LOGINบทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+
มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา! เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า กรี๊ดดดดด!!!! ฟ่อ... ฟ่อ... เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวัง “อย่าทำอะไรผมเลยนะ!” ฟ่อ... ฟ่อ... “ผมทำตามที่ต้องการทุกอย่างแล้วนะ!" เสียงหวานเต็มไปด้วยความฉุนเฉียว "เป็นเจ้าสาวให้แล้ว! ยังจะคิดมา... มาเขมือบผมทั้งตัวอีกอย่างนั้นหรือ!" มะยมแทบจะตะคอกใส่งูจงอางยักษ์อย่างหมดสิ้นหนทางที่จะอ่อนข้อให้ ความโมโหเข้าแทนที่ความหวาดกลัวอย่างช้า ๆ เขาเข้าใจดี... หากยิ่งแสดงความอ่อนแอ งูตัวใหญ่นี้ก็จะยิ่งได้ใจ! ดังนั้นเขาจึงต้องพยายามข่มความสั่นเทิ้มของร่างกายไว้ และจ้องมองมันด้วยสายตาที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ฟ่อ... ฟ่อ... งูยักษ์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับค่อย ๆ เลื้อยเข้ามาหาเขาอีกครั้งอย่างช้า ๆ ทว่าคราวนี้ มันทำในสิ่งที่ทำให้มะยมต้องแปลกใจ... มันนอนราบลงที่ปลายเท้าของเขาอย่างนอบน้อม ราวกับกำลังสิโรราบต่อความฉุนเฉียวเมื่อครู่ ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงนั้น... เหมือนต้องการบอกว่ามันไม่อยากจะทะเลาะด้วย เพียงแค่ต้องการปลุกให้เขาตื่นจากห้วงนิทราเท่านั้น... แต่ถึงกระนั้น ความหวาดระแวงก็ยังคงเกาะกินหัวใจของมะยมอยู่ เขายังคงจ้องมองงูยักษ์ตรงหน้าด้วยแววตาที่ไม่ไว้ใจ แม้การกระทำของมันจะดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด มะยมยังคงจับจ้องไปที่งูยักษ์ใหญ่สีนิลที่ทอดตัวอยู่ปลายเท้าอย่างไม่วางตา ร่างกายที่เคยดุดัน บัดนี้กลับดูเชื่องและยอมจำนนอย่างน่าประหลาดใจ ความนิ่งสงบของมันทำให้ความตื่นตระหนกของเขาลดลงเล็กน้อย เขาจึงค่อย ๆ ขยับตัวนั่งในท่าปกติอย่างระมัดระวัง พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะตัดสินใจเปิดฉากยิงคำถามใส่งูยักษ์ตรงหน้าอย่างไม่รีรอ เพื่อหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจ “คุณคือพ่อปู่... หรือเปล่า” ฟ่อ... ฟ่อ... “ใช่... ใช่ไหม” ฟ่อ... ฟ่อ... “แล้วคุณจะมาปลุกผมใช่ไหม” ฟ่อ... ฟ่อ... “งั้นเราต้องมาทำ ข้อตกลงกันก่อน!” มะยมประกาศกร้าว ฟ่อ... ฟ่อ... “ข้อแรก! คุณห้ามมาใกล้ผม! ผมกลัว! ข้อสอง! เราจะไม่นอนด้วยกัน! ข้อสาม! ผมต้องการพื้นที่ส่วนตัว! ส่วนข้ออื่นยังคิดไม่ออก เดี๋ยวบอกอีกที!” ฟ่อ... ฟ่อ... เสียงขู่ที่ฟังดูเหมือน 'ตกลง' แต่มีความขบขัน “เข้าใจไหม!” ฟ่อ... ฟ่อ... มะยมมองงูตัวใหญ่ตรงหน้าซึ่งดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง แต่แววตาของมันกลับดู ขี้เล่น และเหมือนจะแกล้งมากกว่าที่จะยอมรับ พูดจบเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะกลัวงูจะเลื้อยตามมา เขารีบเดินไปหยิบ ปิ่นโต ที่ชาวบ้านเตรียมอาหารไว้ให้ แล้วนั่งลงที่โต๊ะทานข้าวในห้องโถงกลางบ้าน เขานั่งกินข้าวส่วนงูตัวใหญ่ก็เลื้อยมา นั่งมองเขา แลบลิ้นสีแดงสองแฉกออกมาอย่างใกล้ชิดอยู่ตรงข้ามเขา คนโดนมองเลยเงยหน้าถามอย่างหงุดหงิด “กินไหม!” พร้อมกับยื่นช้อนที่ตักกับข้าวให้ ฟ่อ... ฟ่อ... “ขู่อยู่นั่นแหละจะกินไม่กิน! ส่ายหัวไม่เป็นหรือไง!” งูตัวใหญ่ตรงหน้าเลย พยักหน้าหงึก ๆ ว่าเข้าใจทุกอย่าง! คนตัวเล็กยื่นช้อนให้อีกรอบ งูตัวใหญ่ก็ อ้าปากรับอย่างว่าง่าย ทานข้าวเสร็จ มะยมก็รู้สึกอยากชำระร่างกาย แต่ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว เขาเลยคิดอยากไปอาบน้ำที่น้ำตกเพื่อคลายความอัดอั้น เขาหันไปถามงูยักษ์ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างไม่คิดอะไร “ไปอาบน้ำที่น้ำตกได้ไหม” ฟ่อ... ฟ่อ... เวไนยในร่างของงูยักษ์นั้นรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งที่มะยมแสดงความประสงค์อยากจะออกไปจากเรือนพักแห่งนี้ ทว่าความไม่พอใจนั้นกลับต้องถูกกล้ำกลืนไว้ในลำคอ! นี่ก็เป็นไปเช่นเดียวกับเรื่องอาหาร... เขาไม่เคยคิดจะแตะต้องอาหารของมนุษย์ที่จืดชืดเลยแม้แต่น้อย แต่ก็จำต้องยอมกลืนกินเข้าไปอย่างจำใจ เพราะมือเรียวของคนตรงหน้าป้อนใส่ปาก หากขัดใจ...คนตัวเล็กก็จะหงุดหงิดใส่เขาอีกเป็นแน่! งูยักษ์จึงทำได้เพียงทอดถอนใจในความผูกมัดที่ตนเองก่อขึ้น หงึ ๆ... “ไปได้ใช่ไหม คุณจะไปกับผมไหม” หงึ ๆ... “โอเค” มะยมจัดเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำอย่างรีบร้อน แล้วเดินนำออกไปอย่างไม่ลังเล โดยมีงูยักษ์มหึมาค่อย ๆ เลื้อยเคียงคู่ไปตลอดสองข้างทางอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางนั้นไร้ซึ่งเสียงของชาวบ้าน มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องแข่งขันกันอย่างระงม บรรยากาศที่เงียบสงัดและอ้างว้างเช่นนี้ ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวถาโถมเข้าใส่หัวใจของมะยม ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่เขากับอสูรตรงหน้าเท่านั้น เมื่อเดินมาได้ครึ่งทางของความเงียบงัน เขาก็ตัดสินใจหยุดลง ก่อนจะหันกลับไปมองงูยักษ์คู่กายด้วยความสงสัยบางอย่างที่ไม่อาจเก็บไว้ได้อีกต่อไป "คุณ... คุณรู้จักเวไนยไหม" มะยมเอ่ยถามออกไปเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีควาหวาดระแวงเจืออยู่ ทันใดนั้น ดวงตาสีบุษราคัมอันเฉียบคมของงูยักษ์ก็ตวัดกลับมาจ้องมองใบหน้าเขาอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับ หรือแม้แต่การพยักหน้ายอมรับ มันกลับเลือกที่จะเลื้อยนำหน้าเขาไปอย่างฉับพลันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น ราวกับต้องการหลีกหนีคำถามนี้ให้ไกลที่สุด "อะไรของเขาวะเนี่ย..." มะยมสบถกับตัวเอง เบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามงูยักษ์ไปยังทิศทางของน้ำตกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทันทีที่มาถึงบริเวณน้ำตก แสงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปเกือบหมดแล้ว มะยมไม่รอช้า เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวลงสู่สายน้ำที่เย็นเฉียบเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้า สายตาของเขาเหลือบไปเห็นงูยักษ์มหึมาที่ยังคงทอดตัวอยู่บนโขดหินข้างลำธารด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เขาจึงเอ่ยเชิญชวนออกไปอย่างไม่คิดอะไร “อาบน้ำไหมคุณ” ตู้ม! เสียงน้ำแตกกระจายอย่างรุนแรงเมื่อคำพูดของเขาสิ้นสุดลง เพียงไม่นาน ร่างมหึมาของงูยักษ์ก็ผุดขึ้นดำผุดดำว่ายอยู่รอบกายเขาอย่างรวดเร็ว จนผิวน้ำเกิดเป็นริ้วคลื่น มะยมได้แต่มองตามการเคลื่อนไหวของงูยักษ์อย่างตื่นเต้นและเพลิดเพลินใจ ก่อนจะหันกลับมาทำความสะอาดร่างกายของตนเองต่อ ทว่า... ในขณะที่เขากำลังชำระล้างอยู่นั้น ความรู้สึกเย็นเยียบก็แล่นขึ้นมา! เขารู้สึกเหมือนมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งขนาดใหญ่ค่อย ๆ พันเลื้อยเข้าที่เรียวขา ก่อนจะรัดลำตัวของเขาไว้แน่นจากใต้น้ำอย่างรวดเร็ว! "คุณ ๆ! อยู่ไหน!" มะยมตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและสั่นเครือ ร่างกายที่ถูกรัดแน่นจากใต้น้ำทำให้เขาหายใจติดขัด! งูยักษ์โผล่ส่วนหัวขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ลำตัวที่ใหญ่โตของมันรัดพันรอบกายเขาไว้แน่นราวกับเป็นห่วงคล้อง ไม่ให้ขยับได้เลยแม้แต่น้อย ด้วยสัญชาตญาณแห่งความตกใจจนลืมความกลัว มะยมรีบง้างมือออกสุดแรง แล้วฟาดลงไปบนส่วนหัวของงูยักษ์อย่างจัง! ผัวะ! "เล่นอะไรเนี่ย! ตกใจหมด!" เขาตวาดออกมาอย่างเหลืออด ความตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความโมโหที่โดนแกล้งในสถานการณ์ที่ไม่ควรเล่น! “ข้าไม่ได้เล่น” มะยมชะงักงัน เสียงทุ้มนุ่มลึกที่คุ้นเคยนั้นดังมาจากด้านหลังงูยักษ์! “ใครพูด!!” “ข้าไง” “คุณพูดได้?!” มะยมตะลึงจนแทบหมดสติ “ใช่ ข้าพูดได้” “แล้วทำไมไม่พูดตั้งแต่แรก!” “เจ้าไม่ได้ถาม” “เหรอ! ปล่อยเลย!!” มะยมโวยวายพร้อมกับพยายามดิ้น “ไม่ปล่อย” “ไม่งั้นผมจะหนี!” “เจ้าจะหนีไปไหนได้กัน... ในเมื่อเจ้าคือเจ้าสาวของข้าแล้ว” มะยมจ้องหน้างูยักษ์ตรงหน้าอีกครั้งอย่างไม่พอใจ แต่เจ้างูยักษ์กลับไม่กลัวเลยสักนิด ใบหน้านั้นกลับค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ ปลายลิ้นสองแฉก ที่แยกออกจากกันกลับขยับสอดเข้าไปในโพรงปากของเขาอย่างง่ายดาย เขาพยายามส่ายหน้าหนี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขายิ่งผลักออก ร่างกายกลับยิ่งถูกรัดด้วยลำตัวที่เย็นเฉียบและแข็งแกร่ง จนเขาต้องปล่อยไปตามแรงของงูตัวใหญ่ ปลายลิ้นนั้นสำรวจโพรงปากของเขาอย่างช่ำชองและชำนาญ “อื้อ... อืม...” คนตัวเล็กได้แต่ร้องประท้วงอยู่ในลำคอ เมื่อปลายลิ้นสองแฉกของงูยักษ์ตรงหน้าตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นของเขาไปมา จนเขารู้สึกวาบหวามแปลกประหลาด เขาสบตากับดวงตาสีบุษราคัมอันทรงอำนาจ ก่อนที่เจ้าตัวจะคลายริมฝีปากออกจากเขาให้เป็นอิสระ แฮ่ก... แฮ่ก... เสียงหอบหายใจของเขานั้นหนักหน่วงและขาดช่วง อกขาวผ่องกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนล้าจากการรุกรานที่ผ่านมา เวไนยในรูปลักษณ์ของงูยักษ์นั้น ก้มต่ำลงมาอีกครั้ง ใช้ส่วนหัวที่หนาหนักค่อย ๆ ดันเข้าที่ข้างแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการสัมผัสที่แปลกประหลาดทว่ากลับอ่อนโยน... ราวกับจะออดอ้อนและปลอบประโลมความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ “ปล่อย!” “ไม่!!” เวไนยตอบเสียงทุ้มต่ำ “คุณ!! ผมบอกให้ปล่อย! ไม่งั้นผมจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ!” งูยักษ์เบื้องหน้ามิได้สะทกสะท้านต่อคำขู่ของเขาแม้แต่น้อย ดวงตาคมฉายแววเย้าหยอกเย็นเยียบ ขณะที่ปลายลิ้นสองแฉกตวัดเลียวนช้า ลากไล้ผ่านผิวขาวราวหยกก่อนจะสัมผัสลงที่ยอดอกสีอ่อนนั้นอย่างจงใจ ความเย็นเฉียบของลิ้นสากปะทะกับความร้อนจากกายทำให้มะยมสะท้านวาบ ปลายประสาททั่วร่างสั่นไหวไปตามแรงสัมผัสแผ่วเบา ราวกับไฟและน้ำแข็งหลอมรวมกันในคราเดียว “อ๊ะ... อืม...” “ปล่อยยยยย!” เสียงร้องของมะยมขาดห้วงเมื่อสัมผัสเย็นจากเกล็ดเรียบของหางงูไล้แตะผิวเนื้ออ่อนไหว ความรู้สึกแผ่วเบาแต่เร้าใจนั้นทำให้เขาเผลอหอบหายใจถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ปลายลิ้นสองแฉกจะกลับมาปรนเปรอที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง จูบที่แผ่วแต่แน่นแนบเหมือนจะช่วงชิงลมหายใจทั้งหมดไปในคราเดียว มะยมเริ่มสับสนระหว่างความหวาดหวั่นกับแรงปรารถนาที่ค่อย ๆ คลี่ตัวขึ้นในอก เหมือนงูยักษ์เบื้องหน้ารู้ดีว่าร่างมนุษย์กำลังจะพ่ายให้กับสัมผัสของมัน แรงสัมผัสจากหางเย็นเฉียบค่อย ๆ ลามไล้จากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงช่องทางรักของเขาจนรู้สึกสะท้าน เขาเผลอกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่ผุดขึ้นพร้อมแรงสั่นสะเทือนภายใน ร่างกายตอบสนองต่อความแปลกประหลาดนั้นอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งหวาดกลัว ทั้งร้อนรุ่มในคราเดียวกัน ทุกจังหวะที่อีกฝ่ายขยับใกล้กลับเหมือนกลืนกินลมหายใจและสติของเขาทีละน้อย การรุกรานที่ดึงดันเข้าสู่ส่วนลึกนั้น ช่างละเมียดละไม แต่เจ็บปวด การค่อย ๆ แผ่ขยายภายในทำให้เขารู้สึกจุกจนต้องแอ่นตัวขึ้น หน้าท้องของเขาแข็งเกร็งราวกับต้องการผลักไสสิ่งที่เข้ามา แต่ก็ทำได้เพียงยอมจำนนต่อความรู้สึกปวดร้าวรัญจวนที่เกิดขึ้น “เจ็บ... อื้อ... คุณ... ฮือ” “เรียกข้า พี่เวไนย” ทันทีที่ถ้อยคำอันทรงอำนาจหลุดออกมาจากเรียวปากของงูยักษ์ตรงหน้า ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ชื่อนั้น! มันบาดลึกเข้าสู่ห้วงสำนึกอย่างจัง เพราะมันคือชื่อเดียวกันกับคนเมื่อวานที่ผ่านมา คำพูดเหล่านั้น แววตาอันเยียบเย็นคู่นั้น... มันช่างถอดแบบกันมาจนน่าขนลุก! ...ทำไมเขาถึงโง่เขลาเพียงนี้? ทำไมถึงไม่เอะใจแม้แต่น้อยนิด! “คุณคือ...” “ใช่! ข้าคือเวไนย คนที่เจ้าถามหา” “อ๊ะ... คุณผมเจ็บ” “พี่ขอโทษ” เมื่องูยักษ์ตรงหน้าเอ่ยจบก็ชักปลายหางยาวออกจากช่องทางรักของเขาในทันที ความรู้สึกที่ถูกรุกล้ำมลายหายไป ทำให้มะยมผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกได้เพียงเสี้ยววินาที ทว่า... ความโล่งใจนั้นก็สลายหายไปราวกับเกลือละลายน้ำ! ดวงตาที่เพิ่งหรี่ลงต้องเบิกกว้างจนสุดเมื่อเขาหันไปมองที่โคนหางมหึมาของงูยักษ์แทน ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาสิ้นคำพูดเดือยขนาดใหญ่สีชมพูอมแดงกำลังสั่นระริก มันงอกออกมาจากโคนหางอย่างชัดเจน รูปลักษณ์คล้ายกับแก่นกายของบุรุษเพศ... แต่กลับมีถึงสองลำลึงค์! เป็นความผิดรูปที่งดงามทว่าน่าหวาดผวาอย่างยิ่ง เดือยคู่นั้นกำลังสั่นไหวอย่างคุกคาม และค่อย ๆ จ่อเข้าหาช่องทางรักที่ยังคงบวมช้ำของเขาอย่างไม่รีบร้อน… “คุณผมกลัว” “พี่จะเบาที่สุด” เมื่องูยักษ์ตรงหน้าเอ่ยคำสุดท้ายจบลง ก็เริ่มแยกเรียวขาของเขาออกจากกันอย่างเชื่องช้าจนมะยมไม่สามารถขยับเขยื้อนหลีกหนีได้อีก เดือยคู่มหึมาทั้งสองลำเริ่มถูไถวนเวียนอยู่ รอบ ๆ ปากทางเข้าของช่องทางรักที่ยังคงบวมช้ำอย่างไม่หยุดหย่อน การล้อเลียนด้วยสัมผัสที่เสียดสีอย่างหนักหน่วงนั้น ทำให้เขาทั้งวาบหวามและหวาดกลัว และดูเหมือนว่า... ลำลึงค์ยักษ์ทั้งสองแท่งนั้นจะเตรียมพร้อมที่จะสอดใส่เข้าสู่กายของเขาในคราวเดียว เวไนยก้มต่ำลงอีกครั้ง ประทับจุมพิตลงบนยอดอกที่ตั้งชันด้วยความเร่งเร้า เริ่มด้วยการดูดขบเม้มอย่างแผ่วเบาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการกลืนยอดอกสีชมพูอ่อนเข้าสู่โพรงปากร้อนอย่างหิวกระหาย และดูดดุนอย่างหนักหน่วงจนเกิดรอยแดงช้ำเป็นจ้ำอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ส่วนบนกำลังถูกช่วงชิงอย่างดุเดือด... ลำลึงค์คู่ด้านล่างกลับค่อย ๆ สอดแทรกเข้าสู่ช่องทางรักของเขาอย่างนุ่มนวลและเชื่องช้า ราวกับรอให้ร่างกายของเขาคุ้นชินกับการรุกล้ำที่แสนเจ็บปวด “อ๊ะ อ๊ะ อื้อออ...” สวบ!! “เฮือก!” "อ๊ะ! คุณ... ผมเจ็บนะ!" เขาหลุดเสียงครางออกมาพร้อมกับประท้วง เมื่อสัมผัสของการรุกล้ำนั้นรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว "เรียกข้าว่า... 'พี่' สิ... แม่ทับทิม" เวไนยกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรุ่มเย้ายวน "ผมบอกว่าชื่อมะยมไง! ไอ้บ้าเอ๊ย!" เขาตวาดออกไปอย่างเหลืออด ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ ความเจ็บปวดจากการถูกกระทำไม่เท่ากับความโกรธที่งูยักษ์ตรงหน้าเอาแต่เรียกชื่อผู้หญิงคนอื่น! ถึงแม้ว่าร่างกายจะกำลังถูกลำลึงค์คู่ของมันสอดใส่จนแทบขาดใจ... แต่ความไม่ใส่ใจนี้ก็ทำให้เขาแค้นใจจนแทบกระอัก! "พี่ขอโทษ..." เวไนยกล่าวเสียงนุ่มนวล แต่ในดวงตานั้นกลับไม่มีแววสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อยเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากอันบิดเบี้ยว เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่หงุดหงิดกับการถูกเอ่ยเรียกชื่อจากอดีตกาลที่ยาวนาน... รอยยิ้มของเขานั้นเริ่มจางหายไปเมื่องูยักษ์เริ่มสอดแทรกลำลึงค์แรกเข้าสู่ภายในจนมิดด้าม! ขนาดที่มหึมาเกินกว่าสรีระของมนุษย์โดยทั่วไป ทำให้เขารู้สึกเหมือนร่างกายจะถูกฉีกกระชาก แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ความเจ็บปวดรุนแรงจนน้ำตาเอ่อล้นและไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ งูยักษ์ก้มลงมาอย่างอ่อนโยน ใช้ลิ้นสองแฉกยาวของมันค่อย ๆ เลียซับน้ำตาบนใบหน้าเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการบรรเทาความเจ็บปวดให้คลายลง... แต่แล้ว! ลำลึงค์อีกอันก็ถูกสอดแทรกตามเข้าสู่ช่องทางเดียวกันอย่างเชื่องช้า ความจุกเสียดรุนแรงพุ่งเข้าโจมตีเขาจนแทบจะไม่มีเสียงร้องออกมาได้อีก หน้าท้องส่วนล่างของเขาเต่งนูนขึ้นจนเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงการรุกล้ำและทันใดนั้น... การกระแทกกระทั้นก็เริ่มต้นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง! สวบ! สวบ! สวบ! ปั่ก ปั่ก ปั่ก ลำลึงค์คู่มหึมานั้นเริ่มทำงานอย่างพร้อมเพรียง มันค่อย ๆ ขยับเข้าออกจากช่องทางรักของเขาอย่างต่อเนื่องและสลับจังหวะกันไปมา ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มและถูกกระตุ้นอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ช่องทางรักบีบตัวรัดแน่นเข้าหาแก่นกายทั้งสองลำอย่างไม่อาจควบคุมได้ ร่างกายของเขาถึงกับต้องแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสที่ถูกปรนเปรอนั้น บรรยากาศรอบกายที่เคยมีแต่เสียงกระเซ็นของน้ำตกนั้น บัดนี้ได้ถูกเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงครางที่เร่าร้อนเข้าแทนที่... ความเจ็บปวดเมื่อครู่ถูกกวาดล้างไปอย่างสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนแทบหยุดหายใจ "อ๊ะ... อ๊ะ... อื้อ..." เสียงครางแผ่วเบาถูกปล่อยออกมาอย่างไม่อาจห้าม สวบ! สวบ! สวบ! ทุกจังหวะที่ลำลึงค์ใหญ่ทั้งคู่สอดแทรกเข้ามานั้น... ล้วนกระแทกเข้าสู่จุดกระสันอย่างจงใจและไร้ความปรานี! สัมผัสที่ถูกโจมตีซ้ำ ๆ ทำให้ร่างกายของเขาถึงกับระส่ำระสาย แตกละเอียดออกเป็นเสี่ยง ๆ ทั้งเสียวซ่านจนเจ็บร้าว ทั้งเจ็บปวดจนวาบหวาม จนเรือนกายขาวสั่นระริกไปทั้งร่าง ถูกการรุกรานที่ดุดันด้านล่างเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์ "อ๊ะ... อ๊ะ..." สวบ! สวบ! สวบ! เสียงครางถูกเค้นออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว... ร่างกายก็เกร็งตัวกระตุกอย่างรุนแรง พลางปลดปล่อยสายน้ำรักออกมาตามแรงกระตุ้นอันบ้าคลั่ง! ทว่า... แม้เขาจะถึงจุดสูงสุดแห่งความรัญจวนแล้ว งูยักษ์ตรงหน้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการขยับเข้าออกแม้แต่น้อยนิด! สวบ! สวบ! "อ๊างงงงงง!!!" เขาปลดปล่อยเสียงร้องแห่งความพึงพอใจและความเจ็บปวดที่ผสมกันอย่างถึงที่สุด!ลมหายใจของมะยมติดขัด เขาหอบถี่จนอกกระเพื่อมไหวราวกับคลื่น งูยักษ์รับรู้ได้ถึงความอิ่มเอมของคนใต้ร่าง จึงตัดสินใจเร่งรัดกระแทกกระทั้น อย่างต่อเนื่องและรุนแรงที่สุดอีกเพียงไม่กี่จังหวะ สวบ! สวบ! สวบ! ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! ก่อนที่จะกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง พลางปลดปล่อยน้ำเชื้อที่อุ่นร้อนและข้นคลั่กเข้าสู่ส่วนลึกของเขาอย่างไม่ยั้ง! ปริมาณอันมหาศาลนั้นล้นทะลักออกมาตามช่องทางรักที่เพิ่งถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง ไหลย้อยลงตามขา ทำให้เขาได้รับรู้ถึงการถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ในทุกอณู sds E-Book “เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน” มาแล้วค้าบ!📢📢 #ค่าตัวน้องน่ารักมากแค่ 84บาท เท่านั้น!ลดราคาจาก119 บาท (จัดหนักจัดเต็ม!) อ่านE-bookในMeb https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyYToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQxMzk2OCQบทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั
บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ
บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที
บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้







