาจต้องรับโทษจนถึงขั้นยกครัว

แต่ด้วยความสามารถของตระกูลเว่ย การหาโจรที่มีฝีมือขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แสดงว่านอกจากตระกูลเว่ยแล้ว ยังมีเรือนรองที่ไม่ยอมแพ้ ต้องการจะขัดขวางไม่ให้เขากลับไปที่จวน

จ้าวเยี่ยนเจียวเอาขนมกุ้ยฮวามาจ่อที่ปากของจางเจิ้งเหอ ถึงแม้จะไม่ชอบกินของหวาน แต่ตราบใดที่จ้าวเยี่ยนเจียวป้อนให้ จางเจิ้งเหอก็ยินดีที่จะกินมันทันที

จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มอย่างพึงพอใจ

เขายื่นมือไปบีบแก้มกลมๆ ของนาง การที่เขารีบแต่งงานกับจ้าวเยี่ยนเจียวก็เพราะต้องการพานางออกมาจากตระกูลจ้าว เขาใช้แผนช่วยให้จ้าวเสวี่ยได้แต่งงานกับตระกูลเว่ย ก็เพื่อรอให้ตระกูลจ้าวและตระกูลเว่ยเกี่ยวดองกัน พอถึงตอนนั้นตระกูลจ้าวก็จะติดร่างแหตามไปด้วย เขาต้องการจัดการกับคนที่เคยรังแกนางให้หมดในคราเดียว เจียวเจียวของเขาเชื่อเรื่องเวรกรรม คนชั่วที่เคยรังแกนางต้องได้รับผลกรรม

จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนใจกว้าง นางไม่ได้ยึดติดกับเรื่องที่จางเจิ้งเหอปิดบังเรื่องความสามารถในการต่อสู้ของเขา นางกลับพูดว่า “คุณชายรอง ตอนที่ท่านต่อสู้กับคนท่ามกลางหิมะเมื่อกี้ ดูดีมากเลยเจ้าค่ะ”

จินจื่อและหลี่ต้าจ้วงที่นั่งอยู่ข้างๆ มองหน้ากัน สถานการณ์เมื่อครู่อันตรายมาก มีเพียงคุณหนูของพวกเขาเท่านั้นมีอารมณ์ที่จะชมว่าคุณชายรองดูดีหรือไม่ดี

“ไม่โกรธหรือ?”

“เหตุต้องโกรธ?” นางถามกลับอย่างขำขัน “ข้ามีสามีที่เก่งกาจ ย่อมต้องภูมิใจมากอยู่แล้ว แต่ยิ่งท่านเก่งกาจมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับท่าน”

“เจ้าพูดจาเหลวไหลไร้สาระ”

นางยิ้ม “คนพวกนั้นเป็นใครที่ส่งมาเจ้าคะ?”

“เจ้าทายสิ” เขาไม่ตอบนาง แต่ยิ้มแล้วถามกลับ

จ้าวเยี่ยนเจียวรับชาที่จินจื่อรินมาให้ นางจับถ้วยชาด้วยสองมือ จิบชาไปเพียงเล็กน้อย เงยสายตาขึ้นมองเขาถามว่า “คนจากเรือนรองของจวนโหวหรือเจ้าคะ?”

“น่าจะเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย”

นางวางถ้วยชาลง อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ดูเหมือนว่าจวนโหวจะเป็นหลุมมังกรถ้ำเสือจริงๆ”

ในดวงตาของเขามืดมนลง “กลัวหรือไม่?”

“ไม่กลัวเจ้าค่ะ” นางส่ายหัวโดยไม่คิด “หลังจากไปถึงเมืองหลวงแล้ว ท่านสอนวิชาต่อสู้ให้ข้าด้วยก็แล้วกัน ใครกล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะตีเขาให้ฟันหลุดจนหมดปากไปเลย”

เขายื่นมือออกไปโอบกอดนางไว้ “ได้”

ในดวงตาของเขามีแสงแห่งความยินดีแวบหนึ่ง ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

รถม้าเคลื่อนเข้าสู่เมืองหลวงท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายไม่ขาดสาย

จิตใจของจางเจิ้งเหอสงบนิ่ง มีเพียงแต่ความเป็นห่วงกังวลว่าจ้าวเยี่ยนเจียวจะรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการมาถึงในครั้งนี้

ทันทีที่ลงจากรถม้า จางเจิ้งเหอก็เห็นบ่าวรับใช้กว่าสองร้อยคน คุกเข่าลงกับพื้นรอต้อนรับอยู่หน้าประตูจวน จางเจิ้งเหอขมวดคิ้วกับท่าทางของคนในตระกูลแบบนี้ ตัวเขานั้นไม่แปลกใจ แต่กับจ้าวเยี่ยนเจียว... เขาเหลือบมองนาง กังวลว่านางจะตกใจกับบ่าวรับใช้พวกนี้

สะใภ้เฮ่อ สะใภ้ใหญ่ของเรือนรองนำกลุ่มคนมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนกำลังดูงิ้ว นางวางแผนที่จะข่มขู่เจ้าสาวคนใหม่คนนี้มาตลอด รอคอยที่จะได้เห็นนางตกใจและทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าคนรับใช้

แต่จ้าวเยี่ยนเจียวกลับแสดงท่าทีสง่างาม ยอมรับการคุกเข่าของคนรับใช้โดยไม่ลังเล นางอดสงสัยไม่ได้ว่าข่าวที่ได้รับมานั้นเป็นเรื่องโกหกหรือไม่... ไม่ใช่ว่านางเป็นเด็กสาวบ้านนอกที่เติบโตมาในโรงงิ้วหรอกหรือ เหตุใดถึงมีท่าทางเช่นนี้ได้?

สะใภ้เฮ่อไม่รู้เลยว่าจ้าวเยี่ยนเจียวมองคนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่เป็นเหมือนการแสดงงิ้ว นางก็แค่สวมบทบาทร่วมแสดงจึงไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

“คุณชายรอง คนนั้นคือฮูหยินของจางเสวียนหรือเจ้าคะ?” ระหว่างทางที่จะไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือนซ่งชิง จ้าวเยี่ยนเจียวก็กระซิบถาม

จางเจิ้งเหอพยักหน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status