เข้าสู่ระบบพระพายกลับมาถึงคอนโดในเวลาหกโมงเย็นหลังจากไปเดินเล่นช็อปปิ้งกับเพื่อนสนิททั้งสองแล้ว นิ้วเรียวกดเข้าแอพไอจีเลื่อนดูโพสต์ของคนที่ติดตามอยู่รวมถึงหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบมาสองปีด้วย
"โพสต์ล่าสุดเมื่อหกชั่วโมงที่แล้ว..." เสียงหวานลอดริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ แล้วเลื่อนสายตามองรูปซีกหน้าหล่อเหลาที่กำลังฉีกยิ้มอบอุ่นอยู่ภายในโรงอาหารของคณะ มองผิวเผินเหมือนเป็นรูปทั่วไปแต่หากสังเกตดีๆ จะมีกลุ่มของเธอที่กำลังยืนอยู่ในนั้นด้วยซึ่งมัน... ไม่ได้ไกลกันเลยจากโต๊ะที่เขานั่งอยู่กับโต๊ะที่พวกเธอกำลังจะนั่งลง และหากดูจากเวลาแล้วเดาได้ว่าคงก่อนพวกเธอจะมาถึงด้วยซ้ำ "ไหนว่าไม่มีโต๊ะนั่งไง...." รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบสวย แอบคิดเข้าข้างตัวเองไปก่อนว่าพี่เขาอาจจะอยากมานั่งร่วมโต๊ะกับพวกเธอก็ได้ ร่างบางบิดตัวพลิกไปอีกทางทั้งที่ยังคงยิ้มราวกับคนที่มีความสุขมาก แต่ในจังหวะที่กำลังจ้องซีกหน้าของรุ่นพี่หนุ่มอยู่นั้นหน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็ปรากฏรายชื่อของคนที่โทรเข้ามาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นตามหลัง "มีอะไร" 'แม่ให้ถามว่าอาทิตย์นี้จะกลับบ้านหรือเปล่า' "มีอะไรถามทำไม" 'ถามก็ตอบพี่จะถามอะไรเยอะแยะเนี่ย' "ไอ้นาย!" 'สรุปจะกลับไหมเนี่ยตอบเร็วๆ เสียเวลาเล่นเกม' "โอ๊ยไอ้เด็ก.." 'กลับใช่ไหมเออแค่นี้แหละ' พระพายอ้าปากค้างด้วยความอึ้งและตะลึงกับความไร้มารยาทของน้องชายตัวเองที่นับวันยิ่งจะมีมากขึ้นจนไม่เห็นหัวว่าเธอเป็นพี่มันแล้ว อยากโทรมาก็โทรอยากวางสายก็วางไอ้เด็กเปรตตัวที่สอง ร่างเล็กดันตัวลุกขึ้นพรวดพราดด้วยความหัวเสียหงุดหงิด จากที่อารมณ์กำลังดีๆ กลับดิ่งลงเหวจนไม่อยากเอาความโมโหไปลงกับใบหน้าหล่อๆ ของรุ่นพี่ที่แอบชอบและความรู้สึกที่คิดเข้าข้างตัวเองไปก่อนหน้า หย่อนเท้าเรียวลงบนพื้นสอดเข้าในรองเท้าสลิปเปอร์สีชมพูหวานแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการอาบน้ำชำระกายให้คลายจากอารมณ์ร้อนก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับชุดนอนกระโปรงสีเดียวกันกับรองเท้าเดินขึ้นนั่งพิงหัวเตียงคว้าโน๊ตบุ๊คมาวางบนหน้าตักแล้วเริ่มค้นคว้าหาข้อมูลตามที่อาจารย์ได้สั่งงานไว้ หลายวันต่อมา... พระพายตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันเสาร์ภายในห้องนอนของเธอ เธอกลับมานอนบ้านตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายหลังจากเรียนช่วงเช้าเสร็จ ใช้เวลากับการดูซีรีส์อยู่ในห้องตลอดทั้งบ่ายและถือว่าเป็นเวลาดีเพราะน้องชายเธอยังไม่กลับจากโรงเรียน "มีอะไรให้พายช่วยไหมคะแม่" "ตายแล้วสงสัยวันนี้ฝนคงจะตกแน่เลย" "ทำไมอ่ะ แม่ดูพยากรณ์มาเหรอ" "เปล่าหรอก แต่เพราะลูกสาวแม่ตื่นเช้าโดยที่ไม่มีใครไปปลุกไง" "แม่~" "ฮ่าๆๆ" เสียงหัวเราะด้วยความชอบใจของสร้อยม่วงดังลั่นห้องครัวโดยมีใบหน้าบูดบึ้งของคนเป็นลูกสาวยืนอยู่ไม่ไกลมาก เธอเดินเข้ามากระแทกตัวลงบนเก้าอี้ไม่จริงจังแล้วดึงผักในตะกร้ามาเด็ดตามที่แม่เธอทำไว้ก่อนหน้านี้ อาหารมื้อเช้าวันนี้มีเพียงเธอกับแม่สองคนที่นั่งทานด้วยกัน เพราะพ่อเธอออกไปทำงานตั้งแต่เช้าส่วนน้องชายเธอก็ยังไม่ตื่นเรียกได้ว่าซ้อมตายยังได้เลยเพราะไม่ว่าจะเคาะจะทุบหรือทำยังไงคนข้างในก็ยังเงียบไม่ตอบกลับมาอยู่ดี หลังจากผ่านมื้อเช้าไปสร้อยม่วงก็ออกไปทำธุระโดยสั่งคนเป็นลูกสาวไว้ให้นั่งรอเพื่อนลูกชายอยู่ด้านล่างก่อนค่อยขึ้นไปหมกตัวอยู่ในห้องตัวเองหลังจากแขกมาแล้ว ตอนแรกเธอก็ค้านจะขึ้นไปเรียกน้องชายตัวดีลงมารอรับเพื่อนเองให้ได้ แต่พอเรียกเท่าไหร่น้องชายเธอก็ไม่ยอมตื่นสักทีผลกรรมเลยมาตกอยู่ที่เธอ ติ้ง~ติ้ง~ เสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้พระพายที่กำลังนั่งก้มหน้าเลื่อนดูโพสต์ของเพื่อนในไอจีเงยหน้าขึ้นมา ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อเปิดประตูให้คนกดซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของน้องชายเธอ "หวัดดี" "...." เสียงทักทายแรกดังขึ้นทั้งที่เธอยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมองหน้าเจ้าของร่างสูงที่ยืนตรงหน้าด้วยซ้ำกำลังเปิดเลื่อนประตูอยู่ก็ชะงักไป ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพราะหัวสมองดันนึกกลับไปถึงวีรกรรมที่เธอทำกับคนตรงหน้าเมื่อหลายวันก่อน "พี่กลับบ้านเหรอ" "ห๊ะ!? อ้อใช่" "อ๋อ" เขาทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทั้งที่วันนั้นทำหน้ายักษ์จะเอาคืนเธอให้ได้ นี่เขาไปกินอะไรผิดแปลกมาไหมเนี่ย "นายอ่ะ" "ยังไม่ตื่น นายจะนั่งรออยู่ข้างล่างหรือจะขึ้นไปปลุกเองแล้วแต่เลยนะขอตัวล่ะ" ใครจะอยากอยู่กับคนที่พร้อมจะกระโจนแก้แค้นเธอเมื่อไหร่ก็ได้กันล่ะ ตอนนี้อาจจะยังแต่ไม่แน่หลังจากนี้อาจจะอยากแก้แค้นเธอขึ้นมาก็ได้ ถ้างั้นเธอขอไปหมกตัวอยู่ในห้องตัวเองดีกว่า อีกอย่างไม่อยากมองหน้าด้วยเดี๋ยวได้นึกไปถึง.... ไม่ๆ พระพายหยุดคิดถึงมันสักที! มือเรียวยื่นออกไปบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูพร้อมกับผลักเข้าไปแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเดินเข้าไปแรงมหาศาลจากด้านหลังก็ผลักร่างเธอเข้ามาด้วยความแรงจนมือบางผละออกจากลูกบิดประตูในมือ กริก! เสียงกดล็อคประตูทำให้พระพายหันขวับกลับมาด้านหลังก่อนจะชะงักนิ่งไปกับร่างสูงของเพื่อนน้องชายที่ยืนใกล้เพียงไม่กี่เซนกำลังจ้องหน้าเธอด้วยสายตานิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์อยู่ ไม่รู้เขาตามขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เธอเอาแต่คิดเรื่องนั้นนี้ไปจนลืมไปเลย รู้ตัวอีกทีเขาก็ผลักเธอเข้ามาแล้ว "นะ.. นายจะทำอะไร ห้องพระนายอยู่ถัดไปอีกสองห้องนะ" "รู้แล้ว" "รู้? แล้วเข้ามาในห้องฉันทำไม" "ก็เพราะตั้งใจเข้ามาห้องนี้ไง" พูดพลางกวาดสายตามองรอบห้องไปด้วย ก้าวขายาวเดินมาทิ้งตัวลงบนขอบเตียงเอนหลังวางมือยันฟูกหนานุ่มจ้องหน้าเจ้าของห้องนิ่งๆ "ออกไปจากห้องฉันนะ" "...." "บอกให้ออกไปไง" ร่างบางถลาตัวเข้ามาดึงท่อนแขนแกร่งให้ลุกขึ้นออกไปจากห้องเธอ แต่ไม่เพียงเขาไม่สะทกสะท้านยังหัวเราะขำเธอต่อหน้าต่อตาเรียกอารมณ์เดือดขึ้นไปอีก พระพายหยัดกายขึ้นเต็มความสูงยกมือขึ้นเท้าเอวกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนชื้นเหงื่อ พ่นถอนลมหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์ "ได้! นายไม่ออกงั้นฉันออกไปเอง อยากอยู่ก็อยู่ไปคนเดียวเลยไอ้เด็กเปรต!" หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันจะได้ยื่นมือออกไปคว้าลูกบิดประตูร่างก็ถูกยกขึ้นลอยจากพื้นอยู่ท่ามกลางอากาศแล้วถูกเหวี่ยงกลับมายังเตียงหนานุ่มด้วยความแรงและเร็วจนสะโพกกระแทกลงแรงๆ จุกไปทั่วท้องน้อย "โอ๊ย! เจ็บนะเด็กบ้า" "พี่คิดว่าจะได้ออกไปง่ายๆ หรือไง" "...." "ผมเคยเตือนพี่ไปแล้วแต่พี่ก็ยังทำตัวเองเอง เพราะฉะนั้นต้องรับผลที่ตัวเองทำได้ด้วย" "นายคิดว่านายเป็นใครห๊ะ! ออกไปจากโอ๊ย! ปล่อยนะเด็กบ้าปล่อยอื้อ!" ฮันเตอร์กดทาบทับร่างกายแกร่งลงไปยังร่างบางของคนตัวเล็กกว่าแล้วประกบปากจูบปิดปากอวบอิ่มที่กำลังแว้ดเสียงไล่เขาอยู่ บดขยี้รุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปากแต่มันยังไม่สาแก่ใจเขากับแผลที่เธอทำไว้ สอดแทรกลิ้นสากเข้ามาในโพรงปากเล็กด้วยความชำนาญดูดดึงลิ้นเล็กกวาดชิมความหอมหวานจากรสจูบไร้เดียงสาไม่สมกับอายุด้วยความพึงพอใจและแล้วทริปทะเลก็มาถึงจนได้ สถานที่พักผ่อนสามวันสองคืนที่ถูกเลือกโดยมีความเห็นตรงกันสองคะแนนต่อหนึ่งคะแนนคือหาดหัวหิน และตอนนี้ทุกคนก็เดินทางมาถึงแล้ว"ทะเล ทะเล ทะเล ทะเล!""โอ๊ย! ยัยพายทำตื่นเต้นไปได้ เหมือนไม่เคยมาทะเลงั้นแหละ""ก็นานๆ ทีได้มาก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาป่ะ แกนั่นแหละจะบ่นมันทำไม" มีนาออกโรงแทนเพื่อนโดยที่พระพายนั้นไม่ได้สนใจใครวิ่งเข้าไปหาน้ำทะเลก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้แฟนหนุ่มจำต้องเดินไปตามหลังจากเก็บข้าวของสัมภาระขึ้นไปไว้ยังห้องพักที่จองกันเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ลงมาหาอาหารทานกันก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงก็เกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของวันเกิดจะตื่นเต้นกับน้ำทะเลมากกว่าความหิวที่แทบจะพันไส้เธอกินแทนได้แล้วนะ ดูสิตื่นเต้นวิ่งดุ๊กดิ๊กเป็นลูกหมาเลยพระนายที่เห็นอาการพี่สาวแล้วได้แต่ส่ายหัวแล้วยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปยังร้านอาหารริมหาดราวกับกลัวว่าหากคนอื่นเห็นอาการพี่สาวเขาแล้วจะพาลคิดว่าพวกที่มาด้วยกันจะมีอาการเดียวกัน แล้วปล่อยให้เพื่อนเขาจัดการเธอไปคนเดียวก็พอ"ฮันเตอร์ดูนี่สิน้ำใสมากเห็นปลาด้วย""...." ดวงตาคมเรียวหลุบลงมองยังส
หลังจากรุ่นพี่หนุ่มกลับไปแล้วพระพายก็เดินกลับเข้ามาขนของสำรับอาหารต่างๆ ไปขึ้นรถเพื่อจะได้ไปทำบุญที่วัด โดยมีน้องชายและคนเป็นแม่ช่วยด้วย ส่วนพ่อเธอกำลังรดน้ำดอกกุหลาบของแม่เธอที่ท่านปลูกไว้หน้าบ้าน เหมือนท่านจะเป็นคนอบอุ่นคอยทำโน่นทำนี่ให้ภรรยานะแต่จริงๆ แล้วท่านโดนบังคับต่างหาก ปากขมุบขมิบตลอดเวลาเลย แต่ก็ดูน่ารักดีเห็นแล้วนึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่ยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ อยู่เลย"หลบครับ ยืนยิ้มอยู่ได้หลอนเหรอ"บรรยากาศดีๆ ทำไมต้องมีมารพจญอย่างน้องชายเธอมาทำลายตลอดเลยนะ จากที่ยืนอารมณ์ดีอยู่อยากกระโดดขี่คอแล้วเอารองเท้ายัดปากมันให้ตายไปเลย! ฟูว์... ไม่ได้ๆ พระพายวันนี้เป็นวันดี ต้องคิดแต่เรื่องดีๆ อย่าโมโห อย่าโกรธ อย่าหงุดหงิด อย่าอารมณ์เสีย"กว่าจะเสด็จนะครับต้องให้อัญเชิญด้วยหรือเปล่า หรือต้องจุดธูปเรียกถึงจะมาได้"หึ! ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว เด็กนี่ทำไมมันปากเสียได้ขนาดนี้เนี่ย! พระพายที่กำลังหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วท่องพุท ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ แล้วท่องโธ จำต้องข่มความใจเย็นแล้วลืมตาพรวดพราดขึ้นมา สองเท้าเดินเร็วเข้าไปหาน้องชายปากเสียของเธอที่กำลังยืนเท้าเอวอยู่ข้างรถอยู่แต่...
"เฮ้อ..." "หึหึ ขนาดนั้นเลยเหรอ""นายไม่ใช่ฉันนายไม่เข้าใจหรอก คอยดูนะฉันจะเอาคืนนายเอาให้หัวเราะไม่ออกเลยคอยดู" เสียงคาดโทษพร้อมกับนิ้วเรียวเล็กใบหน้าจริงจังริมปากอวบอิ่มยื่นออกมาเล็กน้อยทำให้ฮันเตอร์อดที่จะโน้มลงมาจูบยังปากเล็กหนักๆ ไม่ได้มือหนายกขึ้นมาลูบเช็ดน้ำลายใสออกจากริมฝีปากอิ่มหลังจากถอนจูบออก ยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูกับความคาดโทษของเธอ "เด็กบ้าไม่รู้จักอายคนอื่นบ้างหรือไง""จะให้ผมพูดจริงเหรอครับเบบี๋ วีรกรรมคุณก็ใช่จะน้อยหน้าผมเลยนะครับ""....""ให้ผมสาธยายให้ฟังให้ละเอียดเลยไหมว่าเมื่อคืนคุณทำอะไรไว้บ้าง" โน้มตัวเข้าหาขบกัดติ่งหูเล็กหยอกเย้าเบาๆ เห็นพวงแก้มแดงๆ นั่นแล้วหมั่นเขี้ยวอยากจับมาฟัดให้หนำใจเลยจริงๆ"นะ... นายออกรถสักทีสิคุณแม่คงจะสงสัยแล้วว่าเป็นอะไรทำไมไม่ออกรถสักที เห็นไหมท่านมองใหญ่แล้ว""หึ เข้าใจหาข้ออ้างนะ""พูดมากออกรถสักที""ครับเบบี๋ของผม"พระพายฉีกยิ้มกว้างกับสรรพนามที่แฟนหนุ่มใช้เรียกตัวเอง เธอจำได้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นคนบอกให้เขาเรียกแบบนี้ ฟังแล้วมันรู้สึกจั๊กจี้หัวใจทุกครั้งเลยร่างบางเอนตัวนอนแล้วหันหน้าออกไปมองด้านนอกกระจกรถขบเม้มริมฝีปากกัด
"แฮ่ม! แหนะหนูเห็นนะคะว่าทำอะไรกัน""ฮันนี่ ฮันลูก..."เสียงกระแอมไอไม่เบาเลยสักนิดดึงความสนใจของคนที่กำลังทำอาหารให้หันกลับมาให้ความสนใจกับคนด้านหลัง รสสุคนธ์เอ่ยเรียกลูกชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะเลื่อนสายตามองยังคนตัวเล็กข้างลูกชายที่ระบายยิ้มแหย ยกมือขึ้นพนมไหว้เธอด้วยความนอบน้อม"สวัสดีค่ะคุณอา หนูพระพายค่ะ""...."เงียบ~ เงียบแบบนี้หมายความว่าไง หรือท่านจะไม่ชอบเธอกันนะ เจ้าของบ้านเดินเข้ามาหาช้าๆ ใบหน้ายังคงค้างไว้ในสีหน้าเดิมทำให้พระพายต้องกลืนน้ำลายลงคอรู้สึกประหม่ากังวลขึ้นมาอีกครั้ง ท่านไม่รับไหว้เธอแถมยัง... เงียบอีกด้วย ฮื้อ... ท่านคงไม่ได้รังเกียจเธอหรอกใช่ไหม "พระพายเหรอ""คะ.. ค่ะ หนูชื่อพระพายค่ะเป็น... แฟนฮันเตอร์ค่ะ" ยะ... หยุดเดินสักทีเกร็งไปหมดแล้ว หันส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับคนตัวสูงข้างๆ เจ้าตัวก็ทำเมินหันไปกระซิบกระซาบกับน้องสาวโน่น นี่เขาจะปล่อยเธอลอยคอกลางทะเลเองเหรอเนี่ย ไอ้เด็กใจร้าย!"นะ.. หนู...""สวยกว่าในรูปที่น้องฮันนี่ส่งมาให้ดูอีกนะ ตอนนั้นอาเอ้ย! ไม่สิต้องเรียกแม่ ตอนนั้นแม่เห็นแค่ข้างๆ ไม่ได้ชัดแบบนี้ยังคิดเลยว่าหนูพระพายต้องสวยมาก
"อือ~" เสียงแหบครางในลำคอเบาๆ ดังมาจากคนบนเตียงที่ยังคงนอนคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา พระพายยกมือขึ้นบิดขี้เกียจพลางเบ้หน้าด้วยความปวดหัวตุบๆ ไปด้วยความทรงจำแรกเริ่มของเช้าวันใหม่ช่างเป็นความทรงจำที่แสนจะเร่าร้อนเหลือเกิน เมื่อภาพของเธอกับแฟนหนุ่มในรถเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ความรู้สึก การกระทำและทุกอย่างยังคงอยู่ในหัวจนใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอายเมื่อสติกลับคืนครบถ้วน"ตื่นแล้วเหรอครับ ผมกำลังจะมาปลุกพอดีเลย"ตายแล้วๆ พระพายเขาจะแซวเธอไหมเนี่ยที่ทำแบบนั้นลงไป นึกถึงการกระทำทำตัวเองแล้วอยากจะมุดดินหนีจริงๆ เลย เพราะยัยมีนาคนเดียวเลยมาเล่าฉากนางเอกในนิยายมันออนท็อปให้พระเอกแถมยังเล่าละเอียดซะด้วยทำเอาเธอนึกภาพตามจนจำติดหัวเลย น่าอายชะมัด!"พาย พายครับ""อื้อ~" "เป็นอะไรเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หรือปวดหัวแฮงค์เหล้าใช่ไหม""มะ.. ไม่เป็นไร"ฮันเตอร์เดินมาทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างแล้วคว้าร่างเล็กของแฟนสาวมากอดไว้พร้อมกับเอียงคอมองใบหน้าสวยแดงก่ำไปด้วย มือหนาปาดผมยาวตกลงปรกหน้าไปทัดหูเล็กแล้วเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะจุ๊บกลีบปากอวบอิ่มเบาๆ หนึ่งที"ไปอาบน้ำไหมครับเดี๋ยวผมอุ้มไป""นายอย
"อือ~""นอนดีๆ พาย"ฮันเตอร์ปรายตาลงมองยังช่วงเรียวขาสวยที่โผล่พ้นชายกระโปรงตัวสั้นแล้วถอนหายใจเอ่ยเสียงห้ามปรามแฟนสาวที่อยู่ในอาการเมามายแต่ยังไม่วายชอบยั่วอารมณ์เขาอีก ลิ้นสากตวัดปาดเลียริมฝีปากบางเบาๆ แล้วหันกลับมามองยังถนนเบื้องหน้าซึ่งอีกไม่กี่เมตรข้างหน้าไฟจราจรกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทำให้เขาต้องชะลอความเร็วลงมือหนายื่นลงไปดึงชายเสื้อสูทของพี่ชายขึ้นมาคลุมช่วงเรียวขาสวยระหว่างนั้นก็ปรายตาขึ้นมองยังใบหน้าของเจ้าของไปด้วย ริมฝีปากสีแดงๆ เผยอออกเล็กน้อยอย่างยั่วยวนเปลือกตาบางปรือขึ้นช้าๆ "จะไปไหน~""กลับบ้าน""กลับบ้านแล้วทำอะไรต่อ""พี่อยากทำอะไรล่ะครับ""อื้อ~ ไม่เอาไม่เรียกพี่สิ เป็นแฟนแล้วก็ต้องเรียกที่รักเรียกคำพูดที่มันหวานห้ามเรียกพี่""งั้น... อยากให้ผมเรียกว่าอะไรครับ" ปลดเข็มขัดโน้มใบหน้าเข้ามาหาแล้วกระซิบเสียงกระเส่าข้างหูเล็ก ก่อนจะดึงสายตาไล่มองตามพวงแก้มเนียนแดงเรื่อมายังกลีบปากอวบอิ่ม"เรียกเบบี๋สิ เค้าชอบ""แต่พี่ไม่ชอบให้เรียกแบบนั้นไม่ใช่เหรอ""ใครบอกอย่ามาโมเมเองเค้าชอบให้เรียกแบบนี้""หึ โอเคครับเบบี๋" "น่ารัก~" คนเมาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยียกมือขึ้นมาหยิกแก้มสองข







