LOGIN"ฮื่อๆๆ ฮื่อๆ ฮื่อๆ"
ตอนนี้เธอเจ็บเหลือเกิน เจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เจ็บเหมือนหัวใจดวงนี้จะหลุดออกมาจากอกเลย ทำไมการรักใครสักคนถึงได้เจ็บขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่เห็นค่าความรักของเธอบ้าง คนตัวเล็กหอบจิตใจที่บอบช้ำมาหลบในห้องหนังสือ ห้องที่ตอนนี้กลายมาเป็นที่ประจำของเธอไปแล้ว บ่อยครั้งที่เธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้เมื่อรู้สึกไม่สบายใจและครั้งนี้ก็เช่นกัน คำพูดมากมายที่ออกมาจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าสามีมันชัดเจนและเจ็บปวดมากเหลือเกินสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ คนที่กำลังพยายามเพื่อความรัก พยายามที่จะรักษาคำว่าชีวิตคู่ให้อยู่ได้นาน วันนี้เธอเชื่อแล้วว่าต่อให้เธอจะทุ่มเทหรือพยายามมากแค่ไหน สิ่งที่เธอต้องการมันก็ไม่มีวันเป็นจริงได้ เพราะเธอสู้คนในใจเขาไม่ได้เลย เขารักและมั่นคงต่อผู้หญิงคนนั้นมาก มากจนไม่มีพื้นที่ว่างให้เธอเลย ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นเคยทิ้งเขาไปแต่งงานกับคนอื่นแต่เขาก็ยังรัก แค่นี้มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นมาขนาดไหน มากจนยอมทำร้ายจิตใจภรรยาอย่างเธอ ภรรยางั้นเหรอ เธอไม่แน่ใจว่าใช้คำนี้ได้หรือเปล่า...ในเมื่อเขาไม่ได้แต่งงานกับเธอเพราะความรักและไม่ได้ต้องการเธอจริงๆเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นเขาแค่ต้องการประชดผู้หญิงคนนั้น ส่วนเธอมันก็แค่ความผิดพลาดเองอินทิชา...เป็นความผิดพลาดที่เขาเอามาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นเครื่องมือในการเอาคืนคนที่ตัวเองรัก เธอไม่สมควรเรียกตัวเองว่าภรรยาเพราะที่ผ่านมามันไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเธอเป็นภรรยาของเขา ขนาดวันแต่งงานเขายังไม่ยอมจดทะเบียนสมรสเลย เขาไม่ให้เกียรติเธอและครอบครัวสักนิด ที่อยู่ด้วยกันเพราะแค่อยากรับผิดชอบแบบผ่านๆและที่นอนด้วยกันเพราะเขาคิดว่าเธอคือตัวแทนคนรักของตัวเอง หึ...อินทิชาเธอมันไม่ได้มีค่าหรือสำคัญอะไรเลย ทางด้านของชายหนุ่มหลังจากที่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทเสร็จ เขาจึงออกมาจากห้องทำงานของตัวเองเพื่อไปหาอะไรกิน ปกติเขาจะไปทำงานที่บริษัทแต่วันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงเลือกที่จะอยู่ที่บ้านกับภรรยาตัวเอง ซึ่งปกติหล่อนชอบมาวอแวและชอบเข้ามาอ้อนเขา แต่วันนี้แปลกมากเพราะเขายังไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ ที่ผ่านมาการใช้ชีวิตคู่กับอินทิชาเขาต้องใช้คำว่าอดทนเป็นอย่างมาก บางครั้งเขาก็รำคาญกับการกระทำของเธอเพราะมันเหมือนเด็กไม่รู้จักโต แต่ก็ไม่อยากต่อว่าให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ อะไรก็ตามที่เธอทำและมันเกินไปจนเขาทนไม่ไหว เช่นการยัดเยียดให้เขากินอาหารหรือขนมที่ตัวเองทำ ซึ่งมันไม่อร่อยและเขาก็ไม่อยากกิน บ่อยครั้งที่เขาบอกให้เธอหยุดทำและไปซื้อจะดีกว่า แต่เธอก็ยังดื้อที่จะทำ จนเขาเหนื่อยใจที่จะพูด นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เธอทำให้เขารู้สึกเบื่อและรำคาญมากๆไม่รู้ว่าเธอจะพยายามไปเพื่ออะไร "ไปไหนของเธอนะทิชา" ชายหนุ่มพึมพำคนเดียวเมื่อเดินออกมาแล้วไม่เห็นภรรยาตัวน้อย "ปิ่น ปิ่น!!" "ค่ะ คุณราช เรียกปิ่นมีอะไรหรือเปล่าคะ" "คุณทิชาล่ะ" เมื่อมองไปทั่วห้องก็ยังไม่เห็นหญิงสาว เขาจึงเรียกสาวใช้มาถาม "อ้าว เห็นเมื่อกี้คุณทิชาบอกว่าจะไปตามคุณราชมากินขนมนี่ค่ะ ปิ่นก็นึกว่าคุณๆจะอยู่ด้วยกันซะอีก" "หืม เธอไปตอนไหน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย" ตอนนี้ในใจของเขารู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก กลัวว่าเธอจะได้ยินตอนที่เขาคุยกับเพื่อน ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ดีแน่ "สักพักใหญ่ๆแล้วนะคะ" "แล้วตอนนี้เธอไปไหน พอจะรู้ไหม" เขารีบถามสาวใช้กลับ เพราะตอนนี้เขารู้สึกร้อนใจจริงๆ "หรือว่าจะอยู่ห้องหนังสือคะ ปกติคุณทิชาชอบเข้าไปอ่านหนังสือทุกวัน" เขาค่อนข้างอึ้งกับสิ่งที่ได้รู้จากปากสาวใช้ว่าคนเป็นภรรยาชอบเข้าไปอ่านหนังสือ ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กแบบเธอจะอ่านหนังสือด้วย เมื่อได้คำตอบชายหนุ่มรีบเดินตรงไปยังห้องหนังสือของตัวเองทันที เพื่อไปตามหาคนตัวเล็ก.... เอี๊ยด..... ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา บรรยกาศในห้องเงียบสงบราวกับว่าไม่มีคนอยู่ แต่เพราะเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังเปิด บ่งบอกว่าต้องมีคนอยู่ในนี้แน่นอน เขากวาดสายตาไปทั่วจนมาสะดุดตาตรงโซฟา "หึ.... ไหนว่ามาอ่านหนังสือ... พึ่งรู้ว่าคนที่มาอ่านหนังเขาพกเครื่องนอนมาด้วย" ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวและอมยิ้มกับภาพที่เห็นตรงหน้า ตอนนี้คนตัวเล็กใช้ผ้าห่มคลุมทั้งหน้าและตัว ส่วนหนังสือก็เปิดค้างไว้ที่อกตัวเอง เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบเข้ามาอ่านหนังสือในห้องนี้บ่อยๆ หรือบางทีเขาก็เข้ามานอนในนี้เหมือนที่คนตัวเล็กกำลังทำ อันที่จริงเหตุผลที่เขาสร้างห้องนี้ขึ้นมาเพราะอยากได้ความสงบและมุมส่วนตัว แต่หลังจากที่แต่งงานเขาไม่เคยได้เข้ามาห้องนี้อีกเลย เพราะต้องวุ่นวายกับงานที่บริษัท "ที่แท้ก็มานอนนี่เอง..." พอเห็นว่าเธอนอนอยู่เขาก็รู้สึกโล่งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังกลัวอะไร ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าคนที่เขาคิดว่ากำลังนอน ตอนนี้เจ้าหล่อนไม่ได้หลับอย่างที่เขาคิด เธอแค่แกล้งทำเพราะไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย เธอได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาก็เลยรีบคลุมหัวทันที เพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพแย่ๆของตัวเอง ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นพี่ปิ่นที่ขึ้นมาตามไปกินข้าว ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะเป็นเขา "ทิชา....ทิชา" เขาเรียกหญิงสาวด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก อันที่จริงก็เกรงใจมากกว่า แต่เขามีเรื่องที่อยากคุยกับเธอและอยากคุยให้มันจบๆ ถึงจะดูเป็นการเสียมารยาทแต่เขาก็ต้องทำ เพราะเรื่องที่เขาจะคุยกับเธอมันเป็นเรื่องสำคัญ สำคัญสำหรับเราสองคนมาก "ทิชาครับ ทิชา...." "ครืด ครืด ครืด" ในระหว่างที่เขากำลังเรียกคนตัวเล็ก อยู่ๆก็มีสายเรียกเข้าโทรเข้ามา ซึ่งเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วเพราะเป็นเบอร์แปลกเนื่องจากมันไม่ได้ถูกบันทึกไว้ แต่เขาก็เลือกที่จะกดรับเพราะคิดว่าคนที่โทรมาอาจจะเป็นคนสำคัญ "สวัสดีครับ" "สะ...สวัสดีราช" เสียงที่เปล่งออกมาถึงมันจะเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เขากลับจำได้ทันทีว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร "แก้ว....." "ขอบคุณนะราชที่ยังจำเราได้" "เราจำทุกอย่างเกี่ยวกับแก้วได้เสมอและเราไม่เคยลืมแก้วเลยนะ" "ขอบคุณจริงๆนะราช" "แก้วอยู่ไหน แก้วกลับมาแล้วใช่ไหม กลับมาหาราชได้ไหมครับ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ ชีวิตราชที่ไม่มีแก้วมันไม่มีความสุขอีกเลย" "ฮื่อๆ ราช...ตอนนี้แก้วอยู่โรงพยาบาลช่วยแก้วด้วย ราชมาหาแก้วหน่อยได้ไหม แก้วกลัว" "แก้วใจเย็นๆนะ ใจเย็นๆ ส่งโลเคชั่นมา เดี๋ยวราชจะไปหาแก้วตอนนี้เลย" หลังจากที่รับสายคนรักเก่า ชายหนุ่มก็รีบวิ่งออกจากห้องในทันทีและตรงไปที่ลานจอดรถ จากนั้นเขาก็ขับรถออกไปด้วยความเร็ว โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าคนเป็นภรรยารับรู้ทุกอย่างและกำลังยืนมองเขาจากหน้าต่างทั้งน้ำตาทุกวันนี้ทิชายอมรับอย่างหมดหัวใจว่าตัวเองมีความสุขมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่ตอนนี้เธอได้เข้าไปช่วยคนเป็นพ่อแบบเต็มตัว ช่วงแรกๆยอมรับว่ากดดันมาก กลัวว่าจะทำงานออกมาไม่ดี กลัวว่าตัวเองจะไปเป็นภาระคนอื่น เพราะตั้งแต่เรียนจบออกมาเธอไม่ได้เข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทอีกเลย แต่นับว่าโชคดีที่พี่ๆทุกคนน่ารักกับเธอ พวกเขาช่วยกันสอนงานจนตอนนี้เธอสามารถทำได้แล้ว ส่วนในเรื่องของความรัก ต้องบอกว่ามันดีมาก มากจนเธอไม่คาดคิดว่ามันจะดีขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอย่างเธอจะได้สัมผัสกับความรักดีดีเหมือนคนอื่นเขา ความรักที่ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องร้องขอ.... มันดีแบบนี้นี่เอง พี่หมอคือผู้ชายที่มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายในชีวิตของเธอ จากผู้หญิงที่เคยผิดหวังในความรัก หมดศรัทธาในความรัก ไม่กล้ารักใครเลยเพราะกลัวตัวเองต้องเสียใจและต้องเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมา แต่วันนี้พี่หมอคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนมัน เขาทำให้เธอกล้าที่จะเปิดใจและเรียนรู้คำว่าความรักไปพร้อมๆกัน ตั้งแต่ที่เราคบกันไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่มีความสุข ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่ยิ้ม พี่หมอทำให้เธอรู้สึกดีในทุกๆวัน ทุกวันนี้เธอเคยช
วันเวลาผ่านไปล่วงเลยมาถึงห้าเดือนและเป็นห้าเดือนที่ทิชารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก หลายๆอย่างในชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เป็นการเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอยอมรับกับเรื่องราวที่ผ่านมาได้แล้วและทำใจเรื่องลูกได้.....ต้องบอกเลยว่าระยะเวลามันช่วยเชียวยาทุกอย่างได้จริงๆและที่โชคดีมากกว่าใครๆคือเธอมีครอบครัวที่อบอุ่นและคนรักที่คอยเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาทำให้เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ส่วนเรื่องของอดีตสามีช่วงแรกๆเขาก็ยังตามมาง้อขอคืนดีและขอโอกาสแก้ตัว บางวันก็สะกดรอยตามเธอไปทุกที.......จนพี่หมอไม่เป็นอันทำงานและไม่ยอมห่างเธอเลยเพราะความเป็นห่วง จนในที่สุดเธอที่ทนความอึดอัดไม่ไหวจึงชวนพี่หมอไปบ้านของอดีตสามีเพื่อไปคุยให้รู้เรื่อง การที่เขาทำแบบนี้มันเป็นการคุกคามและเธอต้องการที่จะจบเรื่องราวทุกอย่าง เธอแค่อย่างใช้ชีวิตต่อจากนี้อย่างสงบและมีความสุขกับรักครั้งใหม่ ไม่อยากให้เขาที่เป็นอดีตมาทำร้ายชีวิตของเธออีกแล้ว ตอนแรกพี่ราชไม่มีท่าทีจะยอม เขาบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ....เขาร้องไห้ออกมาต่อหน้าทุกคนและเอ่ยขอโอกาสซ้ำๆ แต่เธอเลือ
“พี่หมอ~~” ทิชาที่ตอนนี้ไม่รู้ควรตกใจกับอะไรก่อนดี พี่หมอขอเธอเป็นแฟนท่ามกลางตลาดนัด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หันมามองเราสองคน “มันไม่เร็วไปใช่ไหมคะ เราพึ่งจะรู้จักกัน”“ไม่เลย..... เวลาไม่ได้เป็นตัวบอกอะไรสำหรับพี่ถ้าหากว่าใจเราตรงกัน.... พี่รักชานะ หลงรักชาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ในตอนที่ชากำลังร้องไห้ พี่อยากอยู่ตรงนั้นข้างๆชาตั้งแต่วินาทีนั้นเลย” "(.....)"“ตอนนี้ชาออาจจะยังไม่รักพี่เหมือนที่พี่รักชา..... พี่ไม่ได้เร่งรัดให้ชารัก แต่ช่วยเปิดใจและให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่แฟนของชาได้ไหม พี่อยากดูแลชาในฐานะแฟน อยากให้สถานะของเราชัดเจน พี่อยากได้สิทธิ์ในฐานะแฟนได้ไหมครับ” "ให้พี่ได้ดูแลชาได้ไหม หืม"หลังจากที่พูดจบอยู่ๆพี่หมอก็ก้าวถอยหลังจนทิชาใจหาย นี่แค่เขาถอยหลังเธอยังรู้สึกขนาดนี้เลย แล้วถ้าวันหนึ่งที่ตรงนี้ไม่มีพี่หมอล่ะ เธอจะเป็นยังไง ทิชายอมรับว่าตอนนี้เธอติดหมอปริญไปแล้ว.... หมอปริญคือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอ เขาทำให้เธออยากกลับมาสดใสอีกครั้ง“ชาไม่ต้องตอบพี่ก็ได้..... พี่จะนับหนึ่งถึงห้าถ้าชาตกลงช่วยก้าวมาข้างหน้าแค่ก้าวเดียวก็พอแล้วพี่จะเป็นคนวิ่งไ
“ชาโอเคไหม.....” หมอปริญถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เพราะตั้งแต่ที่เธอลากเขาออกมาจากอดีตสามี เธอก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ยิ่งเธอเป็นแบบนี้เขาก็ยิ่งกลัว “(.......)”“เรากลับบ้านกันเถอะนะ วันนี้น่าจะฤทธิ์ไม่ดีแล้วล่ะ” หลังจากที่หญิงสาวฟาดด้วยประโยคที่แสนเจ็บปวดใส่อดีตสามี จากนั้นเธอก็เลือกที่จะดึงมือของหมอปริญออกไปจากตรงนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นได้พูดอะไรออกมาอีกเลย การกระทำของทิชาคือการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอเลือกผู้ชายคนนั้นที่ไม่ใช่อดีตสามีอย่างเขา ภาพที่ทิชาหันหลังให้เขาอีกทั้งยังกุมมือผู้ชายคนอื่น ทำให้เหมราชเจ็บปวดเหลือเกิน วันนั้นที่เขาหันหลังให้เธอ เธอคงจะเจ็บปวดแบบนี้สินะ... เขาเข้าใจแล้วเข้าใจแล้วว่าตัวเองสารเลวแค่ไหน เหมราชมองภาพนั้นทั้งน้ำตา เขาไม่มีโอกาสอีกแล้วใช่ไหม เขาเสียเธอไปให้คนอื่นแล้วจริงๆใช่ไหม สุดท้ายทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่าเป็นเพราะเขาเองที่โง่มีเพชรอยู่ในมือแท้ๆแต่เลือกที่จะทิ้งไป “ชาครับ....” เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่เงียบหมอปริญจึงเข้าไปโอบกอดเธอด้วยความอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้ ” “ฟรึ่บ!! ” ทิชากอดตอบชายห
“เอะ!! นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่ค่ะ พี่หมอจะพาชาไปไหน” พอนั่งรถมาสักพักทิชาเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของตัวเอง และพี่หมอก็ไม่ได้บอกด้วยว่าจะไปไหน ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “เราไปดูหนังกันนะ พี่จองตั๋วไว้แล้ว” “หืม... ทำไมไม่บอกกันก่อนค่ะ ถ้าชาไม่ตกลงล่ะ” “ไม่ตกลงไม่ได้แล้วครับ เพราะเราใกล้จะถึงแล้ว” “แต่ชาไม่ได้บอกคุณพ่อว่าจะกลับดึกนิค่ะ กลัวท่านจะเป็นห่วง” “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พี่บอกท่านแล้วครับ” “แสดงว่าวางแผนมาแต่แรกแล้วใช่ไหมคะ่ พี่หมอเจ้าเล่ห์เหมือนกันนะเนี้ยะ” “ฮ่าๆมันก็ต้องมีบ้าง... พี่อยากพาชามาเปิดหูเปิดตา เห็นอยู่แต่ในบ้านไง ” “เชื่อดีไหมน๊า” “ความจริงแล้ว...พี่อยากอยู่กับชานานๆอยากอยู่สองต่อสองครับ” “ทำไมเป็นคนแบบนี้ค่ะ” “ฮ่าๆ ถึงแล้วครับเราลงไปกันเถอะเนอะ” ทิชาได้แค่ส่ายหน้าให้กับคนเจ้าแผนการ นับวันเริ่มรู้สึกว่าพี่หมอไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่คิด “ฟรึ่บ!! พี่หมอทำอะไรคะ” “จับมือไงครับ พี่อยากจับมือนุ่มๆของชา ขออนุญาตนะครับ” “จับก่อนแล้วค่อยมาขอมันได้เหรอคะ เจ้าเล่ห์จัง” “ฮ่าๆ อยู่ใกล้คนสวยใครมันจะไปอดใจไหวละ
"ลูกสะใภ้ใคร!!....." เสียงที่ตอนแรกเหมือนจะใจดีแต่หลังจากที่พี่หมอบอกว่าลูกสะใภ้ซื้อมาฝากมาให้ โทนเสียงก็เปลี่ยนไปในทันที เช่นเดียวกับทิชาที่ตอนนี้หน้าชาไปหมด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเก็บสีหน้ายังไง และตอนนี้ความรู้สึกกดดันก็ฉายชัดขึ้นมาในดวงตาของเธอ หรือวันนี้เธอตัดสินใจผิดที่มาบ้านเขา ความคิดมากมายตีตื้นขึ้นมาในหัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “โธ๋..... แม่ครับ” “อะไร... ทำไม”“เฮ้อ.... เลิกทำเสียงแบบนี้เถอะครับ ผมขอร้องละแม่เห็นไหมน้องกลัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวจะไม่มีลูกสะใภ้เป็นของตัวเองนะ” “อุ๊ย!!” หลังจากจบประโยคของลูกชายหัวแก้วหัวแก้ว คุณหญิงรัชกรก็หันไปสบตากับเด็กสาวที่ลูกชายพามาเป็นอันต้องตกใจ เพราะในแววตาของเด็กสาวบ่งบอกว่ากำลังกังวลอย่างเห็นได้ชัดและในดวงตาคู่นั้นเหมือนจะมีน้ำตาคลออยู่ด้วย เพราะความอยากทดสอบ อยากดูปฏิกิริยาของว่าที่ลูกสะใภ้แท้ๆ แต่ถือว่าคุ้มค่านะเพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเธอคือเด็กสาวคนนี้น่ารักมาก หน้าตาสะสวย ยืนสงบเสงี่ยม ไม่มีท่าทีไม่พอใจหรือโกรธเคืองกันเลย มีแต่แววตาเศร้าๆที่ส่งมาให้ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมาซะงั้น “เห็นไหมละครับ.....







