Masukในที่สุดเขาก็คิดวิธีที่จะทำให้ท่านอาเลิกสงสัยการเดินทางของเขาได้
“ยะห์ซินนายไปเตรียมตัว...เราจะไปล่าจิ้งจอกทะเลทรายกัน”
“ไม่กลัวท่านฮาร์มาลจะรู้เรื่องนี้หรือครับ”
“เรามีแผนแล้ว...” เมื่อตัดสินใจได้เช่นนั้น ดวงหน้าคมเข้มของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ
“แผนอะไรครับ” ยะห์ซินถามอยากรู้
“เท่าที่ผมจำได้ ท่านชีคเคยบอกว่าช่วงนี้พวกเรายังไม่ควรออกเดินทางไปไหน เพราะไม่มีใครรู้ว่าท่านผู้สำเร็จราชการจะเกิดบ้ายึดอำนาจไปจากท่านชีคเมื่อไร ทุกวันนี้ท่านฮาร์มาลก็ได้ส่งคนของเขาแทรกซึมไปทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ในศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ แล้วการออกเดินทางจากบารัซในเวลานี้จะดีหรือครับ”
“ใช้โอกาสนี้แหละดีที่สุด...เราคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว นายไปเตรียมตัวตามที่สั่งก็พอ”
เพราะอัมรานคิดแล้วว่าในขณะที่ออกเดินทาง จะทำให้สามารถขนเครื่องมือแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ สอดไส้ไปได้โดยไม่ผิดสังเกต
เมื่อยะห์ซินเห็นเจ้านายยืนยันเช่นนั้นก็ได้แต่รับคำ “ครับผม...แล้วจาบรินละครับ ท่านชีคจะให้เขาเดินทางไปพร้อมกับเราด้วยหรือเปล่าครับ”
“เบื่อเป็นบุรุษพยาบาลแล้วหรือไง” อัมรานถาม
“จาบรินบอกว่า...จับเข็มฉีดยาไม่สนุกเท่าจับปืนครับ”
อัมรานหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นนายก็ไปบอกให้จาบรินเตรียมตัวให้พร้อม”
“คุณพายละครับ...จะพาเธอไปด้วยไหม” ยะห์ซินถาม
“พาไปสิ...แขกคนสำคัญ ถ้าขาดไปแผนของเราก็จะไม่สมบูรณ์”
“ครับ...ผมจะได้ไปบอกทั้งสองคนเตรียมตัวให้พร้อม”
“ดีมากยะห์ซิน...แต่ว่าตอนนี้เราต้องไปสถานที่แห่งหนึ่งก่อน”
“จะไปพบแม่เฒ่าหรือครับท่านชีค”
“ใช่...มีเรื่องบางอย่างที่เราต้องการจะถามแม่เฒ่า” ว่าแล้วชีคหนุ่มก็สั่งให้ทหารนำม้าออกมา จากนั้นก็กระโดดขึ้นหลังม้าควบตรงไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างร้อนใจ
ฮาร์มาลนั่งคิดอย่างกังวล หลังจากรู้ว่ารัฐมนตรีสาธารณสุขถูกอัมรานเรียกตัวไปพบ ตอนแรกนึกว่าชีคหนุ่มจะเรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่หลานชายเขากลับเลือกที่จะไปฝึกอาวุธ และออกไปล่าจิ้งจอกพร้อมหญิงสาวชาวไทย โดยไม่ใส่ใจการบริหารงานในเผ่า
ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยของอัมราน มันทำให้เขาไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เขาจึงสั่งให้คนไปตามสายสืบที่ส่งเข้าไปปะปนอยู่ภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นมาพบ
“คนที่ท่านต้องการพบมาแล้วครับ”
ฮาร์มาลหันไปมองคนที่เขาสั่งให้ดีนาส ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทของเขาไปพาตัวมา
“เจ้าสืบได้ความว่ายังไงบ้าง”
สายสืบรายงานว่าวันก่อนท่านชีคพาพาหญิงต่างชาติคนหนึ่ง เดินทางไปสักการะองค์เทพีรีฮานน่า และได้แวะไปสนทนาไต่ถามทุกข์สุขกับแม่เฒ่าตามลำพัง ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน จากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางกลับ
แต่เท่าที่เฝ้าจับตามองท่าทางของท่านชีคก็ดูปกติ ไม่มีท่าทีที่น่าสงสัยหรือมีพิรุธอะไร
“อัมรานถามถึงสร้อยไหม”
“ถามค่ะ แต่แม่เฒ่าก็ไม่ได้ตอบอะไร”
ฮาร์มาลหยิบถุงกำมะหยี่สีแดงซึ่งบรรจุทองคำแท่งจำนวนหนึ่ง โยนให้กับสายที่เขาส่งเข้าไปแทรกซึมอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น
“นี่คือค่าตอบแทนของเจ้า ถ้ามีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมก็ให้รีบมารายงานข้าทันที ตอนนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว และอย่าให้ใครเห็นว่าเจ้าเข้ามาที่นี่”
“ค่ะ” หญิงสาวนางนั้นรับคำ จากนั้นก็เดินออกไปจากห้อง เพื่อกลับไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ฮาร์มาลนั่งคิดทบทวนคำพูดของสายที่มารายงานเขาเมื่อวันก่อน มันมีข้อสงสัยว่าเหตุใดอัมรานจึงต้องพาหญิงสาวชาวต่างชาติ ไปสักการะองค์เทพีรีฮานน่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ มันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่ คิดได้ดังนั้นเขาจึงสั่งให้นายทหารคนสนิท ออกเดินทางไปพบแม่เฒ่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับเขา โดยไม่รู้ว่าชีคอัมรานก็มาพบแม่เฒ่าเช่นเดียวกัน
ในจังหวะที่เขาไปถึงที่นั่น ก็เป็นเวลาเดียวกับที่ชีคอัมราน กำลังพูดคุยอยู่กับแม่เฒ่าอยู่ภายในห้องรับรอง
เมื่อคนของวิหารเห็นท่านผู้สำเร็จราชการเดินทางมาถึง ก็จะเดินเข้าไปแจ้งเรื่องนี้ให้แม่เฒ่าทราบ แต่ฮาร์มาลกลับบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำให้ยุ่งยากหรือมากพิธี จะไปทำอะไรก็ไป เดี๋ยวเขาจะเดินเข้าไปพบบุคคลทั้งสองเอง
จากนั้นก็รีบเดินตรงไปที่ห้องดังกล่าวโดยไม่ให้ทั้งสองคนรู้ตัว
“การเดินทางในครั้งนี้ของท่านชีค จะเป็นการพิสูจน์ตัวตนของท่าน ขอให้ท่านระวังด้วย” แม่เฒ่าเอ่ยเตือน
“แม่เฒ่า เมื่อไรท่านจะเลิกพูดเป็นปริศนาสักที” อัมรานถามขึ้นอย่างหงุดหงิด
เขาตั้งใจมาบอกให้แม่เฒ่าระวังตัวในช่วงที่เขาจะไม่อยู่ที่บารัซ แต่แม่เฒ่ากลับบอกว่าเขาจะมีโชคในการเดินทางไปซาเนียในครั้งนี้
หญิงชรายิ้ม “ลิขิตสวรรค์บางครั้งก็ไม่สามารถบอกได้”
อัมรานพยักหน้า เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าไม่ให้ความคืบหน้าอะไร เขาจึงตัดสินใจกลับไปที่จัสตินพาเลซ
“ผมต้องไปแล้ว แม่เฒ่าระวังตัวด้วยล่ะ...อย่าลืมที่ผมสั่งไว้” อัมรานกำชับ
“ท่านชีคไม่ต้องเป็นห่วงข้า...ข้าขออวยพรให้ท่านเดินทางโดยปลอดภัย แต่ขอให้ท่านจำคำของข้าไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ท่านจะต้องเดินทางกลับมาก่อนวันบุหลันโซฮา”
“ทำไมผมจะต้องรีบเดินทางกลับมาที่นี่ก่อนวันบุหลันโซฮา ทุกปีที่ผ่านมาผมจะอยู่หรือไม่อยู่ ก็ไม่เคยเห็นแม่เฒ่าให้ความสนใจ”
“มันเป็นชะตาชีวิตของท่าน...ชะตาที่ถูกลิขิตไว้แล้ว”
“ปีนี้มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ หรือว่าองค์เทพีรีฮานน่าต้องการบอกอะไรกับผม”
“อย่าลืมสิ่งที่ข้าเคยพูดไว้กับท่านนะท่านชีค ไม่ว่าอย่างไรท่านก็จะต้องเดินทางกลับมาที่นี่ก่อนวันบุหลันโซฮา”
แม่เฒ่าเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพื่อเตือนมิให้ชีคหนุ่มละเลยคำพูดของนาง
อัมรานหันกลับมามองแม่เฒ่า สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม และเขาก็รู้ดีว่าคงยากที่จะได้รับคำตอบใดใดเพิ่มเติมจากแม่เฒ่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปคาดคั้น เพราะถึงอย่างไรนางก็คงไม่ยอมพูดอยู่ดี เขาจึงเลิกถามและเดินทางกลับจัสตินพาเลซพร้อมกับยะห์ซิน
เมื่อท่านชีคเดินทางกลับออกมาจากวิหาร คนของแม่เฒ่าได้เข้ามารายงานนางถึงการมาเยือนของท่านผู้สำเร็จราชการ แม่เฒ่าพยักหน้ารับรู้โดยมิได้เอ่ยคำพูดใดใด แม้จะรู้สึกหนักใจแทนท่านชีค แต่ก็คงจะทำอะไรไม่ได้
เพราะมันคือเส้นทางที่เบื้องบนใช้เป็นบททดสอบ ก็ได้แต่หวังว่าท่านชีคจะก้าวผ่านเส้นทางวิบากเหล่านี้ไปได้ด้วยดี
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







