LOGINเทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสี่ — ดอกเหลืองใต้ฟ้า ตอนที่ ๖๓ — คนที่อยู่กินข้าว รุ่งเช้าหลังจอมพลเทียนเผิงกลับจากสวรรค์ เขาถูกปลุกด้วยไม้กวาด ไม่ใช่เสียงไม้กวาด แต่เป็นด้ามไม้กวาดจริง ๆ ปลายด้ามกระทุ้งสีข้างสองครั้งผ่านผ้าห่ม เทียนเผิงลืมตา มือขวาคว้าข้อมือคนถือแทบพร้อมกัน ปราณในร่างสะเทือนขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่งก่อนดับลงเมื่อเห็นใบหน้าหลินเยว่ นางยืนก้มมองเขา ผมยังรวบไม่เรียบร้อยดี เสื้อคลุมชั้นนอกพาดไหล่ และในมืออีกข้างถือกระบุงสมุนไพร “ตื่น” เทียนเผิงปล่อยมือ “มีศัตรู?” “มี” เขาลุกนั่งทันที “ไหน” หลินเยว่ชี้ออกนอกหน้าต่าง “แดด” เขามอง “แล้ว?” “สมุนไพรต้องตากก่อนสาย” เทียนเผิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง “อ้อ” “อ้อแล้วก็ลุก” นางดึงผ้าห่มออก “กลับมาอยู่บ้านคนอื่นแล้วอย่าคิดว่าจะกินข้าวฟรี” เทียนเผิงนั่งบนขอบเตียง มองตามหลังนางที่เดินออกไป เมื่อคืนเขาเพิ่งปิดภาคหนึ่งของชีวิต เช้านี้เขาต้องตากสมุนไพร เขากลับรู้สึกว่าอย่างหลังยากกว่าเล็กน้อย --- หน้าร้านยาเต็มไปด้วยกระด้ง หลินเยว่จัดสมุนไพรออกเป็นกองตามชนิด ส่วนเทียนเผิงได้รับหน้าที่ถือกระด้งไปวางตามตำแหน่งที่นางชี้ ตอนแรกทุกอย่างราบรื่น กระท
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๖๒ — คนที่เลือกกลับ เทียนเผิงอยู่บนโลกมนุษย์ได้สี่วันก่อนสวรรค์ส่งคนมาตาม วันที่หนึ่งเขาผ่าฟืนจนหลินเยว่ต้องห้ามเพราะกองไม้สูงเกินชายคา วันที่สองถูกใช้ให้ยกตู้ยาแล้วเผลอวางผิดด้านจนต้องยกกลับ วันที่สามพาอาเหลียงไปช่วยเฉินต้าไห่ขนเหล็กและถูกเด็กชายถามตลอดทางว่าสวรรค์มีร้านขนมหรือไม่ วันที่สี่เขาตื่นก่อนฟ้าสาง หุงข้าวไหม้ก้นหม้อเล็กน้อยแต่ยังพอกินได้ แล้วนั่งอยู่ใต้ต้นดอกเหลืองกับถ้วยน้ำอุ่นในมือ รอแสงเช้าค่อย ๆ ไต่จากกำแพงดินขึ้นมาตามลำต้น กลิ่นควันฟืนบาง ๆ ลอยจากบ้านข้างเคียง ไก่ตัวหนึ่งขันผิดเวลาอยู่สองรอบ หมาใต้ร้านยาหาวจนเห็นเขี้ยวแล้วเปลี่ยนข้างนอน ไม่มีสิ่งใดในเช้าวันนั้นสมบูรณ์แบบ และเทียนเผิงกลับชอบมันอย่างประหลาด ตอนหลิงกวงเดินเข้ามาในหมู่บ้าน เขาดูไม่เข้ากับทุกอย่างรอบตัวจนเด็กสองคนหยุดเล่นลูกหินแล้วจ้อง เสื้อคลุมสะอาดไม่มีฝุ่น กระจกตรวจปราณห้อยตรงเอว รองเท้าขาวไม่เปื้อนแม้เพิ่งเดินผ่านทางดิน อาเหลียงซึ่งกำลังถือซาลาเปาครึ่งลูกวิ่งมาหาเทียนเผิงแล้วกระซิบเสียงดังเกินจะเรียกว่ากระซิบ “คนนี้เทพหรือ” หลิงกวงได้ยินจึงตอบเอง
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๖๑ — ข้าวเย็นของคนกลับบ้าน หลินเยว่ปล่อยให้เทียนเผิงเด็ดสมุนไพรผิดไปถึงใบที่ห้าจึงยื่นมือมาดึงตะกร้ากลับ นางไม่ได้ดุ เพียงมองใบชิงหลัวอ่อนที่ถูกเขาเด็ดทิ้งปะปนกับใบเสียแล้วถอนใจยาวพอให้คนทำผิดรู้ตัวเอง เทียนเผิงมองกองผลงานตรงหน้า “ข้าคิดว่าใบนี้เหลือง” “มันเหลืองเพราะยังอ่อน” “ใบเสียก็เหลือง” “คนป่วยกับคนแก่หน้าซีดเหมือนกัน ท่านรักษาเหมือนกันหรือ” เทียนเผิงคิดอย่างจริงจัง “ไม่” “นั่นแหละ” หลินเยว่ยึดสมุนไพรทั้งหมดคืนแล้วส่งถั่วฝักยาวหนึ่งกำมาแทน “เด็ดหัวท้าย” เขามองถั่ว จากนั้นมองนาง “อันนี้ข้าทำได้” “ข้าก็หวังอย่างนั้น” ใต้ต้นดอกเหลืองยังมีแดดเย็นลอดผ่านใบลงมาเป็นดวงเล็ก ๆ ลมพากลิ่นสมุนไพรขมเจือกลิ่นดินหลังรดน้ำจากแปลงข้างร้าน เสียงครกจากบ้านอีกหลังดังเป็นระยะ มีเด็กวิ่งไล่กันตรงหัวถนนจนหมาตัวหนึ่งเห่าตามอย่างเอาเรื่องแต่ไม่ยอมลุกขึ้นไล่จริง เทียนเผิงนั่งเด็ดหัวถั่วทีละฝัก ความรู้สึกของงานง่าย ๆ กลับแปลกกว่าตอนถือดาบอยู่กลางสนามรบเสียอีก ที่สวรรค์เขาเพิ่งปิดรอยต่อซึ่งค้างมาหลายร้อยปี เพิ่งทำให้คำสั่งของคนตายสิ้นสุด เพิ่งปล่อยอำนาจบ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๖๐ — วันที่คนตายกลับมามีชื่อ รุ่งเช้าบนสวรรค์ไม่มีไก่ขัน ไม่มีควันไฟจากเตาครัวลอยลอดชายคา และไม่มีเสียงยายซู่อิงบ่นว่าใครตักข้าวมากเกินกิน แสงแรกเพียงค่อย ๆ ไหลผ่านขอบเมฆ ทำให้กระเบื้องเคลือบบนตำหนักเหนือเปลี่ยนจากสีเทาเป็นเงินทีละแผ่น เทียนเผิงตื่นเพราะกลิ่นชา เขาลืมตาแล้วพบเทียนโหย่วนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเตี้ย กาน้ำชาร้อนวางตรงกลาง ไอสีขาวบาง ๆ ลอยขึ้นอย่างเกียจคร้าน ข้างกันมีหมั่นโถวสองลูกกับผักดองหนึ่งจาน เทียนเผิงมองอาหารอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม “ของใคร” เทียนโหย่วตอบ “โรงครัว” “เจ้าทำ?” “ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่” เทียนเผิงพยักหน้า หยิบหมั่นโถวขึ้นมากัด แล้วนิ่ง “เป็นอะไร” “แข็ง” “เมื่อคืนเจ้ากินข้าวหมดชามทั้งที่แข็งกว่านี้” “เมื่อคืนหิว” เทียนโหย่วมองเขา “เจ้าอยู่โลกมนุษย์ไม่นาน แต่เรื่องมากขึ้นเยอะ” เทียนเผิงเคี้ยวต่อ “อืม” “อย่าอืมเหมือนภูมิใจ” ลมเช้าพัดเข้ามา กลิ่นชาจางลง เหลือกลิ่นเย็นของน้ำจากสระหลังตำหนัก เทียนเผิงยกถ้วยขึ้นจิบ รสขมอยู่ปลายลิ้น เขานึกถึงร้านยาหลังเล็ก นึกถึงหม้อดินที่มีกลิ่นสมุนไพรติดฝา นึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๕๙ — คำสั่งสุดท้ายของคนตาย ระฆังเตือนภัยดังเป็นครั้งที่สี่ตอนเทียนเผิงก้าวพ้นหอเอกสาร เสียงของมันไม่ได้ดังแหลม หากต่ำ หนัก และยาวจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นใต้ฝ่าเท้า ระเบียงหยกขาวทอดออกไปใต้ฟ้าที่ไร้เมฆ เหล่าเทพผู้ดูแลตราประตูวิ่งสวนกัน เสื้อคลุมสะบัด กลิ่นหมึกจากยันต์ที่ถูกเผาเร่งด่วนเจือกับกลิ่นโลหะเย็นของอาวุธที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ไกลออกไปเหนือแนวตำหนัก แสงสีขาวเก้าสายกำลังพุ่งขึ้นจากขอบฟ้า ทีละสาย ทีละสาย ราวกับมีใครกำลังดึงสลักประตูโบราณออกจากโลก เทียนโหย่วมองแล้วสีหน้าเคร่ง “เก้าประตูชั้นนอกเริ่มตอบรับ” เหวินฉางซึ่งตามออกมาพร้อมทะเบียนในมือส่ายหน้า “ไม่ใช่แค่เก้า ข้างล่างยังมีประตูย่อยอีกสามสิบหกแห่ง ถ้าคำสั่งไหลลงถึงชั้นมนุษย์—” เขาไม่พูดต่อ เทียนเผิงก็ไม่ถาม เพราะทุกคนรู้ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ได้จบด้วยการเสียเมืองหรือกองทัพหนึ่งกอง หากประตูเหนือเปิดพร้อมกัน สิ่งที่เคยต้องแอบยืมชื่อ ยืมความทรงจำ และยืมคนตาย จะมีทางเข้าสู่สามภพมากกว่าที่ใครจะปิดทัน “หนึ่งก้านธูป” เหวินฉางย้ำ กุยเสอเงยหน้ามองแสงเก้าสาย “ข้าชอบคนทำงานเอกสารตรงท
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๕๘ — คนที่เขียนชื่อคนตาย เหวินฉางไม่ได้ลุกจากโต๊ะเมื่อคนตรงประตูก้าวเข้ามา เขาเพียงมองใบหน้านั้นอยู่นาน ราวกับกำลังเปรียบเทียบกับเอกสารหลายพันฉบับในหัว ชายผู้มาเยือนสวมเสื้อคลุมสีเทาของหน่วยตรวจสอบสวรรค์รุ่นเก่า ไม่มีอาวุธ ไม่มีตราตำแหน่ง แต่ตรงข้อมือซ้ายมีรอยไหม้เป็นวงกลมถูกเส้นสามเส้นตัดผ่าน เหวินฉางเห็นแล้วสายตาเย็นลง “ฉู่หยวน” ชายคนนั้นยิ้ม “ดีที่ยังจำได้” “เจ้าตายไปสามร้อยสิบเจ็ดปี” “ตามทะเบียน” “ข้าเป็นคนลงทะเบียนเอง” รอยยิ้มของฉู่หยวนกว้างขึ้น “เช่นนั้นยิ่งดี เจ้าควรรู้ที่สุดว่าทะเบียนเชื่อไม่ได้” เหวินฉางมองเขาโดยไม่แสดงความตกใจ “ไม่ ข้ารู้เพียงว่าทะเบียนเชื่อได้เท่ากับคนที่ถือพู่กัน” ฉู่หยวนหยุดยิ้มเล็กน้อย “และเจ้าถือมันมานานมาก” “นานพอจะรู้ว่าเจ้ามาที่นี่ทำไม” “เพื่อช่วยเจ้า” “ข้าไม่เคยเชื่อคนที่พูดประโยคนี้ก่อนขออนุญาต” ฉู่หยวนมองทะเบียนบนโต๊ะ ชื่อจอมพลเทียนเผิงยังมีคำว่า เสียชีวิต อยู่ด้านหลัง “เขากลับมาแล้ว” “สองคนเสียด้วย” เหวินฉางตอบ ฉู่หยวนหัวเราะ “เจ้ารู้?” “ข้าดูแลทะเบียน ไม่ได้ดูแลสวนดอกไม้” “เช่นนั้นเจ้าก็รู้ว่า







