Share

บทที่ 57

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:37:30

            "หลานแน่ใจนะว่าจะยอมรับผลที่ตามมาได้"

            อัมรานพยักหน้าน้อยๆ ดวงตาคมที่มองผู้เป็นอานิ่งสนิทอย่างจะหยั่งรู้ความคิด

            "ถ้าเช่นนั้นอาคงต้องประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนรับทราบ..." ฮาร์มาลเอ่ย

            เขาเว้นระยะมองหน้าหลานชายอีกครั้ง หวังจะให้ชายหนุ่มเปลี่ยนใจ แต่เมื่อชีคหนุ่มยังคงนิ่งเฉย เขาจึงพูดต่อ

            "ว่าผู้นำของเขาจะไม่แต่งงาน หลังจากที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคู่ของตัวในวันบุหลันโซฮา"

            อัมรานดีดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง "ได้ครับ แต่ตามธรรมเนียมแล้วผมยังมีเวลาอีกสามวัน ท่านอาถึงจะประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการได้นะครับ"

            ฮาร์มาลชะงัก หันมองหญิงสาวต่างชาติอย่างชั่งใจ

            "หรือเธอจะเปลี่ยนใจ!" เขาถาม

            พันไมล์เชิดหน้า ดวงตาเป็นประกาย "ไม่ค่ะ...ฉันยืนยันคำเดิม"

            "ดี ถ้าเช่นนั้นอาจะรออีกสามวัน และจะประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนทราบ" ฮาร์มาลตัดสินใจเสี่ยงเชื่อใจหญิงสาวคนนี้ดู อีกเพียงแค่สามวันเท่านั้น ตำแหน่งผู้นำบารัซก็รอเขาอยู่ข้างหน้าแล้ว

            “ในระหว่างสามวันนี้ หลานยังคงเป็นผู้นำก็มาทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ” ฮาร์มาลเอ่ยชวน เขาไม่อยากเปิดโอกาสให้ชีคหนุ่มมีโอกาสได้พูดจาเกลี้ยกล่อมพันไมล์ ด้วยเกรงว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนใจและกลับคำพูด

            "เชิญท่านอาก่อนครับ อีกครู่ผมจะตามไป"

            แม้ใจอยากจะอยู่รอ แต่ด้วยมารยาทฮาร์มาลจำต้องรับคำและเดินจากไป เพื่อไปร่วมพิธีฉลองคู่รักในคืนวันบุหลันโซฮา

            หลังจากที่ฮาร์มาลเดินออกไปจากห้องรับรอง ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ อัมรานได้เริ่มเปิดฉากการเจรจาอีกครั้ง

            “คุณยังยืนยันคำตอบเดิมใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะไม่แต่งงานกับคุณ” พันไมล์เชิดหน้าตอบคำถามนั้น

            “แน่ใจนะพายว่าจะทำแบบนี้” แทนไทถามย้ำอีกครั้ง

            ที่เขาต้องเอ่ยถามเช่นนี้ ไม่ใช่จะบังคับน้องสาวให้ตกลงแต่งงานกับชีคอัมราน เพียงแต่อยากจะชี้ให้พันไมล์เตรียมใจไว้ล่วงหน้ากับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งมันเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมา

            “พายไม่เคยแน่ใจอะไรมากเท่าครั้งนี้มาก่อนเลยค่ะพี่แทน”

            “ถ้าเกิดตั้งท้องขึ้นมาจะทำยังไง”

            จริงสิ! เธอลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย

            แต่อีกใจหนึ่งกลับเถียงว่าแค่ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืน คงจะไม่ทำให้เธอตั้งท้องได้หรอก เธอคงจะไม่โชคร้ายเวรซ้ำกรรมซัดขนาดนั้น

            “พายคงจะไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกค่ะพี่แทน” แม้ปากจะตอบพี่ชายไปแบบนั้นแต่ก็นึกหวั่นใจอยู่เหมือนกัน

            “แต่มันก็มีความเป็นไปได้จริงไหม”

            แม้ว่าจะกังวลต่อสิ่งที่พี่ชายพูดมา เธอก็ยังเลือกที่จะยืนยันคำตอบเดิม เพราะเคยตั้งใจไว้แล้วว่าเธอจะแต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก และใช้ชีวิตคู่กับเขาอย่างมีความสุข เฉกเช่นชีวิตคู่ของบิดาและมารดาของตนเอง

            “พายไม่แต่งค่ะ...ยังไงก็ไม่แต่ง”

            “ถ้าพายยืนยันเช่นนั้นพี่ก็จะเคารพการตัดสินใจของพาย” แทนไทเอ่ยออกมาในที่สุด

            คำพูดของแทนไทสร้างความงุนงงและความผิดหวังให้แก่สามองครักษ์หนุ่มของชีคอัมรานยิ่งนัก

            พวกเขาต่างก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพันไมล์และแทนไทจึงได้ตัดสินใจเช่นนี้

            “ขอบคุณนะคะพี่แทนที่เข้าใจ พายไม่ต้องการแต่งงานกับเขาเพียงเพราะความจำเป็นบีบบังคับ เราไม่ควรแต่งงานกันด้วยเหตุผลเพียงแค่ใครบางคน ต้องการที่จะแสดงความรับผิดชอบในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น”

            “ในเมื่อคุณตัดสินใจแน่นอนแล้ว ผมเองก็ไม่อยากบังคับ อยู่ด้วยกันแบบไม่เต็มใจก็จะหมดความสุขและลำบากใจเปล่าๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะถ้าคุณท้องก็ส่งเขามาให้ผม ผมจะเลี้ยงดูและรับผิดชอบลูกของผมเอง”

            “ไม่จำเป็น...ลูกของฉัน...ฉันมีปัญญาเลี้ยงเองได้...คงไม่ต้องรบกวนให้ใครมาช่วยเลี้ยงลูกให้ฉันหรอกค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ”

            คำตอบของชีคอัมรานราวกับกริชที่ทิ่มแทงใจเธอ แม้แต่ลูกเขาก็ไม่ไยดี แล้วตัวเธอเขาจะใยดีอะไร ที่ผ่านมาเธอมันแค่ผู้หญิงใกล้มือ ความน้อยใจมันมีรสขมแบบนี้นี่เอง พันไมล์เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก

            “ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะครับ” จาบรินพูดโพล่งออกมาโดยไม่ยั้งคิด

            อัมรานหันไปมององครักษ์ด้วยสายตาวาวโรจน์

            “ที่คุณจาบรินพูดมาหมายความว่ายังไงคะ”

            จาบรินไม่ได้ตอบคำถามของพันไมล์ เขาเพียงแต่หลบสายตาเธอ

            “ไม่ใช่เรื่องของคุณ ในเมื่อคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับบารัซ มันก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณ มันเป็นปัญหาที่ผมจะต้องจัดการเอง”

            คำพูดของอัมรานมีผลทำให้พันไมล์เชิดหน้าตอบ

            “ใช่แล้วค่ะ มันเป็นปัญหาที่คุณจะต้องหาทางแก้ไขเอง ไม่ใช่ปัญหาของฉัน และกรุณาอย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก”

            เหล่าองครักษ์เห็นท่าทีสะเทือนใจของพันไมล์แล้วอดสงสารไม่ได้ พวกเขาต่างก็ไม่เข้าใจว่าชีคหนุ่มของตนเองนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เหตุใดจึงต้องพูดจาตัดรอนแบบไร้เยื่อใยเช่นนี้

            “คุณไปเตรียมตัวไว้ได้เลย ผมจะสั่งให้คนของผมไปส่งคุณที่สนามบินในเช้าวันพรุ่งนี้”

            จากนั้นชีคหนุ่มก็เดินมาหยุดยืนตรงหน้าแทนไท

            “เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นเราเองก็เสียใจ แต่เพื่อยุติเรื่องราวเหล่านี้ นายกับพายคงต้องเดินทางออกจากบารัซโดยเร็วที่สุด พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม เราจะสั่งให้จาบรินดูแลเรื่องการเดินทางของพวกนาย หวังว่านายจะเข้าใจนะแทนว่าทำไมเราจึงต้องทำเช่นนี้”

            “จาบรินนับจากนี้เป็นต้นไป นายจะต้องเป็นคนคอยดูแลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงรับผิดชอบเรื่องการเดินทางของแทนไทและพันไมล์ จัดการให้เรียบร้อยอย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง”

            อัมรานสั่งคนของตน ก่อนจะหันไปตบบ่าเพื่อนรักและเดินออกจากห้องไป โดยมิได้หันมาสนใจในตัวเธออีกเลย พันไมล์รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันทีกับปฏิกิริยาที่เขาตอบโต้กลับมา เขาทำราวกับไม่แยแสสักนิดว่าเธอจะอยู่หรือไป ในเมื่อเอ่ยปากไล่กันขนาดนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องอยู่ที่นี่ อยู่ไปก็รังแต่จะขวางหูขวางตาเขาเปล่าๆ

            ยะห์ซินและวาคิมหันกลับมามองเพื่อนรักอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามเจ้านายหนุ่มไป คงเหลือแต่เพียงจาบรินเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ภายในห้องดังกล่าว เพราะเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลแทนไทและพันไมล์ จนกว่าทั้งคู่จะเดินทางออกจากบารัซ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status