Share

บทที่ ๕. คู่หมั้นที่เป็นเพื่อนสาว

last update Tanggal publikasi: 2025-02-13 10:30:49

ไม่คาดคิดว่าแม่หญิงคู่หมั้นคู่หมายจะมีนิสัยแปลกไป แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนในยุคนี้ราวกับเธอเป็นคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก ไม่หนำซ้ำยังกอดแขนกอดคอเรียกเขาว่าเพื่อนและสาวได้หน้าตาเฉยทั้งที่เธออายุน้อยกว่าเขาหลายขวบปี ตอนแรกยังว่าเขาแก่อยู่เลยอยู่ๆก็มาเป็นเพื่อนเสียอย่างนั้น

“หึ....” ออกพระรามแอบมองพริกแกงที่กำลังทำท่าทางประหลาดอยู่แถวๆท่าน้ำหลังจากที่เจรจาต่อรองกันเสร็จเรียบร้อยในเรื่องที่เขาไม่เข้าใจภาษาแต่ก็พอเข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อถึง ในสายตาของพริกแกงตอนนี้เขาเป็นพวกบันเดาะนอกรีตที่ครอบครัวไม่ยอมรับและปกปิดตัวเองไว้ แถมเจ้าหล่อนยังยอมรับได้ช่วยแต่งงานปกปิด

“นี่มันเรื่องวิปริตกระไรกันหนอ” พูดไปมองท่าทางของหญิงสาวไปและยิ้มออกมา

“มองดูอะไรรึพ่อราม” ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาหาลูกชายตัวเองทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหยงรีบหันกลับไปทางต้นเสียงทันทีพร้อมกับเอาตัวเองบังหน้าต่างไว้

“ดึกดื่นป่านนี้เจ้าคุณแม่ออกมาพบลูกด้วยเรื่องอันใดกันขอรับ?”

“เรื่องแม่พริก”

“ทำไมรึขอรับ?”

“บ่าวไพร่ลือกันให้ทั่วว่าแม่พริกโดนพิษจนวิปลาส แม่เห็นเป็นจริงดังบ่าวไพร่ว่า”

“งั้นรือขอรับ...” ตอบเพียงแค่นั้นเพราะคิดว่าจริงอย่างที่คนอื่นว่า

จากการพูดจาท่าทางกริยาต่างๆมันแตกต่างออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องกริยามารยาทของแม่หญิงพริกแกงที่เมืองละโว้จากที่สืบเสาะมา ถึงอย่างนั้นมันก็แปลกไปจากที่ได้ยินมาเสียหน่อย เรื่องที่เคยได้ยินว่าชอบชม้อยชม้ายชายตายั่วยวนชายทุกผู้ไม่สงวนท่าทีทุกตัวคนนั่นยังไม่ทันได้เห็นเป็นจริงดังเขาเล่าอ้างกันมา  

“ไตร่ตรองแล้วก็สงสารนางหนาพ่อราม”

“..ขอรับ..”

“หากนางมิได้เดินทางมายังเรือนเราที่อยุธยาคงจักมิต้องประสบพบเจอเรื่อง”

“ลูกผิดเองขอรับเจ้าคุณแม่”

“แม่มิได้หมายว่าอย่างนั้น...แม่รู้สาแก่ใจดีว่าพ่อรามมีใจให้แม่เดือนแรม”

“ขอรับ?...เอ่อ..”

“แต่ถึงกระนั้นแม่พริกก็เป็นคู่หมายของพ่อรามนะลูก แม่อยากให้พ่อไตร่ตรองดูเสียหน่อย”

“......”

“หักใจจากแม่เดือนแรมเสีย จักมิได้เสียสัตย์ที่เจ้าคุณพ่อให้กับเพื่อนไว้และเรื่องจักมิได้บานปลายเกินกว่าจักแก้ได้”

“ลูกยังพอมีเวลาขอรับ...ขอลูกทำงานราชนี้สำเร็จก่อนลูกจักให้คำตอบขอรับ”

เมื่อคุณหญิงซ่อนกลิ่นได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะเข้าไปจับแขนแกร่งของลูกชายแล้วพยักหน้ารับที่อย่างน้อยลูกชายของตนก็ยังฟังตนและที่เขาจะลองคิดเรื่องของพริกแกงอยู่บ้าง

“ดึกมากแล้วขอรับ เจ้าคุณแม่เข้าเรือนเถิด...ประเดี๋ยวจักป่วยเพราะน้ำค้างเอาได้” พูดพร้อมประคองผู้เป็นแม่เดินไปยังหน้าห้องก่อนจะรอส่งจนคุณหญิงซ่อนกลิ่นเข้าห้องปิดประตูไป จะเหลือก็แต่คู่หมั้นคู่หมายของเขานั่นแหละที่ยังไม่ยอมขึ้นเรือนเสียที

ออกพระรามจึงเดินลงไปอีกครั้งก็เห็นพริกแกงกำลังโยกย้ายส่ายเอวหัวเราะคิกคักกับบ่าวของตน เขาจึงชะงักแล้วรีบหันหลังให้เธอทันทีด้วยความเขินอายกับท่าทางที่ดูยั่วยวนนั้นของเธอ

“อะฮึ่ม! ดึกมากแล้วหนาออเจ้า ทำท่าทีประหลาดยั่วยวนผีสางอยู่รือ มิอายฟ้าอายดินอายข้าบ้างเลยรือ?”

“อ้าว จะอายทำไมในเมื่อคุณออกพระไม่ได้มีความรู้สึกกับเรือนร่างผู้หญิง ‘สวย’ อย่างข้านี่เจ้าคะ”

“แม่หญิงอย่าเอ็ดไปเจ้าค่ะ! ประเดี๋ยวผู้ใดจะมาได้ยินเข้ามันจักเสียท่านออกพระ” บ่าวทั้งสามพูดห้ามปรามพร้อมกัน

“ถึงกระนั้น...”

“ต่อให้ข้า...” พูดแทรกขึ้นพร้อมกับเดินไปใกล้ร่างกำยำกรีดกรายปลายนิ้วที่ไหล่แกร่งเดินนวยนาดสะบัดบั้นท้ายไปตรงหน้าเขาก่อนจะไล่ปลายนิ้วลงมายังอกกำยำนั้นและเลื่อนลงมาเรื่อยๆพร้อมกับสายตาหวานหยาดเยิ้ม

“จะยั่วๆบดๆคุณออกพระแค่ไหนก็ไม่เห็นเป็น...” พูดแล้วก็ส่ายเอวไปมายั่วยวนคนตรงหน้า

หมับ!!

มือหนาคว้าข้อมืออวบของเธอไว้แน่นทั้งที่เธอยังพูดไม่จบ สายตาดูดุดันจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นด้วยความอายแต่เก็บอาการ...และพยายามข่มใจชายแท้ที่ซ่อนอยู่เอาไว้

“จริงดังออเจ้าว่า แต่...” หันกลับมาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จ้องมองเข้าไปในดวงตานั้น คราวนี้คนที่เอี้ยวเอนตัวหลบเห็นทีจะเป็นเธอไปเสียแล้ว พริกแกงจ้องมองเขานิ่งสายตาอดใจสำรวจใบหน้าหล่อคมหวานนั้นไม่ได้ราวกับโดนมนต์สะกด..

“มิเห็นควรที่ออเจ้าจักมายั่วยวนข้าเช่นนี้...”

“เอ่อ....”

“เพราะถึงอย่างไรร่างกายข้าก็เป็นชาย พวกบันเฑาะก์พึงใจชายก็หาต้านอารมณ์ที่ถูกยั่วยวนได้ไม่ มิว่าหญิงรือชาย”

“......” พริกแกงถึงกับเงียบจ้องมองเขาค้าง ที่ค้างเพราะเธอไม่เข้าใจคำว่าบันเฑาะก์มันคือตัวอะไร ถึงได้นิ่งและต่อล้อต่อเถียงเขาไม่ได้ ออกพระรามรูปงามยกยิ้มขึ้นก่อนจะยอมปล่อยมือเธอ

“กลัวรึ? ข้าเพียงแค่ล้อออเจ้าเล่นอย่าได้กลัวไป”

“โธ่! เจเจ๊!”

“เจเจ๊? มันคืออันใด? มันมีชีวิตรือไม่?”

“เจเจ๊ หมายถึงพี่สาว ข้าจะใช้เรียกผู้ชายที่มีใจเป็นหญิงหรือรักกับผู้ชายด้วยกันที่อายุมากกว่าว่าเจเจ๊"

“ออเจ้าหมายความกระไร ข้ามิเห็นจักรู้ความ”

“ชายที่มีใจรักชายเจ้าค่ะ ชายที่ไม่สนใจเรือนร่างผู้หญิง”

“กระนั้นรึ” พยักหน้าเข้าใจแม้คิ้วยังคงขมวดแน่นด้วยความงุนงง

...เจเจ๊ก็เจเจ๊ว่ะ อ้ายรามเอ๋ย! มันคือตัวกระไรก็ช่าง....

ออกพระรามได้แต่คิดในใจยอมไปก่อนเดี๋ยวไม่อย่างนั้นจะเสียการใหญ่ ยังไม่รู้เลยว่าออกหลวงคนไหนเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ ถ้าความรั่วไหลว่าเขาไม่ใช่พวกบันเฑาะก์จะเข้าไปในโรงน้ำชานนั้นไม่ได้แล้วจะสืบไม่ได้เรื่อง ยังไงช่วงนี้เขาก็ต้องไปไหนมาไหนกับจหมื่นสุนทรเป็นหลักอยู่แล้วเพื่อให้เห็นว่าสนิทสนมกันมากเพียงใด แม้จะไม่อาจโจ่งแจ้งได้แต่พวกบันเฑาะก์ด้วยกันจักมองออก

“ว่าแต่...บัน..เฑาะก์ คืออะไรหรือเจ้าคะ?”

“ถามอ้ายอีพวกนี้เอาเองเถิด ข้ากระดากที่จักตอบ” พูดจบก็เดินขั้นเรือนไป...

“อ้าว นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป อะไรของเจเจ๊วะ?” พริกแกงเกาหัวมองตามหลังออกพระรามไป ก่อนจะหันไปหาบ่าวทั้งสามที่นั่งหลบสายตาเธออยู่

“บันเฑาะก์คืออะไร?” นั่งลงหยองถามบ่าวคนสนิททั้งสามอย่างไม่ถือตัว บ่าวทั้งสามกระอึกกระอักที่จะตอบก่อนที่สาลี่จะเป็นคนพูดออกมาเพราะสายตาคาดคั้นของหญิงผู้เป็นเจ้านาย

“บันเฑาะก์คือ...เอ่อ...ชายผู้มีกามราคะมากเจ้าค่ะ”

“ฮะ?...แล้ว?”

“ชายผู้มีกามราคะมากล่อลวงชายด้วยกันประพฤตินอกรีต...” จันเอ่ยเสริม

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง”

“แต่มิเป็นที่ยอมรับได้เจ้าค่ะ จักพูดบันเฑาะก์ไปทั่วมิได้ จักหมายว่าด่าทอชายผู้นั้นด้วยเจ้าค่ะมิสมควร”สาลี่เอ่ยต่อ

“ให้ผู้ใดรู้ก็มิได้เจ้าค่ะ เสียชื่อถือว่าอัปมงคลจักพาลทำให้คนในเรือนเสียตำแหน่ง โทษหนักถึงตายเจ้าค่ะ” แจ่มพูดขึ้นด้วยท่าทีหวาดหวั่น เพราะอย่างนี้พวกบ่าวถึงได้หันหลังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะยังไงออกพระรามก็เป็นผู้มีพระคุณของบ่าวและทาสที่เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำไถ่ชีวิตมาให้ทำงานในบ้านไม่ต้องไปขายแรงงานเป็นทาสชาติอื่น..

“น่าสงสารจัง...ไม่เห็นเหมือนอีกสามร้อยกว่าปีข้างหน้าเลย...แล้วอย่างนี้จะรักกันได้ยังไงล่ะ” พูดไปพร้อมกับทำหน้าสลดนึกสงสารออกพระที่เธอเรียกว่าเจเจ๊ขึ้นมาทันที ตำแหน่งก็ใหญ่โตแต่ต้องมาแอบรักกับชายที่รักแบบหลบๆซ่อนๆ มิน่าละถึงได้ประวิงเวลาไม่แต่งงานสักที

“ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วขึ้นเรือนเถิดเจ้าค่ะแม่หญิง” จันพูดขึ้นด้วยท่าทีเป็นห่วง

“ประเดี๋ยวดึกดื่นมากกว่านี้แล้วจักป่วยไข้เอาได้เจ้าค่ะ” แจ่มเอ่ยต่อ

พริกแกงพยักหน้าก่อนจะเดินนำพวกบ่าวทั้งสามไปที่ห้องหรือที่พวกคุณๆเขาเรียกว่าเรือนหอนอน เพื่อที่จะเตรียมตัวไปอาบน้ำอาบท่าหลังจากออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว แม้จะหิวแต่เธอก็มีความอดทนมากพอที่จะไม่กินมื้อดึก การเปลี่ยนแปลงไปทั้งลักษณะนิสัยการกินและนิสัยอื่นๆของแม่หญิง ทำให้พวกบ่าวที่ตามรับใช้ค่อนข้างที่จะเป็นห่วงไม่น้อย จะว่าดีก็ดีจะว่าไม่ดีก็ตรงที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองนี่แหละนี่น่าเป็นห่วง

“ฮัดชิ้ว!!”

หลังจากที่จัดการอาบน้ำเสร็จท่ามกลางอากาศที่เย็นลงในยามค่ำคืนดึกดื่น พริกแกงก็ได้แต่กอดตัวเองกับผ้าคลุมไหล่ผืนบางแล้วรีบวิ่งเข้าห้องก่อนพวกบ่าวเสียอีก เล่นเอาบ่าวทั้งสามวิ่งตามแทบไม่ทัน

...สมัยก่อนทำไมหนาวขนาดนี้วะ ไม่ใช่ว่ามีฤดูร้อน ร้อนมาก ร้อนโคตรๆเหมือนสมัยเราเหรอเนี่ย...

เมื่อลองคิดเปรียบเทียบกันแล้ว ในโลกปัจจุบันหน้าหนาวมาเยือนแค่สองสามวันเท่านั้นนอกนั้นร้อนจนแทบอยู่ไม่ได้ แต่ยุคสมัยโบราณนั้นไม่ว่าฤดูไหนอากาศตอนกลางคืนจะเย็น อาจจะเป็นเพราะว่าต้นไม้ใบหน้าเยอะกว่าปัจจุบัน ไม่ว่าเจ้าขุนมูลนายตำแหน่งไหน ต่างก็มีที่นาไว้ปลูกข้าว พืชผักซะส่วนใหญ่ รอบบ้านจะมีแต่ดอกไม้ใบหญ้านาข้าวนาบัว

“ปกติพวกพี่นอนที่ไหน?”

“พวกบ่าวจักนอนอยู่หน้าเรือนแม่หญิงเจ้าค่ะ เกิดเหตุกระไรขึ้นแม่หญิงเรียกบ่าวได้ตลอดเลยเจ้าค่ะ” สาลี่ตอบ

“จะเกิดเหตุอะไรล่ะ บ้านนี้ก็เป็นถึงบ้านท่านออกญาไม่ใช่เหรอ? ใครมันจะกล้าเข้ามาเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งล่ะ”

“จริงดังแม่หญิงว่าเจ้าค่ะ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีโจรเก่งกล้าอยู่มิน้อยเลย” จันพูดขึ้นเสียงแผ่วราวกับกลัวใครที่ไหนจะมาได้ยิน พริกแกงก็ได้แต่พยักหน้ารอให้พวกบ่าวแต่งตัวให้แล้วเสร็จก็ลุกพรวดขึ้นเปิดประตูห้องเดินออกไปทันที

“แม่หญิง! แม่หญิงจักไปที่ใดรือเจ้าคะ?!” แจ่มทักท้วงขึ้นอย่างหน้าตาตื่น

“ข้าว่าจะไปคุยกับคุณออกพระหน่อย”

“มิได้เจ้าค่ะ มิงาม...เป็นหญิงเป็นนางจักไปเคาะห้องชายได้อย่างไร” สาลี่พูดขึ้นหน้าตาตื่นรีบลุกเดินไปนั่งขวางทางข้างหน้าแม่หญิงของตนทันทีด้วยสีหน้าจะร้องไห้ ก่อนที่บ่าวอีกสองคนจะเดินมาขวางทางด้วยอีกแรง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๔๕. จุดจบ

    พริกแกงเริ่มเล่าที่มาของเธอว่าเธอนั้นมาจากอนาคตอีกสี่ร้อยปีข้างหน้า เพื่อมาแก้ไขไม่ให้ตัวเองอายุสั้นและการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินนั้นมันเป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปฝืนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีผลต่ออนาคต ทุกคนนั่งฟังอย่างตั้งใจด้วยสีหน้าเหลือเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ เนื่องจากเธอไม่เหมือนคนอื่นๆ หลายอย่างจากที่ผ่านมา“ต่อไปกาลข้างหน้า จักมีผู้เก่งกาจกอบกู้เมืองสยามแล้วไปตั้งเมืองหลวงที่อื่นรือ?” พริกแกงพยักหน้าให้กับคำถามของจหมื่นพันแสง“นานรือไม่ กว่าจักกอบกู้เมืองได้?” พระยารามเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้“เจ็ด...” พริกแกงนำหน้าครุ่นคิด“เจ็ดปีเทียวรือ” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน พริกแกงส่ายหน้าไปมาก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ จากที่เธอเคยอ่านมา“เจ็ดเดือนเจ้าค่ะ”“เก่งประมาณนั้นเทียวรือ”“เก่งมากเลยล่ะเจ้าค่ะ...ไม่อย่างนั้นไทยก็คงไม่เป็นไทจนชั่วลูกชั่วหลาน” เมื่อได้ฟังอย่างนั้นทุกคนก็ยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ ความรักชาติบ้านเมืองของชาวกรุงเก่านั้นเข้มขลังจนเธอรู้สึกขนลุกอีกครั้ง

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๔๔. ปมที่ต้องแก้ไข

    “แม่พริก...เป็นกระไรไปรือ? ตั้งแต่พี่กลับมาออเจ้าก็มิร่าเริงเลยหนา” พระยารามเอ่ยถามพริกแกงหลังจากที่เขาเปลี่ยนผลัดผ้าเรียบร้อย เพราะเธอไม่เข้าไปใกล้เขาเลยตอนแต่งชุดนักรบ พริกแกงหันมองหน้าเขาด้วยใบหน้าที่ดูหวาดกลัว“คุณพี่...จำที่เคยสัญญากับข้าได้ไหมเจ้าคะ?” พริกแกงเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูเป็นกังวล พระยารามยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู“พี่จำได้แม่น...พี่มิได้มีเมียเล็กเมียน้อยดอกหนา ไปถึงสุโขทัยมิได้เข้าหอชำเรา มิได้แตะเนื้อต้องตัวหญิงใด”“ไม่ใช่เรื่องนั้นเจ้าค่ะ”“ออ...มิว่าจะเกิดกระไรขึ้น...” เขาเงียบไปครู่หนึ่งหลุบสายตามองพริกแกงที่รอฟังอย่างคาดหวัง พระยารามจึงดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยนเธอแล้วเอ่ยขึ้น“พี่ก็จักมิมีวันฟันคอออเจ้าผู้ที่เป็นเมียพี่” เขาพูดขึ้น ตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงนิ่งอึ้งค้างท่าทางเหมือนกลัวขนาดนั้นเมื่อตอนเห็นเขากลับมาพร้อมเครื่องราชย์เหล่านั้น“แล้วทำไมถึงเอาของพวกนั้นมาไว้ที่เรือนตัวเองล่ะเจ้าคะ? ไม่ใช่ว่าต้อง

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๔๓. สุขสมอารมณ์หมาย

    อดทนมาหลายวัน แอบเมียงมองว่าที่ภริยาของตนเตรียมตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือนอย่างห่วงๆ แต่กลับทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเธอกลับเป็นแม่บ้านแม่เรือนกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก ก่อนจะถึงวันแต่งงานเขาก็ได้ทำตามที่ใจของพริกแกงที่ได้ตั้งใจไว้เรื่องรับบ่าวเมื่อเข้าวังไปรับงานราชก็ทูลขอขุนหลวงเรื่องบ่าวของออกหลวงมโนสรที่ถูกชำเราให้ละเว้นโทษ และรับมาเลี้ยงดูเป็นบ่าวในเรือนของตน ขุนหลวงเห็นว่าออกพระรามมีผลงานดีงามและใกล้จะแต่งงานจึงได้ยอมยกบ่าวของออกหลวงให้ตามที่ทูลขอ อ้ายผาและพวกพ้องจึงเข้ามาทำงานในเรือนของออกพระรามและรับใช้อย่างซื่อสัตย์วันแต่งงานก็ผ่านไปได้ด้วยดี แม้พริกแกงจะทำตัวแก่นแก้วเต้นกลางงานแต่ก็พาคนอื่นๆ สนุกสนานไปด้วย เมื่อแต่งงานแล้วออกพระรามและพริกแกงก็ต้องหาที่ปลูกเรือนแยก ในบริเวณที่ดินใกล้เรือนพ่อแม่ของออกพระรามนั่นแหละ ไม่ได้ไกลกันนัก..ส่วนเรื่องของแม่เดือนแรมเห็นทีจะยอมพ่ายแพ้ไปเสียแล้ว เนื่องจากจหมื่นพันแสงนั้นเคยขัดห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะฟ้องพ่อกับแม่ก็เลยทำให้แม่เดือนแรมยอมรามือไปเสีย ทุกอย่างคลี่คลายราบรื่น..แต่เพื่อนพ้องของออกพระรามคิดเห็นว่าออก

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๔๒. เชยชมบุปผางาม

    “ทะ...ทำไมต้องเขินด้วยเล่า...อย่างนี้คนอื่นก็เขินด้วยน่ะสิ” พริกแกงพูดแก้เขิน เมื่อเห็นเขาเขินเธอก็เขินตามไปด้วย ออกพระรามกระแอมเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา“พี่มิเคย...เอ่ยคำนี้กับผู้ใด” พูดไปพลางเบือนหน้าหนี พริกแกงเองก็เบือนหน้ากลับมานั่งมองนิ้วตัวเองเล่นอย่างทำตัวไม่ถูก...ตอนได้กันครั้งแรกยังไม่เห็นเขินอะไรขนาดนี้เลยด้วยซ้ำไม่ทันได้เขินนานนักก็รู้สึกถึงมือหนาที่เลื่อนลูบปลายเส้นผมของเธอเบาๆ พริกแกงหันไปมองหน้าคนที่เปลี่ยนอารมณ์ไวเหมือนกิ้งก่า คิดจะหันไปจิกกัดเขาแต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อเห็นใบหน้าของเขาที่กำลังยิ้มบางๆ พร้อมกับก้มลงดอมดมปลายเส้นผมของเธอที่เขาจับอยู่ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้นท่าทางนั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งมีแขนแกร่งพาดเข่าที่ชันขึ้น มืออีกข้างจับเล่นเส้นผมของเธอดอมดมมันด้วยใบหน้าที่ดูพึงพอใจนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาดูมีเสน่ห์จนเธอละสายตาไม่ได้ ท่อนบนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าโสร่งมัดพันรอบเอวยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์..รับกับใบหน้าหล่อคมหวานของเขาพอดิบพอดี เผลอจ้องจนเจ้าของร่างรู้ตัว“จดจ้องเรือนกายพี่เช่นนี้

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๔๑. ขัดคำสั่ง

    พอถึงช่วงเย็นก็ไปกินข้าวพร้อมหน้าเหมือนเช่นทุกวัน เพียงแต่วันนี้บรรยากาศมันจะเงียบเหงาไปเสียหน่อย ไม่กล้ามีใครเอ่ยพูดอะไรขึ้นต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าจนแล้วเสร็จ ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเข้าหอนอนของตัวเองพริกแกงนั่งหวีสางผมเผ้าอยู่หน้ากระจก จ้องมองในกระจกนั้นอย่างเหม่อลอยเพราะในหัวคาวมคิดรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกผุ้อาวุโสทั้งสองว่าที่จริงแล้วเธอไม่ได้อยากล้มเลิกงานแต่ง สีหน้าของทั้งสองท่านเมื่อตอนเย็นบนโต๊ะกินข้าวนั้นทำให้เธอนั่งถอนหายใจอยู่พักใหญ่ สาลี่และจันมองหน้ากันไปมาก่อนหันไปมองแม่หญิงของตนอย่างนึกห่วง“มีเรื่องกระไรมิสบายใจรือเจ้าคะแม่หญิง” สาลี่เอ่ยถาม“ข้าว่าคุณลุงคุณป้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ดูสีหน้าท่านเมื่อตอนเย็นสิพี่” พูดแล้วก็หันไปทำหน้างอแงใส่บ่าวทั้งสองคน สาลี่และจันเอื้อมมือไปจับกุมมือเล็กของผู้เป็นเจ้านายอย่างเอ็นดู“โธ่...แม่หญิงของบ่าว มิต้องคิดมากไปดอกเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวเรื่องมันก็ซา” จันเอ่ยปลอบ“นั่นสิเจ้าคะ...ต่อให้แม่หญิงมิพูด แต่พอถึงวันงานมันก็จักดีขึ้นเจ้าค่ะ” สา

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๔๐. มิได้เป็นเช่นนั้น

    ออกพระรามเห็นอย่างนั้นก็อดยิ้มกริ่มออกมาไม่ได้ เดินตามแม่หญิงขึ้นโบสถ์ไป ทั้งสองต่างนั่งแอบลอบมองกันไปมาอย่างยิ้มๆ พริกแกงเองก็พยายามหลบเลี่ยงสายตาของเขาอยู่เนืองๆ การกระทำของชายหญิงทั้งคู่ประจักษ์แก่สายตาของคุณหญิงซ่อนกลิ่นผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าลูกชาย หันไปเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปกับกิริยาท่าทางของลูกชายและพริกแกงเมื่องานเสร็จสรรพเรียบร้อยดี เหล่าขุนนางและคนอื่นๆ ก็ต่างพากันร่ำลากลับเรือนไปเสีย มาตั้งแต่เช้าจะกลับก็บ่ายแล้ว เรือขุนนางหลายลำแล่นแยกย้ายกันออกไป ออกญาผู้เป็นพ่อและคุณหญิงซ่อนกลิ่น รวมถึงพริกแกง ออกพระรามและบ่าวไพร่คนสนิทนั่งเรือลำเดียวกันเป็นเรือใหญ่ ส่วนบ่าวไพร่คนอื่นๆ ก็นั่งลำอื่นพายตามกันมาติดๆ คุณหญิงมองลูกชายตนที่นั่งแนบชิดติดกายแม่หญิงคู่หมั้นจ้องมองเธอไม่วางตาก็อดกระแอมขึ้นขัดไม่ได้“อะแฮ่ม...พ่อราม ใกล้จักถึงวันงานแต่งของลูกแล้วหนา”“ขอรับเจ้าคุณแม่” พูดตอบรับผู้เป็นแม่พลางจ้องมองหญิงสาวข้างกายด้วยรอยยิ้ม พริกแกงก็หลบเลี่ยงสายตามองไปทางอื่นไม่ให้ตัวเองเขินไปมากกว่านี้“แม่ใคร่ให้ลูก...อดใจห่างม

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๘. โบราณว่าอย่านุ่งผ้าสีแดงไปนา

    เรือล่องไปตามแม่น้ำที่กว้างใหญ่ถ้าเทียบกับปัจจุบันที่ถูกถมดินไปกว่าครึ่งแม่น้ำ พริกแกงยังคงมองรอบๆตัวด้วยท่าทีตื่นตาตื่นใจ แม้มันจะไม่ทันสมัยเหมือนที่เธอเคยเป็นอยู่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงความสวยงามแบบธรรมชาติที่คนไทยสรรค์สร้างขึ้น บ้านเรือนที่ปลูกด้วยไม้ดูเข้ากันกับต้นไม้มากมายรายล้อม มีทุ่งนาที่สาม

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๓. นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

    กว่าจะมาถึงเรือนน้ำก็เปียกเท้าไปเสียหมด สองนายบ่าวพากันพยุงร่างแม่หญิงขึ้นเรือนหลังใหญ่ตามยุคตามสมัย ถือว่าโอ่อ่าสมฐานะพอดูชม คนบนเรือนที่รอบุตรชายอย่างใจจดใจจ่อก็ลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นเรือเข้ามาเทียบท่าหน้าบ้าน ก่อนจะรีบเดินไปยังหน้าบันไดถัดจากที่นั่งกลางบ้าน ชายชราถือไม้เท้าค้ำยันตามวิสัยคนเฒ่าคน

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๒. ตัวฉันในอดีต?

    “ยัยพริกแกง! คืนนี้คลับเดิมนะจ๊ะ!” เพื่อนชายใจสาวพูดขึ้นก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถหลังจากเลิกงานมาได้สักพัก หญิงสาวหุ่นแซ่บไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไปพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม วันนี้เธอตั้งใจจะเมาหัวราน้ำส่งท้ายความเศร้ากับแฟนเฮงซวยที่ทิ้งเธอไปเพราะเหตุผลที่ว่าเธอไม่ให้เขาขึ้นขี่หลังจากที่คบกันมา

  • เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน   บทที่ ๑. บทนำ

    “ท่านว่ากระไร ข้าให้พวกท่านพูดใหม่” ชายหนุ่มร่างกายกำยำสูงโปร่งใบหน้าคมหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นเมื่อการมาเจรจาว่าความกันเรื่องแผนการที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้าเมืองในสมัยอยุธยาตอนกลางที่มีกษัตริย์อยุธยาองค์ที่ 8ทรงปกครองโดยรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อให้เหมาะกับการปกครอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status