LOGINจากนั้นพันไมล์ก็เพลินไปกับการนั่งมองตึกรามบ้านช่อง แม้ว่าบารัซจะรับเอาอารยะธรรมของชาวตะวันตกมาบ้าง แต่ก็ถือได้ว่ายังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชาวอาหรับไว้ได้เป็นอย่างดี อย่างการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนที่ทำมาจากดินของชาวบารัซที่เห็นเรียงรายอยู่นี้ ก็ได้มีการนำเอาอารยะธรรมทางตะวันตก มาผสมผสานกับเอกลักษณ์ของชาวอาหรับได้อย่างลงตัว
“อีกไกลไหมคะพี่แทนกว่าจะถึงที่พัก”
“ไม่ไกลหรอก อีกไม่เกินยี่สิบนาทีเราก็คงจะไปถึงที่นั่น”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนัยน์ตาพราวระยับกับสถานที่แปลกใหม่ เขาจึงได้เอ่ยแซว “ทำเป็นตื่นเต้น จะคุยกับพวกเขารู้เรื่องไหมก็ยังไม่รู้”
พันไมล์หันมาค้อนควับทันที “ไม่มีปัญหา ก่อนจะเดินทางมาที่นี่พายไปทบทวนภาษาอาหรับกับมัสตารีมาตั้งเดือนกว่า รับรองได้ว่าพายสื่อสารกับพวกเขารู้เรื่องชัวร์”
เมื่อรู้ตัวว่าจะมาเที่ยวบารัชพันไมล์จึงไปเยี่ยมพี่เลี้ยงเก่าแก่ เพื่อทบทวนและฝึกพูดภาษาอาหรับอยู่เป็นเดือน ทำให้มั่นใจว่าเธอสามารถพูดและฟังภาษานี้ได้อย่างไม่ติดขัด
“ฉลาดนี่ รู้จักเตรียมพร้อมด้วย...” คราวนี้แทนไทหัวเราะ ไม่คิดว่าน้องสาวจะไปหาพี่เลี้ยงสมัยเด็กที่เชียงใหม่เพื่อทบทวนภาษาอาหรับ
สมัยเด็กบิดามารดาเคยเดินทางมาดูแลธุรกิจเหมืองแร่ในคาบสมุครอาหรับ ได้นำเขาและพันไมล์เดินทางมาด้วย ขณะนั้นพันไมล์อายุเพียงสองขวบ มารดาจึงจ้างพี่เลี้ยงชาวอาหรับมาช่วยดูแลพันไมล์และตัวเขาเพื่อความสะดวก แต่อยู่ได้เพียงสองปีก็จำต้องย้ายกลับเมืองไทย เพราะมารดาป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ฝุ่นทะเลทราย แต่ใครจะคิดว่าพี่เลี้ยงสาวที่มารดาจ้างมาจะผูกพัน และหลงรักเด็กหญิงพันไมล์จนถึงขนาดขอติดตามกลับมาเมืองไทยด้วย
เพื่อทำหน้าที่ดูแลสองพี่น้อง เธอได้สอนให้พวกเขาพูดภาษาอาหรับอยู่เกือบสิบปี ก่อนจะแต่งงานกับหนุ่มไทยและย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ทั้งสองครอบครัวก็ยังคงผูกพันและไปมาหาสู่กันเสมอไม่เคยขาด
“พายมีครูดี ที่สำคัญพายเป็นคนฉลาดและมีสมองอันยอดเยี่ยม เรียนรู้อะไรแล้วไม่มีลืมง่ายๆ” น้องสาวคุยโว่
คราวนี้แทนไทหัวเราะ “นึกว่าลืมหมดแล้วซะอีก แบบนี้ค่อยหมดห่วงหน่อย”
ทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามาในเขตอาณาจักรของชีคอัมราน คาราส จัสติน หรืออีกนัยหนึ่งคือจัสตินพาเลซ แทนไทก็ได้หันไปบอกกับน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างตัว
“เป็นไงอาณาจักรของเพื่อนพี่”
พันไมล์ จ้องมองอย่างตื่นตะลึง รู้สึกตื่นตาตื่นใจเพราะไม่คิดว่าที่พักเพื่อนของพี่ชายตนเอง ซึ่งเป็นเพียงผู้นำเผ่าเล็กๆ อย่างบารัซ จะยิ่งใหญ่อลังการถึงเพียงนี้
ใจกลางพื้นที่กว้างใหญ่ มีปราสาทสีขาวถูกสร้างและตกแต่งไว้อย่างงดงาม สองข้างทางที่รถขับผ่านจะเห็นได้ว่ามีต้นไม้เขียวขจีปลูกเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูก็รู้ว่าได้รับการดูและเป็นอย่างดี บ่งบอกได้ว่าเจ้าของที่นี่น่าจะเป็นคนที่ชื่นชอบต้นไม้
เมื่อสองหนุ่มสาวก้าวลงจากรถก็พบว่า มีคนมาตั้งแถวยืนคอยต้อนรับเขาและเธอ หนึ่งในนั้นคือจาบรินองครักษ์คนสนิทของชีคอัมราน ว่าที่ผู้นำเผ่าคนใหม่ของบารัซ
แทนไททักทายจาบรินด้วยความสนิทสนม ก่อนจะแนะนำให้เขารู้จักกับน้องสาวของตนเอง จากนั้นจาบรินได้เอ่ยเชื้อเชิญสองหนุ่มสาวเข้าไปด้านใน
“นั่งพักให้หายเหนื่อย และทานน้ำชากันก่อนนะครับ ส่วนกระเป๋าผมได้สั่งให้คนนำไปไว้ที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว” จาบรินบอกพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งในห้องรับแขก
“ขอบคุณค่ะ” พันไมล์ทรุดตัวลงนั่ง มือเอื้อมหยิบถ้วยชามาจิบ ก่อนจะเบ้หน้า
“ขมไปหรือครับคุณพาย”
“ไม่ชินกับรสชาติมากกว่าค่ะ” พันไมล์ตอบกลับไปเป็นภาษาถิ่นของบารัซได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แม้ว่าสำเนียงของหญิงสาวจะสู้แทนไทไม่ได้ แต่ก็นับว่าเธอสามารถสื่อสารและเข้าใจภาษาบารัซได้เป็นอย่างดี
เพราะโดยส่วนตัวเธอเป็นคนชอบดื่มน้ำเปล่า มากกว่าพวกน้ำชาหรือกาแฟ แม้รสชาติชาของที่นี่จะเข้มข้นขมไปสักนิด แต่ก็ไม่ถึงกับดื่มไม่ได้
หลังจากวางถ้วยชาสีสวยไว้ที่เดิม สายตาของพันไมล์จับจ้องและสำรวจไปรอบๆ ด้วยความสนใจ
“ถ้าอย่างนั้นผมจะสั่งให้เด็กนำน้ำเปล่ามาให้คุณพายนะครับ” จาบรินบอกอย่างใส่ใจ
พันไมล์แย้มรอยยิ้มออกมา “ขอบคุณค่ะ คุณจาบริน”
จาบรินยิ้มตอบอย่างเผลอไผล เขานึกชื่นชมรอยยิ้มหวานละมุนของเธอ และเผลอแสดงออกนอกหน้าจนเพื่อนรักจับได้
“อะแฮ่ม!”
จาบรินสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองแทนไทด้วยสายตาเป็นคำถาม
“ท่านชีคของนายไม่อยู่เหรอ” แทนไทถามขึ้น หวังเรียกสติองครักษ์หนุ่ม
แม้พันไมล์จะไม่ใช่ผู้หญิงหน้าตาสะสวย ที่ใครๆ เห็นแล้วจะต้องตะลึง แต่น้องสาวเขาคนนี้ก็ใช่ว่าจะขี้เหล่ ปากคอคิ้วคางสอดรับกันเหมาะเจาะ เสริมให้ใบหน้าเรียวดูน่ารักไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะริมฝีปากแดงระเรื่อโดยธรรมชาตินั้น เวลาแย้มยิ้มออกมาคราวใดหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เป็นอันตกตะลึงทุกรายไป
จาบรินเห็นสายตาดุๆ ของแทนไทที่จ้องมองเหมือนจะปราม เขาก็หัวเราะเก้อๆ
“ชายแดนมีปัญหานิดหน่อย ท่านชีคก็เลยต้องไปตรวจดูความเรียบร้อย ค่ำๆ นายก็คงจะได้เจอ”
ในขณะที่สองหนุ่มพูดคุยกันอยู่นั้น พันไมล์ก็ตื่นตะลึงในความสวยงามวิจิตรของสถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายในพาเลซแห่งนี้ โดยเฉพาะงานฝีมือการแกะสลักซึ่งได้ลงรักปิดทองคำแท้ ที่มีลวดลายอ่อนช้อยด้วยความประณีตบรรจง ช่างเป็นความสวยงามที่ยากจะลืมเลือนอย่างแท้จริง
“พวกนายเพิ่งจะเดินทางมาเหนื่อยๆ กลับขึ้นไปพักผ่อนก่อนดีไหม ถ้าท่านชีคเดินทางมาถึงเมื่อไร ฉันจะให้คนขึ้นไปส่งข่าว” จาบรินกล่าวขึ้นหลังจากเห็นว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว
“ไม่ต้องห่วงเรา นายไปทำงานของนายเถอะ”
จาบรินขอตัวกลับไปทำงานต่อ เพื่อปล่อยให้สองพี่น้องได้พักผ่อนกันตามสบาย
ดวงตากลมโตมองตามหลังองครักษ์หนุ่มไป ปากก็พูดขึ้นว่า
“พายเชื่อแล้วว่าเพื่อนพี่แทนรวยอย่างที่เคยคุยไว้จริงๆ แต่พี่แทนเคยเล่าว่าบารัซเป็นเพียงเผ่าเล็กๆ ที่ดำรงชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์ แล้วทำไมเพื่อนของพี่แทนถึงมีเงินมากมาย ขนาดนำมาสร้างปราสาทราชวังที่งดงามวิจิตรได้ถึงเพียงนี้ละคะ” พันไมล์เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความงุนงงสงสัย
แทนไทยิ้มให้น้องสาวของเขาอย่างเป็นต่อก่อนที่จะเอ่ย
“ทีนี้เชื่อแล้วใช่ไหมว่าพี่พูดจริง ไม่ได้โม้อย่างที่เรากล่าวหา”
หญิงสาวพยักหน้าแต่ยังไม่วายพูดโต้แย้งกลับไป
“จะให้พายเชื่อคำพูดของพี่แทนง่ายๆ โดยไม่มีหลักฐานได้ยังไง อย่างน้อยก็ต้องมาเห็นด้วยตาของตัวเองก่อนสิ พายถึงจะเชื่อ”
พันไมล์ขยับตัวใกล้พี่ชายพร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบถาม
“ว่าแต่เพื่อนพี่แทนคนนี้ทำมาหากินอะไร ถึงได้รวยไม่เกรงใจใครแบบนี้”
แทนไทยิ้มขำ “ทำไมเราต้องกระซิบกระซาบด้วย แล้วอยู่ดีๆ มาเบียดพี่ทำไม”
“ก็จะได้ใกล้ชิดกันไงคะ” พันไมล์พูดพร้อมเบียดไหล่เข้าไปใกล้พี่ชายยิ่งขึ้น
“เรานี่ นับวันจะล้นใหญ่แล้วนะ ไอ้พฤติกรรมขาดๆ เกินๆ ของเราเก็บไว้หน่อยดีไหม ที่นี่บารัซนะไม่ใช่เมืองไทย” แทนไทเอ่ยเตือน
พันไมล์เบ้หน้าก่อนตอบเสียงใส โดยไม่มีท่าทีเกรงกลัวพี่ชายสักนิด
“หลอกด่ากันอีกละ พี่แทนยังไม่ชินอีกหรือคะ ที่ผ่านมาไม่ว่าพายจะพูดหรือทำอะไร ก็ไม่เคยถูกใจพี่แทนสักที”
“บ่นอะไร” แทนไทถามเสียงเริ่มเข้ม
เมื่อเห็นว่าแทนไทเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจ พันไมล์จึงยิ้มหวานเพื่อประจบประแจงพี่ชาย พร้อมกับย้อนถามคำถามเดิมเพราะยังไม่ได้รับคำตอบ
“ตกลงเพื่อนพี่แทนเขาทำมาหากินอะไรคะ ทำไมถึงได้มีเงินมากมายขนาดนี้”
“เหมืองแร่ทองคำ”
“โอ้!” พันไมล์ทำปากจู๋ นัยน์ตาลุกวาวทันทีที่ได้ยินคำตอบของพี่ชาย
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







