Share

บทที่ 78

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:39:50

            “คุณรู้ใช่ไหมพายว่าผมต้องการอะไร”

            เขากระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างหูเธอ พร้อมเบียดสะโพกของตนเองเข้าใจกลางเรียวขาของเธอ เพื่อให้เธอตระหนักถึงความต้องการของเขา ร่างกายของพันไมล์แทบจะระเบิด เพราะความรู้สึกเอ่อล้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่ออัมรานเห็นว่าเธอพร้อมเขาจึงสานต่อภารกิจที่ทำค้างไว้

            พันไมล์สะท้านเยือกเมื่อเขาจู่โจมจาบจ้วงลุกล้ำสอดประสานอย่างรวดเร็ว เธอเกร็งนิ่งในวูบแรกและจิกเล็บไปที่หลังและไหล่ของเขา เพราะความอึดอัดที่เขาแทรกลึกเข้ามาในตัวเธอ ขณะที่เรือนกายแกร่งกำยำเครียดเกร็งไปทั้งร่าง ความตื่นตัวเร่าร้อนของหญิงสาวลดลงด้วยความตกใจ จากนั้นก็เริ่มดิ้นรนอยู่ในวงแขน เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดที่ได้รับ

            อัมรานหยุดการกระทำทุกอย่างทันที ก่อนจะพูดจาปลอบประโลมให้เธอหายกลัว

            “ไม่ต้องกลัวนะ อยู่นิ่งๆ” เขาบอกเสียงเครียด ฝืนบังคับอารมณ์ร้อนแรงของตัวเองให้ช้าลง ใบหน้าหล่อเหลาพราวไปด้วยเหงื่อดูทุกข์ทรมาน

            พันไมล์ลืมตาเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือไปลูบเหงื่อที่ขมับให้เขาอย่างเอาใจ

            “คุณเจ็บเหรอคะ...” เธอถามขึ้น

            ดวงตาหวานฉ่ำมีแววงุนงง ตอนแรกเธอเจ็บและตกใจ แต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นหายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความรุ่มร้อนแปลกใหม่ที่ไม่เคยคุ้นกรุ่นอยู่ในห้วงอารมณ์ อัมรานขยับตัวช้าๆ พูดเสียงกลั้วหัวเราะ

            “ผู้ชายเขาไม่เจ็บหรอกคุณ...แต่ถ้าคุณไม่หยุดถาม...ต่อไปผมคงเจ็บแน่”

            ระหว่างที่พูดเขาก็เริ่มขยับสะโพกเป็นจังหวะช้าๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดของเธอผ่อนคลาย หญิงสาวเนื้อตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเขา และเมื่ออัมรานรู้สึกได้ถึงเรือนร่างงามที่แอ่นเข้าหาตัวเขา ซึ่งเป็นไปตามสัญชาตญาณชักนำให้ยอมรับและสอดประสานไปกับเขา ชีคหนุ่มพยายามที่จะควบคุมการเคลื่อนไหว ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นตามคลื่นอารมณ์ที่ซัดโหมกระหน่ำ สะโพกแกร่งเคลื่อนไหวอยู่เหนือเรือนร่างเธออย่างไม่หยุดยั้ง

            สองหนุ่มสาวครวญครางด้วยแรงปรารถนา ที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กันและกัน ก่อนที่เสียงของเธอจะถูกกลืนหายเข้าไปในปากของเขา แขนทั้งสองของเธอโอบรัดรอบศีรษะของเขาไว้แน่น เธอสอดมือเข้าไปในเรือนผมของเขา ความสุขและความวาบหวามที่เขามอบให้เธอนั้น มีผลทำให้อารมณ์ความปรารถนาของเธอไต่ระดับสูงขึ้น ทั้งคู่หวีดร้องเบาๆ เมื่อผวาสู่การปลดปล่อย อัมรานเร่งลีลารักโหมกระหน่ำเฮือกสุดท้าย เพื่อนำพาเขาและเธอทะยานไปพบกับความสุข ก่อนจะซบหน้าลงตรงซอกคอของพันไมล์

            ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจระรัวของสองหนุ่มสาว ที่เพิ่งจะผ่านสมรภูมิรักด้วยกันมาหมาดๆ

            เมื่อทุกอย่างผ่านไปเขาขยับกายออกจากตัวเธออย่างระมัดระวัง พร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนแข็งแรงภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน การได้ร่วมรักกับเธอซึ่งเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่เขาปรารถนามาตลอดนั้น ทำให้เขารู้ว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน

            อัมรานเพิ่งจะประจักษ์กับความจริงบางอย่าง นี่ไม่ใช่แค่การมีเซ็กส์ เขาเองก็เคยมีเซ็กส์มาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยขาดผู้หญิงข้างกาย ทำให้เขารู้ว่าเซ็กส์คือความสุขสมทางกาย หลายครั้งที่มันอ่อนโยน บางครั้งก็ดุเดือดเร่าร้อน แต่สุดท้ายก็จบลงง่ายๆ จบแล้วก็จบกัน

            ทว่าสิ่งที่เขาเพิ่งจะมีกับพันไมล์นั้นแตกต่าง มันทรงพลังและไร้ที่สิ้นสุด แรงกล้าต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อได้สัมผัสและครอบครองเธอไว้ก็ยิ่งทำให้เขาหลงใหล หิวกระหายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และยังอยากรู้สึกลึกซึ้งกับไฟพิศวาสนั้นอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างแบบบางที่สั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขน อัมรานนำพาพันไมล์กลับมาสู่สภาพปกติอย่างช้าๆ ด้วยการจูบและลูบไล้เรือนกายของเธอย่างอ่อนโยนและแผ่วเบา

            "เจ็บมากไหม" เขาถามน้ำเสียงอาทร

            พันไมล์ส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะกระซิบถาม เธอหลบนัยน์ตาคมเป็นประกายนั้นอย่างเขินอาย

            “คุณรู้เรื่องนี้มาก่อนใช่ไหมคะ”

            “รู้อะไร!” เขาทำไขสือ ยิ้มกริ่ม นิ้วเรียวเขี่ยแก้มนวลสีแดงเรื่ออย่างอดใจไม่ไหว

            “ก็เรื่องที่เราสองคนไม่เคย...” เธอพูดค้างไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะผละตัวออกจากอ้อมกอดอย่างงอนๆ ลุกขึ้นนั่งเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ พร้อมกับกระชับผ้าห่มเพื่อปกปิดร่างเปล่าเปลือยของตนเอง

            อัมรานลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จากนั้นก็ดึงตัวสาวเจ้าปัญหาเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ตอนแรกเธอก็ขัดขืนแต่สุดท้ายก็ยอมให้เขากอดแต่โดยดี เขาจูบหน้าผากเธอก่อนที่จะตอบ

            “ผมยอมรับว่ารู้มาก่อนหน้านี้ว่าเราไม่เคยมีอะไรกัน”

            เธอฟังคำตอบเขา ก็หน้างอ ชกไปยังแผงอกล่ำสันอย่างนึกโมโห อัมรานร้องลั่น

            พันไมล์หน้าตื่นตกใจ ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า “เจ็บหรือคะ”

            ชีคหนุ่มพยักหน้าท่าทางเจ็บปวด ขัดกับนัยน์ตาคมที่เป็นประกาย “เจ็บสิ...หมัดคุณหนักจะตาย”

            พันไมล์หน้าเสีย มือบางจึงลูบไล้ไปตามแผงอกล่ำสันเบาๆ ราวกับจะขับไล่ความเจ็บปวดนั้น แต่เมื่อสัมผัสความตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามของชีคหนุ่ม เธอก็อดที่จะไล้เรื่อยมาจนถึงหน้าท้องแบนราบแต่ทว่าอุดมไปด้วยมัดกล้ามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธออยากสัมผัสร่างกายของเขามานานแล้ว พอมีโอกาสมือเรียวบางจึงซุกซนไม่หยุด

            ชายหนุ่มคว้ามือซุกซนข้างนั้นขึ้นมาจูบแล้วก็พูดว่า “เด็กซน...ผมเก่งก็จริง...แต่คงต้องขอเวลาหน่อย”

            หญิงสาวย่นจมูก “เชอะ! หลงตัวเองไม่มีใครเกิน”

            อัมรานหัวเราะ “ผมแค่พูดเรื่องจริง เมื่อกี้ใครก็ไม่รู้ร้องเสียงหวานกังวานใส ผมชักอยากจะฟังอีกครั้ง”

            พันไมล์หน้าแดงด้วยความเขินอาย เธอทุบไปที่อกเขาอีกหนึ่งที โทษฐานที่เขาพูดหยอกล้อให้เธอวางหน้าไม่ถูก ก่อนจะกลับสู่การสนทนาที่พูดค้างไว้ก่อนหน้า

            “ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกความจริงกับฉันล่ะคะ ปล่อยให้ฉันทุกข์ทรมานใจอยู่ตั้งนาน”

            พันไมล์ย้อนถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตาเขา เธอมองเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัดในดวงตาคมคู่นั้น อัมรานอดใจไว้ไม่อยู่ก้มลงจูบริมฝีปากช่างจำนรรจานั้นจนพอใจ จากนั้นจึงตอบข้อซักถามของเธอ

            “ที่ไม่บอกคุณเพราะผมกลัวว่าถ้าคุณรู้เรื่องนี้ คุณอาจจะลังเลที่จะแต่งงานกับผม ผมก็เลยไม่บอก สู้ให้คุณรู้ด้วยตัวเองหลังจากที่เราแต่งงานกันแล้วดีกว่า ถึงตอนนั้นเราก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วจริงไหม”

            “เจ้าเล่ห์นักนะ”

            พันไมล์ส่งกำปั้นน้อยๆ ไปที่อกของเขาอีกครั้ง เป็นการทำโทษที่เขารู้ความจริง แต่บังอาจปิดบังเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status