Beranda / LGBTQ+ / เด็กดีของพี่หมอ / 9.น้องมันยังเด็กอยู่

Share

9.น้องมันยังเด็กอยู่

last update Tanggal publikasi: 2024-11-12 14:45:33

กาแฟแก้วเมื่อเช้ายังวางอยู่ที่เดิมตั้งแต่รับมาจากมือของไทธัชเมื่อเช้า ส่วนเจ้าของห้องนั้นยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัด

เมื่อเช้าอคิราห์จิบกาแฟไปไม่ถึงครึ่งแก้วก็ถูกตามตัวเข้าไปในห้องผ่าตัดเพราะต้องเข้าไปเป็นผู้ช่วยอาจารย์หมอในการผ่าตัดเคสที่ค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้หมอศัลยกรรมหลายคนกว่าเขาจะออกมาจากห้องกาแฟแก้วนั้นก็เย็นชืดไปหมดแล้ว

แก้วกาแฟถูกยกขึ้นมาจิบแม้มันจะเย็นชืดแต่อคิราห์ก็ไม่คิดจะทิ้งเพราะกาแฟแก้วนี้ไทธัชเป็นคนเลี้ยง เขาจิบทีละนิดจนหมดแก้ว ขณะที่กำลังทิ้งแก้วเปล่าลงถังขยะก็เห็นว่าตรงปลอกแก้วมีอะไรเขียนอยู่

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหลอเหลาของคุณหมอวัยเกือบจะสามสิบปีเมื่อเห็นข้อความ

พี่ซันสู้ๆ

ด้านหลังข้อความยังมีรูปดวงอาทิตย์กับรูปชูนิ้วมือสองนิ้ววาดด้วยปากกาทำให้คนมองรู้สึกมีกำลังใจในการทำงานขึ้นอีกมาก

เขาถึงปลอกแก้วออกมาเก็บไว้ในลิ้นชักแล้วทิ้งแค่เพียงแก้วลงไปในถังขยะ

พอได้รับกำลังใจมาแล้วอคิราห์ก็มีแรงเริ่มต้นทำงานในตอนบ่ายอีกครั้ง

กว่าจะได้กลับไปยังคอนโดก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว อคิราห์สั่งอาหารเย็นยังแอปพลิเคชั่นสีเขียวให้ไปส่งที่คอนโด เพราะขี้เกียจจะแวะซื้อ

ชีวิตประจำวันของอคิราห์วนเวียนอยู่อย่างเดิมแบบนี้มานานหลายปีแล้ว บางคนอาจมองว่ามันน่าเบื่อแต่สำหรับคนรักสันโดดอย่างเขาแล้วมันไม่ได้มีปัญหาเลย แต่ใช่ว่าเขาจะเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหนุ่มโสดอย่างเขาก็มักจะออกไปหาความสุขใส่ตัวบ้างในเวลาที่เครียดจากการทำงานหรือในเวลาที่ร่างกายต้องการระบายออก

แต่ก่อนนั้นอคิราห์ก็เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงแต่เวลาผ่านไปเขากลับรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุข เขาคิดว่าตัวเองมีปัญหาด้านสุขภาพ ชายหนุ่มจึงใช้วันลาพักร้อนไปตรวจร่างกายที่ต่างประเทศเพราะไม่อยากให้ใครรู้ ผลการตรงร่างกายทุกอย่างปกติ หมอที่นั่นเลยแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์ อคิราห์ทำใจอยู่สองวันก่อนที่จะเข้าไปปรึกษากับจิตแพทย์ เขาเปิดใจคุยกับคนแปลกหน้าอยู่เกือบสองชั่วโมง

จนในที่สุดจิตแพทย์ก็ค้นพบสาเหตุว่าที่เขาเบี่ยงเบนทางเพศนั้นเป็นเพราะปัญหาทางครอบครัว เขาเห็นบิดาและมารดาทะเลาะกันมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้จิตใต้สำนึกต่อต้านความสัมพันธ์ใบแบบชายหญิง

กว่าเขาจะยอมรับตัวเองได้กับเรื่องนี้ก็ใช่เวลาเกือบครึ่งปี ระหว่างนั้นเขาก็ศึกษาพฤติกรรมคู่รักที่เป็นผู้ชายด้วยกัน เรียนรู้จากการอ่านงานวิจัยของต่างประเทศอยู่หลายฉบับ

เวลาผ่านไปจนครบปีอคิราห์ลาพักร้อนอีกครั้ง ชายหนุ่มไปเที่ยวในสถานที่ซึ่งไม่มีใครรู้จัก เมื่อเขาไปสัมผัสบรรยากาศในบาร์แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยคนที่มีรสนิยมเดียวกัน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนแปลก เขากลับรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขอย่างประหลาด

เขาไปในบาร์แห่งนั้นทุกคืนตลอดทั้งสัปดาห์ จนกระทั่งคืนสุดท้ายเขาตัดสินใจซื้อบริการจากที่นั่น ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นกับผู้ชายด้วยกันในครั้งแรก ทำให้อคิราห์มีความสุขมากกว่าครั้งไหน และนับจากนั้นอคิราห์ก็ไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย

แต่เพราะยังไม่เจอคนถูกใจอคิราห์จึงยังไม่คบหากับใครเป็นแฟน แต่เขาก็มีคู่นอนชั่วคราวที่มักจะเรียกใช้บริการจากบาร์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นแห่งเดียวกับที่ไทธัชจะไปทำงาน

เพราะรู้ว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดีอย่างไทธัช เจ้าของร้านคงไม่รับไว้แค่เป็นเด็กเสิร์ฟเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วันที่รู้ว่าไทธัชจะไปทำงานที่นั่น เขายอมรับว่าโกรธมาก กลัวว่าไทธัชจะไปทำงานแบบนั้น ถึงแม้จะไม่ได้ผิดอะไรแต่เพราะมองไทธัชเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งอคิราห์จึงไม่อยากให้เขาต้องไปทำงานแบบนั้นโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้มาก่อนเลยว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ถ้าวันนั้นไทธัชตอบว่าเคยไปที่ร้านมาแล้ว อคิราห์จะไม่ห้ามเลยสักนิดเพราะถือว่าเจ้าตัวนั้นเต็มใจ แต่หลังจากคุยกันก็รู้ว่าเด็กหนุ่มน่าจะโดนหลอกมากกว่า ยิ่งพอเห็นสีหน้าตอนที่รู้ว่าบาร์ที่ตัวเองจะไปทำนั้นเป็นบาร์แบบไหน เขาก็มั่นใจว่าไทธัชไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองอาจตกเป็นเหยื่อที่เดินเข้าไปติดกับโดยไม่รู้ตัว

พอนึกถึงเรื่องเด็กหนุ่มอคิราห์ก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นเร็วขึ้นทั้งๆ ที่นั่งอยู่เฉยๆ ซึ่งอาการแบบนี้มันไม่เคยเกินขึ้นมาก่อน

เช้าวันใหม่

อคิราห์แวะไปที่ร้านกาแฟก่อนไปทำงานอย่างเคย เขาไม่ได้โทรมาสั่งไว้เหมือนคนอื่นเพราะอยากมาดูให้แน่ใจว่าคนที่ชงกาแฟให้กับตัวเองนั้นเป็นคนเดียวกับที่คิดไว้หรือเปล่า

“สวัสดีครับพี่ซัน วันนี้รับอะไรครับ” ไทธัชทักทายทันทีเมื่อประตูร้านเปิดออก ส่วนเจ้าของร้านนั้นกำลังง่วนอยู่กับการชงกาแฟให้ลูกค้าประจำที่โทรมาสั่ง

ยังไม่ทันจะตอบไทธัชก็ถูกเจ้าของร้านเรียกให้เอากาแฟไปส่งที่รถ

“ว่าไงซัน เช้านี้จะรับอะไร” พีรพลถามลูกค้าประจำที่เขามองเป็นน้องชายคนหนึ่ง

คุณหมอหนุ่มไม่ตอบ แต่มองไปยังนอกร้านซึ่งเด็กหนุ่มกำลังยืนรอลูกค้าอยู่ที่ริมทางเท้า

“เฮ้อ มันน่าน้อยใจนัก ชงกาแฟให้กินมาหลายปี เขากลับมองไม่เห็นหัว” พีรพลพูดพร้อมกับหัวเราะ

“ผมอยากช่วยให้เด็กพี่ได้ฝึกไงครับ เลยช่วยเป็นหนูทดลองให้ยังไม่พอใจอีกเหรอ”

“แน่ใจนะว่านั่นเด็กพี่”

“ก็เห็นอยู่ว่าทำงานในร้านพี่”

“ทำงานในร้านพี่ก็ใช่จะเป็นเด็กพี่เสมอไปที่ไหน ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กของนาย”

“พี่เอาอะไรมาพูด”

“แกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริง ไม่เคยสังเกตเหรอว่าเด็กนั่นมองนายด้วยสายตาแบบไหน”

“แล้วมันแบบไหนล่ะ” เขาแกล้งถามไปอย่างนั้น เพราะตัวเองก็สังเกตเห็นว่าแววตาที่ไทธัชมองเขานั้นมันต่างจากวันแรกที่มองอย่างหวาดระแวง แต่ตอนนี้เขาพอมองออกว่าไทธัชนั้นมองเหมือนเขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่ามันจะสำคัญมากแค่ไหนเท่านั้นเอง

“โต ๆ แล้วคิดเองนะ แต่บอกก่อนนะไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดาอย่างแน่นอน อย่าลืมนะน้องมันยังเด็กอยู่จะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดี”

“ก็เพราะน้องมันยังเด็กอยู่นะสิ ผมถึงไม่ได้คิดอะไร”

“หมายความว่าถ้าน้องมันโตกว่านี้นายจะคิดงั้นสิ”

อคิราห์เงียบเพราะไม่รู้จะตอบคำถามของพีรพลยังไง

“พี่สองคนคุยอะไรกันอยู่หน้าเครียดเชียว”

“เรื่องทั่ว ๆ ไปไม่เครียดอะไร พี่คงง่วงมากกว่า รีบชงกาแฟให้พี่เลย เอาเหมือนเดิมเมื่อวาน”

“ครับ”

ได้กาแฟพร้อมกับปลอกแก้วที่คนชงวาดรูปดวงอาทิตย์กับรูปมือชูสองนิ้วแล้วอคิราห์ก็ไปสแกนชำระค่ากาแฟบวกกับทิปอีกจำนวนหนึ่งให้กับเด็กหนุ่ม ก่อนที่ตัวเองจะรีบออกจากร้านดูนาฬิกาแล้วขายาวก็รีบก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเพราะเขาคุยเพลินจนเกือบลืมดูเวลา

“สวัสดีค่ะหมอซัน” พยาบาลสาวหน้าห้องตรวจทักทาย

ในทุกวันถ้าไม่มีเคสด่วนที่ต้องไปดูแลหรือเข้าห้องผ่าตัด อคิราห์จะต้องตรวจอยู่ที่แผนกผู้ป่วยนอกในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็จะตรวจผู้ป่วยที่นัดไว้ และถ้าวันไหนมีนัดผ่าตัดที่ไม่ด่วนมากเขาก็จะนัดผู้ป่วยมาในช่วงบ่าย

“สวัสดีครับ วันนี้คนไข้เยอะไหมครับ”

“ไม่เยอะค่ะ คงไม่เกิน 11 โมง ช่วงบ่ายคุณหมอมีผ่าตัดไหมคะ”

“ไม่มีครับ ถ้าคนไข้นัดช่วงบ่ายมาก่อนเวลาก็ให้เขาตรวจต่อได้เลยนะ”

“ได้ค่ะ”

พอพูดคุยทำความเข้าใจกันแล้วอคิราห์ก็เริ่มตรวจคนไข้จนกระทั่งถึงเวลาพักกลางวัน

ขณะที่กำลังจะไปทานอาหารที่โรงอาหารอย่างเคย ชลกรก็เข้ามาชวนเขาไปทานข้าวข้างนอก

“นึกยังไงชวนออกมากินข้าวข้างนอก”

“อยากพามาดูอะไรสักหน่อย” ชลกรกระซิบ

“กะแล้วเชียวว่าต้องมีอะไรถึงได้ชวนมา”

“นั้นไง มาแล้วคนนั้น” ชลกรชี้ให้เพื่อนดูนักศึกษาพยาบาลคนหนึ่งซึ่งดูโดดเด่นกว่าทุกคนในกลุ่มเพื่อนที่เดินมาด้วยกัน

“เฮ้ย ยังเด็กอยู่เลย ระวังข้อหาพรากผู้เยาว์นะ” เขาเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี

“ไม่เด็ก อยู่ปี 4 แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จบ”

“รู้ดีนัก ไปสืบมาแล้วเหรอ”

“เปล่าก็แค่เจอกันที่วอร์ด น้องเขาน่ารักดี”

“อือ ก็น่ารักดี แต่ไม่คิดเหรอว่าตัวเองแก่ไปสำหรับน้องเขา” พูดไปแล้วก็คิดถึงตัวเองเพราะอายุก็ไม่ได้ต่างกับชลกรเลยสักนิด มิหนำซ้ำคนที่ตัวเองสนใจอยู่นั้นเพิ่งจะอยู่ ม.6

“ใครเขาดูที่อายุกัน ชอบก็คือชอบ”

“ไม่คิดถึงช่องว่าระหว่างวัยเหรอ”

“คิดทำไมให้ปวดหัว ถ้ามันใช่เรื่องวัยมันก็ไม่เกี่ยว”

“จะเอาจริงเหรอ”

“อือ เอาจริงสิ นานแล้วไม่เคยมีใครทำให้ใจเต้นแรงแบบนี้ เห็นหน้าน้องเขาแล้วมีแรงทำงานขึ้นมาทันทีเลย”

“งั้นก็ขออวยพรให้โชคดีนะ” อคิราห์อยากเห็นเพื่อนมีความสุข เพราะที่ผ่านมาเวลาคบกับใครก็มักจะคบกันไม่ยืดเพราะแต่ละคนที่ผ่านมาไม่ค่อยเข้าใจเนื้องานของหมออย่างพวกเขาสักเท่าไหร่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กดีของพี่หมอ   50.​​​​​​​พี่หมอจัดให้ nc จบ

    อคิราห์ไปส่งไทธัชเสร็จแล้วก็กลับมาที่คอนโด ขณะกำลังเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นก็เห็นไอแพดที่อีกคนลืมไว้เขาถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นข้อความที่เพื่อนของไทธัชส่งเข้ามาหลังจากอ่านแล้วก็รู้สึกกังวลเพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ไทธัชกำลังถูกคนในคณะเข้าใจผิด เนื่องจากมีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาพูดทำนองว่าไทธัชเป็นเกย์และตอนนี้กำลังมีเสี่ยใหญ่คนหนึ่งคอยช่วยเหลือเรื่องการเงินอยู่อคิราห์เปิดเข้าไปตามลิงค์ต้นเรื่องก็เห็นคนมาแสดงความคิดเห็นต่อจากเจ้าของโพสต์กันสนุกปาก บ้างก็ว่าเสี่ยที่ดูแลไทธัชอยู่นั้นภรรยาอยู่แล้ว บ้างก็ว่าไทธัชทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงินก้อนโต แต่ทำให้อคิราห์โมโหที่สุดก็คือคนที่บอกว่าเสี่ยของไทธัชนั้นทั้งแก่ทั้งอ้วนและยังหัวล้านอีกด้วยแต่ก็มีบางความคิดเห็นที่บอกว่าเป็นเกย์ไม่ผิด แต่ผิดที่ไม่รู้จักเลือกคนให้ดี ๆ หน่อยไม่ใช่เห็นแก่เงินจนลืมนึกถึงหน้าตาและอายุ แม้จะมีหลายคนบอกว่าไทธัชไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเคยเห็นแฟนของไทธัชแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเท่าไหร่ เพราะน้อยคนนักที่จะได้เห็นไทธัชกับแฟนอยู่ด้วยกันอคิราห์ไม่รู้ว่าไทธัชเห็นโพสต์นี้แล้วจะเป็นยังไงบ้างชายหนุ่มรีบโทรไปถามเพราะกลัวว่าอีกคนจะรู

  • เด็กดีของพี่หมอ   49.สองครอบครัว

    หลังเลิกเรียนอคิราห์ก็มารับไทธัชตามที่นัดไว้ พอชายหนุ่มเห็นรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาก็รีบเดินไปขึ้นรถทันที“รอพี่นานไหม” อคิราห์ถามพร้อมกับยื่นชาเขียวให้กับคนรัก“ขอบคุณครับ รอไม่นานเพิ่งลงมาไม่ถึงห้านาที”รถเคลื่อนออกมาได้สักระยะไทธัชก็ถามขึ้น“พี่ซันทำไมไม่บอกผมเรื่องเงิน 25 ล้าน”“พี่นึกว่าแม่บอกไทแล้วนะ เพราะตอนนั้นพี่ไม่ได้อยู่เมืองไทย”“อยู่ที่ไหนก็บอกได้เหมือนกันนะครับ ผมว่าพี่ตั้งใจปิดมากกว่า”“พี่จะปิดได้ยังไง นั่นมันบัญชีของไทนะ”“แต่ก็น่าจะบอกรู้ไหม ว่าเอาเงินนั้นไปฝากประจำจะได้ดอกเบี้ยเยอะเลย”“ที่ผ่านมาไม่เคยเอาสมุดบัญชีไปปรับเลยใช่ไหม”“ครับ บัญชีนี้ไม่มีในแอปธนาคารด้วยก็เลยไม่รู้ว่ามีเงินเข้า พอดีวันนี้คุณธีรธรเขาโอนเงินค่ามัดจำเขาก็เลยลองเอาไปปรับดู”“พี่อยากให้ไทเก็บไว้ใช้จ่าย”“ไม่หรอกครับ ผมว่าจะขออนุญาตเอาไปเปิดบัญชีฝากประจำได้ไหมครับ ถ้าได้ดอกเบี้ยค่อยเอามาใช้”“จะขอพี่ทำไท นั้นเงินของไท”“แต่แม่พี่บอกว่าให้พี่ แต่พี่ยกให้ผม”“นั้นไง ก็ยกให้แล้ว ไทจะเอาไปทำอะไรก็ได”“ขอบคุณนะครับ เงินมากขนาดนั้นทั้งชาติผมคงไม่มีโอกาสหาได้”“บอกแล้วไงไทเป็นเด็กดี มีอะไรที่พี่ให้ได้พี่

  • เด็กดีของพี่หมอ   48.เด็กดีไม่ต้องขอ

    ไทธัชถูกประคองเดินมาที่เตียงในเวลาเกือบตีสอง ขาเขาสั่นจนแทบเดินไม่ไหว แต่ก็ไม่อยากให้อคิราห์อุ้ม เพราะดูแล้วอีกคนก็หมดแรงไม่ต่างจากตัวเองมากนักจากที่คิดจะไปอาบน้ำให้สดชื่น แต่คนพี่ก็อาสาเป็นคนทำความสะอาดช่องทางรักที่เต็มไปด้วยน้ำสีขาวขุ่น แต่เพราะคนทำความสะอาดช่ำชองจนเกินไปไทธัชจึงตื่นตัวอีกครั้งและบทรักก็บรรเลงใต้ฝักบัวอยู่อีกเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนทั้งสองจะปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองถึงจุดสุดยอดไปกี่ครั้ง รู้แต่ทุกครั้งมันเต็มไปด้วยความสุข อคิราห์ส่งผ่านความรักความคิดถึงผ่านทุกสัมผัสจนไทธัชลืมเรื่องน้อยใจไปจนหมดสิ้น“ไทครับ เรียนกี่โมงนะ”“สิบโมงครับ ตอนนี้กี่โมงแล้ว” ไทธัชยังไม่ยอมออกจากผ้าห่ม เขายังคงกอดอคิราห์ไว้อย่างนั้น กลัวเหลือเกินว่าที่ผ่านมาเมื่อคืนมันจะเป็นเพียงความฝัน“แปดโมงครับ นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ เดี๋ยววันนี้พี่ขับรถไปส่ง”“ผมไปเองได้ครับ นั่งรถไฟฟ้าไปแป๊บเดียวก็ถึงหรือโหนรถเมล์ไปก็ได้”“อย่าดื้อครับ ลองลุกมาก่อนไหม แล้วลองเดินดูว่าตัวเองจะเดินขึ้นบันไดสถานีรถไฟฟ้าได้ไหมหรือจะยืนเบียดคนอื่นบนรถเมล์ไหวไหม” อคิราห์มองคนที่นอนจมอยู่บนเตียงนอนแล้วก็รู้สึกสงสา

  • เด็กดีของพี่หมอ   47.เรื่องจริงใช่ไหม nc25++

    ก่อนกลับคอนโดไทธัชไลน์ไปถามอคิราห์ว่าเย็นนี้เขาจะทานอะไรแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่อ่าน ชายหนุ่มเลยแวะซื้อข้าวสวยและกับข้าวที่อคิราห์ชอบกลับไปด้วยเขากลับมาถึงห้องก็ปิดไฟมืด เขาคิดว่าอคิราห์คงนอนอยู่ที่ห้องนอนเล็กเหมือนเดิม แต่เปิดเข้าไปห้องก็ว่างเปล่า ไทธัชเริ่มกังวลหรือว่าภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าเป็นสิ่งที่เขาคิดไปเอง ชายหนุ่มรีบเดินมาดูที่ห้องนอนใหญ่แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นคืออคิราห์จริงไทธัชไม่อยากกวนเวลานอนจึงกลับมาอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง คิดว่าให้อคิราห์นอนต่อ แต่ก็ทนใจแข็งได้ไม่นานเพราะอยากพูดคุยกับเขาให้หายคิดถึงชายหนุ่มเปิดเข้าไปในห้องอีกครั้งก็ไม่คนที่นอนอยู่เมื่อครู่ เขาได้ยินเสียงอาบน้ำ จึงรีบออกมาเตรียมอาหารไว้รอพอทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินไปตามอคิราห์อีกครั้งก๊อก ก๊อก ก๊อก“พี่ซันครับ ผมเข้าไปได้ไหม”เงียบ..“ผมเข้าไปแล้วนะ”ไทธัชถามอีกครั้งแต่คนในห้องก็ยังไม่ตอบ เขาจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ออกจากห้องน้ำก็เลยนั่งรออยู่บนเตียง“ผมมาตามไปกินข้าวครับ ผมไปรอข้างนอกนะครับ” ไทธัชรีบบอกเมื่อเขาเดินออกมาจากห้องน้ำ“ทำไมต้องไปรอข้างนอก ไหนว่าคิดถึง

  • เด็กดีของพี่หมอ   46.อยากเป็นแค่พี่น้องเหรอ

    ไทธัชรู้สึกว่าเวลาของตัวเองจะเดินช้ากว่าของคนอื่น ตั้งแต่ปีใหม่ครั้งนั้นอคิราห์ก็ยังไม่กลับมาเมืองไทยเลยสักครั้ง เขารู้ว่าอีกคนยุ่งทั้งเรียนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ปีใหม่ครั้งที่ผ่านมาเขาต้องนอนร้องไห้อยู่คอนโดเพราะคิดถึงความทรงจำที่เคยมีด้วยกันกับคนรัก ไหนจะช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาถึงสองครั้งเขาก็เคยได้มีโอกาสฉลอง มีแต่ของขวัญที่ส่งมาทั้งปีใหม่ วาเลนไทน์รวมไปถึงวันเกิด แต่ใครบอกว่าเขาอยากได้ของขวัญมีราคาพวกนั้นแม้จะวิดีโอคอลคุยกันทุกวัน บอกรักกันทุกวันแต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับอ้อมกอดที่อบอุ่นของผู้ที่ชื่ออคิราห์เลยสักนิด“ไท เหนื่อยเหรอท่าทางไม่ดีเลย”“นิดหน่อยครับ วันนี้มีกิจกรรมรับน้องผมเป็นพี่ปีสามก็เลยเหนื่อยหน่อย พี่ซันล่ะครับ ดูเหมือนช่วงนี้จะร่าเริงเป็นพิเศษนะครับ มีอะไรดีหรือเปล่า”“ก็แค่วันนี้อาจารย์ให้พี่ได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างแล้วพี่ก็ทำออกมาได้ดี”“พี่ซันเก่งอยู่แล้ว ผมว่าถ้ากลับมาครั้งนี้คงยุ่งจนไม่มีเวลาให้ผมแน่ ๆ เลย”“ถ้ากลับไปพี่คงพักสักระยะแล้วค่อยเริ่มงาน พี่จะให้เวลาไทเต็มที่เลยดีไหม”“อือ ถ้าพี่กลับมาเราไปเที่ยวทะเลกันไหมครับ ผมอยากพาแม่กับยายไ

  • เด็กดีของพี่หมอ   45.​​​​​​​ไม่จริงใช่ไหม

    หลังจากที่ส่งหลักฐานให้กับทนายแล้วไทธัชก็หมดหน้าที่ แต่เขาก็คอยติดตามความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทางอคิราห์อยู่ทุกวันเรื่องหย่าจบไปตั้งแต่สัปดาห์แรก เพราะคุณตรีวุฒิกลัวว่าเรื่องที่เขาพาเด็กผู้ชายเข้ามานอนในบ้านจะรู้ถึงหูคนอื่น และจะทำให้เขาเสียชื่อเสียง เขาจ่ายค่าเลี้ยงดูคุณอรณีถึง 25 บาท แต่เขาไม่รู้เลยว่าหลังจากเซ็นใบหย่าแล้ว เรื่องราวมันจะรุนแรงขึ้นในแบบที่เขาแทบจะไม่มีที่ยืนในสังคมมารดาของอคิราห์ร้องไห้จนเป็นลมเมื่อทราบเรื่องที่ลูกชายโดนพ่อเลี้ยงกระทำชำเรา เธอโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ดูแลลูกไม่ดี และยังพาคนชั่วอย่างตรีวุฒิเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่เธอก็ไม่ได้โดดเดี่ยวเพราะได้คุณอรรณพอดีตสามีคอยอยู่ข้าง ๆพอตั้งสติได้คุณอรณีก็เข้มแข็งขึ้น เธอและคุณอรรณพนำคลิปหลักฐานที่นายตรีวุฒิทำกับลูกชาย ภาพถ่าย และคำขู่ที่ฝ่ายนั้นส่งมาคุกคามลูกชายของเขาให้กับตำรวจ เธอก็บอกให้จัดการทุกอย่างตามกฎหมายโดยไม่ต้องห่วงว่าเธอจะรู้สึกยังไง จะเสียชื่อเสียงไหม เธออยากให้ผู้ชายคนนั้นรับโทษจากการกระทำของตัวเองโดยเร็วที่สุดพอมีข่าวว่าตรีวุฒิถูกจับ ก็มีเด็กหนุ่มอีกหลายคนซึ่งตกเป็นเหยื่อทางอารมร์ของตรีวุฒิเข้ามาแจ้

  • เด็กดีของพี่หมอ   16.ค่าปรับ

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ไทเปิดประตูให้แม่หน่อย”ไทธัชรีบวางไอแพดในมือแล้วลุกเดินไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว“ทำอะไรอยู่ลูก”“วาดรูปอยู่ครับแม่” เมื่อเห็นมารดามีสีหน้าแปลกใจไทธัชก็เลยต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟัง“ลูกชายแม่โตขึ้นมากเลย แม่ดีใจที่ลูกทำงานต่อให้เพื่อนแล้วไม่คิดจะเอาผลงานมาเป็นชื่อของตัวเอง”“ผมส

  • เด็กดีของพี่หมอ   3.ก็แค่อยากช่วย

    “หมอซันคะ อาจารย์หมอวัลลภเรียกให้ไปพบค่ะ”พยาบาลประจำแผนกศัลยกรรมคนหนึ่งรีบบอกอคิราห์ทันทีเมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามายังแผนกอคิราห์เป็นประจำแผนกศัลยกรรมทั่วไปของโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายื่นเรื่องขอลาออกกับทางโรงพยาบาลเพราะวางแผนไว้ว่าจะไปเรียนต่อศัลยกรรมตกแต่งที่ต่างประเทศ อาจารย์

  • เด็กดีของพี่หมอ   2.โล่งอกไปที

    เด็กหนุ่มคิดตามที่เขาพูด จากนั้นก็เล่าถึงปัญหาที่ตัวเองกำลังเจออยู่ให้กับชายแปลกหน้าฟังเริ่มตั้งแต่เขารู้จักคนกลุ่มหนึ่งในเฟซบุ๊ค จากนั้นก็ถูกชักชวนให้ลงทุนเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท พอครบหนึ่งสัปดาห์เขาก็ได้รับเงินคืนมา 1,300บาท พอสัปดาห์ที่สองเขาทำแบบเดิมอีก จากเงิน 1,000 กลายเป็นเงิน 1,300 บาท ทำแ

  • เด็กดีของพี่หมอ   1.ไม่ได้อยากยุ่ง แค่อยากเตือน

    เสียงร้องเพลงชาติดังไปทั่วทั้งบริเวณของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง แม้ว่าเด็กที่มาเรียนในวันนี้จะมีจำนวนเพียงครึ่งเดียวก็ตาม เนื่องจากเป็นวันสอบปลายภาคเรียนวันแรกชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง กำลังเดินขึ้นไปบนอาคารเรียนแห่งนี้ด้วยความคุ้นเคย แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ความทรงจำก็ยังไม่จางหาย ภาพที่ตัวเองเคย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status