LOGIN“ไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน เพ้อเป็นเรื่องเป็นราว”
แทนไทย้อนถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างขบขันในอาการเจ็บแค้นของน้องสาว
พันไมล์หัวเราะ ตอบนัยน์ตาใสซื่อ ด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า “อ่านมาจากนิยาย”
พี่ชายเขกหัวน้องสาวเบาๆ อีกครั้ง “ไร้สาระจริงนะเรา”
“พี่แทนว่าใครไร้สาระ...หนังสือหรือพาย” เจ้าตัวโวยลั่น
“ทั้งสองอย่าง” แทนไทตอบ โดยไม่สนเขี้ยวเล็กๆ ที่น้องสาวแยกใส่
“หนังสือเขาออกจะดี อ่านแล้วรู้เลยว่าชีคพวกนี้ชอบกดขี่ผู้หญิง อันนี้ไม่ชอบอย่างแรง” พันไมล์เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ปลื้ม
“หนังสือพวกนั้น เขาเขียนเพื่อความบันเทิง เราก็เอามาคิดเป็นตุเป็นตะ”
“นี่ก็ไม่ใช่ นั่นก็ไม่ถูก พายขี้เกียจเดาแล้ว ถ้าพี่แทนอยากโม้เรื่องความรวยของเพื่อน ก็เล่ามาเลยแล้วกัน” พันไมล์พูดงอนๆ ขณะที่รถจิ๊ปเคลื่อนออกจากสนามบินมาได้พักใหญ่
แทนไทยิ้มกว้าง พร้อมกับยกมือขยี้ผมของน้องสาวแรงๆ ด้วยความเอ็นดู “ใครโม้ แค่พูดเรื่องจริง เราควรจะฟังไว้ประดับปัญญาที่มีอยู่น้อยนิด”
พันไมล์ตวัดตาคมค้อน นึกเคืองที่ถูกหาว่าโง่ แต่ความอยากรู้เรื่องราวของบารัซมีมากกว่า เธอจึงเลือกที่จะนิ่งและฟังสิ่งที่พี่ชายเล่าอย่างตั้งใจ
“เผ่าบารัซแม้จะเป็นชนเผ่าเล็กๆ ท่ามกลางชนเผ่าทะเลทรายอีกนับร้อยนับพัน แต่ก็นับได้ว่าเป็นชนเผ่าที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ เพราะนอกจากจะมีบ่อน้ำมันแล้วก็ยังมีเหมืองแร่ทองคำอยู่หลายแห่ง บ้านช่องของชาวบารัซโดยส่วนใหญ่ก็จะทำมาจากดิน โดยมีส่วนผสมของปูนขาวและน้ำมันสน ถึงแม้ว่าจะทำมาจากดินแต่ก็มีความแข็งแรงและคงทนถาวร”
“ผิดหวังไปหนึ่ง” พันไมล์ยกนิ้วขึ้นนับหันมาบอกพี่ชาย แล้วพูดต่อว่า “เรื่องนอนกระโจมผ้าท่ามกลางทะเลทรายเป็นอันพับไป แต่เรื่องผู้ชายชอบไว้หนวดไว้เครารกรุงรัง หน้าตาดุดัน ชอบกินเนื้อดิบ ไล่ตัดคอคนเป็นว่าเล่น หรืออาจจะถึงขั้นกดขี่ข่มแหงผู้หญิงให้คอยรับใช้ผู้ชายเยี่ยงทาส ส่วนผู้หญิงก็คงต้องแต่งตัวปิดหน้าปิดตา และยอมให้ฝ่ายชายจิกใช้งานเธอตามอำเภอใจนี่ต้องมีอยู่จริงชัวร์” น้ำเสียงของพันไมล์ฟังดูจริงจังเมื่อพูดถึงสิ่งเหล่านี้
แทนไทหัวเราะขบขันกับความคิดของน้องสาว แม้ไม่อยากทำลายจินตนาการอันบรรเจิดของพันไมล์ แต่ในเมื่อมันไม่ตรงกับความเป็นจริงก็เลยต้องชี้แจงให้อีกฝ่ายเข้าใจ
“อ่านนิยายมากไปหรือเปล่าพาย ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พวกเขาไม่ได้ฆ่าคนเป็นว่าเล่นอย่างที่พายเข้าใจ แต่กฎต้องเป็นกฎ และกฎของที่นี่ค่อนข้างรุนแรง ถ้าใครทำผิดกฎของเขาแม้ว่าจะไม่ใช่พลเมืองของบารัซ ก็ต้องรับโทษเทียบเท่าชาวบารัซโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะเพื่อนของพี่ รายนั้นยึดถือตามกฎ ตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด สมัยเรียนอยู่ด้วยกันที่อังกฤษ ใครอย่าได้ผิดนัดหรือทำอะไรที่ผิดกฎเขาเชียวนะ”
“ทำไมหรือพี่แทน” พันไมล์ย้อนถามด้วยความสงสัยในตัวเพื่อนชีคของพี่ชาย
แทนไททำสีหน้าสยอง ยกมือขึ้นปาดคอ
พันไมล์แสดงสีหน้าเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดของพี่ชาย
“ขนาดนั้นเลยหรือ...โหดหน้าดู”
“แต่เขาก็ยุติธรรม และใจกว้างกับเพื่อนทุกคน เขาจึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในรุ่น”
ฟังน้ำเสียงของพี่ชายที่เล่าอย่างภาคภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้แล้ว พันไมล์ก็รู้สึกหมั่นไส้ท่านชีคคนนี้ขึ้นมาทันที เธอพยักหน้าเข้าใจ
“ยุติธรรมในแบบของเขานะสิ”
“เรามันอคติไม่เลิก” แทนไทตำหนิ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายประชด
“อคติที่ไหน พายก็พูดไปตามเนื้อผ้า” เธอย่นจมูกดูถูก “เชอะ! กฎของเขา”
คราวนี้แทนไทหัวเราะ พร้อมถามด้วยความสงสัย “กฎของเขามันเป็นยังไง!?”
“มันบ่งบอกว่า ชีคคนนี้มีนิสัยเอาแต่ใจและบ้าอำนาจ ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็จะใช้วิธีรุนแรง จัดการกับคนพวกนั้นโดยไม่คิดจะฟังใครนะสิพี่แทน”
แทนไทเขกหัวแม่ตัวยุ่งอีกครั้งอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ “เรานี่มันจริงๆ เลย ยังไม่เคยพบหน้าเขา แต่ขอมีอคติไว้ก่อน”
พันไมล์ตวัดตาคมค้อน พร้อมกับลูบศีรษะของตนเอง “ถ้าพี่แทนเขกหัวพายอีกครั้งเดียว โดนเอาคืนแน่” น้องสาวขู่
“พายแตะต้องเขาไม่ได้เลยนะคะ พี่แทนเป็นต้องแก้ตัวและออกรับแทนกันตลอด”
“เรายังไม่เคยเจอเขาสักครั้งแต่ก็ตั้งป้อมต่อต้านไว้ก่อนแล้ว พี่ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเขา” แทนไทกล่าว
“และการเดินทางมาบารัซในครั้งนี้ ชีคอัมรานเขาก็ดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เรื่องที่พักเราก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไร เพราะเพื่อนของพี่เขามีบ้านใหญ่โตมากพอ ที่จะให้เราไปพักอยู่ร่วมกับเขาที่นั่นได้อย่างสะดวกสบาย เรียกว่าฟรีตลอดทริปเลยนะแม่ตัวยุ่ง แล้วยังจะไปตั้งป้อมมีอคติกับเขาอีก”
“มันดีตรงฟรีนี่แหละ แบบนี้สิที่พายชอบ” พันไมล์หัวเราะจนตาหยี
“งกไม่เลิกเลยนะเรา”
“ใครบอกว่าพายงก เขาเรียกว่าประหยัดต่างหาก”
ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกันรถจิ๊ปก็วิ่งเข้าสู่ตัวเมือง พันไมล์ตื่นตาตื่นใจกับบ้านเรือนสีขาว สีน้ำตาลน้อยใหญ่ที่ปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ริมถนน หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวาไม่หยุดนิ่ง
““นี่หรือเปล่าคะบ้านที่พี่แทนบอกว่าทำมาจากดิน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าบ้านที่พายเห็นเรียงรายอยู่นี้จะทำมาจากดิน แต่ก็สวยและก็คลาสสิกไปอีกแบบหนึ่ง”
“คนที่นี่เขาเก่งและมีความชำนาญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการต่อสู้ ถ้าพายได้เจอเพื่อนของพี่พายอาจจะทึ่ง ตอนอยู่อังกฤษพี่เคยเห็นเขาล้มฝรั่งร่างยักษ์ด้วยมือเปล่ามาแล้ว”
แทนไทกล่าวยกย่องเพื่อนชีคด้วยความภาคภูมิใจ
“ฟลุคหรือเปล่าคะ” พันไมล์เหล่มองพี่ชายด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือคำพูดของเขา
“เรื่องจริง พวกนั้นมาดูถูกคนเอเชีย เขาเลยจัดการสั่งสอนซะให้เข็ด เวลาจะพูดอะไรจะได้ใช้หัวคิดก่อน ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดจาพล่อยๆ ”
“กะแค่ล้มฝรั่งคนเดียวทำเป็นคุย”
“ใครบอกว่าคนเดียว สามต่อหนึ่งต่างหาก” พี่ชายยกมือประกอบ “และมือเปล่า”
ตรงจุดนี้เองที่สามารถดึงความสนใจของพันไมล์ไว้ได้ เพราะเธอเองก็ชื่นชอบและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบอยู่เสมอ หญิงสาวจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องหาโอกาสหยั่งเชิงฝีมือกับเพื่อนของพี่ชายสักครั้ง
‘แล้วจะได้รู้กันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ จะขอประกาศศักดาของหญิงไทยใจห้าวหาญ ให้พวกเขาได้ทึ่งและประจักษ์ด้วยสายตาของตัวเอง’ พันไมล์นึกในใจ
เธอเองก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในสยาม และเป็นคนที่มีฝีมือมากพอตัวคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะหาเวลาไปฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







