แชร์

บทที่7 เพ้อเจ้อ

ผู้เขียน: dragonred24
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-07 11:06:27

บทที่7 เพ้อเจ้อ

ครืดด... ครืดด...

              เสียงโทรศัพท์ของไคเลอร์ดังขึ้น เขาเหลือบมองชื่อบนหน้าจอก่อนกดรับสายอย่างไม่รีบร้อน

               “มีอะไร”

               (ไอ้ไค ไอ้ธีร์มันมารับควีนหรือยัง กูโทรหามันแล้วแม่งไม่รับสาย)

               “มารับไปแล้ว มึงไม่โทรหาควีนเองล่ะ”

               (ควีนก็ไม่รับไง กูถึงต้องโทรหามึงเนี่ย กูกลัวไอ้ธีร์พาน้องกูหนีเที่ยวอีก)

               น้ำเสียงหงุดหงิดของเคททำให้ไคเลอร์ถอนหายใจ ธีร์ขึ้นชื่อเรื่องตามใจควีนอยู่แล้ว บางครั้งสองคนนั้นก็แอบหนีไปเที่ยวกันโดยไม่บอกเคท จึงไม่แปลกที่อีกเคทจะระแวง

               “เดี๋ยวกูลงไปดูให้”

               (ขอบใจมาก แล้วโทรกลับมาบอกกูด้วยนะ)

               “เออ” ไคเลอร์กดวางสาย ก่อนลุกขึ้นเต็มความสูง

               “พวกมึง เดี๋ยวกูมา” พูดจบก็เดินออกจากห้องทันที ไม่สนใจเสียงเรียกที่ดังไล่หลังมา

               “ไคจะไปไหน” เอ็มม่าร้องถาม แต่ไม่ทันได้คำตอบประตูห้องก็ปิดลงซะก่อน ใบหน้าสวยมุ่ยลงทันที รู้สึกถึงระยะห่างและความใส่ใจของไคเลอร์ที่เคยมีให้เธอลดน้อยลงจนอดน้อยใจไม่ได้

              “เดี๋ยวมันก็มา อย่าคิดมาก” แนนเอ่ยปลอบเอ็มม่า รู้สึกเห็นใจไม่น้อย

              “มันจะไปไหนของมันว่ะ” เจตต์เอ่ยขึ้น เริ่มไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนขึ้นมาล่ะ

              “น่าจะลงไปดูน้องควีนให้ไอ้เคท เดี๋ยวมันก็มา” จอมทัพสันนิษฐานเอาจากสิ่งที่ได้ยินไคเลอร์คุยโทรศัพท์

              ร่างสูงเดินตรงไปยังลิฟต์แล้วกดลงชั้นเก้า ห้องของธามอยู่ชั้นนั้น ส่วนห้องของเขาอยู่ชั้นสิบสี่

ติ๊งต่อง... ติ๊งต่อง...

แกร็ก!

               “พี่ไค! มีอะไรหรือเปล่าคะ” คนที่เปิดประตูทำให้ไคเลอร์นิ่งไปชั่วขณะ

              ควีนคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมยาวยังมีความชื้นเกาะอยู่เล็กน้อย ร่างเล็กอยู่ในเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนอย่างไม่คิดระวังตัว ความอวบอัดด้านบนก็ทำให้เขาชะงักค้าง สายตาคมเผลอหยุดมองนานกว่าที่ควร เด็กสาวในชุดดรัมเมเยอร์ที่เขาเคยมองผ่านเลนส์กล้องเมื่อวันนั้น...โตขึ้นมากจริง ๆ โตจนเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

                “พี่ไค”

                “...”

               “พี่ไคคะ!”

               “จะเสียงดังทำไม อยู่กันแค่นี้” ไคเลอร์ขมวดคิ้วดุ กลบเกลื่อนอาการเมื่อครู่จนควีนถึงกับทำหน้างง

               “ก็ควีนเรียกตั้งหลายครั้งแล้วพี่ไม่ตอบ แล้วจะมาดุควีนทำไมเนี่ย”

               “ไอ้ธีร์ไปไหน ทำไมทั้งเธอทั้งมันไม่รับโทรศัพท์เคท”

              เขาแทรกตัวผ่านร่างเล็กเข้าไปในห้องโดยไม่ต้องให้เชื้อเชิญ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังหาใครอีกคน

                “ควีนอาบน้ำอยู่เลยรับไม่ทัน ส่วนพี่ธีร์ออกไปซื้อเครื่องดื่มกับขนมค่ะ”

                “เครื่องดื่ม? เครื่องดื่มอะไร” น้ำเสียงเข้มขึ้นทันที

               ก่อนหน้านี้ไอ้ธีร์มันยังทำหน้าตึงใส่เขาเรื่องที่มีเพื่อนมานั่งดื่มในห้องตอนควีนอยู่ แล้วนี่มันกลับลงไปซื้อเครื่องดื่มเอง

                “เอ่อ...น้ำกับน้ำอัดลมมั้งคะ พี่ธีร์ไม่ได้บอก”

              คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะจริงจังอะไรกับคำว่า เครื่องดื่ม นักหนา

              “แล้วเคทจะกลับกี่โมง”

               “กำลังกลับค่ะ”

               ควีนตอบ ก่อนดวงตากลมโตจะเป็นประกายขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้

                “พี่ไคพอมีเวลาไหมคะ สอนการบ้านข้อนี้ให้ควีนหน่อย ควีนไม่ค่อยเข้าใจ”

               แม้ทั้งคู่จะปะทะฝีปากกันแทบทุกครั้งที่เจอ แต่เรื่องหนึ่งที่ควีนรู้ดีคือ หากเธอขอให้ไคเลอร์ช่วยสอนการบ้านหรือขอให้เขาช่วยอะไร เขาไม่เคยปฏิเสธเธอเลยสักครั้ง

                “อืม พอมีเวลา”

               เพียงเท่านั้น ร่างเล็กก็รีบวิ่งไปหยิบสมุดการบ้านมาหา ก่อนทิ้งตัวนั่งลงข้างเขาอย่างกระตือรือร้น

               ไคเลอร์รับสมุดมาเปิดดู แล้วค่อย ๆ อธิบายทีละขั้นตอนอย่างใจเย็นผิดกับนิสัยปกติของเจ้าตัว

                “ตรงนี้แทนค่าลงไปก่อน แล้วค่อยใช้สูตรนี้ เข้าใจหรือยัง”

ควีนพยักหน้าหงึก ๆ

                “เข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มตาหยีที่ส่งมาให้ ทำให้สายตาคมหยุดอยู่บนใบหน้าหวานชั่วครู่ ก่อนจะเบือนหนีไปทางอื่น

                “แล้วคิดหรือยังว่าอยากเรียนต่อคณะอะไร”

                “ควีนว่าจะเรียนสถาปัตย์ค่ะ แต่ไม่รู้จะสอบเข้าได้ไหม”

                “ทำไมคิดว่าจะสอบไม่ได้”

               ไคเลอร์เอนหลังพิงพนักโซฟา ทอดสายตามองคนข้างตัวที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง

               “ก็ควีนเรียนไม่ค่อยเก่งนี่คะ ไม่เหมือนพี่เคทที่เก่งทุกอย่างเลย”

เธอถอนหายใจ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

                “หรือควีนหาแฟนรวย ๆ แล้วให้แฟนเลี้ยงดีนะ”

แปะ!

               “โอ๊ย!”

              นิ้วเรียวยาวดีดเข้ากลางหน้าผากมนจนควีนรีบยกมือขึ้นกุมทันที

               “อะไรของพี่เนี่ย ควีนเจ็บนะ!”

               “เพ้อเจ้อ”

               “...”

               “ไม่เก่งก็ขยัน ไม่ใช่คิดแต่จะหาแฟนมาเลี้ยง”

               ไคเลอร์ส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ ส่วนคนโดนดุกลับยู่ปากใส่ทันที ท่าทางไม่ได้สำนึกเลยสักนิด

                “ก็ขยันอยู่นี่ไงค่ะ ควีนถึงต้องหอบหนังสือมาหาพี่เคท เพราะวันจันทร์จะสอบนี่แหละค่าาา”

               เสียงหวานลากยาวอย่างเหนื่อยหน่าย มือเล็กยังคงลูบหน้าผากตัวเองปรอย ๆ

               ไคเลอร์เหลือบมองรอยแดงจาง ๆ บนผิวขาวแล้วชะงัก เมื่อกี้เขาคงเผลอดีดแรงไปหน่อย มือหนาจึงยกขึ้นลูบรอยแดงบนหน้าผากเธอเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิด

              ควีนชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ ใบหน้าหวานเริ่มร้อนขึ้นจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น ทำทีเหมือนไม่มีอะไร ทั้งที่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

               ‘อะไรของแกเนี่ยยัยควีน ทำไมอยู่ ๆ ใจเต้นแรงขึ้นมาวะ’

              ควีนได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ ช่วงนี้เธอรู้สึกแปลก ๆ กับไคเลอร์บ่อยเกินไปแล้ว

               “เรียนยากจนท้อขนาดนั้นเลยหรือไง”

              ควีนเม้มริมฝีปาก เงียบไปครู่หนึ่งเพื่อเก็บอาการ ก่อนจะหันกลับมามองเขาตรง ๆ

               “พี่ไค”

               “อะไร”

               “ถามจริง ๆ นะ พี่ว่าควีนมีแฟนได้หรือยัง” ใบหน้าคมคายที่กำลังมองเธออยู่นิ่งค้างกับคำถามของเธอทันที ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย

               “ทำไมถามแบบนี้ มีคนที่ชอบแล้วรึไง” น้ำเสียงที่เคยเรียบเฉยต่ำลงโดยไม่รู้ตัว

                “ไม่รู้สิคะ แค่ถาม” ควีนเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนข้างตัวกำลังจ้องเธอตาเขม็ง

                “เพื่อนควีนก็มีแฟนกันเกือบหมดแล้ว ตอนพี่เคทอายุเท่าควีนก็เป็นแฟนกับพี่ธามแล้วด้วย”

                “แล้ว?”

                “พอมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้ควีนไง” น้ำเสียงช่วงท้ายเบาลงจนไคเลอร์จับความรู้สึกบางอย่างได้

                “พูดเหมือนน้อยใจพี่สาวตัวเอง”

                “ไม่ได้น้อยใจค่ะ” ควีนรีบปฏิเสธ แต่แววตากลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง

                “มันก็แค่...เหงา” รอยยิ้มบนใบหน้าหวานจางลงอย่างเห็นได้ชัด

               “ควีนแค่อยากให้พ่อกับแม่แล้วก็พี่เคทมีเวลาให้ควีนบ้าง”

               พ่อกับแม่ของควีนทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนเคทเอง หลังจากคบกับธาม เวลาส่วนใหญ่ก็มักหมดไปกับทั้งเรื่องเรียนและแฟน ถึงทุกคนจะรักและเป็นห่วงควีนมาก แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครทันสังเกตว่าเด็กที่ดูสดใสอยู่ตลอดเวลาคนนี้กำลังเก็บซ้อนความเหงาเอาไว้ลึก ๆ ในใจ

               ไคเลอร์นิ่งเงียบ  ดวงตาคมทอดมองเสี้ยวหน้าหวานอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาเงียบ ๆ

               ‘ถ้าไม่มีใครมีเวลาให้...เขามีให้เองก็ได้’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เด็กดื้อของไคเลอร์ (ควีน x ไคเลอร์)   บทที่57 กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

    บทที่57 กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดไม้สักเข้ามาในห้องนอน ควีนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือที่เต็มไปด้วยชีตสรุปวิชาต่าง ๆ วันนี้เธอมีความจำเป็นต้องเปิดโทรศัพท์มือถือที่เก็บใส่ลิ้นชักไว้ตั้งแต่วันก่อน เพื่อดาวน์โหลดแนวข้อสอบเก่าที่ไอด้า เพื่อนสนิทของเธอเพิ่งส่งมาให้ในกลุ่มแชต ทันทีที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากไอด้าก็เด้งรัวขึ้นมาไม่หยุด ควีนขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกดเข้าไปดูในหน้าต่างแชตส่วนตัวที่เพื่อนส่งมา ไอด้า : ควีน แกรู้เรื่องที่สนามแข่งรถของพี่ไคเลอร์หรือยัง เห็นข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุใหญ่เลยนะ ไอด้า : แต่ที่ฉันจะส่งให้ดูคืออันนี้ต่างหาก แกดูนี่สิ ใต้ข้อความนั้นเป็นลิงก์ข่าวจากเพจดัง พร้อมกับภาพแคปหน้าจอหลายรูปที่ไอด้าส่งตามมาติด ๆ ไอด้า : ผู้หญิงคนนี้ชื่อคุณมินตรา เป็นลูกสาวสปอนเซอร์รายใหญ่ เห็นในข่าวลงว่าคอยดูแลพี่ไคเลอร์ไม่ห่างเลย คนคอมเมนต์เชียร์กันใหญ่เลยแก ฉันเห็นแล้วอดเป็นห่วงแกไม่ได้จริง ๆ พี่เขาได้ติดต่อแกมาบ้างไหมเนี่ย?

  • เด็กดื้อของไคเลอร์ (ควีน x ไคเลอร์)   บทที่56 พายุที่สนามแข่งและรอยร้าวในความเงียบ

    บทที่56 พายุที่สนามแข่งและรอยร้าวในความเงียบ ในขณะที่บ้านเรือนไทยของปู่ย่าถูกโอบล้อมด้วยความสงบเงียบ อีกฟากหนึ่งของเมือง ณ สนามแข่งรถขนาดใหญ่ของไคเลอร์ กลับกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดราวกับพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำติดต่อกันมาตลอดสามวันเต็ม ย้อนกลับไปในวันที่ไคเลอร์เพิ่งแยกจากควีนและเคท ทันทีที่เขาเดินทางมาถึงสนามแข่ง เรื่องที่คิดว่าเป็นเพียงปัญหาอะไหล่ผิดสเปกตามที่ธามโทรแจ้ง กลับบานปลายกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อรถแข่งคันหนึ่งที่กำลังทดสอบระบบเบรกเกิดเสียการควบคุม พุ่งชนแผงกั้นโค้งหักศอกด้วยความเร็วสูงจนรถพลิกคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้ ในจังหวะที่ทุกคนกำลังวิ่งวุ่นเข้าไปช่วยเหลือและควบคุมเพลิง โทรศัพท์มือถือของไคเลอร์ก็ร่วงหล่นจากกระเป๋ากางเกงลงไปกระแทกพื้นปูนและถูกรถเข็นอุปกรณ์ทับซ้ำจนหน้าจอแตกละเอียด เครื่องดับสนิทไปในพริบตานั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้าวิกฤตเกินกว่าที่เขาจะสนใจโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว ตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา สนามแข่งถูกสั่งปิดชั่วคราวเพื่อทำการตรวจสอบระบบความปลอดภัยทั้งหมดอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมกฎหมาย ประก

  • เด็กดื้อของไคเลอร์ (ควีน x ไคเลอร์)   บทที่55 ความเงียบที่ดังกว่าเดิม

    บทที่55 ความเงียบที่ดังกว่าเดิม กลิ่นไม้สักเก่าผสมกับกลิ่นกระดาษหนังสือที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกทันทีที่คุณย่ามะลิผลักบานประตูไม้เข้าสู่ห้องหนังสือ ภายในห้องกว้างที่เรียงรายไปด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ชายชราในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวสะอาดตากำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หวายตัวโปรด แว่นสายตากรอบทองวางอยู่บนสันจมูก ขณะที่ในมือกำลังถือหนังสือพิมพ์รายวันค้างไว้ “คุณคะ ดูซิใครมาหา” เสียงทักของคุณย่าทำให้ชายชราละสายตาจากตัวหนังสือ ทันทีที่เห็นร่างของหลานสาวทั้งสองเดินตามเข้ามา รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา คุณปู่รีบพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะกระจกข้างตัว ถอดแว่นสายตาออกอย่างรวดเร็วจนเกือบทำหล่น “อ้าว ยัยเคท ยัยควีน ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้ล่ะลูก” “ลมคิดถึงค่ะคุณปู่” ควีนรีบเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งพับเพียบข้างเก้าอี้หวาย ก่อนจะก้มลงกราบที่ตักของชายชราอย่างออดอ้อน โดยมีเคทเดินตามมานั่งลงข้าง ๆ และก้มกราบด้วยท่าทางเรียบร้อยไม่แพ้กัน มือที่เริ่มเหี่ยวย่นตามวัยแต่ยังคงความอบอุ่นยกขึ้นลูบศีรษะหลานสาวทั้งสองสลับก

  • เด็กดื้อของไคเลอร์ (ควีน x ไคเลอร์)   บทที่54 เหนื่อยจะห้าม

    บทที่54 เหนื่อยจะห้าม เคทแทบจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อน ถ้าเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของไคเลอร์ไม่ดังขึ้นเสียก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดูชื่อคนโทรเข้า ก่อนกดรับสายด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “มีอะไร” (ไอ้ไค มึงอยู่ไหนเนี่ย รีบเข้ามาที่สนามเดี๋ยวนี้เลย มีอะไหล่ไม่ตรงตามสเปกหลายรายการ กูตัดสินใจแทนมึงไม่ได้) เสียงธามดังลอดออกมาจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินกันทั่วห้อง วันนี้ไคเลอร์ฝากให้เพื่อนช่วยดูงานแทน เพราะตั้งใจจะมาคุยกับเคทให้รู้เรื่อง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรอเขากลับไปจัดการด้วยตัวเองไม่ไหวแล้ว “เออ เดี๋ยวเข้าไป” ไคเลอร์ตัดสาย เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนหันไปหาเคทที่ยังมองเขาเขม็ง “กูมีเรื่องต้องไปเคลียร์” “ดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคุยกันต่อ” เคทสวนกลับทันควัน ไคเลอร์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงมองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนสายตาไปยังคนที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเธอ ควีนก้มหน้าหลบสายตาเขา แต่ยังไม่ทันได้ขยับหนี ร่างสูงก็เดินเข้ามาหาโดยไม่สนใจท่าทีขวางทางของเคท ควีนถอยหลังไปเล็กน

  • เด็กดื้อของไคเลอร์ (ควีน x ไคเลอร์)   บทที่53 ไม่ใช่ที่ของเรา

    บทที่53 ไม่ใช่ที่ของเรา เวลาผ่านไปหลายนาทีจนกระทั่งจังหวะการหายใจของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ ไคเลอร์เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง แววตาแห่งความปรารถนาจางหายไป เหลือเพียงความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงร่างเล็กให้ลุกตาม ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อยืดของเธอที่ร่นขึ้นไปจนถึงเอวให้กลับลงมาอย่างเรียบร้อย “พี่ดูน่ากลัวมากเลยหรือไง ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางจัดคอเสื้อของตัวเอง “ควีนต่างหากที่ต้องขอโทษ...” เธอตอบเสียงอ่อย มือเล็กกุมกันแน่นอยู่บนตัก “พี่ไคโกรธควีนหรือเปล่าคะ” “พี่ดูเหมือนคนงี่เง่าขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรั้งเอวบางให้ขยับเข้ามานั่งชิด ท่อนแขนแกร่งพาดโอบไหล่เธอเอาไว้หลวม ๆ ดึงให้ศีรษะทุยเอนมาซบลงบนอกกว้าง “เรื่องแบบนี้ ถ้าควีนไม่พร้อม พี่ก็จะไม่บังคับ... แล้วที่พูดเมื่อกี้ก็ถูก ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา” ประโยคหลังของเขาแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ คำว่า ‘ไม่ใช่ที่ของเรา’ แปลว่าถ้าเป็นที่ของเขา... เขาจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ แบบนี้ใช่ไ

  • เด็กดื้อของไคเลอร์ (ควีน x ไคเลอร์)   บทที่52 กำแพงที่พังทลาย

    บทที่52 กำแพงที่พังทลาย ประโยคหยอกล้อพร้อมกับรอยยิ้มรู้ทันของคนตรงหน้า ทำเอาใบหน้าหวานเห่อร้อนจนแทบจะระเบิด ควีนเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอทำเรื่องน่าอายที่สุดลงไป เธอหลับตารอจูบจากเขา... รออย่างเต็มใจเสียด้วย “พี่ไคแกล้งควีน!” กำปั้นเล็กทุบลงบนแผงอกกว้างเต็มแรงด้วยความเขินอายที่พุ่งทะลุขีดจำกัดแต่คนถูกตีกลับไม่ได้สะทกสะท้าน ไคเลอร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะออกแรงรั้งร่างบางให้ถลำลึกเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน “ไม่ได้แกล้ง” น้ำเสียงทุ้มพร่าแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาขบขันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ดำมืดและลึกล้ำ “พี่แค่รอให้แน่ใจ... ว่าควีนจะไม่ออกปากไล่กันอีก” สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงมาอย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้า ควีนสะดุ้งสุดตัวเมื่อความนุ่มหยุ่นและอุ่นจัดบดเบียดลงมาบนกลีบปากของเธอ จูบของเขาไม่ได้ดุดันหรือจาบจ้วง แต่กลับเชื่องช้าและแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ ไคเลอร์ขยับริมฝีปากละเลียดชิมความหวานอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยมือที่รวบข้อม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status