Beranda / รักโบราณ / เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร / จูเหวินเหอหรือจะสู้เจียวเจียว

Share

จูเหวินเหอหรือจะสู้เจียวเจียว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 10:46:35

จ้าวเยี่ยนเจียวอดไม่ได้ที่จะกลอกตา ท่านป้าของนางใจดีเกินไปแล้ว เดิมทีตั้งใจจะสั่งสอนจูเหวินเหอที่เย่อหยิ่งคนนี้เสียหน่อย แต่ท่านป้ากลับเข้ามาขัดจังหวะ

ครั้งนี้ถือว่าเจ้ารอดตัวไปได้ ฮึ!

เห็นจูเหวินเหอยิ้มหน้าชื่นตาบาน นางก็รู้สึกไม่พอใจ แต่เพราะท่านป้า เด็กสาวที่เป็นคนเชื่อฟังในสายตาของท่านป้ามาตลอดอย่างนาง ย่อมไม่ทำลายภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้ว

นางกลอกตาไปมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ของของท่านป้าก็ควรเก็บไว้ใช้เอง ที่ห้องของข้ายังมีอวี้หรงส่านกับแป้งผัดหน้าอีกห้ากล่อง แล้วก็ชาดทาปากอีกสามตลับที่ภรรยาคนดูแลเป่าชิ่งโหลวสั่งผ่านหมัวมัว ข้าจะลองไปคุยกับเขาดูว่าจะขอยืมมาใช้ก่อนได้หรือไม่ แต่หัวหน้าจู... ถึงแม้จะเป็นพี่น้องก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ท่านเขียนใบเบิกของให้ข้ามาก่อน แล้วข้าจะไปเบิกเงินจากห้องบัญชี”

จูเหวินเหอพยักหน้าพร้อมกับกุมเอวไว้ ตามกฎของคณะงิ้ว การเบิกจ่ายเงินจะต้องใช้ใบเบิกเพื่อไปรับเงินจากห้องบัญชี เขาลงมือเขียนแล้วยื่นให้นางในทันที สำหรับเขาแล้วขอแค่ให้ไป๋เสี่ยวหร่านขึ้นแสดงได้ ที่เหลือก็ไม่สำคัญแล้ว

แต่สุดท้ายคนทำบัญชีถือใบเบิกมาอย่างเร่งรีบ บอกว่าเจียวเจียวต้องการเงินมากกว่าเดิมถึงเท่าตัวจึงจะยอมเอาของออกมาให้ เขาก็โกรธจนฟันแทบหัก จิ้งจอกน้อยตัวนี้ทำเป็นเชื่อฟังแค่ต่อหน้าฉินเยว่เท่านั้น ลับหลังนี่กินคนไม่คายกระดูก[1]ชัดๆ!

“ผู้อาวุโส” จ้าวเยี่ยนเจียวปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดื่มอีกหน่อยเถอะเจ้าค่ะ เมื่อคืนท่านไอหนักมาก วันนี้ท่านป้าตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษเพื่อตุ๋นสิ่งนี้ให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ”

คังหมัวมัวได้ยินดังนั้นก็ดื่มเพิ่มอีกสองสามอึก สายตาของนางจ้องมองดวงตากลมโตบนใบหน้าที่น่ารักเหมือนซาลาเปาของจ้าวเยี่ยนเจียวที่มองมาอย่างน่าสงสาร อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อว่า “เป็นอะไร? อยากดื่มด้วยหรือไง? ไปตักมาดื่มเองสิ คิดว่ายายแก่คนนี้จะหวงไม่ให้เจ้ากินหรืออย่างไร?”

“เจียวเจียวรู้ว่าผู้อาวุโสไม่หวง” จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มอย่างเอาใจ “แต่ข้าต้องเก็บท้องไว้หน่อย วันนี้ด้านหน้าคึกคักมากเจ้าค่ะ ต้องมีคนเอาของอร่อยและเครื่องดื่มมาให้คุณหนูหร่านเยอะแยะแน่นอน”

ในดวงตาของคังหมัวมัวมีรอยยิ้ม “ยายหนูนี่ สนใจแต่เรื่องกิน เมื่อวานได้ยินจูเหวินเหอบอกว่าแป้งของไป๋เสี่ยวหร่านหมดแล้ว เหตุใดไม่เห็นเจ้าเอาไปให้ล่ะ ตั้งใจจะสร้างปัญหาใช่ไหม?”

จ้าวเยี่ยนเจียวรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่อาจปิดบัง และนางก็ไม่ได้คิดที่จะปิดบังอะไร “หัวหน้าจูใหญ่โตนัก อวดดีว่าตัวเองทำได้ทุกอย่าง ดูถูกท่านป้าของข้า ของที่ข้าทำ เขาก็คงจะดูถูกด้วยเช่นกัน ข้าเลยไม่เอาไปให้ เพื่อไม่ให้เขาไม่สบายใจ”

“เป็นอะไร? เขารังแกป้าของเจ้า เจ้าเลยแค้นใจใช่ไหมเล่า?” คังหมัวมัวใช้นิ้วจิ้มจมูกของนาง คำพูดไม่ได้ตำหนิอะไรมากมายนัก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คังหมัวมัวดูแลคณะงิ้วให้คุณชายสามเยว่ในหยางโจว น้ำและดินในหยางโจวเหมาะกับการหล่อเลี้ยงผู้คน สำเนียงและเสียงร้องที่ไพเราะของคนในเมืองนี้ รวมถึงความงดงามของหญิงสาวล้วนดึงดูดใจ การหาคนที่มีพรสวรรค์จึงไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อฝึกฝนได้สองสามปีก็สามารถส่งเข้าเมืองหลวงได้แล้ว

ในหยางโจวมีคลองใหญ่ที่ไหลจากทิศเหนือลงทิศใต้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ดูแลหงเสียที่ตั้งอยู่บนถนนที่คึกคักที่สุดเท่านั้น แต่ยังได้สั่งทำเรือสำราญขนาดใหญ่สองลำ โดยมีเวทีงิ้วที่เชื่อมต่อระหว่างเรือทั้งสองเข้าด้วยกัน แขกที่สามารถขึ้นเรือได้ล้วนแต่เป็นคนร่ำรวยและมีอำนาจมากบารมี

หลังจากดูแลจัดการมาหลายปี คังหมัวมัวก็ใกล้จะห้าสิบปีแล้ว แม้ว่าจะดูแลตัวเองดีและยังคงดูสง่างาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าสังขารไม่เที่ยง พละกำลังไม่เหมือนเดิมแล้ว

วันเวลาที่ล่วงเลยมาได้เห็นผู้คนและเรื่องราวต่างๆ มากมาย หัวใจของคังหมัวมัวก็ไม่ค่อยมีอารมณ์ขึ้นลงอีกแล้ว แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เด็กสาวคนนี้ถูกฉินเยว่พามา เป็นเด็กอ้วนๆ ที่มีใบหน้ากลมๆ เหมือนซาลาเปา ผิวขาว ดวงตากลมโต เมื่อนางยิ้มช่างคล้ายกับตุ๊กตาต้าอาฝู[2] ทำให้รู้สึกถูกชะตาเป็นพิเศษ

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา นางสอนจ้าวเยี่ยนเจียวด้วยตัวเอง เด็กคนนี้เรียนรู้อะไรก็เร็วไปหมด แต่มีข้อเสียอยู่อย่างเดียว คือไม่รู้จักเก็บซ่อนอารมณ์ มีความสุขก็แสดงออกว่ามีความสุข ไม่ชอบก็แสดงออกว่าไม่ชอบ ใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญและไม่เคยทำให้ตัวเองต้องลำบากเสียเปรียบ

เมื่อก่อนตอนที่คังหมัวมัวยังแข็งแรง ยังสามารถปกป้องนางได้บ้าง แต่ในปีที่ผ่านมาเพราะป่วยจนลุกไม่ขึ้น เจ้านายที่เมืองหลวงได้ส่งจูเหวิน

เหอมาช่วยดูแล แม้ว่าคนในหงเสียยังคงให้ความเคารพเช่นเดิม แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว คังหมัวมัวเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

“เจ้าอย่าทำเกินไปนักก็พอ” ประโยคเดียวนี้เหมือนเป็นการมอบใบเบิกทางให้เด็กสาว

แม้คังหมัวมัวจะแก่แล้ว แต่ความสัมพันธ์ของนางกับเจ้านายนั้นไม่ธรรมดา นางทำงานในจวนเยว่มาตั้งแต่คุณชายทั้งสามยังเด็ก พวกเขาล้วนเติบโตมาจากการดูแลของนาง แต่นางไม่เคยนำเรื่องนี้มาโอ้อวด คนที่คิดว่านางแก่แล้วจะต้องถูกเจ้านายทอดทิ้งในไม่ช้า แต่สุดท้ายจะต้องพบกับผิดหวัง

คังหมัวมัวแอบเยาะเย้ยในใจ คนที่คอยประจบสอพลอมีอยู่มากมายในหงเสีย การมอบความจริงใจให้กับคนพวกนั้นมีแต่จะทำร้ายตัวเอง แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง เช่นเด็กสาวตรงหน้าและฉินเยว่ป้าของนางที่ทำแต่งานของตัวเองอย่างเต็มที่

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ผู้อาวุโส” นางยิ้มอย่างอ่อนหวาน

จ้าวเยี่ยนเจียวได้ยินเสียงที่ด้านหน้าก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา “ผู้อาวุโส เดี๋ยวข้าออกไปข้างนอกก่อน แล้วจะเอาของอร่อยๆ มาให้ทีหลังนะเจ้าคะ”

คังหมัวมัวไม่ห้าม มองดูนางกระโดดออกไปอย่างรวดเร็ว สายตามองเห็นแผ่นหลังกลมๆ ของนาง ก็รู้สึกปวดหัวเล็กน้อย

[1] เจ้าเล่ห์ร้ายกาจ และฉวยโอกาสเอาเปรียบ (กอบโกยเงิน) อย่างโหดเหี้ยม

[2] เป็นตุ๊กตาเด็กนำโชคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่ซูโจว (มณฑลเจียงซู) มาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นรูปเด็กชายตัวอ้วนท้วน ใบหน้ากลม มักทำเป็นรูปนั่งหรือยืน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status