เข้าสู่ระบบพรึ่บ!
"นะ... นายจะทำอะไร!"
ทอฝันรีบขยับถอยหนีทันทีด้วยความตกใจหลังจากสติกลับมาตามเดิม ดวงตากลมจ้องมองคนตัวโตด้วยความไม่ไว้ใจในขณะที่เสียงหัวใจกำลังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
ร่างสูงหยัดกายขึ้นเต็มความสูงหันมองหน้าเจ้าของห้องเพียงนิดแล้วคว้าเสื้อหนังของตัวเองที่ถูกถอดวางไว้บนโซฟาข้างกายขึ้นมาถือไว้ก่อนจะเดินตรงออกจากห้องมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทำคนมองได้แต่ส่งสายตางุนงงสงสัยตามหลังแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
เธอเผลอผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวจังหวะการเต้นของหัวใจก็ยังคงรัวเร็วเช่นเดียวกับมือเล็กที่เย็นเฉียบเปียกชื้นไปด้วย
อีกด้านหนึ่ง...
"เป็นบ้าอะไรวะกูเป็นโรคจิตหรือไงเนี่ย"
เสียงบ่นกับตัวเองดังมาตลอดทางหลังจากออกจากห้องของรุ่นพี่สาวตัวเล็กมาแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองทำไปเพราะอะไรในตอนที่โน้มลงไปเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ น่าอายชิบหาย!
พระนายยกมือขึ้นยีผมตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติ ต้องเป็นเพราะเหล้าที่เขาดื่มไปก่อนหน้านี้แน่ๆ ถึงทำให้เขาไม่มีสติทำอะไรแบบนั้นลงไป ความรู้สึกไม่เป็นตัวเองแบบนี้มันต้องเป็นเพราะน้ำเมาแน่ๆ เลย
ร่างสูงเดินออกจากตึกคอนโดที่พักออกมาแล้วยืนสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ หวังให้อากาศยามตีหนึ่งกว่าๆ ช่วยให้ความร้อนในอกมันทุเลาลง ก่อนที่จะเดินกลับไปตามทางเดิมเพื่อกลับไปพักผ่อนเช่นกัน
.
.
ทอฝันวิ่งเข้ามาใต้ตึกคณะด้วยความเร่งรีบ เพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะหลับได้ก็เล่นเอาเกือบเช้าไปแล้ววันนี้เลยตื่นสายไปหน่อย ร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวปล่อยชายเสื้อนักศึกษาออกนอกแต่งตัวไม่เรียบร้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เหลือเค้าเดิมปกติทุกวัน ใบหน้ามีเพียงการทาครีมบำรุงและแป้งฝุ่นพร้อมด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนเพียงเท่านั้น
"พลอยแฮ่ก!"
เสียงหวานเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่โต๊ะหินอ่อนหอบหายใจแรงด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งมา ใบหน้าหวานมีเม็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามกรอบหน้าจนมันวาว
"แกวิ่งหนีไรมาเนี่ยหอบจนฉันคิดว่ามีงูเห่ามาอยู่ข้างๆ ซะอีก"
"กะ.. แก แฮ่ก! แกไม่ขึ้นห้องหรือไงจะได้เวลาแล้วนะ"
"ไม่ได้ดูไลน์กลุ่มหรือไงสภาพถึงเป็นแบบนี้ได้"
"ห๊ะ? ไลน์กลุ่มอะไรฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
"ยัยบื้อเอ้ยแกนี่จริงๆ เลย วันๆ ทำอะไรอยู่เนี่ยอย่าบอกนะว่าแกยังไม่กดเข้ากลุ่มที่ฉันดึงเข้าอีกอ่ะ"
"ยังเลยแล้วแกดึงฉันเมื่อไหร่อ่ะ"
"ยัยบื้อ! แกนี่บื้อสมฉายาเลยจริงๆ"
"...."
คนตัวเล็กปั้นหน้าบึ้งแล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ปลดกระเป๋าผ้าในมือวางลงบนโต๊ะควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมากดเข้าแอพไลน์ทันทีเพื่อดูว่าเป็นตามที่เพื่อนพูดมาหรือเปล่า
เธอมักจะยุ่งอยู่กับอะไรหลายๆ อย่างจนไม่ได้จับมือถือเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ และเพราะไม่อยากจะกดเข้าไปดูรูปหรือความทรงจำเก่าๆ ที่มันจบไปแล้วด้วยแหละเลยไม่อยากจับมันเท่าไหร่หากว่าไม่ใช่การโทรหาใคร
"ฉันเข้าแล้วไม่เห็นมีไรเลย"
"แกเพิ่งเข้าใหม่ก็ต้องรอให้มีใครส่งข้อความเข้ามาก่อนถึงจะเห็นได้ ส่วนข้อความเก่าแกจะไม่เห็นอีก"
"ไม่เห็นที่อาจารย์แจ้งมาเลย"
"ยัยฝัน! ยัยบื้อ!"
"แกจะตะคอกทำไมเนี่ยพูดดีดีก็ได้ไหม"
"พูดดีแล้วแกได้ยินไหมล่ะ ฉันเพิ่งบอกไปว่าข้อความเก่ามันจะมองไม่เห็นแล้วดูที่แกถามสิฮื้อ... ทำไมซื่อบื้อแบบนี้เนี่ยเพื่อนฉัน"
"...."
ก็คนมันไม่ได้ยินจริงเพราะมัวแต่รีเฟรชหาข้อความที่อาจารย์ส่งมา ยังคิดว่าเน็ตตัวเองช้าหรือไม่ดีเสียอีกมันถึงไม่รีเฟรชสักทีที่ไหนได้ เฮ้อ....
ทอฝันเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอีกครั้งฉีกยิ้มกว้างให้คนหน้าปลงไม่จริงจังแล้วยกตัวขึ้นไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันสวมกอดออดอ้อนวางปลายคางลงบนแขนเพื่อนแล้วกระพริบตาปริบอย่างน่ารัก
"หยุดทำหน้าแบบนั้นกับฉันเลยเห็นแล้วขนลุก"
"งั้นแกก็บอกสิว่าอาจารย์แจ้งอะไรฉันไม่รู้จริงๆ อ่ะ"
"เฮ้อ.. อาจารย์เลื่อนเวลาเรียนเป็นสิบโมงเพราะมีธุระตอนเช้า"
"สรุปคือมีแต่ฉันที่รีบใช่ไหมเนี่ย คนอื่นชิลๆ ทำตัวปกติแต่ดูฉันสิ" ดวงตากลมก้มสำรวจตัวเองแล้วถอนหายใจอีกครั้ง วันนี้เธอไม่เรียบร้อยจริงๆ
"แกไปจัดการแต่งตัวใหม่ก่อนไป เห็นแล้วอายแทนเลยอ่ะ"
"อือ งั้นไปห้องน้ำก่อนนะ"
"อ่าๆ"
ทอฝันดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้คว้าสายกระเป๋าขึ้นคล้องบ่าแล้วเดินตรงมาทางห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองก่อน เอาจริงเธอก็รู้สึกอายสภาพตัวเองเหมือนกันนั่นแหละแต่ทำไงได้ก็เธอกลัวมาสายแล้วไม่ทันเช็คชื่อนี่นา
ดวงตากลมจ้องมองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้านหน้าแล้วปัดผมข้างแก้มออกด้านข้างจัดการรวบมัดเป็นหางม้าใช้ยางรัดผมบนข้อมือขึ้นรวบผมสวยไว้ มาจัดการกับการแต่งหน้าต่อด้วยการปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนๆ ให้พอดูมีสีสันมีเพียงคิ้วที่ไม่ต้องทำอะไรมากเพราะมันสวยเป็นทรงดีอยู่แล้ว ด้วยเพราะขนคิ้วที่ดกและหนาด้วยแหละการแต่งหน้าถึงได้ย่นเวลาลงไปอีกมากเลย
ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลช็อกโกแลตถูกปล่อยลงมาอีกครั้ง ผมม้าสั้นถูกเจ้าของปัดจัดทรงเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับเงาตัวเองแล้วเดินออกจากห้องน้ำมา
"ฮ ฮึก อ๊าๆ มะ ไม่ไหวแล้ว""อีกนิดจะเสร็จแล้ว"เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู กดฟันคมลงมายังเนินอกใหญ่ขาวเนียนเบาๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงหอบหายใจหนักและเสียงครวญครางยังคงดังก้องห้องกว้างพระนายจับร่างเล็กพลิกคว่ำหน้าโดยที่แก่นกายใหญ่ยังคงสอดประสานในกายสาว กดน้ำหนักมือลงกลางหลังบางทำให้สะโพกมนแอ่นขึ้นรับกับแรงกระแทกของเขาได้ถนัดมากขึ้น ซี๊ดปากด้วยความเสียวแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยขบกรามแน่นครางเสียงกระหึ่มในลำคอ"อื้อ~ จะเสร็จแล้ว""ใจเย็นรอกันด้วย อืมม์""ไม่ไหวแล้วมัน อะ อื้อ~"ร่างเล็กเกร็งกระตุกปลดปล่อยสายธารน้ำหวานออกมาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ ลมหายใจติดขัดรุนแรงฟุบหน้าลงกลางหมอนใบใหญ่โดยที่หลืบร่องแคบก็ตอดรัดท่อนเอ็นแข็งที่ยังคงสอดแช่ค้างในตัวเธอด้วยความหนักหน่วงไปด้วยพระนายหลุบลงมองยังตัวตนของตัวเอง ขยับเอวสอบเนิบนาบเพื่อรีดน้ำหวานของคนตัวเล็กกระตุ้นอารมณ์เธอให้ปล่อยออกมาให้สุด ตวัดปาดลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากใบหน้าคมหล่อเหลาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นมาจากการทำกิจ(กาม)ร่วมกันกับแฟนสาวมือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นสะโพกมนสองข้างหนักๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงคลายตัวของช่องทางรัก เอียงคอเล็กน
"เย้! ในที่สุดก็สอบเสร็จสักที" เสียงหวานของทอฝันตะโกนออกมาด้วยความโล่งใจที่ท้ายสุดแล้วสัปดาห์แห่งการสอบที่แสนจะตึงเครียดก็จบลงสักที มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือหัวเพื่อบิดขี้เกียจโดยมีเพื่อนสนิทเดินตามมาด้านข้าง"สอบเสร็จแต่ก็ยังเหลือส่งงานค้างนะอย่าเพิ่งดีใจไป""อย่างน้อยก็สอบเสร็จแล้วไง ส่วนงานค้างเหลือแค่ส่งไม่ได้มีอะไรเพิ่มแล้วนี่ จากนี้จะได้มีเวลาอยู่กับพระนายสักที ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้คุยกันมากเลย""เหอะ! หมั่นไส้คนมีแฟนอ่ะ แล้วนี่แกจะกลับเชียงใหม่วันไหนอ่ะ""น่าจะอีกสองสามวันแหละ เดี๋ยวไปหาซื้อของฝากก่อนแล้วค่อยกลับ""อือ แล้วแฟนเด็กแกอ่ะจะกลับด้วยป่ะ เอาไปไหว้ญาติพี่น้องฝากตัวเป็นลูกเขยก่อนอะไรทำนองนั้นอ่ะ""รายนั้นน่ะต้องไปอยู่แล้ว นี่ขนาดตอนพ่อแม่ฉันมาหาห่างแค่ไม่กี่วันยังงอแงจะลงแดงตายอยู่แล้ว แล้วนี่ถ้าอยู่ห่างกันขนาดนั้นไม่ต้องหามส่งโรงบาลเลยหรือไง" ว่าพลางยิ้มเขินเดินลงบันไดมา เธอไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิดเดียว เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และดูเหมือนเธอเองก็จะติดโรคขาดเขาไม่ได้มาจากเขาแล้วด้วยสิ ขนาดตอนอ่านหนังสือสอบที่แม้จะแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยแต่ก็ต้องมีเขานั่
สองวันต่อมา...ทอฝันยืนส่งพ่อกับแม่เธอที่สนามบินโดยมีแฟนหนุ่มในชุดเสื้อช็อปกางเกงยีนส์สีซีดยืนอยู่ข้างกันด้วย ใบหน้าคมหล่อเหลาดูอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า ทักข้อความมาหาเธอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยด้วยซ้ำ ถามย้ำถึงการกลับบ้านของพ่อแม่เธอเป็นประโยคแรกมันทำให้เธออดจะยิ้มเอ็นดูไม่ได้จริงๆ สงสัยคงจะรอเวลานี้มานานจริงอย่างปากพูดจริงนั่นแหละ"อีกสองอาทิตย์จะสอบแล้วนี่ สอบเสร็จจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า" ปิ่นเกล้าเป็นคนเอ่ยถามลูกสาว เหลือบขึ้นมองยังเด็กหนุ่มที่ยิ้มในหน้าตลอดตั้งแต่เจอกันวันนี้แล้วเลื่อนสายตากลับมายังคนตัวเล็กตรงหน้าต่อ"ค่ะ หนูว่าจะกลับไปพักเอากำลังใจสักหน่อยก่อนจะกลับมาเรียนใหม่ พักนี้เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ"เธอเล่าเรื่องที่เจอกับตัวเองให้กับพ่อแม่ฟังแล้ว แต่เหลือเพียงรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้เล่าอย่างเช่น การที่เธอถูกอดีตคนรักมุ่งร้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอไม่กล้าบอกท่านจริงๆส่วนเรื่องของพระนายเธอเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง มีทั้งข้อดีข้อเสียและความจริงใจที่เขามีต่อเธอ ความเปลี่ยนแปลงทั้งความรู้สึกและการกระทำ รวมถึงการมัดมือชกไปพบพ่อแม่เขาแล้วด้วย "อืมกลับไปพักสักสองสามวันก็ดี ยายบ่นคิดถึ
"ฮ ฮึก! อ๊า อื้อ!"ปึก ปึก!เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังหยาบโลนลั่นห้องนอนภายในคอนโดของพระนาย แสงแดดยามบ่ายแก่สาดส่องลอดผ่านบานกระจกใสบานใหญ่กระทบเข้ากับสองร่างเปลือยบนเตียงกว้างสีเทาอ่อนที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าหากันอย่างหนักหน่วงมือหนายกขึ้นมารั้งจับเอวคอดกิ่วไว้มั่น อัดกระแทกกายสวนขึ้นมาโดยที่ริมฝีปากก็ยังคงตะโบมโลมเลียยอดถันสีทับทิมอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน"อ๊า อ๊า ใกล้แล้วจะ.. จะเสร็จแล้ว""ซี๊ด~ ตอดแน่ฉิบ!""อื้อ จูบหน่อยสิ"เสียงหวานกระเส่าเรียกร้องหาจูบดูดดื่มจากเรือนกายหนา และแน่นอนว่าเขาย่อมไม่ขัดเธออยู่แล้ว พระนายกดจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มสอดลิ้นเข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวรัดลิ้นเล็ก เลื่อนมือขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่เต็มมือแรงๆ โดยที่ยังคงไม่ได้ลดแรงกระแทกกายสอดประสานกันเลยสักนิดจังหวะเนื้อกระทบกันเริ่มถี่รัวหนักหน่วงมากขึ้นเมื่อสองคนเริ่มเห็นทางสว่างปลายอุโมงค์วาบหวิว ช่วยกันนำขับเรือสวาทร้อนแรงเข้าชนเป้าหมายพร้อมกัน เปลี่ยนบทเพลงสวาทเร่าร้อนเป็นสายธารน้ำรักสาดเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใครทอฝันเกร็งกระตุกตอดรัดลำกายท่อนเอ็นใหญ่ที่ยังคงฝังตัวอยู่ในช่องทางรักคับแคบของตัวเองแน่น
ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัวเดินออกมาจากห้องเรียนพร้อมกันกับเพื่อนสนิทหลังเลิกคลาสในช่วงเช้าของวันนี้แล้ว ทอฝันยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นดูข้อความที่แฟนหนุ่มเพิ่งส่งเข้ามาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความออดอ้อนแข็งกระด้างนั้นเมื่อคืนหลังจากมื้อค่ำที่แสนจะอึดอัดเล็กน้อยจบลงคนตัวโตก็อาสาจะช่วยเธอล้างถ้วยจานเก็บไว้ หนำซ้ำยังช่วยเธอเก็บกวาดโน่นนี่ไปทั่วห้องระหว่างนั้นก็พยายามออดอ้อนขอนอนด้วยให้ได้แต่เธอก็ไม่ยอมให้ แม้จะใจอ่อนทุกครั้งยามสบตาคมเรียวน้ำเสียงอ้อนๆ นั้นก็ตามแต่สุดท้ายก็ทำใจแข็งไล่เขากลับจนได้เช้านี้เลยมีงอแงเธอตามประสาเด็กบ้างนึกไปถึงการล้างถ้วยจานที่แสนจะแข็งกระด้างเก้กังนั้นแล้วยังอดที่จะขำไม่ได้เลยจริงๆ สงสัยคงจะเป็นครั้งแรกที่ทำ นี่ถ้าเขาไม่อยากถ่วงเวลาเพื่ออยู่กับเธอ เธอคิดว่าเขาคงไม่ทำงานอะไรแบบนี้แน่"แหม~ พอจบเรื่องร้ายๆ ได้ก็ยิ้มหน้าระรื่นเลยนะ แต่เอ๊ะยัยฝันฉันรู้สึกแกจะมีอะไรแปลกๆ ไปไหมนะ""อะไร ฉันมีอะไรแปลกไปงั้นเหรอ""ไหนหันมาสิ"พลอยใสรั้งสองไหล่บางของเพื่อนสาวให้หันมาเผชิญหน้ากันทำท่าสำรวจดูว่าตัวเธอมีอะไรแปลกไปจากเดิมบ้าง คนหวั่นใจก็ไม่ยืนอยู่เฉยก้มหน้า
"สวัสดีครับคุณอาผมชื่อพระนายครับ เธอลืมโทรศัพท์ฉันเลยเอาขึ้นมาให้"อึก!แค่ก แค่ก!ทอฝันไอหน้าดำหน้าแดงเพราะข้าวร้อนที่เผลอกลืนลงไปทำพิษติดคอไม่พอยังส่งไอร้อนไปทั่วลำคอลามไปถึงกระเพาะอีก มือบางยกขึ้นมาปิดปากไอจนน้ำตาเล็ดใบหน้าแดงก่ำไปหมด เหลือบสายตามองยังคนตัวโตที่ยังคงยืนยิ้มยื่นโทรศัพท์ของเธอส่งให้อย่างไม่ทุกข์ร้อนแล้วอยากวิ่งเข้าไปกระโจนใส่ใจแทบบ้าหันกลับมายกแก้วน้ำข้างกันขึ้นดื่มดับความร้อนจนหมดแก้ว ก่อนที่จะค่อยๆ วางแก้วน้ำลงกลับตามเดิมเงยหน้าขึ้นมองบุพการีทั้งสองที่กำลังจ้องมายังเธอเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่างอยู่"พระนายเป็นน้องที่คณะเป็นน้องรหัสยัยพลอยค่ะ""ผมเรียนวิศวะคอมครับ ปีนี้อยู่ปีสอง""เป็นน้องชายพี่ที่สนิทค่ะ...""พี่สาวผมเรียนบริหารครับส่วนมากคบแต่คนอายุมากกว่าหรือเท่ากัน ไม่ชอบคบคนอายุน้อยกว่าสักเท่าไหร่""พระนายเป็น เป็น..."ทำไมต้องพูดขัดกับเธอตลอดเลยเนี่ย ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะรอก่อนสองสามวันแล้วค่อยบอก เขานี่มัน....ชลเทพวางช้อนส้อมในมือข้างจานข้าวสวยที่เพิ่งตักขึ้นทานเพียงคำเดียว ปรายตามองลูกสาวคนเดียวและเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามานิ่งๆ คราแรกก็ไม่ได้สงสัยอะไ







