Share

บทที่ 1.2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-24 10:22:39

ฟู่โหรวเป็นคุณหนูใหญ่ ทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของนายท่านฟู่ เป็นน้องสาวต่างบิดากับฮ่องเต้พระองค์ปัจจุบัน ฟังว่าหลังจากที่เยียนกุ้ยเฟยถูกปลด อดีตฮ่องเต้กลับพระราชทานสมรสให้เยียนกุ้ยเฟยกับคนตระกูลฟู่ คหบดีที่มีความดีความชอบในช่วงเวลานั้น

ตระกูลฟู่มีนางเป็นทายาทหลงเหลือเพียงคนเดียว หลังจากที่บิดาสิ้นใจ มารดาตรอมใจจากนั้นสิ้นใจตามไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ฟู่โหรวก้าวขึ้นมาเป็นประมุขของตระกูล ดูแลท่าเรือฟู่กุ้ยที่มั่งคั่งและกว้างขวางในวงการค้า

วงการค้ามีทั้งมิตรและศัตรู... พิษที่นางได้รับไม่มีใครล่วงรู้ว่าเป็นพิษชนิดใด ไม่รู้ว่าโดนจากไหน จากในหรือนอกจวน ด้วยความเป็นไปได้นั้นไม่มีใครกล้าคาดเดา อวี้กูกูมีท่าทีอึดอัด

“ท่านยังเล่าไม่หมด” นางมองออก

อวี้กูกูถอนหายใจ “มีเรื่องหนึ่งข้าเองก็โล่งอกที่ท่านลืมเลือนเรื่องราวก่อนหน้า”

“เพราะเหตุใด”

“เพราะ...นายหญิง ท่านรักประมุขเซี่ยเหลือเกิน มีใจให้เขามานานทั้งที่รู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจ”

ฟู่โหรวอึ้งงัน...

“วันนั้น...ก่อนที่ท่านจะถูกพิษเพียงไม่กี่ชั่วยาม  ท่านไปเยือนประมุขเซี่ยที่จวน ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะคาดเดาว่าเป็นฝีมือเขา แต่เขาน่าสงสัยที่สุด มีความเป็นไปได้ที่สุดที่จะลงมือกับท่าน”

“ทำไม”

“เพราะ...เพราะว่าท่านเคยให้ข้าวางยาคุณหนูอินอินจนนาง...แท้งบุตร”

!!! ฟู่โหรวไม่อาจคาดเดาว่าเรื่องของนางที่อีกฝ่ายบอกเล่า จะทำให้นางอึ้งงันไปมากกว่านี้อีกหรือไม่ เสียงซุบซิบในจวน ความเกลียดชังของบ่าวไพร่ สายตาหวาดหวั่นของสาวใช้ รวมไปถึงความรู้สึกที่ทำให้นางรู้ว่าแท้ที่จริงไม่มีใครเลยสักคนที่นางสามารถไว้ใจได้

แท้ที่จริงแล้วเมื่อก่อนนางร้ายกาจเพียงใดกันแน่ เหตุใดจึงมีคนคิดอยากให้นางตาย!!!

“นายหญิงเจ้าคะยังมีเรื่องหนึ่ง”

“พูดต่อไปสิ”

“คุณหนูอินอิน... นอกจากเป็นคนรักของประมุขเซี่ยแล้ว นางยังเป็น...เป็น...บุตรสาวนอกสมรสของนายท่านฟู่ เป็นน้องสาวของท่าน”

“อะไรนะ!!!” ฟู่โหรวยกมือขึ้นนวดขมับ

“เรื่องนี้มีไม่กี่คนที่ล่วงรู้ ประมุขเซี่ยคือหนึ่งในนั้นเจ้าค่ะ เขาบังเอิญช่วยชีวิตคุณหนูอินอินเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นจึงรับนางเข้าจวนในฐานะผู้ดูแลเรือนหลัง เซี่ยฮูหยินรักและเอ็นดูนางมาก คาดหวังว่าหากไม่อาจหาคู่ครองที่เหมาะสม ก็จะหาฤกษ์รับนางเข้าจวนในฐานะฮูหยินน้อย ติดตรงที่ว่า...”

“ข้า?”

อวี้กูกูพยักหน้า “ปีแล้วปีเล่าที่ท่านขัดขวางโดยการหว่านล้อมฝ่าบาท ทำให้จนถึงตอนนี้ประมุขเซี่ยอายุล่วงเลยเข้ายี่สิบสองก็ยังไม่อาจแต่งฮูหยินเข้าจวน”

“เกี่ยวอะไรกับข้า เขาไม่กล้าแต่งงานเองกลับโยนความผิดมาให้ข้า? เขายังเป็นบุรุษหรือเปล่า!!”

“นายหญิง...การแต่งงานของคหบดีหกตระกูลใหญ่ หากมิใช่ฝ่าบาททรงเห็นด้วย เช่นนั้นก็ไม่นับว่าสตรีนางนั้นเป็นนายหญิงของจวนเจ้าค่ะ”

ฟู่โหรวอ้าปากค้าง พอมาคิดๆ ดูนางเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ หลงรักบุรุษที่ไม่มีใจไม่พอ ยังมารู้ว่าน้องสาวต่างมารดาเป็นคนรักของบุรุษผู้นั้น นางขัดขวางก็เข้าใจได้

แต่...นางให้สับสนนัก ประมุขเซี่ยอะไรนั่นเป็นบุรุษประเภทใดกัน มีคนรักแต่ไม่ออกหน้า ไม่พยายามเพื่อคนรัก กลับปล่อยเรื่องล่วงเลยมาจนถึงป่านนี้

“ท่านบอกว่าข้าไปหาประมุขเซี่ยอะไรนั่นที่จวน? เขาไม่รักข้าแต่ข้ากลับไปหาเขาที่จวน? เขายังออกมาพบข้า ดื่มสุรากับข้า? บุรุษประเภทใดที่ไม่รักแต่กลับไม่ปฏิเสธให้ชัดเจน ประมุขเซี่ยอะไรนี่ไม่ใช่น่ารังเกียจกว่าข้าอีกหรือ?!”

“นายหญิงระวังด้วยเจ้าค่ะ ประมุขหกตระกูลล้วนได้รับการให้เกียรติจากคนในแคว้น ภาษีจากหกตระกูลสามารถทำให้แคว้นผ่านสงครามมาได้ แม้ฝ่าบาทควบคุมหกตระกูลได้ ทว่าไม่เป็นการฉลาดนักหากทำให้ผู้คนรู้ว่าท่านกล่าวถึงตระกูลใดตระกูลหนึ่งโดยไม่ให้เกียรติ ประมุขเซี่ย เซี่ยอวิ๋น ดูแลร้านเครื่องกระเบื้องตระกูลเซี่ย ในแต่ละปีกรมคลังได้รับเงินภาษีอุดหนุนไม่น้อยเลย”

นางถอนหายใจ... “เอาเถิดข้าจะระวัง” เห็นสีหน้าของอวี้กูกูนางหรี่ตา “ยังมีเรื่องใดที่ข้าต้องรู้อีก”

“ผ่านมาหกวันแล้วเจ้าค่ะ ตระกูลเซี่ยถูกปิดมาหกวันแล้ว หากท่านยังไม่เข้าวังหลวงเข้าเฝ้าฝ่าบาท เกรงว่าเมืองหลวงคงวุ่นวายไม่น้อย”

“หมายความว่าอย่างไร”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.5 จบ

    “เพิ่งสิบเอ็ดย่างสิบสอง ฝ่าบาททรงอยากพบจึงพามาเข้าเฝ้า” นางยิ้มก้มลงมองสือเจี้ยน “คารวะประมุขเซี่ยเสียสิ”“คารวะประมุขเซี่ย”เซี่ยอวิ๋นพยักหน้าให้สือเจี้ยน “ฟู่โหรว ข้า...”“ประมุขเซี่ยมีเรื่องอะไรหรือ” เขาลังเลสายตามองสือเจี้ยนที่เงยหน้าขึ้นจ้องเขม็ง อันที่จริงนางรู้ว่าเขามีเรื่องอยากสนทนากับนาง เพียงแต่นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจระหว่างนางกับเซี่ยอวิ๋นมันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ต้องสนทนา ไม่มีเรื่องใดให้นางเสียดาย ตอนนี้เขาเองก็ได้รับสมรสพระราชทาน อีกทั้งยังมีแผนจะรับหยวนอินอินเข้าประตูข้าง เนื่องจากชาวบ้านลือกันไปต่างๆ นานา ชื่อเสียงของหยวนอินอินเสียหายไปแล้ว ด้วยตลอดมาทั้งหยวนอินอินและคนตระกูลเซี่ยก็แสดงออกชัดว่านางเป็นคนของเซี่ยอวิ๋นแล้ว หากเซี่ยอวิ๋นไม่รับนางเข้าจวนสิจึงจะถูกมองว่าไม่รักษาคำพูดสิ่งที่หยวนอินอินทำเซี่ยอวิ๋นล่วงรู้แล้ว เขาจะพูดหรือไม่พูด คนอื่นจะรู้หรือไม่รู้ ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องของนางอีกแล้ว นับจากนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยวนอินอินกับเซี่ยอวิ๋น นางล้วนไม่อยากข้องเกี่ยว ระหว่างนางกับเขาหลงเหลือเพียงคู่ค้าที่ดีเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นสิ่งหนึ่งที่นางสังหรณ์ใจ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.4

    “ได้ เชื่อฟังท่าน”สือจิ้งวางถ้วยยาจากนั้นสอดสองแขนกอดนาง ฟู่โหรววางคางลงไปบนอกของเขา “เมื่อก่อนตอนเป็นไข้ข้ากลัวมาก ไม่อยากดื่มยา ไม่ชอบความขมของยา ไม่อยากอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่กล้าให้ใครมาเฝ้าตอนไม่ได้สติ”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวยิ้ม “แต่ว่าข้าชอบให้ท่านอยู่เป็นเพื่อนตอนที่ข้าไม่สบาย”เขาหัวเราะ “ตอนปกติไม่ชอบให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน?”“ย่อมต้องชอบ ข้าชอบท่านถึงเพียงนี้”เขาชะงัก...นานมาก รอยยิ้มหล่อเหลาเผยให้เห็น ฟู่โหรวเหม่อมองรอยยิ้มของเขา สองมือค่อยๆ ขยับยุกยิกจากนั้นสอดขึ้นมาประคองใบหน้าของสือจิ้ง นางยื่นหน้าเข้าไปจากนั้นจุมพิตเขาเขาไม่ได้หลบเลี่ยง ตรงกันข้ามกลับดันแผ่นหลังของนางเอาไว้ จุมพิตตอบนางอย่างอ่อนโยน กระทั่งฟู่โหรวเป็นฝ่ายดันตัวถอยหลัง “สือจิ้ง”“หืม”“พวกเรา...มาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีหรือไม่”เขาเลิกคิ้ว “ยังคิดจะไปจากที่นี่? เจ้าแต่งงานกับข้าแล้ว เป็นฮูหยินของข้า ไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้อง แถมตอนนี้บรรดาบุตรของข้าก็เรียกเจ้าว่าท่านแม่แล้ว”นางอมยิ้ม “แต่ข้าอยากบอกกับท่านให้ชัดเจน ข้าอยากอยู่กับท่าน อยากเป็นสือฮูหยินที่ได้อยู่เคียงข้างท่าน”เขาหัวเราะ “ได้สิ น

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.3

    “สาม...ไม่พยายามทำความเข้าในในสถานการณ์ ซื่อจื่อเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบจวนนี้ต่อไป เพราะอะไรข้าเปลี่ยนคนดูแลเจ้าทั้งหมด ตอนนี้เจ้าลองคิดดูแล้วเข้าใจหรือยัง”“ข้า...เข้าใจแล้วขอรับ”“เข้าใจว่าอย่างไร”“บ่าวไพร่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ แม้อ้างได้ว่าข้าไล่ไปแต่ก็ไม่ควรไปไกลจนเกินไป”“ถูกต้อง คนเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้า ข้า บ่าวไพร่ ทุกๆ คนในจวน หากทุกๆ คนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง หากทุกๆ คนบกพร่องโดยใช้ข้ออ้างที่จะไม่ทำหน้าที่นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าคำสั่งของเจ้าอาจทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย เข้าข้างตัวเองกล่าวว่านายสั่งแล้วว่าห้ามดูแล เช่นนั้นจวนนี้จะวุ่นวายเพียงใด เช่นกันกับเจ้าอาเจี้ยน เจ้าเป็นซื่อจื่อ เป็นทายาทของจวนตระกูลสือ หากเพราะความคึกคะนองรักสนุกชั่วครู่ ทำให้ลืมฐานะความสำคัญของตัวเอง เช่นนั้นเจ้าจะหวังให้ผู้ใดมาให้ความสำคัญกับตัวเจ้าเล่า”สือเจี้ยนโน้มตัวลงประสานมือโขกศีรษะให้นาง “ลูก...ผิดไปแล้ว น้อมรับการอบรมสั่งสอนจากท่านแม่”สือเจาทำตามในทันที ฟู่โหรววางไม้ลงลุกขึ้นยืนจากนั้นประคองทั้งสองคนให้ลุกขึ้น “พวกเจ้าโชคดีที่มีกันและกัน มีพี่น้องที่ดีต่อกันตั้งห้าคน

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.2

    ฟู่โหรวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ นางจามออกมาเสียงดัง มือดันสือจิ่นออก “อาจิ่นเจ้ากลับเรือนไปก่อน ข้าเป็นหวัดเดี๋ยวพลอยติดหวัดไปด้วย”“ท่านแม่ ท่านเป็นไข้แต่ลงน้ำไปช่วยพี่ใหญ่กับพี่รอง หากท่านพ่อรู้เข้า...”ยังต้องให้สือจิ่นเตือนอีกหรือ นางให้คนพาเด็กน้อยกลับเรือน ส่วนนางรีบกลับไปเปลี่ยนชุด ตอนออกมาถึงที่โถงหน้ารู้สึกปวดศีรษะยิ่งกว่าเมื่อเช้า ตระหนักแล้วว่ายังไงไข้ต้องขึ้นแน่นอนสือเจี้ยนเดินนำเข้ามา สือเจาเองก็เดินเข้ามาด้วย เด็กทั้งสองยังมีท่าทางมึนตึง นางถือไม้เรียวเคาะกับฝ่ามือ “รู้ความผิดแล้วหรือยัง”“ท่านไล่คนของข้าออกไปอีกแล้ว” สือเจี้ยนหน้าบึ้ง “ข้าเป็นคนไล่พวกเขาออกไปจากสวนเอง ตอนนั้นอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ”สือเจาแค่นเสียง“เจ้าแค่นเสียงทำไม?!”“ข้าจะทำท่านจะทำไม”“หยุด!” นางตวาด “พวกเจ้ายื่นมือออกมา!”เด็กทั้งสองเบิกตา สือเจี้ยนมองไม้ในมือนาง “ท่านกล้าตีข้า? ข้าเป็นซื่อจื่อตระกูลสือ ท่านพ่อยังไม่เคยตีข้าเลย!”“ยื่นมือออกมา” นางกล่าวเสียงเย็น “ทั้งคู่!”“ข้าจะฟ้องท่านพ่อ”“เอาสิ” นางกล่าว “แต่ตอนนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่” เมื่อทั้งสองยื่นมือออกมานางจึงฟาดไม้ลงไปกลางฝ่ามือ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.1

    สือจิ้งยิ้ม เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายฟู่โหรวจึงได้แต่มองเขาเดินออกไป ไม่ได้พูดอะไรสักประโยค หลังเขาเดินออกไปจากห้องนางยกสองมือแนบแก้ม“น่าขายหน้าที่สุด ไม่ใช่หน้าแดงให้เขาเห็นหรอกนะ!” นางลงมือก่อนแท้ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้เป็นฝ่ายขัดเขินเองเสียเล่า!ช่วงบ่ายสือจิ้งให้คนมาบอกที่จวนว่าเขาอาจกลับช้า ด้วยเกรงว่าฟู่โหรวจะรอกินมื้อเที่ยงและไม่ยอมดื่มยา เพราะนางอาการดีขึ้นมากจึงออกมาเดินเล่นที่สวนโดยมีเสื้อคลุมหนานุ่มคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ตอนที่เพิ่งเดินเข้าไปถึงทางเข้าสวนชั้นใน เสียงตะโกนก็ดังขึ้น“พี่ใหญ่... พี่รอง พวกท่านอย่าลงไป ช่วยด้วยพี่ใหญ่พี่รองตกน้ำ!!”นั่นเป็นเสียงของสือจิ่น ฟู่โหรวตกใจรีบสาวเท้าออกวิ่ง ตอนเข้าไปเห็นก็พบว่าทั้งสือเจี้ยนและสือเจาพยายามกระเสือกกระสนว่ายน้ำเข้าใกล้ฝั่งดูแล้วสือเจี้ยนตกลงไปในสระจำลองก่อน สือเจาพยายามช่วยจึงถูกดึงลงน้ำทั้งคู่ ฟู่โหรวร้อนใจวิ่งปราดเข้าไป นางสะบัดเสื้อคลุมทิ้งจากนั้นกระโดดลงไปในน้ำ“คุณชาย! นายหญิง!!!”สาวใช้เพิ่งวิ่งเข้ามาถึงตกใจจนหน้าซีด พ่อบ้านได้ยินก็วิ่งเข้ามา ทว่าตอนที่ทุกคนมาถึงฝั่งสระจำลอง ฟู่โหรวก็หิ้วคอส

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 6.8

    หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสือจิ้ง นางไม่ได้หันกลับไปมองเซี่ยอวิ๋น “ข้ายินดีขี่ม้ากลับกับสามี”สือจิ้งยิ้มให้นางจากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้า เซี่ยอวิ๋นทำได้เพียงมองส่งคนทั้งสองจากไปโดยไม่อาจเหนี่ยวรั้ง ไม่อาจพูดอะไรได้อีกเขาพลาด...พลาดตั้งแต่แรก ไม่อาจหวนคืน ไม่อาจแก้ไข เสียไปแล้วก็คือเสียไปตลอดกาล ไม่มีทางได้คืน ไม่อาจเรียกร้องสิ่งที่เสียไปกลับมาอีกฟู่โหรว...เข้าวังหลวงเข้าเฝ้าฮ่องเต้ นางรู้ว่าอีกฝ่ายโกรธนาง โกรธที่นางปิดบังจนเป็นช่องโหว่ให้คนอื่นเข้ามาแทรก กระทั่งตัวนางเองถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าที่จริงนางรู้ดีว่าฮ่องเต้เมตตามากแล้ว ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นอวี้กูกูไม่สมควรได้จากไปอย่างเงียบๆ และสบายเกินไป เช่นกันกับหยวนอินอินที่ยังคงลอยนวล ทว่าฮ่องเต้ตระหนักดีว่าหากลงโทษอีกฝ่าย คนที่หนีไม่พ้นต้องตกเป็นข้อครหาก็คือนางเอง หรือหากมีคนอยากขุดคุ้ย เรื่องในอดีตก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ฟู่โหรวที่ร้ายกาจผู้นั้นก็ยังเสียเปรียบหยวนอินอินผู้อ่อนแอและถูกรังแกอยู่วันยังค่ำ...เย็นวันนั้นนางมีไข้...อีกแล้วจิตใจไม่สงบ บวกกับการขี่ม้าต้องลมหนาว ร่างกายของฟู่โหรวที่ยังคงไม่ฟื้นตัวดีในที่สุดก็ล้มป่วยอ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 2.1

    ไม่ว่าสตรีใดหากแต่งงาน ล้วนอยากให้บุตรตัวเองเป็นทายาทที่ถูกต้องของจวนสามี สือจิ้งจึงนับเป็นบุรุษที่น่าดึงดูด หากแต่ก็ไม่เป็นที่ปรารถนา เช่นกันกับนางที่บุรุษล้วนปรารถนา ทว่าไม่กล้าอาจเอื้อมเพราะความร้ายกาจอันเลื่องลือบนระเบียงชั้นสองของหอสุราซ่านโจว สือจิ้งเงยหน้าขึ้นมองทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า สายตา

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.7

    อวี้กูกูมองนางด้วยสายตาลังเล สูดลมหายใจเข้าจากนั้นจึงกล่าว “หากเป็นท่านเกรงว่า...แต่งได้วันเดียวก็หาเรื่องกลับจวนตระกูลฟู่แล้ว”ฟู่โหรวยิ้ม “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี้กูกูเลิกคิ้วมองนาง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไรสมรสพระราชทานระหว่างประมุขสองตระกูลใหญ่ แน่นอนย่อมเป็นที่ฮือฮา ยิ่งเป็นข่าวการแต่ง

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.6

    สือจิ้งเหม่อลอยเล็กน้อย “ข้าเหมาะสมที่สุดเพราะข้ามีทายาทสืบทอดร้านแลกเงินแล้ว ฝ่าบาทตระหนักดีว่าข้าไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ใดจากท่าเรือฟู่กุ้ย แม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ข้าจะมีบุตรกับฟู่โหรว เด็กคนนั้นจะใช้แซ่ฟู่ก็ย่อมได้ จากนั้นสืบทอดการดูแลท่าเรือฟู่กุ้ย”!!! ซูม่ออ้าปากค้างสือจิ้งแค่นยิ้ม “นี่คงเ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.5

    “หากเราไม่เชื่อและอยากให้เจ้าพิสูจน์เล่า”“พิสูจน์??” นางงุนงง“แต่งงานเสีย”!!!...อะไรนะ“เราจะพระราชทานสมรสให้เจ้า นอกจากเจ้ารับปากเรื่องนี้ หาไม่เราไม่มีทางปล่อยตระกูลเซี่ยไปเด็ดขาด!”ฟู่โหรวทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างจนใจ ขณะที่นางกำลังเดินออกมาจากตำหนักเฟิ่งหวง สีหน้าของนางขาวซีด ทางเดินทอดยาวริม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status