LOGINเทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสี่ — ดอกเหลืองใต้ฟ้า ตอนที่ ๖๗ — เรื่องที่เราเห็นไม่เหมือนกัน ต้นอ่อนในหม้อร้าวแตกใบใหม่ในเช้าวันที่ห้า หลินเยว่เป็นคนเห็นก่อน นางกำลังยกกระด้งสมุนไพรออกมาตากใต้ต้นดอกเหลือง พอเดินผ่านหม้อเก่าก็หยุดแล้วคุกเข่าลง ใบสีเขียวอ่อนสองใบคลี่ออกจากยอด ละเอียดจนเส้นใบแทบมองไม่เห็น นางไม่ได้เรียกเทียนเผิงทันที เพียงใช้นิ้วแตะขอบหม้อแล้วมองอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งชายผู้ถูกใช้ออกไปซื้อเต้าหู้เดินกลับมาพร้อมของเต็มสองมือจึงเห็นนางนั่งอยู่ตรงนั้น “เป็นอะไร” หลินเยว่ชี้ “งอกแล้ว” เทียนเผิงวางของ คุกเข่าข้างกัน แล้วมองต้นเล็กด้วยสีหน้าจริงจังเกินความจำเป็น “เมื่อวานยังไม่มี” “มีแล้ว แต่ยังไม่โผล่” “เจ้ารู้?” “รากมันอยู่ข้างล่าง” เขาพยักหน้า “อ้อ” หลินเยว่หันมอง “ท่านไม่ต้องทำหน้าเหมือนเพิ่งค้นพบความลับฟ้าดินก็ได้” “มันโต” “ต้นไม้ก็โต” “ในหม้อที่ร้าว” นางยิ้ม “ก็ข้ายังไม่ทิ้งมันนี่” เทียนเผิงมองหม้อเก่าอีกครั้ง หม้อที่ทำหน้าที่เดิมไม่ได้แล้วกลับกำลังเลี้ยงชีวิตอย่างอื่น เขาไม่พูดว่ามันเหมือนอะไร เพราะคราวก่อนหลินเยว่ถามว่าเขาคิดว่าตัวเองเป็นหม้อหรือ เขาจำได้ และไม่ต้องการเปิ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสี่ — ดอกเหลืองใต้ฟ้า ตอนที่ ๖๖ — พรุ่งนี้ของเรา หลังเหตุการณ์หม้อข้าวไหม้ หลินเยว่ไม่ยอมให้เทียนเผิงหุงข้าวอยู่สามวันเต็ม วันที่สี่เขาได้รับอนุญาตให้ตวงน้ำ วันที่ห้าจึงได้ล้างข้าว และวันที่หกหลินเยว่ยืนกอดอกเฝ้าตั้งแต่จุดไฟจนถึงตอนยกหม้อลงจากเตา เทียนเผิงทำทุกอย่างช้ากว่าปกติราวกับกำลังปลดค่ายกลโบราณ เมื่อเปิดฝา ไอขาวลอยขึ้นพร้อมกลิ่นข้าวสุก ไม่มีควันดำ ไม่มีข้าวติดก้นหม้อเกินควร เขาใช้ทัพพีคุ้ยดูถึงด้านล่าง ก่อนเงยหน้ามองนางอย่างรอคำตัดสิน หลินเยว่ตักหนึ่งคำ ชิม แล้วพูดว่า “กินได้” เทียนเผิงขมวดคิ้ว “คราวก่อนเจ้าบอกกินได้ตอนข้าตำยา” “แล้ว?” “ข้าคิดว่าวันนี้ควรดีขึ้น” นางชิมอีกคำอย่างตั้งใจ “กินได้ดี” เทียนเผิงพยักหน้า “อืม” หลินเยว่กลั้นยิ้ม “ความต้องการคำชมของท่านเพิ่มขึ้นทุกวัน” “เพราะเจ้าชมน้อย” “งั้นพรุ่งนี้ลดลงอีก” “ไม่ยุติธรรม” “โลกมนุษย์เป็นแบบนี้” นางตอบหน้าตาย แล้วตักข้าวใส่ชามเขามากกว่าตัวเองเหมือนทุกวัน ชีวิตหลังจากนั้นดำเนินด้วยเรื่องเล็กจนเทียนเผิงเริ่มเข้าใจว่าความสงบไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร้านยาต้องสั่งสมุนไพรเพิ่ม หลังคาหลังร้านมีรอ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสี่ — ดอกเหลืองใต้ฟ้า ตอนที่ ๖๕ — คนที่ไม่ได้รอ เช้าวันต่อมาเทียนเผิงตื่นก่อนหลินเยว่จริง ๆ เขาไม่ได้ปลุกนาง ไม่ได้เข้าไปดูว่ายังหลับหรือไม่ เพียงล้างหน้า ตักน้ำ แล้วเดินออกมาตรวจสมุนไพรสามกระด้งใต้ชายคาตามที่จำไว้ กระด้งแรกต้องพลิกก่อนแดดแรง กระด้งที่สองต้องผึ่งลม กระด้งที่สามห้ามโดนน้ำค้างนาน เขาจำได้ทั้งหมด และเพราะกลัวจำผิดจึงยืนทบทวนในใจอีกสองรอบก่อนแตะอะไร มือที่ครั้งหนึ่งเคยกำตราจอมพลควบคุมนทีเหนือหยิบใบไม้แห้งขึ้นทีละกำ พลิกอย่างระวังราวกับกำลังเคลื่อนทัพ พอเสร็จ เขาถอยออกมาดูผลงานแล้วรู้สึกพอใจอย่างไม่มีเหตุผลนัก หลินเยว่เปิดประตูออกมาตอนเขากำลังตักน้ำใส่โอ่ง นางหยุด มองกระด้ง มองโอ่ง มองฟืนที่ถูกผ่าเรียงไว้แล้ว จากนั้นมองเขา เทียนเผิงรอ “เป็นอะไร” นางถาม “ไม่มี” “ตื่นเอง?” “อืม” “ไม่มีใครเอาด้ามไม้กวาดกระทุ้ง?” “ไม่มี” หลินเยว่เดินไปตรวจสมุนไพร พลิกดูสองสามกำ แล้วพยักหน้า “ถูก” เทียนเผิงยืนตรงขึ้นเล็กน้อย นางเห็น “ภูมิใจ?” “นิดหนึ่ง” “แค่พลิกสมุนไพร” “เมื่อก่อนข้าทำผิด” “จริง” “วันนี้ถูก” หลินเยว่พยายามกลั้นยิ้ม “เก่ง” คำ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสี่ — ดอกเหลืองใต้ฟ้า ตอนที่ ๖๔ — วันที่เจ้าไม่ต้องขอ เจ็ดวันผ่านไปโดยไม่มีใครนับ เทียนเผิงยังอยู่ เช้าวันแรกเขาไปตลาดผิดร้านเพราะจำชื่อคนขายยาสลับกับชื่อร้าน วันที่สองชั้นวางยาที่ช่วยหลินเยว่ซ่อมแข็งแรงเสียจนเฉินต้าไห่ลองโยกแล้วบ่นว่าถ้าบ้านถล่มชั้นนี้คงเป็นอย่างสุดท้ายที่ยังตั้งอยู่ วันที่สามเขาเริ่มแยกสมุนไพรได้เจ็ดชนิด วันที่สี่เพิ่มเป็นเก้า ก่อนจะถูกหลินเยว่จับได้ว่าชนิดที่สิบเขาจำจากตำแหน่งวาง ไม่ได้จำจากใบ วันที่ห้ามีคนไข้สิบสามคนจนทั้งคู่กินข้าวกลางวันตอนตะวันคล้อย วันที่หกฝนตกทั้งวัน เทียนเผิงนั่งซ่อมตะกร้าอยู่ใต้ชายคา หลินเยว่บดยาอยู่ข้างกันโดยแทบไม่ได้พูดอะไร และวันที่เจ็ด เมื่ออาเหลียงถามว่าพรุ่งนี้อาเผิงยังจะอยู่หรือไม่ เทียนเผิงเพียงหันไปมองหลินเยว่ นางกำลังนับเม็ดยาโดยไม่เงยหน้าแล้วตอบแทนว่า “ถ้าไม่ขี้เกียจก็ตื่นมาผ่าฟืนด้วย” เทียนเผิงจึงรู้ว่าตัวเองมีงานสำหรับวันที่แปดแล้ว ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนในเหตุการณ์ใหญ่เสมอไป บางครั้งมันเปลี่ยนเพราะถ้วยน้ำถูกวางเพิ่มอีกใบโดยไม่มีใครถาม เพราะหลินเยว่เริ่มซื้อข้าวมากกว่าเดิมครึ่งถัง เพราะตะขอข้างประ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสี่ — ดอกเหลืองใต้ฟ้า ตอนที่ ๖๓ — คนที่อยู่กินข้าว รุ่งเช้าหลังจอมพลเทียนเผิงกลับจากสวรรค์ เขาถูกปลุกด้วยไม้กวาด ไม่ใช่เสียงไม้กวาด แต่เป็นด้ามไม้กวาดจริง ๆ ปลายด้ามกระทุ้งสีข้างสองครั้งผ่านผ้าห่ม เทียนเผิงลืมตา มือขวาคว้าข้อมือคนถือแทบพร้อมกัน ปราณในร่างสะเทือนขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่งก่อนดับลงเมื่อเห็นใบหน้าหลินเยว่ นางยืนก้มมองเขา ผมยังรวบไม่เรียบร้อยดี เสื้อคลุมชั้นนอกพาดไหล่ และในมืออีกข้างถือกระบุงสมุนไพร “ตื่น” เทียนเผิงปล่อยมือ “มีศัตรู?” “มี” เขาลุกนั่งทันที “ไหน” หลินเยว่ชี้ออกนอกหน้าต่าง “แดด” เขามอง “แล้ว?” “สมุนไพรต้องตากก่อนสาย” เทียนเผิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง “อ้อ” “อ้อแล้วก็ลุก” นางดึงผ้าห่มออก “กลับมาอยู่บ้านคนอื่นแล้วอย่าคิดว่าจะกินข้าวฟรี” เทียนเผิงนั่งบนขอบเตียง มองตามหลังนางที่เดินออกไป เมื่อคืนเขาเพิ่งปิดภาคหนึ่งของชีวิต เช้านี้เขาต้องตากสมุนไพร เขากลับรู้สึกว่าอย่างหลังยากกว่าเล็กน้อย --- หน้าร้านยาเต็มไปด้วยกระด้ง หลินเยว่จัดสมุนไพรออกเป็นกองตามชนิด ส่วนเทียนเผิงได้รับหน้าที่ถือกระด้งไปวางตามตำแหน่งที่นางชี้ ตอนแรกทุกอย่างราบรื่น กระท
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๖๒ — คนที่เลือกกลับ เทียนเผิงอยู่บนโลกมนุษย์ได้สี่วันก่อนสวรรค์ส่งคนมาตาม วันที่หนึ่งเขาผ่าฟืนจนหลินเยว่ต้องห้ามเพราะกองไม้สูงเกินชายคา วันที่สองถูกใช้ให้ยกตู้ยาแล้วเผลอวางผิดด้านจนต้องยกกลับ วันที่สามพาอาเหลียงไปช่วยเฉินต้าไห่ขนเหล็กและถูกเด็กชายถามตลอดทางว่าสวรรค์มีร้านขนมหรือไม่ วันที่สี่เขาตื่นก่อนฟ้าสาง หุงข้าวไหม้ก้นหม้อเล็กน้อยแต่ยังพอกินได้ แล้วนั่งอยู่ใต้ต้นดอกเหลืองกับถ้วยน้ำอุ่นในมือ รอแสงเช้าค่อย ๆ ไต่จากกำแพงดินขึ้นมาตามลำต้น กลิ่นควันฟืนบาง ๆ ลอยจากบ้านข้างเคียง ไก่ตัวหนึ่งขันผิดเวลาอยู่สองรอบ หมาใต้ร้านยาหาวจนเห็นเขี้ยวแล้วเปลี่ยนข้างนอน ไม่มีสิ่งใดในเช้าวันนั้นสมบูรณ์แบบ และเทียนเผิงกลับชอบมันอย่างประหลาด ตอนหลิงกวงเดินเข้ามาในหมู่บ้าน เขาดูไม่เข้ากับทุกอย่างรอบตัวจนเด็กสองคนหยุดเล่นลูกหินแล้วจ้อง เสื้อคลุมสะอาดไม่มีฝุ่น กระจกตรวจปราณห้อยตรงเอว รองเท้าขาวไม่เปื้อนแม้เพิ่งเดินผ่านทางดิน อาเหลียงซึ่งกำลังถือซาลาเปาครึ่งลูกวิ่งมาหาเทียนเผิงแล้วกระซิบเสียงดังเกินจะเรียกว่ากระซิบ “คนนี้เทพหรือ” หลิงกวงได้ยินจึงตอบเอง







