Share

ตอนที่ 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-25 14:33:51

ในขณะที่ร่างของเนี่ยฮุ่ยเฟยถูกชักออกจากน้ำ สวมเสื้อผ้าเปียกปอน ร่างบอบบางของนางแนบแน่นกับพื้นเย็นเฉียบ ผมยาวดำขลับกระเซิงเปียกปอนแนบข้างแก้มอย่างน่าสงสาร สองมือวางอยู่แน่นิ่งข้างลำตัว ริมฝีปากขาวซีดยังคงปิดสนิทดั่งไร้ชีวิต

 

ทันใดนั้น…

 

“ฮึก…!”

เสียงไออย่างรุนแรงดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของนางสะดุ้งเฮือกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด น้ำในปอดถูกขับออกมาในพรวดเดียวพร้อมกับลมหายใจที่ขาดหายไปครู่ใหญ่ หญิงสาวกระเสือกกระสนขึ้นนั่ง มือสั่นเทายกขึ้นป้องหน้าอย่างสับสน ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปรอบกายอย่างตื่นตระหนก

 

ทุกคนรอบข้างอึ้งงันไปชั่วขณะ

 

“ขะ…คุณหนูใหญ่!” สาวใช้คนหนึ่งอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจระคนดีใจ

 

นางมองกลับไปด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะหลุบตาลงต่ำอย่างเงียบงัน

 

นี่ที่ไหนกัน…? ฉันไม่ตายหรือ…? หรือว่านี่คือ…ชีวิตหลังความตาย?

 

หญิงสาวรู้สึกถึงน้ำหนักของเสื้อผ้าหนักอึ้งที่เปียกโชก ร่างกายอ่อนล้า เจ็บจี๊ดตรงช่วงอกข้างซ้าย ความหนาวเย็นแทรกซึมจนถึงกระดูก แต่นั่นยังไม่น่าประหลาดใจเท่าเสียงอื้ออึงในหัวของนางที่ไม่หยุดกึกก้อง

 

“เนี่ยฮุ่ยเฟย” บุตรสาวผู้ถูกทอดทิ้ง…พลัดตกน้ำ…ตายต่อหน้าพี่ชายต่างมารดา…

 

ความทรงจำไม่ใช่ของเธอ แต่กลับแทรกเข้ามาอย่างชัดเจนราวกับเคยเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ

ความทรงจำแว่ววาบหนึ่งผุดขึ้นมา เสียงเบรก…แสงไฟหน้ารถ…เสียงร้องกรีดจากคนเดินเท้า…เลือดไหลนองบนถนนแอสฟัลต์…

 

“ฉันคือลั่วจิง…คือ…คนที่ถูกรถชนตายเมื่อครู่”

 

ลั่วจิง หญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปี จากโลกอนาคต ชีวิตเรียบง่าย ทำงานบัญชี เงียบขรึม มีโลกส่วนตัวสูง ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนสนิท ถูกเลี้ยงมาในบ้านอุปถัมภ์ตั้งแต่วัยเด็ก เธอจากโลกนั้นมาแล้วจริง ๆ และตอนนี้…เธออยู่ในร่างของหญิงสาวอีกคนที่ชื่อ เนี่ยฮุ่ยเฟย

 

หลังจากนั้นไม่นาน ภายในเรือนพักเล็ก ๆ ที่แสนเงียบเหงา เนี่ยฮุ่ยเฟยนอนพักอยู่บนเตียงไม้เรียบง่าย ม่านเตียงถูกดึงเปิดเล็กน้อยให้ลมพัดระบายเข้ามา แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กตกต้องที่ผิวน้ำในขันทองแดง สะท้อนเป็นเงาวูบไหวไปมา

นางลืมตาขึ้นช้า ๆ จ้องมองเพดานไม้ที่มีรอยร้าวสีดำ รู้สึกถึงความแห้งฝาดในลำคอ และความตึงของกล้ามเนื้อจากการไอมากเกินไป

เสียงฝีเท้าของสาวใช้เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับชามข้าวต้มร้อน ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านหมอบอกให้พักเยอะ ๆ เจ้าค่ะ…รับข้าวต้มสักหน่อยดีไหมเจ้าคะ?”

หญิงสาวที่นั่งบนเตียงไม่เอื้อนเอ่ยคำใด นางเพียงรับชามด้วยมืออ่อนแรง แล้ววางไว้ข้างตัก

ข้ารอดมาได้อย่างไร? เขา…ยืนมองข้าตกน้ำโดยไม่แม้แต่จะขยับ…

เงาในความทรงจำชัดเจนยิ่งนัก ใบหน้าของพี่ชายที่ยืนเฉย สายตาเย็นชาไร้ซึ่งความหวั่นไหว ภาพเหล่านั้นคือของจริง มิใช่ฝัน

หากนางตายลงไปโดยไม่มีผู้พบ…บัดนี้คงมีเพียงชื่อที่ถูกจารึกในศาลบรรพชนด้วยชื่อของเด็กสาวผู้ “อ่อนแอจนพลัดตกน้ำตายเอง”

 

 

ยามซวีบิดาของนาง เนี่ยหย่งซาน มิได้มาเยี่ยมบุตรสาวแม้แต่ครั้งเดียว เพียงให้คนมาแจ้งว่า “พักให้หาย แล้วอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่” และ ฟู่ซื่อ ก็เพียงส่งคนมาตรวจสอบข่าวคราว ไม่มีใครในจวนที่แท้จริงแล้ว “ห่วงใย”

นางนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง สวมชุดใหม่ที่สาวใช้เตรียมให้ ผมยาวถูกปล่อยไว้ตามธรรมชาติ ไม่แต่งหน้าหรือประดับเครื่องประดับใด ความงามเรียบง่ายกลับดูแปลกตาจนสาวใช้ยังรู้สึกประหลาด

ขณะเดียวกัน ภายในจิตใจของหญิงสาวจากอีกโลกหนึ่งเริ่มตกผลึกชัดเจนขึ้นทุกขณะ

“ในเมื่อโลกเดิมมิใช่ที่ของข้า และโลกนี้คือชีวิตใหม่ที่ข้าได้รับ… ข้าจะไม่ยอมเป็นเงาให้ใครอีก ไม่ยอมถูกดูแคลน หรือถูกเหยียบย่ำโดยผู้ใด “ นางพึมพำเสียงเบา แทบไม่ได้ยิน

“ต่อจากนี้ไป…เนี่ยฮุ่ยเฟยคนเดิมไม่มีอีกแล้ว”

ในวันถัดมาข่าวการรอดชีวิตของนางเริ่มแพร่ไปทั่วจวน แม้คนส่วนใหญ่จะไม่ใส่ใจ แต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้ที่คุณหนูใหญ่ผู้เคยเงียบเชียบ กลับเริ่มเดินออกจากเรือน ดวงตาของนางไม่หลบซ่อนอีกแล้ว คำพูดของนางไม่อ้อมค้อม และท่าทีของนาง…แปรเปลี่ยนจนแม้แต่บ่าวไพร่ยังต้องสบตาอย่างเกรงใจ

 

“คุณหนูเจ้าคะ จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ?” สาวใช้คนหนึ่งถามอย่างลังเล

หญิงสาวเพียงตอบเรียบ ๆ ขณะเดินผ่านลานกลางจวนไปยังหอบรรพชน

“ไปไหว้แม่ของข้า”

 

ณ ศาลบรรพชนที่เงียบงัน นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าป้ายวิญญาณของมารดา ที่มีฝุ่นเกาะบาง ๆ ประหนึ่งไม่มีใครได้กราบไหว้มานานนัก นางค่อย ๆ ยื่นมือออกไปปัดฝุ่นบนแผ่นไม้

“ท่านแม่…” นางเอ่ยเสียงเบา “แม้ข้าจะไม่ใช่บุตรที่ท่านคลอดมา…แต่ข้าขอสาบาน ข้าจะไม่ยอมให้ใครผลักไสข้าอีก ไม่ว่าท่านพ่อ…ฟู่ซื่อ…หรือแม้แต่ใครก็ตาม ข้าจะทวงทุกสิ่ง…คืนมา”

หลังกลับจากศาลบรรพชน เนี่ยฮุ่ยเฟยนั่งเงียบอยู่ในห้องพัก แสงอาทิตย์ส่องลอดผ้าม่านเข้ามากระทบแก้มขาวซีดของนางที่เริ่มมีเลือดฝาดหลังพักฟื้นได้หนึ่งวัน ทว่าความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่บนผิวกาย หากแต่อยู่ในดวงตาคู่นั้น…ดวงตาที่เคยหลบสายตาผู้อื่น บัดนี้กลับส่องประกายเยือกเย็นราวกับหยกน้ำแข็งที่หลอมไม่ละลาย

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนจบ

    ราวกับสวรรค์เบิกฟ้า ลมหายใจในห้องกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง หมอตำแยชูเด็กทารกเพศหญิงขึ้น เสียงร้องดังใสแจ๋วดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนเงียบลงเมื่อนางถูกห่อตัวด้วยผ้าขาวสะอาดก่อนจะอุ้มออกมาส่งมอบให้หลิงเว่าเทียนที่ด้านนอก “เป็นคุณหนูน้อยเจ้าค่ะ! สมบูรณ์แข็งแรง!” หลิงเซ่าเทียนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกเหนือคำบรรยาย เขารับบุตรีตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นคนแรก ก่อนส่งให้นางผู้เป็นมารดา เนี่ยฮุ่ยเฟยมองใบหน้ากลมมนเล็กจิ๋วของลูก ดวงตาคู่นั้นยังปิดสนิท แต่กลับรู้สึกราวกับสัมผัสถึงดวงวิญญาณเล็ก ๆ ที่มาเติมเต็มหัวใจของนาง “อวี้เหม่ย…ขอต้อนรับเจ้ามาสู่โลกใบนี้…” นางกล่าวด้วยเสียงสั่น เฝ้ามองลูกอย่างหลงใหล ดวงตาคู่นั้นพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำใส หลิงเซ่าเทียนก้มลงจุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากภรรยา “เจ้าคือสตรีที่เก่งที่สุดในโลก…” เสียงลมหายใจของทารกน้อยดังปนอยู่กับเสียงเทียนที่ยังคงลุกไหม้แผ่วเบาในห้อง ทั้งห

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 24

    หลังยืนยันการตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น ในครัวใหญ่ ปรับเมนูอาหารใหม่สำหรับสตรีมีครรภ์ เน้นอาหารอ่อน ย่อยง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการ และในเรือนก็ได้รับการตกแต่งใหม่เพิ่มความโปร่งและเงียบสงบ ลดเสียงรบกวน เพื่อให้เนี่ยฮุ่ยเฟยพักผ่อนได้อย่างเต็มที่แม้แต่ในห้องของหลิงจิ่งหาน ถูกแยกออกเป็นห้องเล็ก ๆ ข้างเรือนใหญ่ เพื่อให้พี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด โดยยังให้เด็กน้อยมาเล่นกับมารดาได้ตามเวลา หลิงจิ่งหานที่ยังพูดไม่คล่องนัก มักยื่นของเล่นให้มารดา บางครั้งก็นำตุ๊กตาผ้าไปวางบนหน้าท้องนางแล้วหัวเราะเสียงใส “เจ้าอยากให้เขาเล่นกับเจ้าใช่หรือไม่?” เนี่ยฮุ่ยเฟยหัวเราะเบา ๆ ขณะลูบผมลูกชาย“อีกไม่นานเจ้าก็จะได้เป็นพี่ชายแล้วนะ…” ในคืนหนึ่ง ขณะทั้งสองสามีภรรยนั่งบนศาลาริมสระ แสงจันทร์ทอดเงาจางบนผิวน้ำ เสียงจักจั่นแว่วจากแนวไม้ไผ่ หลิงเซ่าเทียนจ้องมองหน้าท้องของภรรยา ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม “ข้

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 22

    ฤดูใบไม้ผลิเดินทางเข้าสู่กลางฤดู กลีบดอกเหมยเริ่มปลิดปลิวตามลมอ่อน ๆ ยามเช้า ในจวนหลิงที่เคยวุ่นวาย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ และเสียงเด็กทารกร้องจ๊อกแจ๊ก ยามรุ่งอรุณอาบแสงแดดสีทองที่เลื้อยผ่านม่านบาง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังคลอไปกับเสียงทารกน้อยที่กำลังส่งเสียงเรียกผู้เป็นแม่ในแบบของเขา ภายในเรือนกลาง เนี่ยฮุ่ยเฟยนั่งพิงเบาะนิ่มด้วยท่าทางอ่อนโยน บนตักของนางมีเด็กชายตัวน้อยวัยไม่ถึงเดือน เขากำลังดูดนมจากอกของมารดา แก้มเล็ก ๆ แดงปลั่ง มือเล็กกำแน่นจิกชายเสื้อของมารดาไว้แน่น “ค่อย ๆ ดื่มนะลูก… อย่าหายใจเร็ว” เสียงกระซิบของนางอ่อนโยนดั่งเสียงลมพัดในฤดูใบไม้ผลิ ดวงตาของนางจับจ้องใบหน้าของทารกน้อยด้วยแววตาเปี่ยมรัก หลังจากป้อนเสร็จ นางอุ้มลูกขึ้นพาดไหล่ ตบหลังเบา ๆ ให้เรอ เมื่อเสียงเรอดัง “เอิ๊ก” เล็ก ๆ ออกมา นางถึงกับหัวเราะเบา ๆ พลางยิ้มด้วยความเอ็นดู ในขณะนั้นเอง บานประตูบานใหญ่ของเรือนก็เปิดออก เสียงฝีเท้าคุ้นเคยที่หนักแน่นและมั่นคงดังขึ้น

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 23

    เมื่อบุตรชายมีอายุครบหนึ่งปี หลิงเซ่าเทียนจึงจัดพิธีเรียกว่า “จัวโจว” โดยวางสิ่งของต่าง ๆ ไว้ให้เด็กเลือก เพื่อทำนายอนาคตในศาลาหลังสวนมีผืนผ้าไหมปูลาดอย่างประณีต บนผ้านั้นมีสิ่งของเรียงราย:• พู่กันและม้วนกระดาษ (หมายถึงนักปราชญ์)• ลูกคิด (หมายถึงพ่อค้า)• ดาบไม้ (หมายถึงนักรบ)• ถุงใส่เงินทอง (หมายถึงความมั่งมี)• หยกก้อนเล็ก (หมายถึงโชคดี) หลิงจิ่งหานถูกอุ้มให้นั่งกลางวงอย่างระมัดระวัง ทุกสายตาจับจ้องขณะเขาเหลือบมองของตรงหน้า สายตาเปล่งประกายอยากรู้ ทันใดนั้น… เขาคลานตรงไปยัง พู่กัน แต่ยังไม่ทันหยิบ ก็มองเห็นลูกคิดไม้ข้าง ๆ จึงเปลี่ยนใจไปหยิบมันขึ้นมาแทน และยิ้มแฉ่งราวพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที “ฮ่าๆๆ เจ้าตัวแสบของเราจะเป็นพ่อค้าที่เก่งกาจหรือไม่เนี่ย” หลิงเซ่าเทียนหัวเราะ ขณะยกบุตรขึ้นสูงแล้วหมุนเบา ๆ“อย่างไรพ่อก็ขอให้เจ้าเติบโตอย่างมีสติปัญญา สุขภาพแข็งแรงพอ”

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 21

    รุ่งเช้าวันถัดมา หลิงเซ่าเทียนส่งอวี๋เหยียนกับสายลับคนสนิทเดินทางไปทางเหนือ เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของกลุ่มขุนนางชายแดน อีกกลุ่มหนึ่ง ส่งเข้าเมืองหลวงอย่างลับเพื่อเตรียม ‘พยาน’ ที่เคยถูกปิดปากในอดีต เขาไม่ได้รอการโจมตีเขากำลัง ‘เตรียมสวนกลับ’ ในเวลาและสถานที่ที่เขาเลือกอย่างไรก็ตามภายในโรงน้ำชาร้างนอกประตูเมือง ชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหราแต่ปิดหน้าอยู่ในเงา กำลังพูดกับคนรับใช้ข้างกาย “หลิงเซ่าเทียน…ไม่ยอมตายเหมือนพ่อมัน เช่นนั้น…เราคงต้องทำให้มันทรมานเสียก่อนจะตาย”หลายวันต่อมา ขณะที่ท้องฟ้าเมืองหลวงขมุกขมัว ท่ามกลางม่านเมฆสีเทาหนักอึ้งรถม้าคันหนึ่งแล่นเข้าสู่ประตูวังหลวงอย่างเงียบงันภายในรถม้า ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก “อวี๋เหยียน” มือซ้ายของหลิงเซ่าเทียน และ ชายชรา คนที่หายไปจากแผ่นดินมานานกว่า 10 ปี ผู้เคยเป็น “เจ้ากรมอาลักษณ์” ที่อยู่ใต้คำสั่งของบิดาหลิงเซ่าเทียนเมื่อครั้งยังมีอำนาจ เขาคือหนึ่งในคนไม่กี่คน ที่รู้แผนปลอมเอกสารและใส่ร้ายตระกูลหลิงเมื่อ 13 ปีก่อน และเป็นคนเดียวที่…หนีรอดมาได้ “ข้าคิดว่าจะตายอย่างคนไม่มีชื่อ…แต่ในเมื่อผู้มีบุญคุณยังมีชีวิต ข้าจะขอเอาชีวิตที่เหลือ ทำให้ความ

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 20

    ภายในจวนตระกูลหลิงเอง สาวใช้คนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ถูกส่งตัวให้รับหน้าที่ในครัวท่าทางว่าง่าย พูดน้อย ไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย นางมักเงียบงันและหลบในเงามืดของเรือนแต่ในคืนหนึ่ง ขณะที่เรือนอาหารเตรียมมื้อเย็นสำหรับฮูหยินตั้งครรภ์ นางแอบใส่ “สิ่งบางอย่าง” ลงในหม้อต้มยาจีนอย่างแผ่วเบาก่อนรีบหายตัวไปจากมุมครัวอย่างไร้ร่องรอยทว่า… เงาร่างหนึ่งยืนอยู่เหนือหลังคาใกล้ศาลาเงียบดวงตาคู่นั้นจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว และใบหน้าที่หลบอยู่ภายใต้หน้ากากสีเงิน คือสายลับผู้หนึ่งที่หลิงเซ่าเทียนสั่งให้จับตามองทุกสิ่งในจวนของเขาเอาไว้เมื่อหลิงเซ่าเทียนกลับถึงจวนก่อนเวลา และทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องอาหาร เขากลับหยุดนิ่งทันทีก่อนจะเอ่ยกับซูหรูด้วยเสียงเรียบแต่แฝงความเย็น“นำยาทั้งหมดไปเททิ้ง และนำภาชนะไปให้ท่านหมอตรวจทันที”เนี่ยฮุ่ยเฟยมองเขาอย่างประหลาดใจ หลิงเซ่าเทียนเดินเข้าไปนั่งใกล้ ลูบมือนางเบา ๆ ก่อนเอ่ย“มีคนต้องการให้เจ้ากับลูก…ไม่ได้อยู่ต่อในโลกนี้”เนี่ยฮุ่ยเฟยหน้าซีดลงช้า ๆ นางไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เงียบงัน มือแน่นิ่งในมือเขาหลิงเซ่าเทียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมดุดันดุจพยัคฆ์ใต้เงาเมฆ“ข้าเคยยอมให้ค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status