Share

บทที่ 74

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:39:14

            ฮาร์มาลเริ่มไม่สบายใจ ข่าวการยอมรับในตัวชีคอัมรานและชายารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดมีการเรียกร้องให้ชีคหนุ่มทำพิธีสาบานตน เพื่อขึ้นปกครองบารัซอย่างเป็นทางการ ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เห็นทีว่าแม้แต่ฐานอำนาจที่มีอยู่ในปัจจุบันก็อาจจะสั่นคลอน และถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็ต้องสูญเสียทุกอย่างไป

            ยิ่งในระยะหลังรัฐมนตรีที่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา ก็เริ่มตีตัวออกห่างโดยหันไปให้ความสำคัญกับอัมรานมากขึ้นกว่าเดิม เสียงยกยอของผู้คนที่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานร่วมกับชีคอัมราน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชีคหนุ่มเป็นคนเก่ง เฉลียวฉลาด มีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญเขามีความมุ่งมั่นที่จะนำพาบารัซ ไปสู่ความเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศได้

            จะเห็นได้จากโครงการท่าเรือน้ำลึกที่ชีคหนุ่มพยายามทุ่มเท เพื่อจะทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างและเป็นไปตามที่คิดไว้ พวกเขาต่างก็ยอมรับในความสามารถของชีคอัมราน และเริ่มที่จะหันมาภักดีต่อชีคหนุ่มด้วยใจจริง โดยไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลและอำนาจของท่านผู้สำเร็จราชการ ซึ่งเคยครอบงำพวกเขามาก่อนหน้านี้ เห็นทีเขาจะนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ คงต้องลงมือก่อนที่อัมรานจะพบสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่า

            สองวันต่อมา หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันคืนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับชีคอัมรานยิ่งแย่ลง เดี๋ยวนี้แม้กระทั่งอาหารมื้อเช้าเขาก็ไม่อยู่ร่วมรับประทานกับเธอ พันไมล์เขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างนึกเซ็ง ตาก็จ้องมองทีวีที่ซันเดเปิดไว้เป็นเพื่อนเธอในระหว่างที่นั่งรับประทานอาหาร

            “ซันเด เตรียมพวงดอกไม้หรือยัง เดี๋ยววันนี้เราไปที่วิหารกัน”

            “เตรียมแล้วค่ะ...เสร็จแล้วจะไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กไหมคะ” พันไมล์พยักหน้า

            “ไปสิจ๊ะ บอกมีอาด้วยว่าอย่าลืมเตรียมขนมติดไปด้วย เด็กๆ คงจะชอบ”

            “ค่ะ” ซันเดรับคำ

            พันไมล์ตัดสินใจใช้เวลาที่มีเหลือเฟือให้เป็นประโยชน์ เธอจึงตัดสินทำสิ่งที่คิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ วันก่อนเธอไปเดินเล่นที่ด้านหลังจัสตินพาเลซ เธอเพิ่งรู้ว่าด้านหลังมีสถานที่รับดูแลเด็ก ที่พ่อแม่เคยทำงานให้กับท่านชีคและเสียชีวิตจากสงคราม หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ชีคโอมานก็จะสั่งให้คนไปรับลูกหลานของพวกเขาเหล่านั้นมาดูแลที่นี่

            บิดาของอัมรานเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา แต่เมื่อท่านชีคโอมานเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ที่นี่ก็เลยไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะไม่มีคนมาสานต่อเจตนารมณ์ของท่านชีคโอมาน พันไมล์เห็นเด็กๆ แล้วนึกสงสาร เธออยากปรับปรุงสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเจอชีคอัมรานเลยตั้งแต่วันนั้น ดูเหมือนเขาจะยุ่งอยู่ตลอดเวลา

            หญิงสาวฝืนยิ้ม ก่อนจะวางช้อนแสดงให้รู้ว่าอิ่มทั้งที่ยังไม่ได้ทานสักคำ ซันเดสังเกตเห็นแล้วก็อดถามไม่ได้

            “ท่านชายาไม่ทานอีกหน่อยหรือคะ...”

            “ฉันอิ่มแล้ว ไปกันเถอะ” เธอเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้น

            พันไมล์จะเดินทางมากราบสักการะ องค์เทพีรีฮานน่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ทุกเช้าเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน ระหว่างที่สองสาวกำลังจะก้าวเท้าออกไปจากห้องอาหารนั้น ก็มีข่าวด่วนรายงานเข้ามา

            “เกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถประจำตำแหน่งของชีคอัมรานประสบเหตุระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสามคน ในระหว่างเกิดเหตุคาดว่าชีคอัมรานอยู่ภายในรถคันดังกล่าว ขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล...”

            พันไมล์หน้าซีด หูอื้อ แม้เช้านี้เธอไม่เห็นเขา แต่ก็รู้ว่าเขาไปประชุมกับตัวแทนบริษัทน้ำมันจากต่างประเทศ พร้อมกับยะห์ซินและจาบริน ดังนั้นคนที่อยู่ในรถสามคนต้องเป็นชีคอัมราน ยะห์ซิน และจาบรินแน่นอน หญิงสาวลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจาบริน แต่โทรเท่าไรก็ไม่ติด

            “ชีคอัมราน ขออย่าให้เป็นคุณเลยนะคะ” พันไมล์เสียงสั่น น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

            ซันเดเห็นดังนั้นก็รีบตรงเข้าไปประคองนายหญิงของตนเอาไว้ “ใจเย็นๆ ก่อนนะคะท่านชายา อาจจะไม่ใช่ท่านชีคก็ได้ค่ะ”

            “ซันเดฉันต้องไปโรงพยาบาล พาฉันไปหาท่านชีคเดี๋ยวนี้”

            “แต่...” ซันเดลังเล เธอและมีอาได้รับคำสั่งมาว่า ห้ามชายาออกจากจัสตินพาเลซโดยไร้องค์รักษ์คุ้มกันเด็ดขาด

            พันไมล์ไม่สนใจอาการลังเลของซันเด เธอคว้ากระเป๋าและตรงดิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ซันเดต้องวิ่งตามไปอีกคน

            “รอด้วยสิคะท่านชายา” ซันเดร้องบอก

            “เดี๋ยวซันเดไปบอกคนขับรถให้เอารถออกก่อนค่ะ”

            พันไมล์ชะลอฝีเท้า “เร็วล่ะ ฉันจะลงไปรอด้านล่าง” เธอบอกอย่างร้อนใจ

            ในเวลาไม่นานพันไมล์และซันเดก็นั่งรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลดังกล่าว เมื่อรถขับผ่านสถานที่เกิดเหตุ พันไมล์ก็แทบสิ้นสติกับสิ่งที่เห็น เพลิงที่กำลังลุกไหม้รถยนต์ประจำตำแหน่งของท่านชีคนั้น ทำให้เธอถึงกับหมดแรง แต่ก็พยายามที่จะควบคุมสติไว้ ตราบใดที่เธอยังไม่เห็นด้วยตาของตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอจะไม่คิดไปเองล่วงหน้าเด็ดขาด

            ‘เขาจะปลอดภัย...ไม่สิ...เขาต้องปลอดภัยต่างหาก’ พันไมล์ได้แต่พร่ำบอกตัวเองในใจ

            เมื่อพันไมล์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลก็รีบตรงเข้าไปถาม เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์จนรู้ว่าเขานำคนเจ็บ จากเหตุการณ์ระเบิดไปรักษาห้องไหน จากนั้นก็วิ่งตรงไปที่ห้องดังกล่าวทันที หญิงสาวเดินมาจนถึงบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน เธอพบพยาบาลจึงสอบถามถึงอาการของคนเจ็บด้วยความร้อนใจ

            “คุณพยาบาลคะ คนเจ็บจากเหตุระเบิดอาการเป็นอย่างไรบ้างคะ” เธอถามเสียงร้อนรน

            “รอถามคุณหมอดีกว่าค่ะ” พยาบาลสาวตอบและเดินเลี่ยงไปอีกด้าน

            ทิ้งให้พันไมล์ชะเง้อคอมองทีมแพทย์และพยาบาล ซึ่งกำลังระดมกำลังช่วยชีวิตผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกันอย่างเต็มที่ผ่านช่องกระจกเล็กๆ ด้านนอก หญิงสาวยืนเกาะประตูน้ำตาไหลพราก ตอนนี้เธอเข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้วว่าชีคอัมรานมีความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน

            “อย่าทิ้งฉันไปนะคะ”

            พันไมล์พูดทั้งน้ำตา ซบหน้ากับประตูร้องไห้อย่างไม่อายใคร โดยมีซันเดยืนน้ำตาซึมอยู่ใกล้ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status