Share

บาดเจ็บหนัก [2]

Author: Tuk Kung
last update publish date: 2026-10-08 13:30:22

บทที่ 8

ภาพตรงหน้าทำเอาหญิงสาวต้องรีบถลกกระโปรงวิ่งก่อนใคร ในความทรงจำไม่มีเหตุการณ์นี้เสียหน่อย ซ่งอวิ๋นเซียวจะตายเพราะทำงานหนักเกินไปในอีกห้าปีข้างหน้ามิใช่หรือ เช่นนั้นตอนนี้เขายังสบายดี อยู่ติดบ้านอ่านหนังสือเตรียมสอบ แล้วไยถูกหามมาเช่นนี้เล่า

“ท่านแม่รอด้วยเจ้าค่ะ”

ม่านถงเป็นคนแรกที่วิ่งตามมารดาไปติด ๆ ตามด้วยซือฮั่น เพราะกลัวว่าน้องน้อยวิ่งตามไม่ทัน เด็กหนุ่มจึงรีบอุ้มเอาน้องชายแล้ววิ่งตามไป ทันทีที่คนทั้งสี่มาถึงหน้าบ้าน ก็พบว่าบิดานอนไม่ได้สติอยู่บนเปลไม้ มิหนำซ้ำตามตัวยังเต็มไปด้วยบาดแผลเสียจนน่ากลัว

“เขาเป็นอะไร เหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้” เหมยกุ้ยใบหน้าซีดเผือดสั่นเทิ้มไปทั้งตัว นางรีบยื่นมือไปอังไว้ที่จมูกสามี เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังหายใจอยู่จึงพลอยโล่งใจไม่น้อย สภาพของเขาดูไม่ได้เอาเสียเลย เรียกว่าอาการสาหัสด้วยซ้ำ

“ถูกหมูป่าไล่ชนตอนช่วยพวกเราน่ะ เจ้าไม่ต้องห่วงนะ ค่ารักษาพวกข้าจะรับผิดชอบเอง” หนึ่งในกลุ่มสหายที่ไปด้วยกันอธิบาย ถ้าไม่เพราะพวกตนขี้ขลาด อวิ๋นเซียวก็ไม่ต้องมาเจ็บหนักเช่นนี้

“แล้วจะพาเขาไปไหน เหตุใดมาถึงไม่พาเข้าบ้านเล่า”

“พวกเราเรียกเจ้าแล้วก็ไม่มีใครตอบ จะทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวก็ไม่ได้ ก็เลยจะพาไปไว้กับผู้เฒ่าฝูก่อน คิดว่าค่อยมาบอกเจ้าอีกที” ตู้เย่ตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก ความจริงแล้วไม่ได้คิดที่จะกลับมาแจ้งเหมยกุ้ยด้วยซ้ำ

“ไม่ต้องเจ้าค่ะ หามกันไปหามกันมาไม่ดีกับคนเจ็บ พาท่านพี่เข้าไปนอนในบ้านเถอะ เร็วเข้า”

ซ่งอวิ๋นเซียวยามนี้เจ้าตัวถึงกับหูแดงระเรื่อ ลืมความเจ็บไปเสียสนิท คำว่าท่านพี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินจากปากของภรรยา นางพูดจากใจจริงหรือ มิใช่ว่าคราวนี้มีแผนอะไรซ่อนอยู่ใช่ไหม หรือที่ทำไปก็เพื่อให้สหายเขาตายใจ แล้วเรียกเงินทำขวัญจากพวกเขาแทน

เมื่อได้รับอนุญาต เหล่าสหายจึงช่วยกันหามคนเจ็บเข้าบ้าน แต่ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าด้านในเป็นระเบียบเรียบร้อยเสียจนรู้สึกแปลกใจ ข้าวของเครื่องใช้มากขึ้น หากจะพูดให้ถูกคือดูเป็นบ้านพักอาศัย หลานสาว หลานชายก็ดูดีมีความสุข ซึ่งต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนไม่ชินก็คือ การที่เหมยกุ้ยรีบจัดแจงเตรียมที่หลับนอนให้อย่างกระตือรือร้น มีผ้าห่มหอมฟุ้งด้วยกลิ่นแดดอ่อน ๆ ดูผ่อนคลายยิ่ง นางก็ดูเป็นแม่บ้านธรรมดา ไม่เห็นเหมือนที่ได้ยินมาเลย ผู้มาใหม่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกผิดไม่น้อย ที่พวกเขาอคติกับเหมยกุ้ยเกินไป 

“ซือฮั่นไปเชิญท่านหมอเร็วเข้า”

“ไม่ต้องไป ข้าให้สหายอีกคนไปเชิญท่านหมอมาแล้ว อีกสักครู่ก็คงมาถึง”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ พวกท่านมาเหนื่อย ๆ นั่งพักดื่มน้ำก่อนค่อยกลับนะเจ้าคะ ม่านถงไปยกน้ำชามาให้พวกท่านลุงเร็วเข้า”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

ตู้เย่และพวกพยักหน้าตกลงยอมอยู่ต่อ เหตุผลหลักก็คือเป็นห่วงสหายที่กำลังเจ็บหนัก อยากรออยู่ที่นี่จนกว่าจะแน่ใจว่าอวิ๋นเซียวปลอดภัยแล้ว

เหมยกุ้ยไม่ได้คิดจะรอท่านหมอ นางแอบซื้อยาจากระบบ เป็นยาลดไข้และยาแก้อักเสบ ฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอจึงยัดเข้าปากซ่งอวิ๋นเซียว อย่างไรยาสมัยใหม่ก็ย่อมเห็นผลไวกว่า

ยามนี้ซ่งอวิ๋นเซียวรับรู้ทุกอย่าง แต่ไม่กล้าลืมตานอนตัวเกร็ง ภรรยายัดอะไรเข้าปาก เขาก็แค่มีหน้าที่กลืนลงท้อง ทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นยาพิษก็ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด

ทว่าใบหน้าของสามสหายตอนนี้ถึงกับอ้าปากค้าง ต่างคนก็ต่างสะกิดกันดูภาพตรงหน้า นี่ใช่เหมยกุ้ยจริงหรือไม่ พวกเขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่ นางทั้งดูแลและเอาใจใส่ดีมาก ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำ

กระทั่งตู้เย่ได้รับสัญญาณจากสหายข้างกัน เขาจึงเอ่ยปากเรื่องที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า ที่จะพาคนเจ็บมาส่งถึงบ้าน

“เหมยกุ้ย คือว่าพวกเราล่าหมูป่ามาได้สองตัว ตกลงกันว่าจะยกให้บ้านเจ้าหนึ่งตัว ส่วนที่เหลือพวกเราสี่คนจะเอาไปแบ่งกันเอง เจ้าจะว่าอย่างไร”

“หนึ่งตัวหรือเจ้าคะ”

“หากเจ้าคิดว่ามันน้อยไป ไม่คุ้มกับที่อวิ๋นเซียวเสี่ยงชีวิต เช่นนั้นพวกเราเอาแค่ครึ่งตัวก็ได้ ที่เหลือให้เจ้าหมดเลย” หนึ่งในสหายที่มาด้วยกันเสนอเพิ่มให้อีกครึ่งตัว ที่จริงหมูสองตัวนี้ก็เป็นสหายล่ามาได้คนเดียว พวกเขาแค่ช่วยทำงานเบา ๆ เท่านั้น

 “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ พวกท่านไปด้วยกันห้าคน ต่างก็ออกแรงเท่า ๆ กัน ให้บ้านข้าทั้งตัวเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าว่ามันไม่ยุติธรรม”

“ถึงจะออกแรงเหมือนกันก็จริง แต่ที่พวกเรามีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะอวิ๋นเซียวช่วยไว้ ลำพังพวกข้าแม้แต่หมูก็คงไม่ได้สักตัว” ตู้เย่ลดใบหน้าลงเล็กน้อย ครั้งนี้หากอวิ๋นเซียวไม่ทุ่มสุดตัว ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย

“เช่นนั้นก็สุดแล้วแต่พวกท่านจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”

“ดี ตกลงกันตามนี้ รอท่านหมอตรวจอาการอวิ๋นเซียวก่อน แล้วพวกเราจะไปเอาหมูมาให้นะ”

“เจ้าค่ะ”

หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ สหายอีกคนก็พาท่านหมอชราประจำหมู่บ้านมาถึง หมอเฒ่าวางกระเป๋าเครื่องมือลง ก่อนจะเริ่มทำการตรวจ ทุกคนต่างรอคอยคำวินิจฉัยอย่างใจจดใจจ่อ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่อวิ๋นเซียวไม่ตื่นขึ้นมาเลย กลัวว่าจะอาการหนักถึงแก่ชีวิต

“สามีข้าเขาเป็นเช่นไรเจ้าคะท่านหมอ”

“อืม ช้ำในค่อนข้างมาก บาดแผลภายนอกก็ลึกน่าดู ยังดีที่กระดูกขาไม่หักแค่เคลื่อน ข้าดัดกลับมาให้แล้ว แต่หลังจากนี้คงต้องให้อยู่นิ่ง ๆ ไปสักเดือน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status