LOGINแต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังมองหาใคร
ชายหนุ่มขยับกรอบแว่นตาโลหะสีเงินให้เข้าที่เมื่อเห็นว่าพนักงานคนใหม่กำลังฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน เขาเดินตรงเข้าไปหาด้วยจังหวะฝีเท้าที่เงียบกริบ ตั้งใจจะปลุกขึ้นมาตักเตือนเรื่องการนอนหลับในพื้นที่ให้บริการ แม้ว่าเวลานี้จะเลยเวลาทำการปกติมาแล้วก็ตาม
ทว่าเมื่อเดินเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มกลับสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองกระดาษที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาเน้นข้อความหลากสี
ปรวีร์ก้มลงอ่านเนื้อหาบนหน้าจอ มันไม่ใช่ตารางสรุปที่เธอส่งให้เขาเมื่อตอนบ่าย แต่มันคือการวิเคราะห์ประวัติการใช้ยา Heparin ของคนไข้ที่เธอสกัดออกมาจากรายงานการแพทย์ฉบับย่อยของโรงพยาบาลในปารีส หญิงสาวเขียนโน้ตภาษาไทยกำกับไว้ด้านข้างอย่างละเอียดว่าคนไข้เคยมีภาวะเลือดหยุดไหลช้าเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทีมแพทย์ฝั่งตะวันออกกลางไม่ได้ไฮไลต์ส่งมาให้
มือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปเคาะโต๊ะเพื่อปลุกคนหลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
ปรวีร์ไล่อ่านตัวอักษรเหล่านั้นทีละบรรทัด ความรู้สึกหงุดหงิดและอคติที่มีต่อเด็กดื้อรั้นคนนี้ค่อยๆ สลายลง แทนที่ด้วยความเคารพในความเป็นมืออาชีพ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีแค่ทักษะการเจรจาหรือความกล้าเถียง แต่เธอมีความรับผิดชอบต่องานในระดับที่หาได้ยากจากพนักงานทั่วไป เธอยอมนั่งหลังขดหลังแข็งนอกเวลางานเพียงเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่แม้แต่พยาบาลวิชาชีพบางคนอาจจะมองข้าม
โครก...
เสียงท้องร้องดังมาจากร่างบางที่ฟุบอยู่ ปรวีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาก้มลงมองใบหน้าตอนหลับของเอวา แพขนตางอนยาวทาบทับลงบนผิวแก้มใส ริมฝีปากบางเผยอออกน้อยๆ อย่างคนหลับสนิท ร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดจนคนที่ยืนมองอยู่ลอบถอนหายใจ
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากบริเวณนั้น ทิ้งให้หญิงสาวนอนพักต่อไป
สิบห้านาทีต่อมา ปรวีร์เดินกลับมาที่โต๊ะตัวเดิมอีกครั้ง คราวนี้ในมือของเขามีถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อใต้ตึกโรงพยาบาลติดมาด้วย เขาจัดการดึงเก้าอี้พลาสติกตัวข้างๆ ออกมาแล้วทรุดตัวลงนั่ง เสียงลากเก้าอี้ดังพอที่จะทำให้คนที่กำลังหลับอยู่สะดุ้งตื่น
เอวายืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงโดยอัตโนมัติ สองมือปัดปอยผมที่ปรกหน้าออกอย่างลวกๆ ดวงตาที่ยังลืมไม่ขึ้นเต็มที่เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่ข้างๆ
"คุณหมอ!"
เธอเตรียมใจรับคำด่าทอเรื่องการแอบหลับในเวลางาน สมองพยายามประมวลผลหาคำแก้ตัว แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด ถุงพลาสติกใบเล็กก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเธอ
ปรวีร์ไม่ได้มีสีหน้าดุดันเหมือนเมื่อตอนกลางวัน เขานั่งไขว่ห้าง พิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายๆ สายตาทอดมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ
"ตรงรายงานของปี 2023 ยาตัวนั้นคนไข้หยุดกินไปแล้วก่อนจะย้ายมารักษาที่ดูไบ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าความแข็งตัวของเลือดหรอก ผมให้พยาบาลเจาะเลือดตรวจใหม่หมดแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เป็นงานเป็นการ
เอวากะพริบตาปริบๆ ก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับใบหน้าของคนพูด "คุณหมอ... อ่านมันเหรอคะ"
"เห็นมันเปิดทิ้งไว้" ปรวีร์ตอบสั้นๆ "ทำได้ละเอียดดี... สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนจบแพทย์มา ถือว่าคุณวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงได้ตรงจุด"
นี่คือคำชมใช่ไหม?
เอวาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ศัลยแพทย์จอมเผด็จการที่เพิ่งสั่งให้เธอไปพบผู้อำนวยการเมื่อเช้า กำลังเอ่ยปากชมการทำงานของเธอ หญิงสาวปรับอารมณ์ตามไม่ทัน ได้แต่นั่งมองหน้าเขานิ่งๆ
ปรวีร์เห็นแววตาสับสนของคนตรงหน้าก็กระแอมในลำคอเบาๆ เขาพยักพเยิดหน้าไปทางถุงพลาสติกบนโต๊ะ
"กินซะสิ ท้องร้องดังไปถึงหน้าลิฟต์แล้ว"
คำทักท้วงตรงๆ ทำเอาพวงแก้มของเอวาซับสีเลือดขึ้นมาทันที เธอรีบเอื้อมมือไปดึงถุงพลาสติกมาเปิดดู ด้านในมีแซนด์วิชทูน่าโฮลวีตหนึ่งชิ้น และสิ่งที่ทำให้เธอต้องแปลกใจที่สุดคือ... นมสดรสสตรอว์เบอร์รีขวดกะทัดรัดที่มีไอน้ำเกาะอยู่รอบขวด
หญิงสาวหยิบขวดนมสีชมพูอ่อนขึ้นมาถือไว้ พลางช้อนตาขึ้นมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นจากตัวเขายังคงลอยแตะจมูกชัดเจน เป็นกลิ่นที่บ่งบอกรสนิยมความขมปร่าและเจ้าระเบียบของเจ้าตัวได้อย่างดี แล้วผู้ชายแบบเขานี่นะ... จะซื้อนมสตรอว์เบอร์รี?
"คุณหมอซื้อมาให้ฉันเหรอคะ?" เอวาถามหยั่งเชิง
ปรวีร์หลบสายตาจับผิดคู่นั้น เขายกมือขึ้นกอดอก มองตรงไปที่ทางเดินว่างเปล่าด้านหน้า
"ผมลงไปซื้อกาแฟ แล้วร้านมันจัดโปรโมชั่นซื้อแซนด์วิชแถมเครื่องดื่ม พนักงานหยิบใส่ถุงมาให้ ผมไม่กินของหวาน ก็เลยเอามาวางทิ้งไว้ตรงนี้... คุณจะกินก็กิน ไม่กินก็ทิ้งไป"
คำแก้ตัวที่ฟังดูแปร่งหูทำให้เอวาหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ โปรโมชั่นร้านสะดวกซื้อที่ไหนจะจับคู่แซนด์วิชทูน่ากับนมสตรอว์เบอร์รี แถมใบเสร็จรับเงินที่โผล่พ้นก้นถุงออกมานิดๆ ก็ระบุชัดเจนว่ารายการสินค้าถูกซื้อแยกกันในราคาปกติ
แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะปากแข็ง เธอเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปฉีกหน้าเขา
"ขอบคุณค่ะ... ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลย"
"เข้าใจค่ะ แต่สถานการณ์แบบนั้นใครจะมีเวลามานั่งประเมินองศาการล้มกันล่ะคะ"เอวาเถียงต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องสูดลมหายใจลึกเมื่อความเย็นจัดของสำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนปากแผล ความแสบแล่นปราดจนหญิงสาวเผลอกระตุกมือหนี"อยู่นิ่งๆ" ปรวีร์กดเสียงต่ำ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับสวนทางกับน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิงนิ้วโป้งของเขาลูบเบาๆ ที่หลังมือของเธอเพื่อรั้งไม่ให้ขยับ ขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ เช็ดคราบเลือดและทำความสะอาดรอบบาดแผลอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าผิวเนื้อตรงนั้นจะบุบสลายไปมากกว่าเดิม ความนุ่มนวลที่ไม่เข้ากับใบหน้าตึงเครียดของเขาทำให้เอวาเผลอมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายตรงหน้าอย่างลืมตัวเขายังคงสวมแว่นตาโลหะกรอบสีเงิน เส้นผมที่เคยเซ็ตทรงไว้อย่างดีตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ใต้ตาของเขามีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการอดนอน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจดจ่ออยู่กับแผลเล็กๆ บนมือเธอราวกับมันเป็นเคสผ่าตัดระดับชาติ"ล้างแผลเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมเอาพลาสเตอร์ปิดทับไว้ให้ จะได้กันฝุ่นและกันการเสียดสีกับแขนเสื้อ" เขากล่าวหลังจากทายาฆ่าเชื้อเสร็จเรียบร้อยปรวีร์ละมือจากอุปกรณ์บนรถเข็น ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ เอวา
"ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันจัดการให้เดี๋ยวนี้" เอวาส่งยิ้มกว้าง เดินเลี่ยงกองน้ำบนพื้นเข้าไปที่แผงควบคุม จัดการปรับระดับเตียงให้กลับมาอยู่ในองศาที่ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด"Merci beaucoup, mon Dieu... J'étais tellement paniquée." (ขอบคุณมาก พระเจ้าช่วย... ฉันตกใจแทบแย่) หญิงชาวอาหรับถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหาเอวาเพื่อจับมือขอบคุณทว่าด้วยความรีบร้อนและรองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้องพักที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ยึดเกาะกับพื้นเปียก ปลายเท้าของหญิงวัยกลางคนเหยียบลงบนแอ่งน้ำที่หกอยู่พอดี ร่างท้วมนั้นเสียหลักลื่นไถลไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว"ระวังค่ะ!"เอวาร้องเตือน สัญชาตญาณสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของญาติคนไข้เอาไว้สุดแรงเพื่อดึงรั้งไม่ให้ล้มฟาดพื้น แรงกระชากทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดของอีกฝ่ายทิ้งมาที่เธอ เอวาเสียการทรงตัว ร่างบางเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาอย่างจังปึก!"โอ๊ย!"เสียงอุทานหลุดออกจากปากเอวาพร้อมกับความรู้สึกแสบร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาจากหลังมือขวา ขอบโต๊ะหินอ่อนที่สลักลวดลายคมกริบขูดเข้ากับผิวเนื้อจนเกิดรอยถลอกลึก เลือดสีสดค่อยๆ ซึมซ
"ขอบคุณค่ะ ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลย"เอวาจัดการแกะห่อแซนด์วิช กัดเข้าไปคำโต ความหิวทำให้รสชาติของอาหารสำเร็จรูปอร่อยขึ้นเป็นสิบเท่า ปรวีร์หันกลับมามองคนข้างๆ ที่กำลังเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย ท่าทางเกร็งๆ และแววตาแข็งกร้าวเมื่อตอนเช้าหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขกับการกิน"เคี้ยวให้หมดก่อนแล้วค่อยกลืน ไม่มีใครแย่งคุณหรอก" เขาดุเสียงไม่จริงจังนักเอวากลืนแซนด์วิชลงคอ หยิบขวดนมสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาบิดฝาแล้วเจาะหลอดดูด ความหวานอมเปรี้ยวและความเย็นสดชื่นไหลผ่านลำคอ ดับความกระหายและเพิ่มน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว รสชาติที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเผลอผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งหมดที่มีมาตลอดทั้งวันเธอลดขวดนมลง ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตหยีลงจนแทบเป็นสระอิ มันเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสว ปราศจากการปรุงแต่งหรือการรักษามาดใดๆ ทั้งสิ้นจังหวะที่ปรวีร์ปรายตามองมา ภาพรอยยิ้มนั้นก็พุ่งชนเข้าที่กลางอกของศัลยแพทย์หนุ่มอย่างจังลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง มือหนายกขึ้นขยับแว่นตาแก้เก้อ รู้สึกได้ถึงคว
แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังมองหาใครชายหนุ่มขยับกรอบแว่นตาโลหะสีเงินให้เข้าที่เมื่อเห็นว่าพนักงานคนใหม่กำลังฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน เขาเดินตรงเข้าไปหาด้วยจังหวะฝีเท้าที่เงียบกริบ ตั้งใจจะปลุกขึ้นมาตักเตือนเรื่องการนอนหลับในพื้นที่ให้บริการ แม้ว่าเวลานี้จะเลยเวลาทำการปกติมาแล้วก็ตามทว่าเมื่อเดินเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มกลับสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองกระดาษที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาเน้นข้อความหลากสีปรวีร์ก้มลงอ่านเนื้อหาบนหน้าจอ มันไม่ใช่ตารางสรุปที่เธอส่งให้เขาเมื่อตอนบ่าย แต่มันคือการวิเคราะห์ประวัติการใช้ยา Heparin ของคนไข้ที่เธอสกัดออกมาจากรายงานการแพทย์ฉบับย่อยของโรงพยาบาลในปารีส หญิงสาวเขียนโน้ตภาษาไทยกำกับไว้ด้านข้างอย่างละเอียดว่าคนไข้เคยมีภาวะเลือดหยุดไหลช้าเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทีมแพทย์ฝั่งตะวันออกกลางไม่ได้ไฮไลต์ส่งมาให้มือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปเคาะโต๊ะเพื่อปลุกคนหลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศปรวีร์ไล่อ่านตัวอักษรเหล่านั้นทีละบรรทัด ความรู้สึกหงุดหงิดและอคติที่มีต่อเด็กดื้อรั้นคนนี้ค่อยๆ สลายลง แทนที่ด้วยความเคารพในความเป็นม
"นี่คือประวัติการรักษาส่วนแรกของท่านชีค" ปรวีร์เอ่ยเสียงเรียบ "ผมต้องการบทสรุปย่อ ข้อมูลการแพ้ยา ประวัติการผ่าตัดเดิม และความต้องการพิเศษส่วนตัวที่ทางฝั่งนั้นส่งมา จัดทำเป็นตารางสรุปให้ผมอ่านง่ายๆ บนโต๊ะทำงาน..." เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา "...ภายในบ่ายสามโมงตรงวันนี้"เอวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ตอนนี้เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอมีเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงในการอ่านเอกสารทางการแพทย์ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษหลายร้อยหน้า แถมยังต้องย่อยมันออกมาเป็นตารางสรุปให้ผู้ชายจอมเนี้ยบคนนี้อ่าน นี่มันไม่ใช่การสั่งงาน แต่มันคือการกลั่นแกล้งชัดๆ"บ่ายสามโมง?" เอวาทวนคำถาม "คุณหมอทราบใช่ไหมคะว่าเอกสารพวกนี้เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง และฉันต้องใช้เวลาเทียบเคียงข้อมูลให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์""ผมถึงสั่งให้คุณทำไง คุณเอวา" เขาย้อนกลับด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าชา "คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณมีทักษะด้านภาษาและพร้อมจะทำงาน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็แปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้ช่วยของผม"ความท้าทายถูกโยนใส่หน้าอย่างจัง เอวากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นรอย ความดื้อรั้นในสายเลือดราชวงศ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เธอจะไม่ยอมแพ้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด
"อะไรนะครับ!" ปรวีร์เผลอหลุดเสียงดัง "อาจารย์จะให้พนักงานคนนี้มาตามติดผมเนี่ยนะ? ผมไม่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวครับ พยาบาลในวอร์ดก็ทำงานประสานได้ดีอยู่แล้ว""พยาบาลในวอร์ดไม่ได้มีทักษะการเจรจาระดับการทูตหมอวี" ผู้อำนวยการสวนกลับทันที "และเคสนี้เดิมพันสูงมาก ถ้าเรารักษาชีค อัล-ฟาร์ซี สำเร็จและสร้างความประทับใจได้ มันจะดึงดูดนักลงทุนจากตะวันออกกลางเข้ามาอีกมหาศาล นี่ไม่ใช่คำขอร้องหมอวี... นี่คือคำสั่ง"คำว่า 'คำสั่ง' ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ปรวีร์กรามบดเข้าหากันแน่น เขาเป็นศัลยแพทย์อันดับหนึ่ง ไม่เคยมีใครกล้าบังคับให้เขาทำงานกับคนที่ไม่ต้องการมาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงที่กล้าเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ด้วยแล้วเอวาเองก็รู้สึกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทุบลงกลางหลัง เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของปรวีร์ สันกรามที่นูนขึ้นเป็นสันชัดเจนบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นสุดของเขา ถ้าต้องทำงานร่วมกับผู้ชายเผด็จการคนนี้ตลอดสามเดือน ชีวิตการเป็นสามัญชนของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น"เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม ทั้งสองคน" ผู้อำนวยการกวาดสายตามองคนทั้งคู่"รับทราบครับ" ปรวีร์ตอบรับเสียงแข็งกระด้าง"
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






