Share

บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-10 23:39:01

บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่

เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก!

เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคา

พ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม

ที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด

“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ

“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน

“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”

มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้

ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเดินไปยัง ลานพิธี ที่ถูกจัดขึ้นหน้าปากทางเข้าถ้ำ มะยมรู้สึกว่าบรรยากาศแตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ความศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นได้แผ่ปกคลุมมาจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก

ไม่นานนัก พ่อหมอบุญถิ่น ก็นั่งประจำที่อย่างสงบ ก่อนจะเริ่มจุดธูปจุดเทียนเพื่อถวายเครื่องเซ่นแก่ องค์พ่อปู่นาคา เสียงบทสวดอันขลังของพ่อหมอบุญถิ่นก็ดังขึ้นก้องไปทั่วสารทิศ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะติตัง พญามะ นาคะ อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

กายะ วาจา จิตตัง อะหัง วันทา นาคาธิบดี ศรีสุทโธ

นะติตัง พญามะ นาคะ อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

กายะ วาจา จิตตัง อะหัง วันทา นาคาธิบดี ศรีสุทโธ

นะติตัง พญามะ นาคะ อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

กายะ วาจา จิตตัง อะหัง วันทา นาคาธิบดี ศรีสุทโธ

มะยมยืนนิ่งด้วยความหวาดหวั่นต่อพิธีโบราณที่กำลังจะเริ่มขึ้น เขาไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกกลัวที่แท้จริงนี้ได้ ท้องฟ้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆหมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวและตึงเครียดหนักอึ้ง

เขาจับมือแม่ไว้แน่นเพื่อรับความอบอุ่น ในขณะที่ยายบุญมานั่งอยู่ด้านหน้าร่วมกับชาวบ้าน ทุกคนกำลังรอฟังเพื่อคำทำนายว่าใครคือผู้ถูกเลือก... ผู้ถูกเลือกที่โชคชะตาได้กำหนดไว้

พ่อหมอบุญถิ่นนั่งนิ่งสงบราวกับกำลังสื่อสารอยู่กับใครสักคนที่ไม่ใช่มนุษย์ ความเงียบแผ่ปกคลุมลานพิธี ก่อนที่ร่างทรงจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ดวงตาของพ่อหมอไม่เหมือนเดิม มันเต็มไปด้วยพลังอำนาจและมองทะลุผ่านทุกสิ่ง

พ่อหมอก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ชี้นิ้วมาทางมะยม ที่ยืนอยู่ด้านหลัง...

“เจ้า!!!! คือผู้ถูกเลือก”

สิ้นเสียงประกาศ ทุกสายตาของชาวบ้านนับสิบต่างก็จ้องมองมาที่มะยม คุณนายทองดีดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนตัวชา มะยมได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ส่วนเสียงของผู้เป็นยายก็ ร้องไห้โฮออกมาทันที ด้วยความเสียใจ ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทากันให้แซ่ด

“ไม่จริงใช่ไหมพ่อหมอ! ไม่ใช่ลูกของฉันใช่ไหม!” เสียงของแม่เริ่มสั่นเครือและลนลานออกมาด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด

“ลูกของเอ็ง... เป็นคนที่องค์พ่อปู่นาคาต้องการ”

“ไม่!! ผมไม่ยอม!” เสียงของมะยมดังขึ้นด้วยความโกรธและความดื้อรั้น อยู่ดี ๆ จะมาให้เขาถวายตัวเป็นเครื่องบูชาให้พ่อปู่อะไรก็ไม่รู้!

“นี่มันปีพุทธศักราชไหนแล้วยังจะงมงายอยู่ได้! ที่ยอมมาก็เพราะแม่ขอร้อง แล้วยังจะให้ผมมาถวายตัวอีก! ผมไม่มีทางยอม!”

“บักหล่าของยาย...” ยายบุญมาเดินเข้ามาหาหลานชาย พร้อมกับเช็ดน้ำตาปอย ๆ

“ยาย! ผมไม่ยอมหรอกนะ!”

“บักหล่า... ทำเพื่อยายสักครั้งนะลูก...” ยายกล่าวด้วยน้ำเสียงวิงวอนจนแทบขาดใจ

มะยมยืนนิ่งกับคำขอของยาย เขาไม่เข้าใจชาวบ้านเลย ทำไมกันถึงยังจะเชื่ออะไรแบบนี้ แล้วทำไมต้องเป็นเขา!

“ถ้าเอ็งไม่ถวายตัวเป็นเจ้าสาว ชีวิตเองจะมีอันเป็นไป! เจ้ากรรมนายเวรกำลังตามหาตัวเอ็งอยู่! ถ้าเอ็งยอม พ่อปู่จะปกป้องคุ้มครองเจ้าและชาวบ้าน ถือว่าข้าขอร้องเอ็งอีกคนได้ไหม!”

เสียงของพ่อหมอบุญถิ่นเอย เขาถึงกับต้องลดตัวลง ขอร้องเอง ด้วยความจริงใจ เพราะเขาได้รับคำสั่งมาจากองค์พ่อปู่นาคาอีกที ว่านี่คือทางรอดเดียวของดวงจิตนี้... มิเช่นนั้นคงไม่ต้องมาร้องขอเด็กหนุ่มรุ่นหลานแบบนี้

มะยมได้แต่ยืนนิ่ง... สายตาของชาวบ้านทุกคนจับจ้องมาที่เขาคนเดียว ราวกับรอคำตอบว่าเขาจะตกลงยอมรับชะตากรรมนี้หรือไม่ ทำไมต้องเป็นเขา? แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการ มัดมือชก เลยแม้แต่น้อย แม่ได้แต่กอดเขาไว้แล้วร้องสะอื้นเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว

“นะลูก... แค่สามวันเท่านั้น” แม่วิงวอนเสียงแผ่ว

“แล้วทำไมต้องเป็นผม!” มะยมยังคงย้ำคำถามเดิม

“ท่านเลือกแล้ว... และท่านจะคุ้มครองเรา”

“แล้วผมเลือกได้ไหมล่ะ!”

“บักหล่า... ลูกจะได้ปลอดภัยนะลูก” ยายบุญมาที่เดินเข้ามาใกล้กล่าวเสริม

“เห้อ... ก็ได้ครับ” มะยมถอนหายใจยาวอย่างยอมแพ้

“แต่หลังจากสามวัน... ผมว่าเราควรกลับกรุงเทพฯ เลยนะครับ”

“ได้จ้ะ... แม่รับปาก”

เขายอมตกลงเพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ตกลงในวันนี้ เรื่องก็จะไม่จบไม่สิ้น เดี๋ยวก็ต้องมีพิธีอื่นตามมาอีก แล้วทีนี้คงจะวุ่นวายกว่าเดิม ไหนจะต้อง

เตรียมตัวฝึกงานอีก แค่นี้ก็เสียเวลามากเกินพอแล้ว

ทันทีที่มะยมตกลง พ่อหมอบุญถิ่น ก็เริ่มทำพิธีอีกรอบ ชาวบ้านหลายคนพาเขาไปแต่งตัวด้วยชุดประจำภาคใหม่ เสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงินกับผ้าโสร่งสีน้ำตาล พร้อมเครื่องแต่งกายแบบพื้นเมือง เขาที่ถูกจำยอมให้แต่งตัวเรียบร้อยก็ถูกพาเข้ามายังด้านในถ้ำอีกครั้ง แล้วทำการกราบไหว้รูปปั้นนาคาองค์ใหญ่

พ่อหมอเริ่มสวดมนต์อีกครั้ง จนกระทั่ง ฟ้าด้านนอกถ้ำมีแสงสว่างจ้าส่องเข้ามาด้านใน เป็นการบ่งบอกว่าพ่อปู่นาคาได้รับทราบแล้ว พ่อหมอบุญถิ่นหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง

“ท่านรับเอ็งเป็นเจ้าสาวแล้ว... เอ็งต้องอยู่ที่บ้านไม้ทรงไทยที่อยู่ถัดไปจากถ้ำสามวัน ส่วนเรื่องอาหารการกินข้าจะให้แม่เอ็งกับชาวบ้านเอามาไว้ให้ทุกเวลา”

“ใครอยากจะเป็นเจ้าสาว...” มะยมพึมพำอย่างไม่พอใจ

“บักหล่า!” เสียงของแม่บ่นเบา ๆ

“แม่อ่ะ!”

“พอ ๆ พิธีเสร็จแล้ว พาลูกของเอ็งไปที่บ้านทรงไทยซะ” พ่อหมอเร่งรัด

“จ้ะพ่อหมอ”

คุณนายทองดีเดินจูงมือลูกชายเดินออกจากถ้ำเพื่อเดินไปยังบ้านทรงไทยที่มะยมเพิ่งเข้าไปเมื่อวาน ตามด้วยยายบุญมากับชาวบ้านที่พากันมาส่ง เขาเดินขึ้นบ้านทรงไทยไป วันนี้บ้านหลังนี้กลับมีการตกแต่งให้น่าอยู่กว่าเมื่อวานที่เขามามาก เสื้อผ้าอาภรณ์ ถูกจัดเตรียมไว้มากมายอย่างพิถีพิถัน

เขาเดินเข้าไปในห้องนอน แม่และยาย แล้วพ่อหมอก็เข้ามาบอกรายละเอียดต่าง ๆ อีกรอบ หลังจากบอกเสร็จทุกคนออกจากบ้านไม้ทรงไทยไปจนหมด เหลือแค่เขาและแม่

“มะยม... อดทนหน่อยนะลูก” แม่กอดเขาไว้แน่น

“ครับ”

“มีอะไรโทรหาแม่นะ”

“ครับ”

“แม่ขอให้เรื่องไม่ดีผ่านไปไว ๆ ลูกชายของแม่จะได้มีความสุข”

“ผมมีความสุขดีจนแม่พามาทำพิธีนี่แหละ”

“ไม่เอา ไม่พูดแบบนั้น”

“ขอโทษครับแม่”

“แม่เป็นห่วงมะยมมากนะ”

“ผมรู้แล้วครับ”

“งั้นแม่ไปช่วยชาวบ้านเก็บของก่อน... เราก็นอนเล่นไปก่อนนะ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด”

“ครับ”

เขามองแม่ที่เดินออกจากห้องไปแล้ว ประตูก็ถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ ราวกับกรงขัง เขาได้แต่ล้มตัวนอนลงไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องตื่นแต่เช้าแล้วมาฟังพิธี ไหนจะถูกจับแต่งตัวเป็นเจ้าสาวอีก กว่าทุกอย่างจะจบก็กินเวลาไปถึงบ่าย

เขาจำได้ว่าบ้านหลังนี้คือบ้านที่ ตาแก่ พามา แล้ววันนี้ไปไหน? ไม่เห็นมาเข้าร่วมพิธีเลย...

แต่แล้วร่างกายที่อ่อนเพลียของเขาก็เข้าสู่ ห้วงนิทรา อีกครั้ง โดยไม่รู้ตัวว่า สามวันแห่งชะตากรรม ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+

    บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่

    บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 8 น้ำตก

    บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 7 คำทำนาย

    บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 6 การทำบุญและการพบพาน

    บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน

    บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status