Masukครบหนึ่งเดือนแล้วที่พิมพ์รตามาทำงานที่โรงแรมสี่ดาวในประเทศลาว งานที่นี่ไม่หนักมาก นักท่องเที่ยวที่เข้าพักส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักธุรกิจทั้งชาวไทย ชาวจีนรวมถึงชาวยุโรป การที่เธอพูดได้หลายภาษาจึงทำให้ได้รับคำชมจากพี่ปิ่นหัวหน้าแผนกอยู่บ่อยๆ
“เงินเดือนออกแล้วไปหาอะไรอร่อยๆ กินดีไหม” ต้นอ้อเพื่อนร่วมงานคนไทยชวนพิมพ์รตาหลังจากที่ทั้งสองเลิกงานกะเช้าพร้อมกัน
“อือ อยากกินอะไรแซ่บๆ มีร้านแนะนำไหม” เธอถามต้นอ้อซึ่งทำงานที่นี่มาหกเดือนแล้ว
“มีสิ เปลี่ยนชุดเปลี่ยนชุดแล้วไปกันเลยนะซ้อนรถอ้อไป ร้านอยู่ไม่ไกล”
ร้านอาหารที่ต้นอ้อพามาทานเป็นร้านส้มตำรสเด็ดที่คนขายเป็นคนจังหวัดอุดรธานีที่มีสามีเป็นคนประเทศลาว
“อร่อยมากเลยอ้อ รสชาติถูกปากมากเลย หายคิดถึงบ้านเลย” พิมพ์รตาเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างถูกใจ
“เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าพี่เขาทำอร่อย พวกผัดกะเพราก็ทำอร่อยนะ”
“สงสัยว่าต้องมาลองบ้างแล้วล่ะ”
“ถ้าจะมาก็บอกนะจะได้มาพร้อมกันหรือจะยืมรถอ้อมาก็ได้นะ”
“เพิร์ลว่าจะซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองสักคันอ้อว่าดีไหม”
“ก็ดีนะ ไปไหนจะได้สะดวก แต่ยังไม่ต้องรีบซื้อก็ได้นะ เพิ่งเริ่มงานที่นี่เอง ยืมรถอ้อไปก่อนก็ได้”
“ขอบใจนะแต่ยืมบ่อยๆ ก็เกรงใจ”
“จะเกรงใจทำไมล่ะ อ้อก็ไม่ได้เอารถไปไหนอยู่แล้ว ถ้าอยากซื้อจริงก็รอทำงานสักพักก่อนก็ได้ เผื่อทนคิดถึงบ้านไม่ไหวกลับก่อนนะ” ต้นอ้อเสนออย่างใจดี
“กลับไม่ได้หรอก ยังไงก็ต้องอดทน เพิร์ลตั้งใจมาทำงานที่นี่เพื่อเก็บเงินจริงๆ”
“แล้วเพิร์ลวางแผนว่าจะทำงานที่นี่นานไหม”
“ก็ว่าจะสัก 3- 4 ปี แล้วอ้อล่ะ”
“ก็คงทำไปเรื่อยๆ เพราะเงินดีกว่าที่ไทยเยอะเลย แล้วบ้านอ้อก็อยู่แค่หนองคายเองนั่งรถไม่ถึงสองชั่วโมงก็ถึงบ้านแล้วล่ะ”
“ดีจังนะ คิดถึงก็แค่นั่งรถไป”
“พูดแบบนี้เดาว่าคิดถึงแฟนใช่ไหมล่ะ”
“ก็คิดถึงแฟนแล้วก็คิดถึงยายด้วย”
“ชวนแฟนมาเที่ยวสิ”
“เขางานยุ่งน่ะ”
“อยู่ห่างแบบนี้ไม่กลัวว่าเขาจะแอบมีคนอื่นเหรอ อ้อโทษที่ถามแบบนี้นะ เพราะผู้ชายไว้ใจไม่ค่อยได้หรอก อ้อเคยโดนนอกใจมาแล้ว”
“ถามว่ากลัวไหมก็กลัวนะ ตั้งแต่เป็นแฟนก็ไม่เคยห่างกันเลย แต่เพื่ออนาคตก็เลยต้องมาทำงานไกลถึงที่นี่ เพิร์ลทำงานที่ไทยมาหนึ่งปีเงินเดือนแทบไม่เหลือเก็บเลย เพิร์ลกับแฟนคุยกันไว้ว่าจะช่วยกันเก็บเงินแล้วจะสร้างเรือนหอน่ะ” พิมพ์รตาเล่าไปก็ยิ้มไปเมื่อคิดถึงอนาคตที่จะได้ใช้ชีวิตกับคนรัก
“ดีจัง ช่วยกันทำงานเก็บเงิน มีเป้าหมายที่ชัดเจนแบบนี้ก็ดีนะ จะได้มีแรงทำงาน” ต้นอ้อยิ้มเมื่อเห็นถึงความตั้งใจของเพื่อนร่วมงาน
ทั้งสองคนนั่งทานอาหารกันจนอิ่มจากนั้นต้นอ้อก็พาเธอไปชมเมืองเวียงจันทน์ก่อนจะพากันกลับมายังหอพักที่อยู่ด้านหลังของโรงแรมที่พวกเธอทำงาน
เมื่อถึงห้องแล้วพิมพ์รตาก็รีบอาบน้ำเพราะใกล้ถึงเวลาที่เธอกับคนรักจะวิดีโอคุยกันแล้ว
โทรศัพท์ดังตรงเวลาเหมือนกับทุกวัน
“คิดถึงจังครับ” ธนกฤตยิ้มทักทาย
“เพิร์ลก็คิดถึงคุณค่ะ”
“วันนี้เพิร์ลเหนื่อยไหม งานยุ่งหรือเปล่า แล้วมีแขกหนุ่มมาสนใจแฟนผมบ้างไหม”
“ไม่มีหรอกค่ะ แขกที่นี่มากันเป็นครอบครัว แต่ถึงจะมีใครมาสนใจเพิร์ลก็ไม่ยุ่งกับใครหรอกค่ะ คุณล่ะ เหนื่อยไหมดูหน้าเหมือนคนไม่ค่อยได้พักเลย”
“ผมรับงานแทนเพื่อนด้วยก็เลยไม่ค่อยมีเวลาพักเท่าไหร่”
“เหนื่อยแย่เลย แล้วคุณกินข้าวหรือยังคะ”
“ยังเลย เดี๋ยวผมจะออกไปกินข้าวกับรุ่นพี่แล้วเพิร์ลล่ะกินอะไรหรือยัง”
“กินแล้วค่ะ วันนี้เพิร์ลออกไปกินส้มตำกับเพื่อนที่ทำงานมาค่ะ เพื่อนพาไปขี่รถรอบเมืองมาด้วยค่ะ วิวสวยมากเดี๋ยวจะส่งรูปให้ดูนะคะ อยากให้คุณมาเที่ยวที่นี่จังค่ะ”
“เอาไว้มีโอกาสผมต้องหาเพิร์ลอยู่แล้วครับ คืนนี้คงคุยนานไม่ได้เดี๋ยวผมต้องไปที่ร้านแล้วล่ะ”
“ถ้ากินเหล้าก็อย่าขับรถนะคะเพิร์ลเป็นห่วง”
“ผมคงกินแค่นิดหน่อยครับ ไปกับรุ่นพี่ก็คงดื่มตามมารยาทนั่นแหละ เพิร์ลพักเถอะ ถ้ากลับมาถึงห้องแล้วผมจะไลน์บอกนะครับ”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้คนรักจากนั้นก็ล้มตัวลงนอน
ตั้งแต่มาทำงานที่นี่นอกจากไปทำงานแล้วเธอก็ไม่ได้ไปที่ไหนนอกจากขี่รถรอบเมืองวันนี้
พิมพ์รตาคิดถึงคนรักมากแต่ก็พยายามอดทนให้ได้มากที่สุดเพราะเงินเดือนที่ได้รับมันก็คุ้มมาก
หญิงสาวยังไม่ทันได้นอนโทรศัพท์ก็ดึงขึ้นมาอีกครั้ง
“ว่าไงเจน คิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ”
“อือ พรุ่งนี้กินข้าวกันหน่อยไหม”
“แกพูดเหมือนฉันอยู่เมืองไทยเลยนะ ลืมไปหรือเปล่าว่าฉันมาทำงานที่ลาว” พิมพ์รตาหัวเราะกับความขี้ลืมของเพื่อน
“อ้าวเหรอ งั้นแสดงว่าฉันตาฝาดไป”
“แล้วแกเห็นฉันที่ไหนล่ะ”
“ก็แถวๆ คอนโดแฟนแกนั่นแหละ ฉันมองไกลๆ ก็เลยคิดว่าเป็นแก” เจนแอบถอนหายใจเพราะคนที่เธอเห็นนั้นเดินควงแขนไปกับธนกฤตแฟนของพิมพ์รตา แต่จะบอกเพื่อนก็กลัวจะเป็นการเข้าใจผิดแล้วเพื่อนจะมีปัญหากับแฟน
“แกคงตาฝาดไปจริงๆ นั่นแหละ”
“แล้วเป็นยังไงบ้าง งานโอเคดีไหม”
“ก็ดีนะ อาจมีเหงาบ้างแต่วันนี้เห็นเงินเดือนแล้วก็พอจะยิ้มออก แล้วแกล่ะเจนงานโอเคไหม”
“อือ ก็เรื่อยๆ กับแฟนยังโอเคกันอยู่ใช่ไหม”
“แกถามอะไรแปลกๆ ฉันกับต้าก็คุยกันดีอยู่เมื่อกี้เขาก็เพิ่งวางสายไปเองนะ”
“ไปอยู่ไกลคงคิดถึงแย่เลยใช่ไหมล่ะ”
“ก็คิดถึงสิ แต่ก็ได้คุยกันทุกวัน”
“ถ้าฉันเป็นแกคงทนคิดถึงไม่ไหวแน่ๆ”
“ช่วงอาทิตย์แรกที่มาก็เกือบจะแย่เหมือนกันนะ แต่ตอนนี้เริ่มปรับตัวได้แล้ว”
“ฉันดีใจกับแกนะเพิร์ลที่งานลงตัว ความรักก็ลงตัว รีบเก็บเงินแล้วกลับมาอยู่ไทยนะ”
“นั่นแหละเป้าหมายของฉัน”
“แล้วแกเก็บเงินรวมบัญชีเดียวกับแฟนหรือเปล่า”
“ไม่หรอก ต่างคนต่างเก็บ ยายบอกว่าใส่บัญชีตัวเองไว้เวลาจะเอามาใช้จะได้สะดวก”
“ดีแล้วล่ะ ต่างคนต่างเก็บเผื่ออยากได้อะไรก็จะได้ซื้อเลยไม่ต้องรอถามอีกคนให้อึดอัด แต่แกก็อย่าเอาแต่ทำงานนะหาเวลาพักบ้าง ไปอยู่ที่นู่นคนเดียวถ้าไม่สบายขึ้นมาใครจะดูแลล่ะ”
“ขอบใจจะเจน ฉันจะดูแลตัวเอง ถ้าหยุดยาวจะกลับไปเลี้ยงชาบูนะ”
“ที่นั่นมีขายไหม”
“มีทุกอย่าง แต่ไม่มีเพื่อนกินน่ะสิ”
“ไงล่ะ บอกแล้วว่าอย่าไปทำงานไกลเพื่อน” เจนหัวเราะ
ทั้งสองคนคุยกันอีกสักพักก่อนที่เจนจะวางสาย แล้วเธอก็ดูรูปในมือถือที่เพิ่งถ่ายมาอีกครั้ง มองยังไงผู้ชายคนนั้นก็คือธนกฤตแต่ผู้หญิงที่เขาโอบอยู่นั้นไม่ใช่เพื่อนเธอ
“คิดมากไปหรือเปล่ายัยเจน เขาอาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้” เธอพึมพำก่อนจะปิดไฟแล้วเข้านอน
รัฐชาลุกหายไปในห้องน้ำแล้วกลับออกมาเช็ดคราบเปื้อนบนหน้าท้องอย่างแผ่วเบา“พี่ต้น ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวเพิร์ลไปอาบน้ำ” เธอจับมือเขาไว้อย่างอายๆ การกระทำของเขามันอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างที่พิมพ์รตาไม่เคยได้รับ“จะรีบอาบไปไหน ยังมีเวลาอีกเยอะ” รัฐชาเช็ดทำความสะอาดอย่างทะนุถนอม หลังจากนั้นเขาก็จับขาของหญิงสาวกางออกกว้างอีกครั้ง“พี่ต้นจะทำอะไร”“เมื่อกี้เจ็บใช่ไหม” เขาไล้ปลายนิ้วเบาๆ“อะ....อื้อ....ก็เจ็บ” พิมพ์รตาตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่เพราะปลายนิ้วกับสายตาของเขามันทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาอีกครั้ง“ขอโทษที่ไม่เตรียมให้พร้อมก่อน”“มะ....ไม่เป็นไร....”“งั้นพี่ขอชดเชยให้นะ อยากให้เลียไหม”“พี่ต้น....อื้อ....”รัฐชาก้มหน้าลงไปใช้ลิ้นเลียเม็ดบัวอย่างเชี่ยวชาญ ลิ้นของเขาวนเป็นวงกลม ดูดและเลียอย่างไม่ยอมหยุด จนพิมพ์รตาแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างลืมตัว“ดีจัง พี่ต้น....”เธอกดศีรษะเขาไว้แน่น ความเสียวพุ่งขึ้นสูงพิมพ์รตาอยากรู้มาตลอดว่าเวลาถูกผู้ชายลงลิ้นให้จะเป็นยังไง เธอเคยขอร้องให้คนรักเก่าทำให้แต่มากสุดเขาก็ใช่แค่มือเท่านั้น แต่รัฐชากลับทำให้โดยไม่ต้องร้องขอหญิงสาวตัวสั่นสะท้าน ความเสียวมารวมตัวที
เพราะรู้สึกดีๆ กับรัฐชาอยู่แล้ว เมื่อเขาเอ่ยชวนพิมพ์รตาจึงทำตามหัวใจตัวเอง“เพิร์ลไปห้องพี่ต้นได้ไหมล่ะ เพิร์ลไม่อยากให้ใครรู้” ในเมื่อความต้องการมันตรงกัน เธอก็ไม่อยากปฏิเสธเสียงเรียกร้องลึกๆ ในร่างกายอีกต่อไปรัฐชาพยักหน้า ดวงตาที่มีประกายของความเร่าร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผสมกับแอลกอฮอล์ยังลอยคลุ้งรอบตัวเธอ ทำให้เขารู้สึกกระหายมากขึ้นไปอีก“ตามพี่มา” เขากระซิบข้างหูจนเธอขนลุก“ค่ะ”“เพิร์ลแน่ใจแล้วเหรอ เมามากจนไม่มีสติหรือเปล่า” เขาถามเสียงต่ำเมื่อพิมพ์รตาเข้ามานั่งในรถหญิงสาวเม้มริมฝีปาก เธอรู้ว่าเขากำลังเปิดโอกาสให้เธอเปลี่ยนใจ และนั่นทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม หากเขาฉวยโอกาสจากความเงียบหรือความเหงา เธออาจกลัวเขา แต่เขากลับหยุดและถามซ้ำอย่างจริงจัง“เพิร์ลยังรู้ตัวดีค่ะ แต่ถ้าพี่ต้นไม่สบายใจเราก็แยกกันตรงนี้”“พี่ไม่ได้ไม่สบายใจ พี่แค่ไม่อยากให้เพิร์ลตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจเพราะแค่เหงา” รัฐชายกมือขึ้นลูบเส้นผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบา“เราสองคนก็เหงาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” พิมพ์รตาหัวเราะเบาๆ ทั้งที่แววตายังสั่นไหวประโยคนั้นทำให้รัฐชานิ่งไป เขาเองก็ไม่มี
รัฐชามาทำงานตามปกติเขาได้รับสายจากน้องสาวให้มาทานข้าวเย็นด้วยกันแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอแทนคุณที่โทรให้มารดาบินมาจากอเมริกาเพื่อมาสู่ขอชาริณจากเขาชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่เพราะคิดถึงคำพูดของพิมพ์รตาเขาจึงยอมเปิดให้น้องสาวหมั้นกับแทนคุณไว้ก่อนส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นทีหลังหลังจากงานหมั้นที่เรียบง่ายผ่านไปแล้วรัฐชาก็ลงไปนั่งดื่มที่ผับของโรงแรมโดยมีแทนคุณตามมาคุยแบบเปิดใจก่อนที่เขาจะขอตัวกลับรัฐชานั่งดื่มต่อ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่แทนคุณมาดูแลน้องสาวของเขาแทนคุณเป็นคนดีและเขาก็เคารพมาตลอด บางที่เขาควรจะโล่งใจที่ชาริณมีคนดีๆ อย่างแทนคุณมาดูแล“เฮ้อ....” เขาถอนหายใจก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก“เพิร์ลคิดว่าพี่ต้นจะต่อยกับคุณแทนแล้วนะคะ” พิมพ์รตาเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมือ“อ้าว....เพิร์ลมาดื่มเหมือนกันเหรอ” “ค่ะพี่ต้น อยู่ห้องคนเดียวมันเบื่อๆ ค่ะ” หญิงสาวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ อันที่จริงเมื่อครู่เธอหลับไปแล้วแต่ชาริณโทรมาขอร้องให้ช่วยตามมาดูที่ผับเพราะกลัวว่าแทนคุณกับพี่ชายของเธอจะมีเรื่องกัน“เพิร์ลมาทำงานที่นี่นานหรือยัง” ที่ผ่านมารัฐชาไม่เคยสนใจจะถามเร
พิมพ์รตาพารัฐชามานั่งดื่มในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย“พี่ต้นดูเครียดจังเลยนะคะ เรื่องน้องสาวเหรอคะ” หญิงสาวเสียงหวานพลางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้“ใช่ครับ พี่แค่อยากให้น้องเจอคนที่ดี” รัฐชาตอบแววตาของเขาเศร้าลงเมื่อนึกถึงแทนคุณ“แล้วแฟนของใบชาเป็นคนไม่ดีเหรอคะ”“พี่แทนเป็นคนดีครับ ดีมากด้วย พี่เคยอยากให้ทั้งสองคนเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ” รัฐชาถอนหายใจก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่มเพื่อปิดบังความผิดหวัง“แล้วทำไมพี่ต้นถึงห้ามใบชาล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจเพราะเหตุผลมันดูขัดแย้งกันไปหมด“พี่ไม่ได้ห้ามนะครับ แค่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหักหลังจากคนที่พี่รักทั้งสองคน พี่ไว้ใจพี่แทนมาก ฝากน้องสาวให้เขาดูแลแต่กลายเป็นว่าทั้งสองแอบคบกัน มันอธิบายความรู้สึกไม่ถูก มันเหมือนคนโง่ที่โดนปิดหูปิดตาอยู่คนเดียว”“เพิร์ลเข้าใจพี่ต้นนะคะ ถ้าเป็นเพิร์ลก็คงโกรธทั้งสองคนเหมือนกันค่ะ”“งั้นที่พี่ทำก็ถูกต้องแล้วใช่ไหมล่ะที่ห้ามสองคนเจอกันจนกว่าจะมั่นใจว่ารักกันจริงไม่ใช่เพราะความเหงาหรือความใกล้ชิดเหมือนที่ผ่านมา”“ค่ะ พี่ต้นทำถูกแล้วในมุมของพี่ต้น” พิมพ์รตารู้สึกเห็นใจเขาที่โดนคนที่เขารักแอบทำอะไรลับหลัง“แล้วในมุมมองของเพิร์ลล่
พิมพ์รตาพาชาริณมายังร้านอาหารที่เธอเพิ่งจะแนะนำแทนคุณไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เมื่อมาถึงร้านเธอก็มองไปรอบๆ จนสะดุดตากับชายหนุ่มรูปร่างสูงที่มุมหนึ่งของร้านอาหาร“นั่นไงใบชาคนที่พี่พูดถึง”พูดจบชาริณก็เดินเข้าไปกอดกับชายคนนั้น ทำให้พิมพ์รตารู้ทันทีว่าเขาคือคนรักของชาริณตามที่เคยเล่าให้ฟังขณะที่ทั้งสองยืดกอดกันอยู่ในร้านพิมพ์รตาก็มองยืนมองบริเวณหน้าร้านเพราะกลัวว่ารัฐชาจะมาเห็น“พี่เพิร์ลคะ นี่พี่แทนค่ะ คนที่ชาเล่าให้ฟัง” หญิงสาวแนะนำคนรักให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ก่อนที่ทั้งสามคนจะนั่งลง“ยินดีที่รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะคุณแทน”“พี่เคยเจอกันแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ คุณเพิร์ลเป็นคนแนะนำให้พี่มาทานข้าวที่นี่ทำให้พี่ได้เจอใบชา”“พี่เพิร์ลอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ต้นนะคะ” ชาริณร้องขอเสียงสั่น“แต่พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยปิดเรื่องนี้ได้นานแค่ไหน”“คุณเพิร์ลครับ ผมรู้ว่าคุณลำบากใจนะ แต่ผมอยากขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกนายต้นให้รู้ว่าผมมาที่นี่จนกว่าแม่ผมจะมาถึงได้ไหมครับ” แทนคุณขอร้องเพราะอยากเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“แล้วเพิร์ลต้องเก็บเรื่องนี้นานแค่ไหนคะ”“แค่สองวันครับ แม่ผมกำลังบินมาที่นี่ ตอนนี้คุณช่วยกันนายต้
ความเสียใจจากเรื่องคนรักยังไม่ทันจางหาย สายวันต่อมาพิมพ์รตาก็ได้รับสายจากป้าดวงใจว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้กำลังนำร่างท่านไปที่วัด จากความหวังว่าคุณยายจะอาการดีขึ้นกลับกลายเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวรีบออกจากห้องพักของเจนแล้วไปซื้อชุดสีดำก่อนจะตรงไปที่วัด พอทราบกำหนดการต่างๆ แล้วพิมพ์รตาก็โทรไปลางานต่อ เธออยู่ส่งคุณยายจนทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับไปทำงาน“เป็นอะไรหรือเปล่าเพิร์ล ยังคิดเรื่องคุณยายเหรอ” มะเหมี่ยวเพื่อนชาวลาวถามเมื่อเห็นว่าตั้งแต่กลับมาจากไทยพิมพ์รตาก็ดูเงียบไป จากคนที่เคยยิ้มแย้มกลับมีแววตาเหม่อลอย“แค่เหนื่อยนะ ไม่มีอะไรหรอก”“ก็ใครใช้ให้ทำงานเยอะขนาดนี้ล่ะ”“เพิร์ลลาไปหลายวันก็ต้องกลับมาทำงานชดเชยเวลาที่เพื่อนๆ เข้ากะแทน” เธออธิบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนรู้แค่ว่าคุณยายเธอเสียชีวิตแต่เรื่องที่เลิกกับแฟนหญิงสาวก็ไม่ได้บอกใคร“มันเรื่องสุดวิสัยนี่ แล้วคืนนี้เข้ากะกับใครเหรอ”“น่าจะเป็นพี่ตั้มนะ”“ค่อยยังชั่ว ถ้าเป็นเด็กใหม่คงเหนื่อยมาก”“พี่ปิ่นคงไม่ให้เด็กใหม่อย่างเพิร์ลเข้ากะกับเด็กใหม่หรอกนะ”“เพิร์ลก็ใหม่แค่สถานที่ แต่มีประสบการณ์มาแล้ว”“แต่มันก็ไม่เหมือนก







