Share

บทที่ 6

Author: Chareen
last update publish date: 2026-08-03 15:18:56

"นี่คือประวัติการรักษาส่วนแรกของท่านชีค" ปรวีร์เอ่ยเสียงเรียบ "ผมต้องการบทสรุปย่อ ข้อมูลการแพ้ยา ประวัติการผ่าตัดเดิม และความต้องการพิเศษส่วนตัวที่ทางฝั่งนั้นส่งมา จัดทำเป็นตารางสรุปให้ผมอ่านง่ายๆ บนโต๊ะทำงาน..." เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา "...ภายในบ่ายสามโมงตรงวันนี้"

เอวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ตอนนี้เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอมีเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงในการอ่านเอกสารทางการแพทย์ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษหลายร้อยหน้า แถมยังต้องย่อยมันออกมาเป็นตารางสรุปให้ผู้ชายจอมเนี้ยบคนนี้อ่าน นี่มันไม่ใช่การสั่งงาน แต่มันคือการกลั่นแกล้งชัดๆ

"บ่ายสามโมง?" เอวาทวนคำถาม "คุณหมอทราบใช่ไหมคะว่าเอกสารพวกนี้เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง และฉันต้องใช้เวลาเทียบเคียงข้อมูลให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์"

"ผมถึงสั่งให้คุณทำไง คุณเอวา" เขาย้อนกลับด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าชา "คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณมีทักษะด้านภาษาและพร้อมจะทำงาน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็แปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้ช่วยของผม"

ความท้าทายถูกโยนใส่หน้าอย่างจัง เอวากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นรอย ความดื้อรั้นในสายเลือดราชวงศ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เธอจะไม่ยอมแพ้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยการไม่ได้กินข้าวเที่ยงหรือปวดหัวตายหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตาม

"ได้ค่ะ บ่ายสามโมงตรง ตารางสรุปจะไปวางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณหมออย่างสมบูรณ์แบบที่สุด" เธอกระแทกเสียงตอบรับ เชิดหน้าขึ้นอย่างไว้ตัว

"ดี" ปรวีร์พยักหน้ารับสั้นๆ "อ้อ แล้วอย่าลืมย้ายข้าวของไปนั่งหน้าห้องผมด้วยล่ะ หวังว่าตอนบ่ายสาม ผมจะได้เห็นผลงาน ไม่ใช่ข้ออ้าง"

พูดจบ ศัลยแพทย์หนุ่มก็หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋ากลับไปยังทิศทางของวอร์ดศัลยกรรม ทิ้งให้เอวายืนกอดแฟ้มเอกสารมหาศาลไว้แนบอก

ปรวีร์เดินทิ้งระยะห่างออกไปได้สักพัก เขาอดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังกลับไปมองผ่านหางตา ลึกๆ แล้วเขาคาดหวังจะเห็นพนักงานใหม่หน้าถอดสี โอดครวญ หรือไม่ก็โทรศัพท์ไปฟ้องผู้อำนวยการ

แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ แผ่นหลังเหยียดตรงของหญิงสาวที่กำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังทิศทางของห้องทำงานเดิม แม้ว่าแขนทั้งสองข้างจะรับน้ำหนักแฟ้มจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ท่วงท่าการเดินของเธอกลับสง่างามและเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด ราวกับไม่ใช่พนักงานประสานงานธรรมดา

ชายหนุ่มขยับแว่นตาอีกครั้ง ริมฝีปากที่เคยมุ่ยตึงตลอดเวลาค่อยๆ คลายออกเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น

"หวังว่าจะไม่ร้องไห้วิ่งกลับบ้านไปซะก่อนนะ" ปรวีร์พึมพำกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะผลักบานประตูเข้าสู่พื้นที่ความวุ่นวายของแผนกศัลยกรรม

เข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาแขวนผนังชี้บอกเวลาหนึ่งทุ่มตรง พื้นที่บริเวณโถงรอรับรองของแผนกผู้ป่วยต่างชาติ VVIP ปิดไฟลงไปแล้วกว่าครึ่ง เหลือเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือเคาน์เตอร์ประสานงานมุมสุดทางเดินที่ยังคงสาดส่องลงมากระทบแผ่นหลังบอบบางของพนักงานเข้าใหม่

เอวายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนที่เคยสดใสบัดนี้พร่ามัวจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองเอกสารตรงหน้าติดต่อกันมาหลายชั่วโมง กิ๊บหนีบผมที่เคยรวบกลุ่มผมดัดลอนไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มคลายตัว ปล่อยให้ปอยผมตกลงมาระกอบใบหน้าหวานที่ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อตอนบ่ายสองโมงห้าสิบแปดนาที เธอหอบตารางสรุปประวัติการรักษาของชีค อัล-ฟาร์ซี ไปวางแหมะลงบนโต๊ะทำงานของนายแพทย์ปรวีร์ได้ทันเวลาแบบฉิวเฉียด ชนิดที่อีกฝ่ายทำได้เพียงเลิกคิ้วมองตารางเอ็กเซลล์ที่ถูกจัดฟอร์แมต แบ่งสี และแปลคำศัพท์ทางการแพทย์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยหาที่ติไม่เจอ

เธอคิดว่าหน้าที่ของวันนี้จบลงแล้ว ทว่าความละเอียดรอบคอบที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กทำให้เอวาสะดุดใจกับประวัติการใช้ยาตัวหนึ่งในหน้าหลังสุดของแฟ้มภาษาฝรั่งเศส มันเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่เขียนระบุไว้คลุมเครือมากในรายงานฉบับเดิม เธอจึงตัดสินใจนั่งล่วงเวลาเพื่อค้นหาเอกสารอ้างอิงและเทียบเคียงข้อมูลให้แน่ชัด เพราะถ้าหากคนไข้อาการกำเริบหรือต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ข้อมูลเพียงบรรทัดเดียวนี้อาจหมายถึงชีวิต

โครก...

เสียงประท้วงจากกระเพาะอาหารดังขึ้นทำลายความเงียบ เอวายกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง ตั้งแต่เช้าที่กินขนมปังรองท้องไปแค่ชิ้นเดียว เธอยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยสักเม็ด พลังงานในร่างกายถูกสูบไปกับการรบราฆ่าฟันกับศัลยแพทย์จอมเผด็จการและการถอดรหัสศัพท์แพทย์จนหมดเกลี้ยง

"ขอพักสายตาสักห้านาทีแล้วกัน..."

หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ดันคีย์บอร์ดออกห่างแล้วฟุบใบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะทำงาน ความเย็นจากแผ่นกระจกหน้าโต๊ะช่วยบรรเทาความปวดรุมๆ ที่หัวคิ้วได้เล็กน้อย เพียงแค่หลับตาลง ความเหนื่อยล้าก็ดึงสติของอดีตเจ้าหญิงแห่งเอราเวียให้จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ห่างออกไปตรงมุมทางเดิน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวกำลังยืนล้วงกระเป๋ามองตรงมายังโต๊ะทำงานที่ยังเปิดไฟสว่าง

ปรวีร์เพิ่งจัดการเคสผ่าตัดด่วนเสร็จเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาเปลี่ยนชุดสครับกลับมาสวมเสื้อเชิ้ตและเสื้อกาวน์ตัวเดิม เตรียมตัวจะลงลิฟต์กลับคอนโดมิเนียม แต่ความรู้สึกบางอย่างสั่งให้เขาก้าวเท้าเดินอ้อมมาทางฝั่งเคาน์เตอร์ประสานงานผู้ป่วยต่างชาติ ข้ออ้างในหัวคือการเดินตรวจความเรียบร้อยของวอร์ดรอบค่ำตามหน้าที่หัวหน้าทีม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 10

    "เข้าใจค่ะ แต่สถานการณ์แบบนั้นใครจะมีเวลามานั่งประเมินองศาการล้มกันล่ะคะ"เอวาเถียงต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องสูดลมหายใจลึกเมื่อความเย็นจัดของสำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนปากแผล ความแสบแล่นปราดจนหญิงสาวเผลอกระตุกมือหนี"อยู่นิ่งๆ" ปรวีร์กดเสียงต่ำ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับสวนทางกับน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิงนิ้วโป้งของเขาลูบเบาๆ ที่หลังมือของเธอเพื่อรั้งไม่ให้ขยับ ขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ เช็ดคราบเลือดและทำความสะอาดรอบบาดแผลอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าผิวเนื้อตรงนั้นจะบุบสลายไปมากกว่าเดิม ความนุ่มนวลที่ไม่เข้ากับใบหน้าตึงเครียดของเขาทำให้เอวาเผลอมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายตรงหน้าอย่างลืมตัวเขายังคงสวมแว่นตาโลหะกรอบสีเงิน เส้นผมที่เคยเซ็ตทรงไว้อย่างดีตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ใต้ตาของเขามีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการอดนอน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจดจ่ออยู่กับแผลเล็กๆ บนมือเธอราวกับมันเป็นเคสผ่าตัดระดับชาติ"ล้างแผลเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมเอาพลาสเตอร์ปิดทับไว้ให้ จะได้กันฝุ่นและกันการเสียดสีกับแขนเสื้อ" เขากล่าวหลังจากทายาฆ่าเชื้อเสร็จเรียบร้อยปรวีร์ละมือจากอุปกรณ์บนรถเข็น ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ เอวา

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 9

    "ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันจัดการให้เดี๋ยวนี้" เอวาส่งยิ้มกว้าง เดินเลี่ยงกองน้ำบนพื้นเข้าไปที่แผงควบคุม จัดการปรับระดับเตียงให้กลับมาอยู่ในองศาที่ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด"Merci beaucoup, mon Dieu... J'étais tellement paniquée." (ขอบคุณมาก พระเจ้าช่วย... ฉันตกใจแทบแย่) หญิงชาวอาหรับถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหาเอวาเพื่อจับมือขอบคุณทว่าด้วยความรีบร้อนและรองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้องพักที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ยึดเกาะกับพื้นเปียก ปลายเท้าของหญิงวัยกลางคนเหยียบลงบนแอ่งน้ำที่หกอยู่พอดี ร่างท้วมนั้นเสียหลักลื่นไถลไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว"ระวังค่ะ!"เอวาร้องเตือน สัญชาตญาณสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของญาติคนไข้เอาไว้สุดแรงเพื่อดึงรั้งไม่ให้ล้มฟาดพื้น แรงกระชากทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดของอีกฝ่ายทิ้งมาที่เธอ เอวาเสียการทรงตัว ร่างบางเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาอย่างจังปึก!"โอ๊ย!"เสียงอุทานหลุดออกจากปากเอวาพร้อมกับความรู้สึกแสบร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาจากหลังมือขวา ขอบโต๊ะหินอ่อนที่สลักลวดลายคมกริบขูดเข้ากับผิวเนื้อจนเกิดรอยถลอกลึก เลือดสีสดค่อยๆ ซึมซ

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 8

    "ขอบคุณค่ะ ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลย"เอวาจัดการแกะห่อแซนด์วิช กัดเข้าไปคำโต ความหิวทำให้รสชาติของอาหารสำเร็จรูปอร่อยขึ้นเป็นสิบเท่า ปรวีร์หันกลับมามองคนข้างๆ ที่กำลังเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย ท่าทางเกร็งๆ และแววตาแข็งกร้าวเมื่อตอนเช้าหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขกับการกิน"เคี้ยวให้หมดก่อนแล้วค่อยกลืน ไม่มีใครแย่งคุณหรอก" เขาดุเสียงไม่จริงจังนักเอวากลืนแซนด์วิชลงคอ หยิบขวดนมสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาบิดฝาแล้วเจาะหลอดดูด ความหวานอมเปรี้ยวและความเย็นสดชื่นไหลผ่านลำคอ ดับความกระหายและเพิ่มน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว รสชาติที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเผลอผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งหมดที่มีมาตลอดทั้งวันเธอลดขวดนมลง ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตหยีลงจนแทบเป็นสระอิ มันเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสว ปราศจากการปรุงแต่งหรือการรักษามาดใดๆ ทั้งสิ้นจังหวะที่ปรวีร์ปรายตามองมา ภาพรอยยิ้มนั้นก็พุ่งชนเข้าที่กลางอกของศัลยแพทย์หนุ่มอย่างจังลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง มือหนายกขึ้นขยับแว่นตาแก้เก้อ รู้สึกได้ถึงคว

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 7

    แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังมองหาใครชายหนุ่มขยับกรอบแว่นตาโลหะสีเงินให้เข้าที่เมื่อเห็นว่าพนักงานคนใหม่กำลังฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน เขาเดินตรงเข้าไปหาด้วยจังหวะฝีเท้าที่เงียบกริบ ตั้งใจจะปลุกขึ้นมาตักเตือนเรื่องการนอนหลับในพื้นที่ให้บริการ แม้ว่าเวลานี้จะเลยเวลาทำการปกติมาแล้วก็ตามทว่าเมื่อเดินเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มกลับสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองกระดาษที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาเน้นข้อความหลากสีปรวีร์ก้มลงอ่านเนื้อหาบนหน้าจอ มันไม่ใช่ตารางสรุปที่เธอส่งให้เขาเมื่อตอนบ่าย แต่มันคือการวิเคราะห์ประวัติการใช้ยา Heparin ของคนไข้ที่เธอสกัดออกมาจากรายงานการแพทย์ฉบับย่อยของโรงพยาบาลในปารีส หญิงสาวเขียนโน้ตภาษาไทยกำกับไว้ด้านข้างอย่างละเอียดว่าคนไข้เคยมีภาวะเลือดหยุดไหลช้าเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทีมแพทย์ฝั่งตะวันออกกลางไม่ได้ไฮไลต์ส่งมาให้มือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปเคาะโต๊ะเพื่อปลุกคนหลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศปรวีร์ไล่อ่านตัวอักษรเหล่านั้นทีละบรรทัด ความรู้สึกหงุดหงิดและอคติที่มีต่อเด็กดื้อรั้นคนนี้ค่อยๆ สลายลง แทนที่ด้วยความเคารพในความเป็นม

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 6

    "นี่คือประวัติการรักษาส่วนแรกของท่านชีค" ปรวีร์เอ่ยเสียงเรียบ "ผมต้องการบทสรุปย่อ ข้อมูลการแพ้ยา ประวัติการผ่าตัดเดิม และความต้องการพิเศษส่วนตัวที่ทางฝั่งนั้นส่งมา จัดทำเป็นตารางสรุปให้ผมอ่านง่ายๆ บนโต๊ะทำงาน..." เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา "...ภายในบ่ายสามโมงตรงวันนี้"เอวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ตอนนี้เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอมีเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงในการอ่านเอกสารทางการแพทย์ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษหลายร้อยหน้า แถมยังต้องย่อยมันออกมาเป็นตารางสรุปให้ผู้ชายจอมเนี้ยบคนนี้อ่าน นี่มันไม่ใช่การสั่งงาน แต่มันคือการกลั่นแกล้งชัดๆ"บ่ายสามโมง?" เอวาทวนคำถาม "คุณหมอทราบใช่ไหมคะว่าเอกสารพวกนี้เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง และฉันต้องใช้เวลาเทียบเคียงข้อมูลให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์""ผมถึงสั่งให้คุณทำไง คุณเอวา" เขาย้อนกลับด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าชา "คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณมีทักษะด้านภาษาและพร้อมจะทำงาน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็แปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้ช่วยของผม"ความท้าทายถูกโยนใส่หน้าอย่างจัง เอวากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นรอย ความดื้อรั้นในสายเลือดราชวงศ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เธอจะไม่ยอมแพ้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 5

    "อะไรนะครับ!" ปรวีร์เผลอหลุดเสียงดัง "อาจารย์จะให้พนักงานคนนี้มาตามติดผมเนี่ยนะ? ผมไม่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวครับ พยาบาลในวอร์ดก็ทำงานประสานได้ดีอยู่แล้ว""พยาบาลในวอร์ดไม่ได้มีทักษะการเจรจาระดับการทูตหมอวี" ผู้อำนวยการสวนกลับทันที "และเคสนี้เดิมพันสูงมาก ถ้าเรารักษาชีค อัล-ฟาร์ซี สำเร็จและสร้างความประทับใจได้ มันจะดึงดูดนักลงทุนจากตะวันออกกลางเข้ามาอีกมหาศาล นี่ไม่ใช่คำขอร้องหมอวี... นี่คือคำสั่ง"คำว่า 'คำสั่ง' ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ปรวีร์กรามบดเข้าหากันแน่น เขาเป็นศัลยแพทย์อันดับหนึ่ง ไม่เคยมีใครกล้าบังคับให้เขาทำงานกับคนที่ไม่ต้องการมาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงที่กล้าเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ด้วยแล้วเอวาเองก็รู้สึกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทุบลงกลางหลัง เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของปรวีร์ สันกรามที่นูนขึ้นเป็นสันชัดเจนบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นสุดของเขา ถ้าต้องทำงานร่วมกับผู้ชายเผด็จการคนนี้ตลอดสามเดือน ชีวิตการเป็นสามัญชนของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น"เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม ทั้งสองคน" ผู้อำนวยการกวาดสายตามองคนทั้งคู่"รับทราบครับ" ปรวีร์ตอบรับเสียงแข็งกระด้าง"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status