เข้าสู่ระบบ“พูดไม่ออกละซิ” แทนไทเย้ยยิ้มขำ นานๆ ที่จะเห็นแม่ตัวยุ่งจุกแบบนี้
“อย่าคิดว่าที่นี่มีแต่ทะเลทรายนะ เผ่านี้เขามั่งคั่งเพราะมีบ่อน้ำมัน นอกจากบ่อน้ำมันแล้วก็ยังมีเหมืองแร่ทองคำอยู่หลายแห่ง ที่สำคัญเหมืองทองเหล่านั้นเป็นของตระกูลคาราส จัสตินแทบทั้งสิ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงร่ำรวยล้นฟ้า จนสามารถสร้างจัสตินพาเลซออกได้อย่างงดงามอย่างที่เราเห็น”
หลังจากอ้าปากค้างอยู่นานพอควร พันไมล์จึงเอ่ยขึ้น
“ขนาดนั้นเลย...พายเชื่อละว่าเขารวยจริง”
“จัสตินพาเลซแม้จะไม่โอ่อ่าเท่ากับพระราชวังในแถบยุโรป แต่ความสวยงามของที่นี่ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแถมยังมีเอกลักษณ์มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเขาเน้นอารยะธรรมอาหรับ ที่สำคัญวังนี้สร้างจากดินซะเป็นส่วนใหญ่ อิฐทุกก้อนที่ถูกนำมาปลูกสร้างนั้นบ่งบอกได้ถึงความเก่าแก่ ที่นี่ถูกสร้างมากว่าร้อยปีแล้วนะพาย สร้างมาก่อนที่เราจะเกิด”
พันไมล์นิ่งฟังด้วยความสนใจ เธอเองเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบ และเข้าขั้นหลงใหลในอารยะธรรมของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะของเก่าแก่และวัตถุโบราณ
การมาเยือนบารัซในครั้งนี้ทำให้เธอมีโอกาส ได้มาชมความงดงามของอารยะธรรมเก่าแก่ของอาหรับก็ถือว่าคุ้มค่า แม้จะผิดหวังอยู่บ้างที่ไม่ได้นอนในกระโจมผ้าตามแบบพวกเบดูอิน เพื่อสนองความชอบการผจญภัยส่วนตัว แต่ความงดงามของจัสตินพาเลซก็พอที่จะชดเชย กับความผิดหวังเหล่านั้นได้เหมือนกัน
“เอ้า ฟังเพลินจนตาปรือเชียว” แทนไทจิ้มหน้าผากนูนสวยของน้องสาวเบาๆ “เหนื่อยหรือไงเรา”
คนตัวเล็กหัวเราะแก้เก้อ “ไม่เหนื่อยเท่าไรหรอกค่ะ แค่รู้สึกเพลีย เมื่อคืนพายมัวแต่ตื่นเต้นที่จะได้เดินทางมาที่นี่ก็เลยทำให้นอนไม่หลับ และอาจเป็นเพราะเวลาที่แตกต่างกันด้วยค่ะ”
“นั่นสิ เวลาที่บารัซห่างจากเมืองไทยราวสี่ชั่วโมง ร่างกายของพายคงยังปรับตัวไม่ทัน พี่ว่าพายไปพักก่อนดีไหม”
พันไมล์พยักหน้า “ก็ดีเหมือนกันค่ะ แล้วพี่แทนละคะจะไปพักด้วยกันไหมคะ”
“อืม...พี่อยากอาบน้ำเหนียวตัวเต็มทน และว่าจะเอนหลังสักหน่อย” แทนไทหันไปบอกพันไมล์ “พายเองก็ไปนอนงีบเอาแรงก่อนดีกว่า ตื่นมาแล้วค่อยว่ากัน”
“ตกลงค่ะ”
หลังแยกจากแทนไท พันไมล์เดินสำรวจห้องนอนหรู ที่ชีคอัมรานสั่งให้คนของเขาจัดเตรียมไว้ให้ ภายในห้องถูกจัดตกแต่งแบบเรียบหรูและมีสไตล์ เฟอร์นิเจอร์แม้จะน้อยชิ้นแต่กลับจัดวางไว้ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างลงตัว
พันไมล์ยืนสำรวจห้องนอนด้วยความตื่นตาตื่นใจ
“ยังกับห้องนอนเจ้าหญิงในนิยาย แล้ว....” พันไมล์รำพึงกับตัวเอง สองเท้าไม่รอช้าซอยถี่แทบเป็นวิ่งตรงไปยังจุดหมาย
“ว้าว!! มีอ่างจากุซซี่ด้วยเหรอ...เลิศค่ะ...เลิศมาก” พันไมล์อุทานด้วยความพึงพอใจ
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง แย้มยิ้มถูกใจ กับความใหญ่โตกว้างขวางของห้องน้ำ ซึ่งผนังตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้เล็กๆ น่ารัก ที่สำคัญตรงกลางมีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความทันสมัยและถูกใจเธอยิ่งนัก
พันไมล์ไม่รอช้า เธอรีบเปิดน้ำใส่อ่าง แล้วก็ถอดเสื้อผ้าพร้อมกับกระโจนลงไปโดยไม่ลังเล เธอเป็นคนชอบอาบน้ำที่สุด สิ่งเดียวสำหรับเธอที่มักจะใช้เวลานานนับชั่วโมงคือการอาบน้ำ ซึ่งเรื่องนี้แทนไทมักจะค่อนขอดอยู่เป็นประจำว่าเพราะเธอสกปรก เวลาอาบน้ำจึงต้องใช้เวลานานในการขัดสีฉวีวรรณ การอาบน้ำได้ขับไล่ความอ่อนเพลียของเธอไปจนหมดสิ้น
เมื่อเวลาผ่านไปได้พักใหญ่พันไมล์ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ ตามประสาคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ทำให้เธอเลือกที่จะเดินออกมาชมความสวยงามภายในพาเลซแห่งนี้ และเดินเรื่อยมาจนถึงห้องจัดแสดงภาพ ซึ่งใช้เป็นที่เก็บของสะสมของท่านชีครุ่นก่อน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้หญิงสาวตัดสินใจ เดินเข้าไปภายในห้องนั้นก่อนที่จะได้รับอนุญาต โดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้าม
ในช่วงจังหวะนั้นเองที่เธอเห็นชายชุดดำคนหนึ่ง กำลังรื้อค้นข้าวของเหมือนหาอะไรบางอย่าง ท่าทางของเขาดูลับๆ ล่อๆ ไม่น่าไว้วางใจ และไม่น่าจะใช่คนงานของที่นี่ ทำให้พันไมล์ร้องถาม
“นายเป็นใคร! เข้ามารื้อค้นอะไรในห้องนี้”
ชายชุดดำที่มีผ้าคลุมสีดำปกปิดใบหน้าไว้ถึงกับตกใจ และรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องโดยใช้ประตูอีกด้านหนึ่ง ในมือของเขามีห่อผ้าติดไปด้วย พันไมล์รับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นคนร้าย เธอจึงรีบวิ่งตามไป ปากก็ร้องตะโกนเสียงดังเพื่อสั่งให้ชายชุดดำหยุดอยู่ตรงนั้น
“หยุดเดี๋ยวนะไอ้หัวขโมย ฉันบอกให้หยุด สั่งแล้วยังไม่ยอมหยุดอีก อยากลองดีใช่ไหม ได้เดี๋ยวจัดให้”
พันไมล์ยังคงวิ่งตามและตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยจับชายชุดดำคนนั้นไว้ที”
แต่ก็ยังไม่มีใครปรากฏตัวให้เห็น เธอจึงตะโกนดังขึ้นอีก “ไม่หยุดใช่ไหมไอ้หัวขโมย เดี๋ยวได้เจอฤทธิ์แม่ไม้มวยไทยแน่” ว่าแล้วก็รีบวิ่งไล่ตามไปจนสุดฝีเท้า
เมื่อออกมานอกตัวอาคาร พันไมล์ได้อาศัยความคล่องแคล่วว่องไว วิ่งตรงไปสกัดหน้าชายชุดดำคนดังกล่าวเอาไว้
“หยุดได้ซะที” หญิงสาวพูดปนเหนื่อยหอบ พร้อมกับยืนดักหน้าหัวขโมยเพื่อมิให้มันหนีไปได้
คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงโยนถุงผ้าในมือใส่พันไมล์ และตรงเข้ามาทำร้ายเธอโดยมิทันให้เธอได้ตั้งตัว พันไมล์อาศัยทักษะที่ฝึกฝนมารับมือขโมยชุดดำอย่างดุเดือด
ขณะที่กำลังต่อสู้ พันไมล์ก็ร้องตะโกนไม่หยุดว่ามีขโมยบุกเข้ามา เมื่อขโมยเหลือบมองไปยังด้านหลังเธอ เขาเห็นกลุ่มทหารองครักษ์ของท่านชีควิ่งตรงมายังจุดที่กำลังต่อสู้กันอยู่ จึงผลักหญิงสาวจนเสียหลักล้มลง และชิงวิ่งหลบหนีไป
พันไมล์เห็นว่าคงจะตามไม่ทันก็เลยไม่ได้วิ่งตาม และหันกลับไปมองทหารกลุ่มใหญ่ของบารัซที่กำลังวิ่งตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ หญิงสาวเดินไปเก็บข้าวของที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ใส่ถุงผ้าสีดำที่คนร้ายทำตกไว้ ปากก็บ่นพึมพำว่า
"ไม่ไหว ทหารของบารัซฝีมือพอกับตำรวจไทย ชอบมาตอนผู้ร้ายตายหรือไม่ก็หนีไปแล้วทุกที"
ขณะกำลังก้มเก็บสร้อยชนิดต่างๆ ใส่ไว้ในถุงผ้า พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างหล่นอยู่ข้างตัว พันไมล์ก้มลงไปเก็บขึ้นมาดู มันเป็นสร้อยโลหะสีดำ แต่ทว่าลวดลายงดงาม เด่นสะดุดตา แปลกกว่าสร้อยที่เธอเคยพบเห็นมา ทำให้เธอมิอาจจะละสายตาไปจากสร้อยเส้นนั้นได้ พันไมล์จ้องมองสร้อยที่อยู่ในมือนิ่งนานคล้ายกับตกอยู่ในมนตร์สะกด สายตาของเธอเริ่มพร่ามัว
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอสวมใส่สร้อยเส้นดังกล่าว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถอดคืน เหล่าทหารองครักษ์ของชีคอัมรานก็วิ่งมายืนล้อมรอบตัวเธอไว้ ราวกับว่าเธอเป็นคนร้ายทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ ทำให้เธอได้สติ พันไมล์สะบัดหัวแรงๆ เพื่อขับไล่ความงุนงงที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ก่อนจะส่งของกลางที่เก็บมาได้คืนให้กับทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ตัว
"เอาคืนไป แม้จะมาช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา" พันไมล์เอ่ยแกมประชดนิดๆ ยืนนิ่งรอให้ทหารกล่าวคำขอบคุณ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







