مشاركة

เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!
เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!
مؤلف: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update تاريخ النشر: 2026-03-24 10:22:33

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างสับสนในเรือนหลักจวนตระกูลฟู่ สตรีในชุดฮั่นฝูหลุดลุ่ยปล่อยผมยาวสยายดูแตกตื่นหวาดหวั่น นางวิ่งออกมาด้านนอกขณะสายตามองไปรอบๆ สีหน้ายิ่งมาก็ยิ่งซีดขาว ปลายเท้าเปล่าเปลือยที่โผล่ออกมาจากชายชุดฮั่นฝูสีขาวนวลเนียนเป็นสีอมชมพู ใบหน้างดงาม ผิวพรรณนวลตา เรียวคิ้วยาวรับดวงตาหงส์ ริมฝีปากที่แม้ซีดเซียว หากแต่ก็อวบอิ่มเป็นรูปกระจับน่ามอง

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกฟากของเรือนหลัก บ่าวสองคนมองมาด้วยดวงตาตื่นตะลึง “ผีหลอก!!! ช่วยด้วยนายหญิงออกตามล้างแค้นคนแล้ว!!!”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวมองไปยังบ่าวสองคนนั้น ทว่าที่มองเห็นก็คือแผ่นหลังที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด นางหายใจหอบสองมือสั่นเทา เท้าที่เปลือยเปล่าเจ็บแปลบ แม้แต่ศีรษะก็เต้นตุบเจ็บหนึบ

เมื่อก้มลงมองชุดสีขาวที่ตนสวมใส่ คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนบนชุดสีขาวเด่นชัด นางยกมือขึ้นหมายแตะหน้าผากที่เจ็บหนึบ ถึงอย่างนั้นกลับมองเห็น...เลือด แม้แต่สองมือก็ยังมีเลือดแดงฉานที่ยังคงไม่แห้งดี

ในเรือนหลักเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังเสียงตะโกนร้อง หญิงสาวไม่รู้ว่าควรไปทางใด สีหน้างุนงงท่าทางสับสนหวาดหวั่น เท้าก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้ทิศทาง ร่างอรชรเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื่นตระหนก

ตอนนั้นเองอยู่ๆ ความรู้สึกพะอืดพะอมก็เข้าจู่โจม หน้าอกแสบร้อน มือเท้าค่อยๆ รู้สึกชา

เสียงด้านหลังทำให้อดไม่ได้ที่หันกลับไปมอง “นายหญิง?!”

นางมองสตรีวัยกลางคนที่ส่งเสียงเรียก ดวงตาแตกตื่นทั้งปะปนด้วยความงุนงง สับสน ไม่เข้าใจ เลือดขุ่นข้นคาวคลุ้งเค็มปร่าในลำคอ กว่าจะรู้ว่าตัวนางกำลังกระอักเลือด...ร่างทั้งร่างก็ค่อยๆ เซล้มหงาย

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง ท่อนแขนของหญิงวัยกลางคนช่วยคว้าตัวนางเอาไว้ จากนั้น...นางก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย

ฟู่โหรว...นั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวว่างเปล่าไร้ความทรงจำ ร่างกายนี้ยังคงอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ลำคอแสบร้อนจนยากจะส่งเสียง ในใจสับสนและไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเอง

ทุกคนที่นี่เรียกหญิงสาวว่า...นายหญิง

ทุกคนที่นี่ล้วนมีท่าทางหวาดกลัว

ทุกคนที่นี่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับหญิงสาว

เว้นเพียงคนเดียว...

เสียงประตูเปิดออกพร้อมเสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงถอนหายใจ “นายหญิง ได้เวลากินยาแล้วเจ้าค่ะ” อวี้กูกู สตรีวัยกลางคนที่เป็นคนรับหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ล้มลงบนพื้น

ฟังว่า...ฟู่โหรวถูกวางยาพิษ เป็นพิษร้ายแรงที่ทำให้ถึงตายได้

และอันที่จริงหญิงสาวได้สิ้นใจไปแล้ว คนในจวนตระกูลฟู่กำลังเตรียมจัดงานศพ ถึงอย่างนั้นไม่รู้เพราะอะไรหญิงสาวกลับลุกขึ้นมาจากโลงศพ เดินออกมาหลังกระอักเลือด หมอที่มาตรวจกลับพบว่าร่างกายนี้ขับพิษออกมาแล้ว ไม่หลงเหลือพิษร้ายในร่างกาย

แผลที่ศีรษะเกิดจากตอนที่นางหมดสติจนล้มลง ตอนนั้นเองหน้าผากก็กระแทกขอบโต๊ะอย่างแรง ไม่พอตอนร่างล้มลงบนพื้นยังกระแทกกับขอบยกสูงของพื้นอีกครา เรียกได้ว่าโชคร้ายในโชคร้ายอีกทอดหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่นาง...สูญเสียความทรงจำทั้งหมด

เสียงซุบซิบดังอยู่ทุกมุมจวน ไม่มีใครเชื่อว่านายหญิงที่แสนร้ายกาจจะกลับมามีชีวิต

บางคนสงสัยว่าเป็นวิญญาณร้ายมาเข้าสิง บางคนหวาดหวั่นว่าจะถูกลงโทษ

บางคนกำลังคิดจะแอบเชิญหมอผีมาทำการปัดรังควาน

บางคนแอบผสมยันต์ที่ขับไล่ความชั่วร้ายลงในน้ำชา

บางคนถึงขั้นแอบย่องเข้ามาในห้องนอน สอดยันต์เข้าไปใต้หมอนขณะหญิงสาวนอนหลับ

วันหนึ่งฟู่โหรวรู้สึกว่าคนที่นี่แม้เป็นบ่าวของจวน แม้หวาดกลัว ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังรังเกียจ เกลียดชัง รวมไปถึงอยากให้นางตายๆ ไปเสีย!!!

“พวกเจ้าออกไปให้หมด ปิดประตูด้วยแล้วห้ามใครเข้ามาจนกว่าข้าจะออกไป” อวี้กูกูออกคำสั่ง อีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้หน้าเตียง “นายหญิง...หกวันแล้วนะเจ้าคะ”

ฟู่โหรวหันไปมองอีกฝ่าย “ท่าน...เล่าเรื่องของข้าก่อนหน้านี้ให้ข้าฟังอีกสักรอบได้หรือไม่”

อวี้กูกูยิ้มด้วยสายตาอ่อนโยน “ได้สิเจ้าคะ”

ตระกูลฟู่... คหบดีอันดับหนึ่ง เจ้าของท่าเรือฟู่กุ้ย สัมปทานการขนส่งทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นต้าเหอ ดินแดนแห่งสายน้ำและความมั่งคั่ง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.5 จบ

    “เพิ่งสิบเอ็ดย่างสิบสอง ฝ่าบาททรงอยากพบจึงพามาเข้าเฝ้า” นางยิ้มก้มลงมองสือเจี้ยน “คารวะประมุขเซี่ยเสียสิ”“คารวะประมุขเซี่ย”เซี่ยอวิ๋นพยักหน้าให้สือเจี้ยน “ฟู่โหรว ข้า...”“ประมุขเซี่ยมีเรื่องอะไรหรือ” เขาลังเลสายตามองสือเจี้ยนที่เงยหน้าขึ้นจ้องเขม็ง อันที่จริงนางรู้ว่าเขามีเรื่องอยากสนทนากับนาง เพียงแต่นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจระหว่างนางกับเซี่ยอวิ๋นมันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ต้องสนทนา ไม่มีเรื่องใดให้นางเสียดาย ตอนนี้เขาเองก็ได้รับสมรสพระราชทาน อีกทั้งยังมีแผนจะรับหยวนอินอินเข้าประตูข้าง เนื่องจากชาวบ้านลือกันไปต่างๆ นานา ชื่อเสียงของหยวนอินอินเสียหายไปแล้ว ด้วยตลอดมาทั้งหยวนอินอินและคนตระกูลเซี่ยก็แสดงออกชัดว่านางเป็นคนของเซี่ยอวิ๋นแล้ว หากเซี่ยอวิ๋นไม่รับนางเข้าจวนสิจึงจะถูกมองว่าไม่รักษาคำพูดสิ่งที่หยวนอินอินทำเซี่ยอวิ๋นล่วงรู้แล้ว เขาจะพูดหรือไม่พูด คนอื่นจะรู้หรือไม่รู้ ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องของนางอีกแล้ว นับจากนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยวนอินอินกับเซี่ยอวิ๋น นางล้วนไม่อยากข้องเกี่ยว ระหว่างนางกับเขาหลงเหลือเพียงคู่ค้าที่ดีเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นสิ่งหนึ่งที่นางสังหรณ์ใจ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.4

    “ได้ เชื่อฟังท่าน”สือจิ้งวางถ้วยยาจากนั้นสอดสองแขนกอดนาง ฟู่โหรววางคางลงไปบนอกของเขา “เมื่อก่อนตอนเป็นไข้ข้ากลัวมาก ไม่อยากดื่มยา ไม่ชอบความขมของยา ไม่อยากอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่กล้าให้ใครมาเฝ้าตอนไม่ได้สติ”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวยิ้ม “แต่ว่าข้าชอบให้ท่านอยู่เป็นเพื่อนตอนที่ข้าไม่สบาย”เขาหัวเราะ “ตอนปกติไม่ชอบให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน?”“ย่อมต้องชอบ ข้าชอบท่านถึงเพียงนี้”เขาชะงัก...นานมาก รอยยิ้มหล่อเหลาเผยให้เห็น ฟู่โหรวเหม่อมองรอยยิ้มของเขา สองมือค่อยๆ ขยับยุกยิกจากนั้นสอดขึ้นมาประคองใบหน้าของสือจิ้ง นางยื่นหน้าเข้าไปจากนั้นจุมพิตเขาเขาไม่ได้หลบเลี่ยง ตรงกันข้ามกลับดันแผ่นหลังของนางเอาไว้ จุมพิตตอบนางอย่างอ่อนโยน กระทั่งฟู่โหรวเป็นฝ่ายดันตัวถอยหลัง “สือจิ้ง”“หืม”“พวกเรา...มาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีหรือไม่”เขาเลิกคิ้ว “ยังคิดจะไปจากที่นี่? เจ้าแต่งงานกับข้าแล้ว เป็นฮูหยินของข้า ไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้อง แถมตอนนี้บรรดาบุตรของข้าก็เรียกเจ้าว่าท่านแม่แล้ว”นางอมยิ้ม “แต่ข้าอยากบอกกับท่านให้ชัดเจน ข้าอยากอยู่กับท่าน อยากเป็นสือฮูหยินที่ได้อยู่เคียงข้างท่าน”เขาหัวเราะ “ได้สิ น

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.3

    “สาม...ไม่พยายามทำความเข้าในในสถานการณ์ ซื่อจื่อเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบจวนนี้ต่อไป เพราะอะไรข้าเปลี่ยนคนดูแลเจ้าทั้งหมด ตอนนี้เจ้าลองคิดดูแล้วเข้าใจหรือยัง”“ข้า...เข้าใจแล้วขอรับ”“เข้าใจว่าอย่างไร”“บ่าวไพร่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ แม้อ้างได้ว่าข้าไล่ไปแต่ก็ไม่ควรไปไกลจนเกินไป”“ถูกต้อง คนเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้า ข้า บ่าวไพร่ ทุกๆ คนในจวน หากทุกๆ คนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง หากทุกๆ คนบกพร่องโดยใช้ข้ออ้างที่จะไม่ทำหน้าที่นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าคำสั่งของเจ้าอาจทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย เข้าข้างตัวเองกล่าวว่านายสั่งแล้วว่าห้ามดูแล เช่นนั้นจวนนี้จะวุ่นวายเพียงใด เช่นกันกับเจ้าอาเจี้ยน เจ้าเป็นซื่อจื่อ เป็นทายาทของจวนตระกูลสือ หากเพราะความคึกคะนองรักสนุกชั่วครู่ ทำให้ลืมฐานะความสำคัญของตัวเอง เช่นนั้นเจ้าจะหวังให้ผู้ใดมาให้ความสำคัญกับตัวเจ้าเล่า”สือเจี้ยนโน้มตัวลงประสานมือโขกศีรษะให้นาง “ลูก...ผิดไปแล้ว น้อมรับการอบรมสั่งสอนจากท่านแม่”สือเจาทำตามในทันที ฟู่โหรววางไม้ลงลุกขึ้นยืนจากนั้นประคองทั้งสองคนให้ลุกขึ้น “พวกเจ้าโชคดีที่มีกันและกัน มีพี่น้องที่ดีต่อกันตั้งห้าคน

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.2

    ฟู่โหรวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ นางจามออกมาเสียงดัง มือดันสือจิ่นออก “อาจิ่นเจ้ากลับเรือนไปก่อน ข้าเป็นหวัดเดี๋ยวพลอยติดหวัดไปด้วย”“ท่านแม่ ท่านเป็นไข้แต่ลงน้ำไปช่วยพี่ใหญ่กับพี่รอง หากท่านพ่อรู้เข้า...”ยังต้องให้สือจิ่นเตือนอีกหรือ นางให้คนพาเด็กน้อยกลับเรือน ส่วนนางรีบกลับไปเปลี่ยนชุด ตอนออกมาถึงที่โถงหน้ารู้สึกปวดศีรษะยิ่งกว่าเมื่อเช้า ตระหนักแล้วว่ายังไงไข้ต้องขึ้นแน่นอนสือเจี้ยนเดินนำเข้ามา สือเจาเองก็เดินเข้ามาด้วย เด็กทั้งสองยังมีท่าทางมึนตึง นางถือไม้เรียวเคาะกับฝ่ามือ “รู้ความผิดแล้วหรือยัง”“ท่านไล่คนของข้าออกไปอีกแล้ว” สือเจี้ยนหน้าบึ้ง “ข้าเป็นคนไล่พวกเขาออกไปจากสวนเอง ตอนนั้นอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ”สือเจาแค่นเสียง“เจ้าแค่นเสียงทำไม?!”“ข้าจะทำท่านจะทำไม”“หยุด!” นางตวาด “พวกเจ้ายื่นมือออกมา!”เด็กทั้งสองเบิกตา สือเจี้ยนมองไม้ในมือนาง “ท่านกล้าตีข้า? ข้าเป็นซื่อจื่อตระกูลสือ ท่านพ่อยังไม่เคยตีข้าเลย!”“ยื่นมือออกมา” นางกล่าวเสียงเย็น “ทั้งคู่!”“ข้าจะฟ้องท่านพ่อ”“เอาสิ” นางกล่าว “แต่ตอนนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่” เมื่อทั้งสองยื่นมือออกมานางจึงฟาดไม้ลงไปกลางฝ่ามือ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.1

    สือจิ้งยิ้ม เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายฟู่โหรวจึงได้แต่มองเขาเดินออกไป ไม่ได้พูดอะไรสักประโยค หลังเขาเดินออกไปจากห้องนางยกสองมือแนบแก้ม“น่าขายหน้าที่สุด ไม่ใช่หน้าแดงให้เขาเห็นหรอกนะ!” นางลงมือก่อนแท้ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้เป็นฝ่ายขัดเขินเองเสียเล่า!ช่วงบ่ายสือจิ้งให้คนมาบอกที่จวนว่าเขาอาจกลับช้า ด้วยเกรงว่าฟู่โหรวจะรอกินมื้อเที่ยงและไม่ยอมดื่มยา เพราะนางอาการดีขึ้นมากจึงออกมาเดินเล่นที่สวนโดยมีเสื้อคลุมหนานุ่มคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ตอนที่เพิ่งเดินเข้าไปถึงทางเข้าสวนชั้นใน เสียงตะโกนก็ดังขึ้น“พี่ใหญ่... พี่รอง พวกท่านอย่าลงไป ช่วยด้วยพี่ใหญ่พี่รองตกน้ำ!!”นั่นเป็นเสียงของสือจิ่น ฟู่โหรวตกใจรีบสาวเท้าออกวิ่ง ตอนเข้าไปเห็นก็พบว่าทั้งสือเจี้ยนและสือเจาพยายามกระเสือกกระสนว่ายน้ำเข้าใกล้ฝั่งดูแล้วสือเจี้ยนตกลงไปในสระจำลองก่อน สือเจาพยายามช่วยจึงถูกดึงลงน้ำทั้งคู่ ฟู่โหรวร้อนใจวิ่งปราดเข้าไป นางสะบัดเสื้อคลุมทิ้งจากนั้นกระโดดลงไปในน้ำ“คุณชาย! นายหญิง!!!”สาวใช้เพิ่งวิ่งเข้ามาถึงตกใจจนหน้าซีด พ่อบ้านได้ยินก็วิ่งเข้ามา ทว่าตอนที่ทุกคนมาถึงฝั่งสระจำลอง ฟู่โหรวก็หิ้วคอส

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 6.8

    หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสือจิ้ง นางไม่ได้หันกลับไปมองเซี่ยอวิ๋น “ข้ายินดีขี่ม้ากลับกับสามี”สือจิ้งยิ้มให้นางจากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้า เซี่ยอวิ๋นทำได้เพียงมองส่งคนทั้งสองจากไปโดยไม่อาจเหนี่ยวรั้ง ไม่อาจพูดอะไรได้อีกเขาพลาด...พลาดตั้งแต่แรก ไม่อาจหวนคืน ไม่อาจแก้ไข เสียไปแล้วก็คือเสียไปตลอดกาล ไม่มีทางได้คืน ไม่อาจเรียกร้องสิ่งที่เสียไปกลับมาอีกฟู่โหรว...เข้าวังหลวงเข้าเฝ้าฮ่องเต้ นางรู้ว่าอีกฝ่ายโกรธนาง โกรธที่นางปิดบังจนเป็นช่องโหว่ให้คนอื่นเข้ามาแทรก กระทั่งตัวนางเองถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าที่จริงนางรู้ดีว่าฮ่องเต้เมตตามากแล้ว ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นอวี้กูกูไม่สมควรได้จากไปอย่างเงียบๆ และสบายเกินไป เช่นกันกับหยวนอินอินที่ยังคงลอยนวล ทว่าฮ่องเต้ตระหนักดีว่าหากลงโทษอีกฝ่าย คนที่หนีไม่พ้นต้องตกเป็นข้อครหาก็คือนางเอง หรือหากมีคนอยากขุดคุ้ย เรื่องในอดีตก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ฟู่โหรวที่ร้ายกาจผู้นั้นก็ยังเสียเปรียบหยวนอินอินผู้อ่อนแอและถูกรังแกอยู่วันยังค่ำ...เย็นวันนั้นนางมีไข้...อีกแล้วจิตใจไม่สงบ บวกกับการขี่ม้าต้องลมหนาว ร่างกายของฟู่โหรวที่ยังคงไม่ฟื้นตัวดีในที่สุดก็ล้มป่วยอ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 2.1

    ไม่ว่าสตรีใดหากแต่งงาน ล้วนอยากให้บุตรตัวเองเป็นทายาทที่ถูกต้องของจวนสามี สือจิ้งจึงนับเป็นบุรุษที่น่าดึงดูด หากแต่ก็ไม่เป็นที่ปรารถนา เช่นกันกับนางที่บุรุษล้วนปรารถนา ทว่าไม่กล้าอาจเอื้อมเพราะความร้ายกาจอันเลื่องลือบนระเบียงชั้นสองของหอสุราซ่านโจว สือจิ้งเงยหน้าขึ้นมองทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า สายตา

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.7

    อวี้กูกูมองนางด้วยสายตาลังเล สูดลมหายใจเข้าจากนั้นจึงกล่าว “หากเป็นท่านเกรงว่า...แต่งได้วันเดียวก็หาเรื่องกลับจวนตระกูลฟู่แล้ว”ฟู่โหรวยิ้ม “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี้กูกูเลิกคิ้วมองนาง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไรสมรสพระราชทานระหว่างประมุขสองตระกูลใหญ่ แน่นอนย่อมเป็นที่ฮือฮา ยิ่งเป็นข่าวการแต่ง

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.6

    สือจิ้งเหม่อลอยเล็กน้อย “ข้าเหมาะสมที่สุดเพราะข้ามีทายาทสืบทอดร้านแลกเงินแล้ว ฝ่าบาทตระหนักดีว่าข้าไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ใดจากท่าเรือฟู่กุ้ย แม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ข้าจะมีบุตรกับฟู่โหรว เด็กคนนั้นจะใช้แซ่ฟู่ก็ย่อมได้ จากนั้นสืบทอดการดูแลท่าเรือฟู่กุ้ย”!!! ซูม่ออ้าปากค้างสือจิ้งแค่นยิ้ม “นี่คงเ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.5

    “หากเราไม่เชื่อและอยากให้เจ้าพิสูจน์เล่า”“พิสูจน์??” นางงุนงง“แต่งงานเสีย”!!!...อะไรนะ“เราจะพระราชทานสมรสให้เจ้า นอกจากเจ้ารับปากเรื่องนี้ หาไม่เราไม่มีทางปล่อยตระกูลเซี่ยไปเด็ดขาด!”ฟู่โหรวทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างจนใจ ขณะที่นางกำลังเดินออกมาจากตำหนักเฟิ่งหวง สีหน้าของนางขาวซีด ทางเดินทอดยาวริม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status