Masukในช่วงจังหวะนั้นเองแทนไทและสามองครักษ์คนสนิทก็เดินเข้ามาในห้อง พวกเขาเห็นสองหนุ่มสาวกำลังยืนเผชิญหน้ากัน และดูเหมือนว่าทั้งคู่กำลังจะเปิดศึกกันอีกรอบ
“วาคิมนายรีบมาจัดการดูแลข้อเท้าที่บาดเจ็บของพันไมล์เดี๋ยวนี้”
ชีคอัมรานออกคำสั่งเมื่อเห็นเพื่อนและลูกน้องทั้งสามคนของตนเดินเข้ามาในห้อง
“ฉันบอกแล้วว่า...” พันไมล์ยังพูดไม่ทันจบประโยค
“หุบปาก!” อัมรานตวาดเสียงดังใส่หน้าเธอ
“ผมไม่ได้บอกให้คุณออกความเห็น เพราะฉะนั้นปิดปากของคุณให้สนิท แล้วก็ทำตามที่ผมสั่ง”
พันไมล์เม้มปาก และจ้องมองคนบ้าอำนาจด้วยดวงตาวาวโรจน์
วาคิมรีบไปจัดเตรียมอุปกรณ์และยาที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อนำมาประคบข้อเท้าข้างที่ได้รับบาดเจ็บของพันไมล์ ตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม เขาดูแลและทำแผลให้หญิงสาวด้วยความชำนาญ ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ...เพราะมันเป็นหน้าที่ของผม”
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วพวกผมขอตัวก่อนนะครับท่านชีค คุณพายจะได้พักผ่อน” วาคิมเอ่ย
“จะรีบร้อนไปไหน เรายังพูดไม่จบ”
ทุกคนจำต้องหยุดแล้วหันไปมองชีคหนุ่ม
“ผมขอสั่งให้คุณไปฝึกร้อยดอกไม้เป็นเวลาสามวัน เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนของผมนำทางคุณไป แทนนายฝืนกฎนายก็ต้องถูกลงโทษด้วยเหมือนกัน และพวกนายสามคนก็อย่าคิดนะว่าจะรอดตัว พวกนายหย่อนยานในการใช้กฎข้อบังคับ เพราะฉะนั้นก็ให้ไปขัดอาวุธที่ห้องเก็บสรรพาวุธพร้อมกับแทน”
เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านชีคพูด ต่างคนก็ต่างมองหน้ากันไปมองหน้ากันไปมา
“กฎไม่ได้มีไว้ให้ละเมิด ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลของการกระทำนั้น"
อัมรานพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง
“คนบ้าอำนาจ! ดีแต่สั่ง สั่ง สั่ง” พันไมล์โวยวายขึ้นอย่างเหลืออด
“"หยุดเลยแม่ตัวยุ่ง ยังจะปากดีอีก ที่พวกพี่ต้องถูกทำโทษไปด้วยก็เป็นเพราะเรา"
"แล้วใครใช้ให้พี่แทนเดินเข้ามาในสนามฝึก"
"ยังจะมาเถียงอีก ไปฝึกร้อยดอกไม้ให้สนุกเถอะ" แทนไทบอกน้ำเสียงสะใจปนสงสาร
จากนั้นทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกันไปรับชะตากรรม ตามคำสั่งของท่านชีคโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
เช้าวันต่อมา...หลังจากตื่นมาตอนเช้าแต่งตัวไปประชุมกลับมา อัมรานก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาพันไมล์ เขาเดินไปเปิดประตูห้องที่เชื่อมติดกัน พร้อมกับยืนพิงประตูมองหญิงสาวอยู่ครู่ใหญ่ แต่พันไมล์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว เธอยังคงนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ภายในห้องนั้น
ชีคหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปยืนและมองใบหน้าเธอนิ่งอยู่อย่างนั้น
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวบนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น อัมรานจึงเดินไปคว้าแจกันใส่ดอกไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้หัวเตียงขึ้นมา ก่อนจะดึงดอกไม้ช่อใหญ่ออกมาจากเหยือกแล้วพรมลงไปที่หน้าของพันไมล์ หญิงสาวสะดุ้งตกใจตื่น
"เฮ้ย...อะไรนี่" พันไมล์โวยวาย แต่พอเห็นว่าเป็นใครเธอก็เบ้ปากพึมพำว่า “ชีสเน่า...นี่เอง”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ...แล้วเข้ามาทำไมในห้องนี้ ไม่มีมารยาท" พันไมล์โจมตีไม่ไว้หน้า
อัมรานไม่สนใจคำต่อว่านั้น “คุณผิดสัญญา...”
พันไมล์เม้มปาก "ตื่นสาย...ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำตามที่พูด"
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว..."
พันไมล์กวาดสายตามองชีคหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า เช้านี้เขาใส่ชุดคลุมสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กตัวยาวขลิบทองที่ชาวอาหรับนิยมใส่กัน ซึ่งก็ดูภูมิฐานไม่มีจุดบกพร่องอะไร
"คุณก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้วนี่...จะให้ฉันทำอะไรอีก" เธอบอกพร้อมกับลุกขึ้นมาพับผ้าห่มและเก็บเตียงนอน อันเป็นกิจวัตรที่เคยทำอยู่เป็นประจำ
"ฉันขอบอกก่อนนะว่าไม่ใช่คนใช้มืออาชีพ...อาจจะปฏิบัติหน้าที่ขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง คุณจะเอามาเป็นข้ออ้างทำโทษฉันไมได้นะ"
อัมรานยืนมองหญิงสาว พลันสายตาก็ไปสะดุดกับปลายนิ้วเรียว ที่มีพลาสเตอร์ปิดแผลพันไว้แทบจะครบทุกนิ้ว เท้าไว้กว่าความคิด ชายหนุ่มเดินไปคว้ามือเรียวบางขึ้นมาดูพร้อมกับถาม
"ไปโดนอะไรมา..."
พันไมล์ชะงัก กระชากมือกลับ แต่ยิ่งดึงอัมรานกลับยิ่งยึดไว้แน่น
"ยังจะมาถาม...คุณเจตนาแกล้งฉัน ส่งฉันไปทำงานที่คุณย่อมรู้ว่าไม่ถนัด"
"ให้ไปฝึกร้อยดอกไม้ ไม่ได้ให้เอานิ้วไปให้เข็มทิ่มเล่น...ซุ่มซ่ามจริง" อัมรานดุน้ำเสียงหงุดหงิด
คราวนี้พันไมล์กระชากจนหลุด "ใครซุ่มซ่าม...เก่งนักก็ลองไปนั่งร้อยดอกไม้ดูบ้างสิ แล้วจะรู้"
พันไมล์ว่าอย่างเจ็บใจ ยิ่งนึกก็ยิ่งแค้น ที่เขาทำโทษให้เธอไปฝึกร้อยดอกไม้ทั้งวัน ปวดขาก็ปวด ตะคริวก็เล่นงาน เข็มบ้าๆ พวกนั้นก็ไม่ได้ดั่งใจ แทนที่จะทิ่มไปบนดอกไม้กลับมาทิ่มนิ้วเธอซะนี่
"ใส่ยาหรือยัง..." กังวานเสียงดุดันอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"เรียบร้อย...คุณไม่ต้องห่วง"
"ใครเป็นห่วงคุณ...ผมแค่กลัว..."
"ว่าจะไม่มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้" พันไมล์พูดแทรกขึ้นอย่างคนใจร้อน
เมื่อเห็นชีคหนุ่มไม่ปฏิเสธ จึงพูดต่อว่า "นี่...ท่านชีคผู้ยิ่งใหญ่ ฉันต้องรับหน้าที่นี้ไปถึงเมื่อไร น่าจะมีกำหนดเวลานะ เพราะฉันไม่อยากติดแหงกอยู่กับคุณแบบนี้ไปตลอดชีวิต"
เมื่อวานเธอตกหลุมพรางเขา จนต้องตกเป็นเบี้ยล่างคอยฟังคำสั่งเขาแบบนี้ หลังจากมาคิดทบทวนดูแล้ว สัญญาอะไรก็ตามก็ควรจะต้องมีกำหนดเวลาที่แน่ชัด
"จนกว่าผมจะพอใจ"
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไรคุณถึงจะพอใจ”
"เมื่อถึงเวลานั้น คุณก็จะรู้เอง"
"ฉันติดตามพี่แทนมาเที่ยวที่นี่ ไม่ได้มาเป็นนางทาส อย่างนี้ฉันไม่ต้องตัวติดอยู่กับคุณตลอดเวลาหรือ"
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง...ว่างเมื่อไรผมจะพาคุณไปเอง รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสการใช้ชีวิต ในดินแดนทะเลทรายอันมีมนตร์ขลังของบารัซอย่างที่เคยตั้งใจไว้แน่"
"ขอบคุณมากค่ะ แต่ไม่รบกวนดีกว่า...ถ้าจะกรุณาแค่คุณจาบรินก็พอค่ะ"
อัมรานหน้าตึง ดวงตาคมหรี่เล็กเป็นประกายวาบ
"จาบรินอย่างนั้นหรือ"
“ค่ะ...คุณจาบรินทั้งเก่งทั้งใจดี แถมยังคุยสนุก เมื่อคืนก็แวะนำยาประจำตระกูลมาให้ แล้วยังช่วยประคบให้ด้วย ดูสิคะ...ได้ผลชะงัดนัก เช้านี้ตื่นมาไม่ปวดเลย"
ว่าแล้วก็สาธิตให้เขาดู แต่ด้วยความรีบร้อน พันไมล์จึงสะดุดเท้าตัวเอง และเผลอทิ้งน้ำหนักไปยังข้อเท้าเจ้าปัญหาก็เลยเจ็บแปลบ ทำให้เซเสียการทรงตัวจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีแต่ว่าชายหนุ่มอาศัยความไวคว้าร่างเล็กบางของพันไมล์ช่วยไม่ให้เธอล้มได้ทันเวลา
พันไมล์ยืนตะลึง แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มจำต้องเกาะเกี่ยวร่างสูงของเขาไว้เป็นหลัก ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้เธอสามารถสัมผัสได้ถึงเรือนร่างแข็งแกร่งของชายหนุ่ม
ไอร้อนพวยพุ่งสู่แก้มนวล
"คุณ...ฉันไม่เป็นไรแล้ว...ปล่อยตัวฉันได้ละ" เธอบอกพร้อมกับหลบสายตา
แต่พอเงยหน้าขึ้นประสานเข้ากับสายตาคมกล้าคู่นั้นของเขาอีกครั้ง หัวใจที่เคยสงบนิ่งก็เริ่มเต้นแรง อย่างไม่อาจจะควบคุมได้
"แน่ใจนะ..." เขาถามย้ำ
พันไมล์ได้แต่พยักหน้า ไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ
เมื่ออัมรานเห็นว่าหญิงสาวทรงตัวยืนได้แล้ว เขาจึงปล่อยมือจากร่างบางของเธอ
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปเตรียมตัว และไปเจอกันที่ห้องอาหาร"
อัมรานยกมือขึ้นดูเวลา "คุณมีเวลายี่สิบนาที สำหรับการทำธุระส่วนตัว"
พันไมล์ฉุน "นี่คุณฉันมีสิทธิ์จะรู้นะว่าฉันจะต้องไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร"
"สิบเก้า..." เขาบอกโดยไม่สนใจข้อโต้แย้งของหญิงสาว และยังคงนับไปเรื่อยๆ
พันไมล์เห็นชายหนุ่มเริ่มจับเวลา แม้ใจอยากจะต่อต้านตามวิสัยไม่ยอมคน แต่มาคิดๆ ดูดื้อไปก็มีแต่เจ็บตัว ยกนี้ยอมให้เขาไปก่อน จะได้ไม่มากล่าวหาว่าเธอเบี้ยวสัญญาอีก
"หยุดนับได้แล้ว” พันไมล์ยกมือยอมแพ้ “ฉันทำธุระส่วนตัวเสร็จเมื่อไรจะรีบตามไป"
"อย่าช้านักล่ะ ผมไม่ชอบพวกไม่รักษาเวลา"
"เจ้าค่ะ...ท่านชีค" พันไมล์ย่อตัวทำความเคารพชีคอัมรานผู้ยิ่งใหญ่ และมองตามจนเขาลับประตูไป
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







