Share

บทที่ 5

Author: Chareen
last update publish date: 2026-08-03 15:18:06

"อะไรนะครับ!" ปรวีร์เผลอหลุดเสียงดัง "อาจารย์จะให้พนักงานคนนี้มาตามติดผมเนี่ยนะ? ผมไม่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวครับ พยาบาลในวอร์ดก็ทำงานประสานได้ดีอยู่แล้ว"

"พยาบาลในวอร์ดไม่ได้มีทักษะการเจรจาระดับการทูตหมอวี" ผู้อำนวยการสวนกลับทันที "และเคสนี้เดิมพันสูงมาก ถ้าเรารักษาชีค อัล-ฟาร์ซี สำเร็จและสร้างความประทับใจได้ มันจะดึงดูดนักลงทุนจากตะวันออกกลางเข้ามาอีกมหาศาล นี่ไม่ใช่คำขอร้องหมอวี... นี่คือคำสั่ง"

คำว่า 'คำสั่ง' ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ปรวีร์กรามบดเข้าหากันแน่น เขาเป็นศัลยแพทย์อันดับหนึ่ง ไม่เคยมีใครกล้าบังคับให้เขาทำงานกับคนที่ไม่ต้องการมาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงที่กล้าเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ด้วยแล้ว

เอวาเองก็รู้สึกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทุบลงกลางหลัง เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของปรวีร์ สันกรามที่นูนขึ้นเป็นสันชัดเจนบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นสุดของเขา ถ้าต้องทำงานร่วมกับผู้ชายเผด็จการคนนี้ตลอดสามเดือน ชีวิตการเป็นสามัญชนของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น

"เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม ทั้งสองคน" ผู้อำนวยการกวาดสายตามองคนทั้งคู่

"รับทราบครับ" ปรวีร์ตอบรับเสียงแข็งกระด้าง

"รับทราบค่ะ" เอวาจำใจตอบเสียงแผ่ว

"ดีมาก คุณเอวา ย้ายโต๊ะทำงานของคุณไปอยู่หน้าห้องพักแพทย์ของหมอวีตั้งแต่วันนี้เลยนะ จะได้ประสานงานกันสะดวก เชิญไปทำงานต่อได้"

ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกจากห้องผู้อำนวยการไปพร้อมกัน บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับมีเมฆฝนลอยอยู่เหนือหัว

ทันทีที่บานประตูห้องผู้อำนวยการปิดลง ปรวีร์ก็หยุดเดินและหันขวับมาเผชิญหน้ากับเอวาทันที ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟทางเดินจนเกิดเงาทาบทับร่างบางของเธอไว้

"อย่าคิดว่าได้ ผอ. หนุนหลังแล้วคุณจะทำอะไรตามใจชอบในทีมของผมได้นะ คุณเอวา" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและกรุ่นไปด้วยความไม่สบอารมณ์

เอวาถอนหายใจเบาๆ หยิบสมุดโน้ตปกหนังสีน้ำตาลเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าสูท พร้อมกับดึงปลอกปากกาออก "ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นค่ะคุณหมอ ในเมื่อเป็นคำสั่งเบื้องบน เราก็ต้องทำงานร่วมกัน คุณหมอมีข้อห้ามอะไรในการทำงานก็เชิญลิสต์มาได้เลยค่ะ ฉันจะได้จดไว้"

ท่าทีสงบนิ่งและพร้อมรับมือของเธอทำให้ปรวีร์หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม เขาเกลียดการถูกท้าทายด้วยความเยือกเย็นแบบนี้

"เตรียมจดให้ดีล่ะ เพราะผมมีกฎเหล็กแค่สามข้อ" ปรวีร์กอดอก มองตรงเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้า "ข้อแรก... ตรงต่อเวลา เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง ทุกนาทีมีค่ากับชีวิตคนไข้ ถ้าผมนัดประชุมแปดโมงเช้า คุณต้องมาสแตนด์บายเจ็ดโมงห้าสิบเก้า สายแม้นาทีเดียว ผมถือว่าคุณไม่มีความเป็นมืออาชีพ"

ปลายปากกาของเอวาจรดลงบนกระดาษ เขียนตัวหนังสือภาษาไทยด้วยลายมือตวัดๆ อย่างรวดเร็ว "รับทราบค่ะ ข้อสองล่ะคะ?"

"ข้อสอง... ห้ามตัดสินใจข้ามขั้นตอนเด็ดขาด" เขาเน้นย้ำประเด็นเมื่อเช้า "ไม่ว่าคุณจะคิดว่าตัวเองฉลาดหรือมีทักษะการทูตบ้าบออะไรนั่นแค่ไหน แต่ในพื้นที่การรักษา ทุกอย่างต้องผ่านการเห็นชอบจากผมก่อน ห้ามเสนอเครื่องดื่ม ห้ามรับปากเรื่องเวลา และห้ามแตะต้องแผนการรักษาของคนไข้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

เอวาเม้มริมฝีปากแน่น บีบปากกาในมือแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาระดับเสียงให้ราบเรียบ "เข้าใจค่ะ แล้วข้อสุดท้ายล่ะคะ?"

"ข้อสาม..." ปรวีร์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครึ่งก้าว ก้มหน้าลงเล็กน้อยจนระดับสายตาแทบจะเสมอกัน "อย่าทำเกะกะขวางทางผมเวลาทำงาน หน้าที่ของคุณคือการจัดการเอกสารและเป็นกระบอกเสียงให้คนไข้ ไม่ใช่เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ของแพทย์ ถ้าผมเห็นคุณทำตัวเป็นภาระ ผมจะส่งคุณกลับไปอยู่แผนกธุรการทันทีโดยไม่สนคำสั่งของ ผอ."

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นนั้นตรงๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวในแววตาของอดีตเจ้าหญิงแห่งเอราเวีย เธอเคยเผชิญหน้ากับรัฐมนตรีที่เขี้ยวลากดินมาแล้วนับไม่ถ้วน แค่ศัลยแพทย์ขี้เก๊กคนหนึ่ง ทำไมเธอจะรับมือไม่ได้

"ครบสามข้อแล้วใช่ไหมคะ" เอวาปิดสมุดโน้ตดังพับ "ถ้าอย่างนั้น ในเมื่อฉันเป็นผู้ช่วยประสานงานส่วนตัวของคุณหมอแล้ว งานแรกของฉันคืออะไรคะ?"

ปรวีร์หรี่ตามองพฤติกรรมไม่สะทกสะท้านของเธอ เขาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาพยาบาลหน้าวอร์ด ไม่ถึงสองนาที พยาบาลคนหนึ่งก็เข็นรถเข็นที่มีแฟ้มเอกสารหนาเตอะกองพะเนินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา

มันคือแฟ้มประวัติการรักษาของชีค อัล-ฟาร์ซี จากโรงพยาบาลในต่างประเทศตลอดห้าปีที่ผ่านมา ความหนาของเอกสารรวมๆ กันแล้วไม่ต่ำกว่าห้าร้อยหน้า

ปรวีร์หยิบแฟ้มปึกบนสุดที่หนาเกือบสามนิ้วขึ้นมา ก่อนจะยื่นส่งให้เอวาด้วยมือเดียว

หญิงสาวยื่นมือไปรับ แต่ทันทีที่น้ำหนักของแฟ้มทิ้งลงบนฝ่ามือ แขนของเธอก็ร่วงหล่นลงตามแรงโน้มถ่วงจนเกือบทำแฟ้มหลุดมือ เอวาต้องรีบใช้แขนอีกข้างประคองมันไว้แนบอก กระดูกสันหลังเกร็งตึงเพื่อทรงตัวไม่ให้เซ

"นี่คือประวัติการรักษาส่วนแรกของท่านชีค"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 10

    "เข้าใจค่ะ แต่สถานการณ์แบบนั้นใครจะมีเวลามานั่งประเมินองศาการล้มกันล่ะคะ"เอวาเถียงต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องสูดลมหายใจลึกเมื่อความเย็นจัดของสำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนปากแผล ความแสบแล่นปราดจนหญิงสาวเผลอกระตุกมือหนี"อยู่นิ่งๆ" ปรวีร์กดเสียงต่ำ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับสวนทางกับน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิงนิ้วโป้งของเขาลูบเบาๆ ที่หลังมือของเธอเพื่อรั้งไม่ให้ขยับ ขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ เช็ดคราบเลือดและทำความสะอาดรอบบาดแผลอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าผิวเนื้อตรงนั้นจะบุบสลายไปมากกว่าเดิม ความนุ่มนวลที่ไม่เข้ากับใบหน้าตึงเครียดของเขาทำให้เอวาเผลอมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายตรงหน้าอย่างลืมตัวเขายังคงสวมแว่นตาโลหะกรอบสีเงิน เส้นผมที่เคยเซ็ตทรงไว้อย่างดีตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ใต้ตาของเขามีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการอดนอน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจดจ่ออยู่กับแผลเล็กๆ บนมือเธอราวกับมันเป็นเคสผ่าตัดระดับชาติ"ล้างแผลเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมเอาพลาสเตอร์ปิดทับไว้ให้ จะได้กันฝุ่นและกันการเสียดสีกับแขนเสื้อ" เขากล่าวหลังจากทายาฆ่าเชื้อเสร็จเรียบร้อยปรวีร์ละมือจากอุปกรณ์บนรถเข็น ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ เอวา

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 9

    "ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันจัดการให้เดี๋ยวนี้" เอวาส่งยิ้มกว้าง เดินเลี่ยงกองน้ำบนพื้นเข้าไปที่แผงควบคุม จัดการปรับระดับเตียงให้กลับมาอยู่ในองศาที่ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด"Merci beaucoup, mon Dieu... J'étais tellement paniquée." (ขอบคุณมาก พระเจ้าช่วย... ฉันตกใจแทบแย่) หญิงชาวอาหรับถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหาเอวาเพื่อจับมือขอบคุณทว่าด้วยความรีบร้อนและรองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้องพักที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ยึดเกาะกับพื้นเปียก ปลายเท้าของหญิงวัยกลางคนเหยียบลงบนแอ่งน้ำที่หกอยู่พอดี ร่างท้วมนั้นเสียหลักลื่นไถลไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว"ระวังค่ะ!"เอวาร้องเตือน สัญชาตญาณสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของญาติคนไข้เอาไว้สุดแรงเพื่อดึงรั้งไม่ให้ล้มฟาดพื้น แรงกระชากทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดของอีกฝ่ายทิ้งมาที่เธอ เอวาเสียการทรงตัว ร่างบางเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาอย่างจังปึก!"โอ๊ย!"เสียงอุทานหลุดออกจากปากเอวาพร้อมกับความรู้สึกแสบร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาจากหลังมือขวา ขอบโต๊ะหินอ่อนที่สลักลวดลายคมกริบขูดเข้ากับผิวเนื้อจนเกิดรอยถลอกลึก เลือดสีสดค่อยๆ ซึมซ

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 8

    "ขอบคุณค่ะ ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลย"เอวาจัดการแกะห่อแซนด์วิช กัดเข้าไปคำโต ความหิวทำให้รสชาติของอาหารสำเร็จรูปอร่อยขึ้นเป็นสิบเท่า ปรวีร์หันกลับมามองคนข้างๆ ที่กำลังเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย ท่าทางเกร็งๆ และแววตาแข็งกร้าวเมื่อตอนเช้าหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขกับการกิน"เคี้ยวให้หมดก่อนแล้วค่อยกลืน ไม่มีใครแย่งคุณหรอก" เขาดุเสียงไม่จริงจังนักเอวากลืนแซนด์วิชลงคอ หยิบขวดนมสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาบิดฝาแล้วเจาะหลอดดูด ความหวานอมเปรี้ยวและความเย็นสดชื่นไหลผ่านลำคอ ดับความกระหายและเพิ่มน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว รสชาติที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเผลอผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งหมดที่มีมาตลอดทั้งวันเธอลดขวดนมลง ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตหยีลงจนแทบเป็นสระอิ มันเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสว ปราศจากการปรุงแต่งหรือการรักษามาดใดๆ ทั้งสิ้นจังหวะที่ปรวีร์ปรายตามองมา ภาพรอยยิ้มนั้นก็พุ่งชนเข้าที่กลางอกของศัลยแพทย์หนุ่มอย่างจังลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง มือหนายกขึ้นขยับแว่นตาแก้เก้อ รู้สึกได้ถึงคว

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 7

    แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังมองหาใครชายหนุ่มขยับกรอบแว่นตาโลหะสีเงินให้เข้าที่เมื่อเห็นว่าพนักงานคนใหม่กำลังฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน เขาเดินตรงเข้าไปหาด้วยจังหวะฝีเท้าที่เงียบกริบ ตั้งใจจะปลุกขึ้นมาตักเตือนเรื่องการนอนหลับในพื้นที่ให้บริการ แม้ว่าเวลานี้จะเลยเวลาทำการปกติมาแล้วก็ตามทว่าเมื่อเดินเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มกลับสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองกระดาษที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาเน้นข้อความหลากสีปรวีร์ก้มลงอ่านเนื้อหาบนหน้าจอ มันไม่ใช่ตารางสรุปที่เธอส่งให้เขาเมื่อตอนบ่าย แต่มันคือการวิเคราะห์ประวัติการใช้ยา Heparin ของคนไข้ที่เธอสกัดออกมาจากรายงานการแพทย์ฉบับย่อยของโรงพยาบาลในปารีส หญิงสาวเขียนโน้ตภาษาไทยกำกับไว้ด้านข้างอย่างละเอียดว่าคนไข้เคยมีภาวะเลือดหยุดไหลช้าเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทีมแพทย์ฝั่งตะวันออกกลางไม่ได้ไฮไลต์ส่งมาให้มือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปเคาะโต๊ะเพื่อปลุกคนหลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศปรวีร์ไล่อ่านตัวอักษรเหล่านั้นทีละบรรทัด ความรู้สึกหงุดหงิดและอคติที่มีต่อเด็กดื้อรั้นคนนี้ค่อยๆ สลายลง แทนที่ด้วยความเคารพในความเป็นม

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 6

    "นี่คือประวัติการรักษาส่วนแรกของท่านชีค" ปรวีร์เอ่ยเสียงเรียบ "ผมต้องการบทสรุปย่อ ข้อมูลการแพ้ยา ประวัติการผ่าตัดเดิม และความต้องการพิเศษส่วนตัวที่ทางฝั่งนั้นส่งมา จัดทำเป็นตารางสรุปให้ผมอ่านง่ายๆ บนโต๊ะทำงาน..." เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา "...ภายในบ่ายสามโมงตรงวันนี้"เอวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ตอนนี้เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอมีเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงในการอ่านเอกสารทางการแพทย์ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษหลายร้อยหน้า แถมยังต้องย่อยมันออกมาเป็นตารางสรุปให้ผู้ชายจอมเนี้ยบคนนี้อ่าน นี่มันไม่ใช่การสั่งงาน แต่มันคือการกลั่นแกล้งชัดๆ"บ่ายสามโมง?" เอวาทวนคำถาม "คุณหมอทราบใช่ไหมคะว่าเอกสารพวกนี้เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง และฉันต้องใช้เวลาเทียบเคียงข้อมูลให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์""ผมถึงสั่งให้คุณทำไง คุณเอวา" เขาย้อนกลับด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าชา "คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณมีทักษะด้านภาษาและพร้อมจะทำงาน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็แปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้ช่วยของผม"ความท้าทายถูกโยนใส่หน้าอย่างจัง เอวากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นรอย ความดื้อรั้นในสายเลือดราชวงศ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เธอจะไม่ยอมแพ้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด

  • เจ้าหญิงของหมอปรวีร์   บทที่ 5

    "อะไรนะครับ!" ปรวีร์เผลอหลุดเสียงดัง "อาจารย์จะให้พนักงานคนนี้มาตามติดผมเนี่ยนะ? ผมไม่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวครับ พยาบาลในวอร์ดก็ทำงานประสานได้ดีอยู่แล้ว""พยาบาลในวอร์ดไม่ได้มีทักษะการเจรจาระดับการทูตหมอวี" ผู้อำนวยการสวนกลับทันที "และเคสนี้เดิมพันสูงมาก ถ้าเรารักษาชีค อัล-ฟาร์ซี สำเร็จและสร้างความประทับใจได้ มันจะดึงดูดนักลงทุนจากตะวันออกกลางเข้ามาอีกมหาศาล นี่ไม่ใช่คำขอร้องหมอวี... นี่คือคำสั่ง"คำว่า 'คำสั่ง' ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ปรวีร์กรามบดเข้าหากันแน่น เขาเป็นศัลยแพทย์อันดับหนึ่ง ไม่เคยมีใครกล้าบังคับให้เขาทำงานกับคนที่ไม่ต้องการมาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงที่กล้าเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ด้วยแล้วเอวาเองก็รู้สึกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทุบลงกลางหลัง เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของปรวีร์ สันกรามที่นูนขึ้นเป็นสันชัดเจนบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นสุดของเขา ถ้าต้องทำงานร่วมกับผู้ชายเผด็จการคนนี้ตลอดสามเดือน ชีวิตการเป็นสามัญชนของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น"เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม ทั้งสองคน" ผู้อำนวยการกวาดสายตามองคนทั้งคู่"รับทราบครับ" ปรวีร์ตอบรับเสียงแข็งกระด้าง"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status