Masuk"ผมขอตรวจดูข้อเท้าของคุณพายหน่อยนะครับ" วาคิมเอ่ย พร้อมกับมองพันไมล์เป็นเชิงขออนุญาต
พันไมล์พยักหน้าแทนคำตอบ หมอหนุ่มกุมข้อเท้าเล็กบางและเตรียมจะลงมือถอดรองเท้า แต่ยังไม่ทันลงมือ เสียงเข้มงวดของอัมรานก็ขัดขึ้น
"หยุดก่อน..."
ทุกคนหันไปมองด้วยสายตาเป็นคำถาม
"นายถอด" เขาชี้แทนไท "ส่วนนาย...ตรวจ" เขาหันมาบอกวาคิม
ชายหนุ่มทั้งสี่แม้จะงงกับคำสั่งของชีคหนุ่ม แต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะถาม ยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี
"ข้อเท้าไม่พลิก แต่บวมจากการปะทะของแข็ง เดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องเอาน้ำแข็งมาประคบไว้ แล้วทายาซ้ำพรุ่งนี้ก็น่าจะยุบ คุณพายพอจะลุกเดินไหวไหมครับ"
แม้จะยังเจ็บอยู่ แต่ยี่ห้อพันไมล์ไม่มีหรอก ที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้ทุกคนเห็น โดยเฉพาะชีคจอมบงการ
"วิ่งยังไหวเลย" เจ้าตัวคุยโว
แต่ดูเหมือนข้อเท้าเจ้ากรรมจะไม่ยอมฟังคำสั่ง ขยับเดินไม่ถึงก้าวก็แทบจะทรุดลงไปนั่งเหมือนเดิม ดีที่แทนไทรับไว้ทัน
"ดื้อไม่เลิกเลยนะเรา" พี่ชายดุ
"ไม่ต้องยุ่งเลยพี่แทน พายยังเดินไหว”
“เจ็บขนาดนี้แล้วยังจะทำอวดเก่งอีก”
“ข้อเท้าของพาย พายจัดการเองได้ แผลแค่นี้ไกลหัวใจ"
แม้ปากจะเก่งแต่ใบหน้าเรียวกลับซีดเผือด หญิงสาวกัดริมฝีปากเพื่อข่มความเจ็บปวด เธอจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ชีคบ้าอำนาจได้หัวเราะเยาะเธอเด็ดขาด
"ผมว่าพาคุณพายไปพักก่อนดีไหมครับ" จาบรินถามขึ้นอย่างเป็นห่วง
"ดีเหมือนกัน" แทนไทเห็นด้วย และทำท่าจะอุ้มน้องสาว แต่พันไมล์รีบโวยขึ้น
"หยุดเลยนะพี่แทน ไม่ต้องมาอุ้ม พายเดินเองได้"
อัมรานยืนมองวิวาทะระหว่างพี่น้องอยู่ครู่ใหญ่ จึงพูดขึ้นว่า
"เลือกเอาว่าจะให้แทนอุ้ม หรือว่าต้องถึงมือผม"
“ไม่ว่าใครฉันก็ไม่เอาทั้งนั้น” หญิงสาวเชิดหน้าตอบ
โดยไม่ทันได้ระวังตัวเท้าของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้น หน้าท้องของเธอกระแทกกับบ่าของเขาเข้าอย่างจัง
“ปล่อยนะ...ปล่อย...ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ ไม่ได้ยินหรือไงไอ้หน้าโหด” พันไมล์พยายามดิ้นรนขัดขืน
“ฤทธิ์มากนักใช่ไหม”
อัมรานคำรามก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปที่บั้นท้ายงอนงามอย่างแรง เพื่อเป็นการสั่งสอนที่เธอบังอาจมาแผลงฤทธิ์ใส่เขา
“โอ๊ย! เจ็บนะไอ้บ้า ไอ้จอมโหด”
พันไมล์เจ็บจนน้ำตาแทบร่วง เธอจึงตะโกนด่าเขาไม่หยุดหย่อน และทั้งเตะทั้งถีบสารพัดเท่าที่จะทำได้ด้วยความโมโห
“ปากดีนักนะ ถ้ายังไม่หยุดด่าผมละก็คุณได้เจ็บตัวมากกว่านี้แน่” เขาพูดขู่
ความจริงเขาก็ไม่อยากทำร้ายเธอเช่นนี้ แต่เธอเองนั่นแหละที่แผลงฤทธิ์เอาไว้มากมาย ที่สำคัญกระทำต่อหน้าลูกน้องของเขา และมันทำให้เขารู้สึกเสียหน้าที่เธอไม่ยอมรับฟังคำสั่งของเขาแต่โดยดี จนเขาต้องกำหลาบให้เธอรู้สำนึกซะบ้าง
“ป่าเถื่อน!” พันไมล์ตะโกนก้องโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต่อว่าใคร คนไหนร้อนตัวก็รับเอาไปละกัน แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงของอัมรานดังลอยมากระทบหู
“ถ้าคุณยังกล้าที่จะด่าหรือขัดคำสั่งของผมอีกละก็ คุณจะได้รู้ซึ้งถึงคำว่าป่าเถื่อนของผมแน่พันไมล์”
“คุณมีสิทธิอะไรมาทำแบบนี้กับฉัน ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ ฉันขอสั่งให้คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้...ปล่อยสิ”
พันไมล์ออกคำสั่งพร้อมกับดิ้นไม่หยุด แต่แรงของเขามีมากกว่าเธอหลายเท่า ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถหลุดไปจากกรงเล็บของเขาได้
แทนไทและสามองครักษ์หนุ่มยืนตะลึง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่พักใหญ่ จากนั้นจึงรีบเดินตามสองหนุ่มสาวไป
อัมรานแบกพันไมล์มาโยนลงบนที่นอนอย่างแรง โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร หญิงสาวรีบลุกจากเตียงมายืนเผชิญหน้าเขาทั้งที่ยังเจ็บข้อเท้าอยู่ พร้อมกับโวยวายออกมาด้วยความลืมตัว และลืมนึกไปว่าเธอไม่ควรแสดงกิริยาเช่นนี้กับเขา เพราะเขามีฐานะเป็นถึงชีคผู้นำเผ่าบารัซ
“เจ็บนะ...คุณมันโหดร้าย...ป่าเถื่อน...ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ”
“นั่นละตัวตนที่แท้จริงของผม”
“ก็รู้ตัวดีแต่ทำไมไม่ปรับปรุง” พันไมล์แอบพึมพำเบาๆ เพียงลำพัง
“คุณฟังผมให้ดีนะพันไมล์ นับจากนี้เป็นต้นไปคุณจะต้องย้ายมาพักที่ห้องนี้ เพราะมันเป็นห้องที่ติดกับห้องของผม เพื่อความสะดวกในการทำหน้าที่ปรนนิบัติผมตามสัญญาที่คุณให้ไว้”
“ถึงฉันพักอยู่ห้องเดิมฉันก็ทำหน้าที่นั้นได้ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องย้ายห้องให้มันยุ่งยาก”
“ไม่มีอะไรที่ยุ่งยาก เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนของผมขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ของคุณมาไว้ที่นี่”
“แต่ฉันอยากพักห้องเดิม” พันไมล์เน้นคำพูด
เพราะต้องการที่จะกวนประสาทเขา ทำให้เธอพูดออกไปเช่นนั้น อะไรก็ตามที่เขาต้องการให้เธอทำ เธอก็จะทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของเขาทันที
“ตกลงคุณจะขัดคำสั่งผมใช่ไหม อย่าลืมสิว่าคุณเป็นฝ่ายแพ้ เพราะฉะนั้นผมสั่งให้คุณทำอะไรคุณก็ต้องทำ หรือว่าคุณคิดจะผิดคำพูดและไม่รักษาสัญญาก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม ผมจะได้รู้ว่าสัญญาของผู้หญิงมันเชื่อถือไม่ได้”
พันไมล์แอบเบ้หน้าด้วยความไม่สบอารมณ์เมื่อได้ยินคำพูดของเขา
ผู้ชายอะไรดีแต่สั่ง...สั่ง...และสั่งให้ทำโน่นทำนี่ตามแต่ใจ...โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น
แต่เธอจะทำอะไรได้ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงจำต้องยอมทนและตกเป็นเบี้ยล่างของเขาโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง
“คุณเห็นประตูตรงนั้นไหม มันเป็นประตูที่เชื่อมต่อระหว่างห้องของเรา ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมคุณจะต้องย้ายเข้ามาพักที่ห้องนี้”
“เรื่องมากจริง ห้องไหนก็เหมือนกัน แค่นี้ใช่ไหมที่คุณต้องการ”
อัมรานพยักหน้าก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“เดี๋ยวผมจะให้วาคิมเข้ามาดูแลข้อเท้าของคุณ”
“ไม่จำเป็น...แผลแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ก็ทำตามที่ผมบอก”
“คิดว่าฉันจะกลัวคำขู่ของคุณเหรอ ฝันไปเถอะ ไม่มีวันนั้นหรอก"
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







