Share

บทที่ 38

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:36:08

            "กลับเมืองไทย!" พันไมล์อุทานเสียงแผ่ว ไม่คิดว่าเขาจะโกรธรุนแรงถึงขั้นมีความคิดที่จะส่งเธอกลับเมืองไทย เมื่อคืนเขากราดเกรี้ยวใส่เธอ เพราะโกรธที่เธอไม่ยอมเชื่อฟัง แต่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะจริงจังและดุดันขนาดนี้ เพราะไม่อยากถูกส่งตัวกลับทำให้พันไมล์ถึงกับต้องให้สัญญากับเขา

            "ฉันรับปากค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะทำทุกอย่างตามที่คุณสั่งอย่างเคร่งครัด รับรองไม่บิดพริ้ว" เธอยกมือขึ้นทำท่าสัญญา

            แต่เมื่อเห็นเขายังนิ่งเฉย พันไมล์เม้มปาก ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ด้วยเกียรติของพันไมล์...."

            “ฉันเอาเกียรติของตัวเองมาเป็นประกัน คราวนี้คุณยอมเชื่อหรือยังคะ"

            แม้อัมรานจะไม่เต็มใจ แต่จำต้องยอมรับ

            พันไมล์เห็นชีคหนุ่มไม่โต้แย้งใดๆ เธอจึงเดินไปหยิบสำรับอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะมายื่นส่งให้

            "คุณไม่ทานอะไรหน่อยหรือคะ"

            รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชีคหนุ่ม มาอีกแล้วไอ้รอยยิ้มแบบนี้ เธอไม่อยากจะเห็นมันบ่อยนักหรอกนะ เห็นแล้วใจมันสั่นยังไงก็ไม่รู้

            ชีคหนุ่มพยายามที่จะลุกขึ้นนั่งด้วยความยากเย็น แต่ก็ไม่ยอมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ พันไมล์จึงตรงเข้าไปช่วยประคองโดยไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยปาก และตัดสินใจป้อนอาหารเช้าให้เขาด้วยตัวเอง

            ในขณะที่เธอป้อนอาหารอัมรานก็จ้องมองเธอไม่วางตา นัยน์ตาของเขาเป็นประกาย ดวงหน้าคมเข้มปรากฏรอยยิ้มบาง พันไมล์รู้สึกเขินอายเมื่อสบสายตาเป็นประกายนั้น แต่ก็พยายามจะหักห้ามความเขินอาย ป้อนอาหารและยาให้เขาจนเสร็จ

            ใจของพันไมล์เต้นโครมคราม เมื่อเขาฉวยโอกาสจับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย สองหนุ่มสาวสบตากันและกันด้วยแววตาหวานซึ้ง พันไมล์เสมือนตกอยู่ในมนตร์สะกดของเขา

            อัมรานเคลื่อนหน้ามาใกล้...ใกล้...และใกล้ จนเกือบจะสัมผัสริมฝีปากสีกุหลาบของเธอ

           

            จังหวะนั้นเองที่แทนไทและสององครักษ์หนุ่มเดินเข้ามาภายในกระโจม ทำให้สองหนุ่มสาวผละออกจากกัน พันไมล์ได้สติรีบลุกขึ้นยืน หน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอาย ที่ตนเองเกือบเผลอไผลไปกับสัมผัสของเขา จึงรีบเดินออกไปจากกระโจมนั้นโดยไม่พูดจากับใคร

            สามหนุ่มมองตามจนเธอเดินลับตาไป ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองผู้นำบารัซ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

            “จะยืนอยู่ตรงนั้นกันอีกนานไหม”

            แทนไทและสององครักษ์หนุ่มเดินตรงเข้ามายืนข้างคนเจ็บ แทนไทจ้องมองผู้นำบารัซนิ่งนานโดยไม่พูดจา

            “เรื่องสอบสวนคนร้ายไปถึงไหนแล้ว รู้หรือยังว่าใครเป็นคนบงการเรื่องการลอบสังหารในครั้งนี้”

            อัมรานถามโดยไม่ได้เอ่ยว่าถามใคร แต่สายตาของเขาคาดคั้นคำตอบ

            ยะห์ซินหันไปสบตาวาคิม ก่อนจะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคนร้ายให้เจ้านายหนุ่มทราบ

            “คนร้ายที่เราจับมาได้ถูกฆ่าปิดปาก ก่อนที่เราจะได้ทำการสอบสวนครับท่านชีค สันนิฐานว่าน่าจะเป็นนักฆ่ากลุ่มเดียวกัน ลอบเข้ามาสังหารพวกมันด้วยยาพิษ”

            “พวกนายทำงานกันยังไง” อัมรานตวาดเสียงดังก้อง “ถึงได้ปล่อยให้นักฆ่าลักลอบเข้ามาฆ่าตัดตอนคนร้ายถึงในค่ายพักของเรา ไหนบอกว่าวางเวรยามไว้แน่นหนา แล้วทำไมถึงปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยะห์ซิน”

            “ผมขอโทษครับที่ทำงานพลาด เพราะไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าเข้ามากระทำการอุกอาจถึงที่นี่ แต่เราได้ตรวจพบหลักฐานสำคัญจากตัวของคนร้าย มันคือทองคำจำนวนหนึ่งที่มีตราสัญญาลักษณ์ของท่านฮาร์มาลครับ”

            ยะห์ซินรายงานพร้อมกับส่งถุงกำมะหยี่สีดำ ที่ภายในบรรจุทองแท่งจำนวนสิบแท่งซึ่งมีตราสัญญาลักษณ์ดังกล่าวให้กับเจ้านายหนุ่ม

            อัมรานรับมาเปิดดู เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่ถูกสลักอยู่บนทองแท่งเหล่านั้น ก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าใครคือคนที่จ้างวานคนเหล่านี้มาสังหารเขา

            “เป็นฝีมือของท่านอาอย่างที่เราคาดไว้ไม่ผิด แต่หลักฐานเพียงแค่นั้นก็คงจะไปเอาผิดท่านอาไม่ได้อยู่ดี เพราะพยานบุคคลที่จะซัดทอดว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ได้ถูกฆ่าปิดปากไปแล้ว น่าเสียดายจริงๆ”

            ชีคหนุ่มรู้สึกเสียใจอย่างรุนแรง ที่รู้ความจริงว่าท่านอาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเขา แม้จะเคยคาดเดากันมาก่อนว่ามีความเป็นไปได้ที่ท่านอาอาจจะรู้เห็นในเรื่องนี้ แต่การคาดเดากับการรับรู้ความเป็นจริงนั้น ผลที่ได้รับมันต่างกัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าท่านอาของเขาจะมีใจคอโหดเหี้ยม อำมหิตถึงขนาดส่งคนมาสังหารหลานชายแท้ๆ ของตนเอง เพียงเพื่อต้องการที่จะแย่งชิงอำนาจมาไว้ในมือ

            “ยะห์ซินถ้าครั้งหน้านายยังทำงานผิดพลาดเช่นนี้อีก นายจะต้องโดนลงโทษอย่างหนัก โทษฐานที่บกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง” ชีคหนุ่มกล่าวเสียงเข้ม

                                   

            พันไมล์กลับเข้ามาในกระโจมของผู้นำบารัซอีกครั้ง ในเย็นวันนั้น เธอดูแลเรื่องอาหารและยาให้เขาด้วยความเต็มใจ โดยไม่ต้องรอให้คนเจ็บร้องขอ ก่อนจะช่วยเช็ดตัวให้ชีคอัมราน โดยมีสายตาวาววับของเขามองตามเธออยู่ตลอดเวลา

            เธอพยายามที่จะไม่สบตาเขา และใส่ใจอยู่กับงานตรงหน้า มือเนียนนุ่มเช็ดไล้ไปตามใบหน้าและลำคอ ละเรื่อยลงมาถึงแผงอกแข็งแกร่งของเขาด้วยความตั้งใจ ความใกล้ชิดทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ราวกับจะโอบรัดตัวเธอเอาไว้ และมันทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด

            เมื่อใดก็ตามเธอสบตาร้อนแรงของเขา เธอก็จะวางตัวไม่ถูกมือไม้พานจะอ่อนแรงเอาดื้อๆ ไม่รู้ว่าความเก่งกล้าที่เคยมีมันอันตรธานหายไปไหนหมด ชีคหนุ่มกุมมือเรียวบางข้างนั้นไว้ พร้อมกับยกขึ้นสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างอ่อนโยน

            อัมรานสบตาพันไมล์ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหน้างาม จากนั้นก็แนบริมฝีปากลงบนเรียวปากของเธอ ผู้นำบารัซมอบจูบที่ร้อนแรงและเรียกร้องการตอบสนองจากเธอ

            ซึ่งหญิงสาวก็เผลอไผลให้การตอบสนองเขาเป็นอย่างดี แม้ว่าพันไมล์จะรู้ดีว่าเธอไม่สมควรกระทำ แต่ก็มิอาจต้านกระแสธารแห่งอารมณ์นั้นได้ เขาจูบเธอนิ่งนานกว่าจะยอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ จนเธอเกือบจะขาดอากาศหายใจไปกับจุมพิตร้อนแรงนั้น แก้มของพันไมล์ร้อนผ่าวและแดงก่ำขึ้นมาทันตาเห็น

            พันไมล์ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า เหตุใดจึงเผลอไผลไปกับสัมผัสของเขาหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่เธอไม่เคยเปิดโอกาสเช่นนี้ให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน ออกจะระมัดระวังตัวด้วยซ้ำ

            ส่วนอัมรานแม้ว่าจะพบพันไมล์ได้ไม่นาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่าทีที่มั่นใจ จริงใจ และเปิดเผยของหญิงสาวนั่นแหละที่กระทบความรู้สึกในใจของเขา แม้จะไม่ชัดเจนว่าตนเองรู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอทำให้เขาหันมาสนใจในตัวเธอได้สำเร็จ

            ทั้งที่รูปลักษณ์ภายนอกของเธอ ถ้ามองเผินๆ แล้วจะดูเหมือนผู้ชายก็ตามที

            ในขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังกอดกระชับแนบชิดกันอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น อัมรานได้ยินเสียงเอะอะของเด็กๆ จากด้านนอกกระโจม ทำให้เขาจำต้องปล่อยร่างเล็กบางของพันไมล์อย่างไม่เต็มใจ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวในอ้อมกอดยังไม่ได้สติ เขาจึงหยิกแก้มนวลสีแดงเรื่อเบาๆ

            "เด็กๆ มา" เขาบอกน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ

          คำพูดของชีคหนุ่มทำให้พันไมล์ได้สติ น่าอายจริงๆ ที่เพลินไปกับสัมผัสของเขาจนทำให้เขาต้องเอ่ยเตือน หญิงสาวขยับตัวออกห่างจากเขาเล็กน้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status