แชร์

เพื่อของกิน

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 10:47:06

แม้ว่าจะส่งครูฝึกของหงเสียไปช่วยเด็กสาวฝึกร่างกายตั้งแต่เช้ามืด แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะได้พละกำลังและวิชาไปบ้าง แต่รูปร่างก็ยังคงหนาอยู่ดี นางดูแลคณะงิ้วมาหลายปี นักแสดงหญิงที่อยู่ภายใต้การดูแลของนางแต่ละคนมีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ดังนั้นในใจก็คิดว่าถึงเวลาที่จะให้เด็กสาวตัวน้อยของนางควบคุมความอยากอาหารได้แล้ว

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู!” เมื่อเห็นเจียวเจียวออกมา สาวใช้คนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น พูดว่า “เมื่อกี้ข้าได้ยินจินจื่อบอกว่ามีคนเอาขนมดอกบัวชิ้นใหญ่มาให้คุณหนูหร่าน ไม่รู้ว่าทำอย่างไร แต่แต่ละชิ้นเหมือนดอกบัวจริงๆ สวยงามมากเลยเจ้าค่ะ คุณหนูหร่านกินไปชิ้นหนึ่งแล้วบอกว่าข้างในเป็นไส้ถั่วแดง รสชาติต้องดีมากแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ”

เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวได้ยินก็น้ำลายไหลทันที นางเร่งฝีเท้ารีบเดินไปข้างหน้า

คังหมัวมัวดีกับจ้าวเยี่ยนเจียวมากจริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่นางเข้ามาในคณะงิ้ว คังหมัวมัวก็พานางไปอยู่ด้วย อีกทั้งในตอนนั้นกำลังมีการซื้อคนเข้ามาในหงเสีย นางถูกใจพี่น้องคู่หนึ่ง บิดาของพี่น้องคู่นี้ชอบดื่มและเล่นการพนัน ตั้งใจจะขายบุตรสาวเข้าคณะงิ้ว พี่น้องทั้งสองแม้จะหน้าตาดี แต่ยังห่างไกลจากนักแสดงชื่อดัง ควรจะไล่กลับไป แต่เพราะอยากให้จ้าวเยี่ยนเจียวมีคนดูแล มีสาวใช้ส่วนตัวที่คอยห่วงใย นางจึงเก็บพี่น้องคู่นี้ไว้และให้พวกนางอยู่กับจ้าวเยี่ยนเจียว

“หยินจื่อ จินจื่อนอกจากขนมดอกบัวแล้ว มีอย่างอื่นอีกไหม?” ระหว่างเดิน จ้าวเยี่ยนเจียวถามสาวใช้ที่อยู่ข้างกาย

ตอนที่หยินจื่อกับจินจื่อเข้ามาในหงเสีย อายุเพียงแค่สี่ขวบกับห้าขวบเท่านั้น พูดก็ยังไม่ค่อยชัด ผอมจนเหลือแต่กระดูก ผู้อาวุโสมอบพี่น้องทั้งสองให้นาง บอกว่าเด็กสองคนนี้คือสาวใช้ส่วนตัวของนาง

ตอนที่นางอยู่ในตระกูลจ้าว แม้จะมีตำแหน่งเป็นคุณหนู มีสาวใช้คอยดูแล แต่ก็ไม่มีใครเห็นนางอยู่ในสายตา นางจึงไม่รู้สึกว่ามีสาวใช้ดีอย่างไร แต่ตอนนั้นพี่น้องทั้งสองคนยังเด็กและผอมมาก ถ้านางไม่รับไว้ ก็ไม่รู้ว่าพวกนางจะถูกขายไปที่ไหนต่อ สุดท้ายก็ใจอ่อนและรับพวกนางเอาไว้

ผู้อาวุโสตัดสินใจให้นางเปลี่ยนชื่อให้พี่น้องทั้งสองคน เพราะนางชอบกิน ตอนแรกจึงคิดจะตั้งชื่อว่าจ้งจื่อ[1] กับเปาจื่อ[2] แต่พี่น้องทั้งสองทำหน้าเบ้จะร้องไห้ เหมือนพวกนางไม่ค่อยชอบชื่อนี้เท่าไหร่ นางก็เลยเปลี่ยนใจ

อย่างไรเสียถึงแม้นางจะชอบกินแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากกินสาวใช้อยู่ดี สุดท้ายก็ตัดสินใจตั้งชื่อว่าจินจื่อ[3]กับหยินจื่อ[4]เหตุผลง่ายๆ ของนางก็คือทองและเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนรัก สาวใช้ของนางก็ต้องเป็นที่รักของทุกคนเช่นกัน

ตอนที่คังหมัวมัวได้ยินชื่อทั้งสองนี้ นางซึ่งมักจะทำหน้าบึ้งตึงต่อหน้าคนอื่นก็แทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้

ทั้งสองชื่อนี้ฟังดูแปลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าจำง่ายมาก คนในหงเสียทั้งข้างในและข้างนอก ต่างรู้จักพี่น้องจินจื่อและหยินจื่อ

“จินจื่อบอกว่ายังมีลูกชิ้นแปดเซียนทอดของเป่าชิ่งโหลวด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูหร่านรู้สึกว่ามันมันเยิ้มไปหน่อยเลยไม่ยอมแตะต้อง”

จ้าวเยี่ยนเจียวได้ยินแล้วก็รู้สึกพอใจ คุณหนูหร่านไม่กิน ในที่สุดก็จะเป็นของนางทั้งหมด

ตอนที่พบกับไป๋เสี่ยวหร่านครั้งแรก นางเป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุเจ็ดขวบ แต่ใบหน้าที่งดงามทำให้สามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาในอนาคตได้รางๆ

ไม่กี่ปีต่อมา ไป๋เสี่ยวหร่านกลายเป็นนักแสดงหญิงยอดนิยมของ

หงเสีย มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหยางโจว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่อ่อนหวานเย้ายวน เมื่อยืนอยู่บนเวทีงิ้ว เพียงแค่ยกมือ ขยับเท้า ก็ทำให้เหล่าขุนนาง คุณชาย คุณนายและคุณหนูหลงใหล ทุกครั้งที่นางขึ้นแสดง หงเสียเต็มไปด้วยผู้ชม และไม่เคยมีที่นั่งว่าง

เพียงแต่เมื่อมีชื่อเสียงแล้ว ไป๋เสี่ยวหร่านเริ่มหยิ่งผยอง หลายคนพูดจาเหน็บแนมนินทานางลับหลัง แต่ในบรรดาคนที่พูดจาไร้สาระเหล่านั้น กลับไม่มีจ้าวเยี่ยนเจียว

เพราะจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนตะกละมาตั้งแต่เด็ก ตราบใดที่มีของกิน นางก็จะกลายเป็นคนที่พูดคุยง่ายทันที ไป๋เสี่ยวหร่านไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหาร มีคนมอบของให้นางอยู่บ่อยๆ นางไม่ชอบกิน ก็ยกให้จ้าวเยี่ยนเจียวไปทั้งหมด เพียงเพราะเรื่อง ‘กิน’ เรื่องเดียว จ้าวเยี่ยนเจียวก็อยากให้ไป๋เสี่ยวหร่านมีชื่อเสียงมากขึ้น อยากให้คนดูงิ้วรักนางมากขึ้นอีกเป็นร้อยเท่าพันเท่า

“คุณหนูหร่าน” ด้านหน้าเวทีคึกคัก ส่วนหลังเวทีก็วุ่นวายกับการเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้า จ้าวเยี่ยนเจียวเดินเข้ามาอย่างคุ้นเคย แล้วนั่งลงข้างไป๋เสี่ยวหร่าน

ทันทีที่นั่งลง ก็ได้กลิ่นขนมที่วางอยู่ข้างๆ ไป๋เสี่ยวหร่าน

“รู้เลยว่าจอมตะกละอย่างเจ้าได้กลิ่นแล้วจะต้องมาหา”

ไป๋เสี่ยวหร่านมองนางด้วยดวงตาหงส์ที่มีเสน่ห์ แล้วพ่นลมถอนหายใจเบาๆ “อยากกินก็เอาไปทั้งหมด แต่...ต้องตามกติกานะ”

จ้าวเยี่ยนเจียวรีบเอาของในแขนเสื้อออกมาแล้ววางไว้หน้ากระจกของไป๋เสี่ยวหร่าน

ไป๋เสี่ยวหร่านมองดูตลับกระเบื้องเล็กๆ ที่ดูไม่สะดุดตา แล้วเปิดมันออกราวกับว่าได้สมบัติล้ำค่า ข้างในเป็นชาดทาปากสีแดงสด เมื่อทาบนริมฝีปากก็เปล่งประกายเย้ายวน และยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้จางๆ อีกด้วย

“เด็กคนนี้ ของดีๆ เก็บงำไว้หมด ถ้าข้าไม่มีของกินมาแลก เจ้าก็ไม่คิดเอาออกมาให้ เมื่อสองสามวันก่อนข้าแกล้งหัวหน้าจูให้เขาไปหาเจ้า เจ้าได้ถือโอกาสเอาคืนบ้างหรือไม่?”

“คุณหนูหร่าน ข้าจะกล้าได้อย่างไร เขาเป็นถึงผู้ดูแลเชียวนะ”

ไป๋เสี่ยวหร่านหัวเราะ มองดูจ้าวเยี่ยนเจียวที่ยิ้มอย่างใสซื่อ

จ้าวเยี่ยนเจียวแลมองไปที่หยินจื่อที่อยู่ข้างๆ หยินจื่อก็รีบเดินไปหยิบอาหารทั้งหมดออกไปอย่างไม่เกรงใจ

“ไม่ใช่ข้าจะว่าอะไรนะ” ไป๋เสี่ยวหร่านทาชาดแล้วมองตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ อดไม่ได้ที่จะเตือน “เจ้าก็โตแล้ว อย่าเอาแต่สนใจเรื่องกินอย่างเดียวนักเล่า ถึงหัวหน้าจูจะต้องการของจากเจ้า แม้เจ้าจะไม่พอใจ แต่ก็ควรให้ไปบ้าง อย่างไรเขาก็มาจากเมืองหลวง ไม่ควรไปล่วงเกินเขา”

“ข้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร” จ้าวเยี่ยนเจียวพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย

“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากพูดมากแล้ว เจ้าคิดดูดีๆ เองก็แล้วกัน ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ”

ไป๋เสี่ยวหร่านขยิบตาแล้วกระซิบว่า “ข้าสังเกตว่าหัวหน้าจูดูเหมือนจะไม่ค่อยสบาย เมื่อกี้เห็นเขาจับเอวอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าปวดเอวหรือเปล่า ดังนั้นเจ้าก็อย่าไปหาเรื่องเขาอีกเลย เดี๋ยวจะทำให้ตัวเองไม่สบายใจเปล่าๆ”

“ข้ารู้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวรู้ว่าไป๋เสี่ยวหร่านเป็นห่วงนาง อดไม่ได้ที่จะจูบแก้มสาวงามเบาๆ

ไป๋เสี่ยวหร่านตกใจ “เจ้านี่! ทำให้เครื่องสำอางของข้าเลอะหมดแล้ว”

“ใครใช้ให้คุณหนูหร่านงดงามขนาดนี้ล่ะ ทำให้ข้าอดใจไม่ไหว ผิวหน้าเนียนนุ่มขนาดนี้ คงจะใช้อวี้หรงส่านที่ข้าให้ไปไม่น้อยเลยสินะ?”

“ใช่สิ! ต้องอาศัยของของเจ้ามาดูแลผิวพรรณของข้า เจ้าคนไม่เอาไหน รีบไปได้แล้ว!” ไป๋เสี่ยวหร่านพูดอย่างจนใจ

เป้าหมายของจ้าวเยี่ยนเจียวคืออาหาร เมื่อได้ของแล้วนางก็ไม่อยากอยู่ต่อ โบกมือลา แล้วรับอาหารจากหยินจื่อ สั่งให้หยินจื่อไปตามจินจื่อกลับมาที่ลานเรือน แล้วเตรียมชงน้ำชาหนึ่งกาเพื่อเพลิดเพลินกับอาหารกับสาวใช้ทั้งสองคน

[1] บ๊ะจ่าง

[2] ซาลาเปา

[3] 金 (jīn) ตัวอักษรจีนตัวนี้หมายถึง ทองคำ

[4] 银 (yín) ตัวอักษรจีนตัวนี้หมายถึง เงิน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status