Masuk“ถ้าคืนนั้นเราไม่ได้มีอะไรกัน แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเราสองคน ทำอะไรเกินเลยกันละคะ”
“ที่คุณรู้สึกเช่นนั้นเพราะมันเป็นผลของยาเมา ลัยลาสั่งให้คนสนิทของเธอ นำมาผสมลงในสำรับอาหารของผม”
อัมรานเล่าเรื่องทั้งหมดที่เขาสืบรู้มาให้เธอฟังอย่างไม่ปิดบัง
“เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าคืนนั้นไม่มีอะไรผิดพลาด หรือทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คนที่คุณจะต้องแต่งงานด้วยก็คือคุณลัยลา และที่พวกเขาพูดกันว่ามันเป็นการผิดฝาผิดตัว ก็เป็นเรื่องจริงสิคะ”
“สำหรับลัยลาและคนของเธออาจจะคิดเช่นนั้น แต่สำหรับผมคุณนี่แหละตัวจริงเสียงจริงที่ผมต้องการ”
พันไมล์ตวัดตาคมค้อนเขา ก่อนจะตัดพ้อต่อว่าเขากลายๆ
“แต่การกระทำของคุณมันขัดกับสิ่งที่คุณพูดมา”
“ยังไง!?”
“คุณบอกว่าคุณต้องการฉัน แต่หลังจากที่เราแต่งงานกัน คุณก็ไม่เคยสนใจฉันอีกเลย”
“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณกำลังเอ่ยปากตัดพ้อที่ผมละเลยการทำหน้าที่ของสามี”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉันแค่สงสัยก็เลยถาม”
“ที่ผมหมางเมินก็เพราะผมโกรธคุณ”
“โกรธเรื่องอะไรคะ!?” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน
“ตอนแรกก็โกรธที่คุณปฏิเสธที่จะแต่งงานกับผม ทั้งที่ผมอยากจะแต่งงานกับคุณ แต่พอเราแต่งงานกันผมก็ยิ่งโกรธที่คุณแสดงท่าทีรังเกียจผม”
“ฉันไม่ได้รังเกียจคุณนะคะ เพียงแต่ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้ควรเกิดขึ้นจากความรักของคนสองคน มิใช่เกิดจากความใคร่ ผู้ชายอาจจะมีอะไรกับผู้หญิงได้โดยไม่จำเป็นต้องรัก แต่สำหรับผู้หญิงแล้วเราอยากจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนที่เรารักเท่านั้นค่ะ และฉันก็ไม่อยากให้เราผูกพันกันเพียงเพราะคำว่าหน้าที่”
“นี่คุณยังไม่รู้และดูไม่ออกอีกหรือว่าผมคิดอย่างไรกับคุณ คนของผมเขารู้กันทั้งนั้นแหละว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ และให้เกียรติคุณมากแค่ไหน”
“ให้เกียรติแต่ไม่พิศวาสแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรคะ” พันไมล์พูดสวนกลับไปอย่างลืมตัว
อัมรานยิ้มกว้างถูกใจ
“เกรงแต่ว่าถ้าผมแสดงบทพิศวาสกับคุณเมื่อไร คุณเองนั่นแหละที่จะรับไม่ไหว”
ใบหน้าของพันไมล์กลายเป็นสีชมพูระเรื่อเมื่อได้ยินคำพูดของเขา เธอทุบเขาไปหลายที
“ทุบผมบ่อยแบบนี้ เดี๋ยวผมก็ช้ำในตายกันพอดี”
หญิงสาวตวัดสายตาคมค้อน “คุณมันพวกกระดูกเหล็กไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ”
เมื่อได้ทีปากของเธอก็ต่อว่าเขาไม่หยุดหย่อน
“อย่ามาทำพูดดีเลย...คุณน่ะร้ายที่สุด...” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก ออกอาการงอนเล็กน้อย
“ร้ายยังไง!”
“ก็ร้ายตรงที่ชอบทำหน้าเคร่งเครียดใส่ฉันตลอดเวลา และยังสั่งลงโทษฉันต่างๆ นานา สารพัดจะแกล้ง”
ชีคหนุ่มยิ้มก่อนจะก้มลงจุมพิตปากแดงระเรื่อเชิดน้อยๆ อย่างอดใจไมไหว
“อื้อ...” พันไมล์ร้องคล้ายประท้วง
“ก็คุณน่าแกล้งนี่...มาถึงก็ทำเป็นเก่งสารพัด น่าซัดชะมัด...แถมยังชอบทำตัวสนิทสนมกับจาบรินต่อหน้าผม”
“เราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่คุณเข้าใจนะคะ และที่คุณเห็นวันนั้น เขาก็แค่ปลอบใจฉัน”
“ทำเกินหน้าที่” เขาบอกเสียงขรึม
“ทีคุณล่ะคะ”
“ผมทำไม!”
“ชอบทำมึนตึงเย็นชาใส่ฉัน แต่ทีกับคุณลัยลาฉันเห็นคุณยิ้มหวาน หว่านเสน่ห์ให้กันอยู่บ่อยๆ ใช่ซิ! ฉันไม่ใช่คุณลัยลานี่ พูดจาออดอ้อนใครก็ไม่เป็น”
ชายหนุ่มหัวเราะ เขาจรดจมูกคมสันลงบนแก้มนวลของภรรยาอย่างอดใจไว้ไม่อยู่
“ปากนี้ช่างประชดประชันนัก”
เขาพูดพร้อมกับแนบริมฝีปากลงมาจุมพิต ริมฝีปากเรียวบางของเธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน พันไมล์ตอบสนองจุมพิตอ่อนหวานที่เขามอบให้ด้วยความเต็มใจ ชายหนุ่มค่อยๆ ถอนจูบหอมหวานออกมาช้าๆ แล้วกอดกระชับเธอเอาไว้อีกครั้ง เธอพิงศีรษะกับอกของเขา อิงแอบความอบอุ่นที่เขามอบให้ จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจเขา
“ผมกับลัยลาไม่มีอะไรกัน คุณก็รู้ว่าท่านลุงฝากลัยลาไว้กับผม ผมก็ต้องต้อนรับเธอในฐานะแขกคนสำคัญคนหนึ่งเท่านั้น อย่าคิดมากเลยนะ”
“ก็เหมือนฉันกับคุณจาบรินนั่นแหละค่ะ เราไม่เคยคิดต่อกันในแง่ชู้สาว ความรู้สึกที่เรามีให้ต่อกันแค่พี่ชายกับน้องสาวเท่านั้น ความอ่อนโยนของเขาทำให้ฉันนึกถึงพี่แทน และเขาก็คิดว่าฉันเป็นน้องสาวคนหนึ่งของเขา ไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดแอบแฝงเหมือนที่ใครบางคนคิด”
เมื่อชายหนุ่มสบตาหวานซึ้งของภรรยา จมูกโด่งก็ถือโอกาสรังแกแก้มนวลของอีกฝ่ายตามแต่ใจปรารถนา อัมรานคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะต้องเปิดเปลือยความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ เขากระซิบที่ข้างหูของเธออย่างอ่อนโยน
“ผมรักคุณนะพาย ผู้คนเขารู้กันทั่วบารัซแล้วว่าผมรักคุณ มีแต่คุณเท่านั้นแหละที่ไม่รู้”
หัวใจของเธออิ่มเอิบเมื่อได้ยินคำว่า “รัก” จากปากของเขา
การที่เขาบอกรักเธอสลายความน้อยใจก่อนหน้านี้ได้จนหมดสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายพูดจาตัดพ้อต่อว่า
“ฉันจะรู้ได้ยังไงกันคะถ้าคุณไม่พูดมันออกมา”
“ในเมื่อผมพูดแล้วว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ แล้วความรู้สึกของคุณที่บอกว่ารักผม เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากหัวใจของคุณจริงหรือเปล่า”
“ถ้าฉันไม่รักคุณ ฉันก็คงไม่ย้อนกลับมาหาคุณหรอกค่ะ เหตุผลทั้งหมดที่เคยบอกคุณตอนที่ย้อนกลับมาแต่งงานกับคุณก่อนหน้านี้ มันเป็นเพียงข้ออ้างที่ฉันใช้ปิดบังความรู้สึกของตัวเอง”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเราก็มาต่อกันอีกสักรอบ สองรอบ" ว่าแล้วก็ไม่รอช้า เขากระชับร่างบางในอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนเธอหายใจแทบไม่ออก
พันไมล์ยิ้มแก้มปริ ทั้งขำ ทั้งฉุนกับท่าทางกรุ้มกริ่มของเขา ที่หาโอกาสเอาเปรียบเธออยู่เรื่อย ช่างต่างจากอัมรานคนก่อน ที่วันๆ เอาแต่ทำหน้าดุ เคร่งขรึมเป็นฤษีเฝ้าทะเลทราย
เธอรีบปัดป้องมือปลาหมึกเป็นพัลวัน "เดี๋ยวสิคะ..."
อัมรานเงยหน้าขึ้น "ไม่อยากเดี๋ยว" ปากว่า มือก็ดึงผ้าห่มที่คลุมร่างพันไมล์ออกอย่างตั้งใจ
พันไมล์หัวเราะ มือหนึ่งก็ดึงผ้าห่มกระชับตัว อีกมือก็ตีมือซุกซนของชีคอัมรานไปพร้อมกัน
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






