Se connecterบทที่ 8 น้ำตก
มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติ เขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำ เขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเอง ไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที่อยู่ใต้น้ำนั้น โผล่หัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำตรงหน้าเขา! กรี๊ดดดดดด!!!!! “งู... กรี๊ดดดดดดด!!!!” มะยมกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เสียงกรีดร้องนั้นดังลั่นไปทั่วบริเวณลำธาร เมื่อเห็นหัวงูจงอางสีดำขนาดใหญ่โผล่พ้นน้ำตรงหน้าในระยะประชิด ดวงตาสีบุษราคัมที่เขาเพิ่งเห็นจากรูปปั้นในถ้ำ จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่มีทางหนี เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว ลิ้นสีชาดสองแฉกแยกออกจากกันแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ทำให้เลือดในกายของมะยมแทบจะหยุดไหลเวียน ฟ่อ... ฟ่อ... เสียงขู่ที่เย็นยะเยือกดังขึ้นจากลำคองูอย่างหนักแน่น เสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนอากาศรอบตัวมะยมดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้น พร้อมกับการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของลำตัวงูที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ การเคลื่อนไหวที่ฉับพลันนั้นทำให้มะยมยิ่งหวาดกลัวสุดขีด พรึ่บ!!! ร่างกายของมะยมทรุดฮวบลงกลางลำธารอย่างหมดสิ้นพละกำลัง เขาหมดสติไปในทันทีด้วยความตกใจสุดขีดที่ได้เผชิญหน้ากับพญานาคา ก่อนที่ร่างของเขาจะจมลงไปในน้ำเย็น เจ้าของร่างใหญ่ก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นร่างคน ชายหนุ่มรูปงามที่มีดวงตาสีบุษราคัมคนเดิมปรากฏตัวขึ้นจากสายน้ำอย่างรวดเร็วและสง่างาม เขาเข้าช้อนร่างของมะยมไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ร่างนั้นจะถูกกระแสน้ำพัดพาไป ร่างสูงช้อนร่างที่หมดสติของมะยมขึ้นมาแนบอก เขากอดร่างนั้นไว้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะพาเดินขึ้นจากลำธาร มุ่งหน้าไปยังบ้านทรงไทยยกสูงที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามอยู่ใกล้กับปากถ้ำเวฬุวัน เรือนแห่งนี้คือเรือนพักขององค์พ่อปู่นาคา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นที่ประทับของเทพเจ้า มันคือจุดหมายปลายทางที่ถูกกำหนดไว้ และเป็นที่ที่เจ้าสาวจะต้องมาอยู่สามวันตามคำทำนาย ร่างสูงใหญ่ของเวไนยค่อย ๆ วางร่างที่หมดสติของคนตัวเล็กลงบนเตียงไม้ในเรือนพักทรงไทยอย่างเบามือที่สุด ใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อยของมะยมดูสงบนิ่งในยามที่หลับใหล เวไนยทำราวกับกลัวว่าความรุนแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้คนในอ้อมแขนบุบสลาย เขาหยิบผ้าเช็ดตัวมาอย่างรวดเร็ว แล้วค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำที่ใบหน้าขาวนวลเนียนของมะยมอย่างอ่อนโยน ความชุ่มชื้นจากลำธารถูกแทนที่ด้วยความแห้งสบาย จากนั้นเวไนยก็เริ่มบรรจงแต่งตัวให้มะยมด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูเหมาะสมและสะอาดตา มือหนาใหญ่กระทำทุกอย่างด้วยความประณีต ราวกับกำลังทำนุบำรุงสมบัติล้ำค่าที่เพิ่งได้คืนมา การดูแลนี้ไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นการแสดงออกถึงความรักและความผูกพันที่ไม่มีวันจางหาย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงได้แต่ นั่งพิจารณาใบหน้า ของคนที่นอนสลบอยู่นั้นอย่างไม่รู้จักเบื่อช่างคล้ายคลึงเหมือน แม่ทับทิม คนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ดวงจิตนี้... เปลี่ยนจากคนรักที่อ่อนหวานและเรียบร้อยกลับกลายเป็นคนที่ดื้อรั้น ไม่ยอมคน และฝีปากกล้าอย่างน่าเอ็นดู แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เขาก็ยังจะรักอยู่เหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเจ้าตัวจะจำเขาไม่ได้เลยสักนิด ร่างสูงก้มลง จุมพิตที่หน้าผากน้อย ๆ ของมะยมอย่างแผ่วเบาและยาวนาน มันเป็นจุมพิตที่เต็มไปด้วยความอดทนและการเฝ้ารอคอยนับศตวรรษที่สิ้นสุดลง เวไนยรู้ดีว่ามะยมคงจะโวยวาย เมื่อตื่นขึ้นและรู้ว่าตนเองมาอยู่ที่ใด เพราะตั้งแต่ที่คนตัวเล็กช่วยเขาจากการถูกทำร้ายครั้งนั้น เขาก็ไม่เคยยอมให้ใครมาบงการชีวิตได้อีก “พี่รักเจ้าแม่ทับทิม” ความผูกพันเริ่มต้นเมื่อมะยมอายุเพียงห้าขวบที่ได้ช่วยเขาไว้จากการบาดเจ็บ จนตัวเองต้องตกน้ำ ก่อนจะได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวง ร่างสูงก็ได้ติดตามชีวิตของมะยมมาโดยตลอด เขารับรู้ถึงความดื้อรั้นที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร และฝีปากที่ไม่เป็นรองผู้ใดของมะยมอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะมารู้ความจริงในภายหลังเปิดเผยว่า เจ้าตัวคืออดีตคนรักในอดีตชาติของเขา ผู้มีนามว่า แม่ทับทิม และที่น่าเศร้าคือ แม่ทับทิมถูก น้องชายร่วมสายเลือดของเขาเอง ทำลายจนสิ้นชีวิต ความผูกพันนี้มีทั้งความรักและความแค้นในอดีตชาติปะปนอยู่ เวไนยลุกขึ้นยืน พลางมองออกไปยังหน้าต่างเรือนพัก การผูกมัดชะตากรรมในวันนี้... คือการนำคนรักกลับมาสู่ความคุ้มครองของเขาอีกครั้ง โดยไม่ต้องรอคำทำนายของพ่อหมอบุญถิ่นเขาคงต้องเตรียมตัวรับมือกับความโกรธเกรี้ยวและวาจาเชือดเฉือนของ "เจ้าสาว" คนใหม่ที่กำลังจะตื่นขึ้นมาในไม่ช้านี้… คนตัวเล็กขยับตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง ศีรษะยังคงหนักอึ้งจากความตกใจก่อนหน้า เขาสอดส่ายสายตาสำรวจรอบกายด้วยความสับสน จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นเห็นเวไนยกำลังนั่งอยู่ตรงปลายเตียง จ้องมองมาที่เขาอย่างเงียบ ๆ ด้วยดวงตาสีบุษราคัมคู่คม ความตกใจถาโถมเข้ามาแทนที่ความมึนงง “คุณ! ที่นี่ที่ไหน” “บ้าน” “งู... ผมเจองู! มันจะกินผม!” ภาพเหตุการณ์ที่ลำธารยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ “หึหึ” เวไนยหัวเราะในลำคอ “หัวเราะอะไร!” มะยมถามอย่างไม่พอใจ “เด็ก” “แล้วไง ตาแก่!” มะยมตอบกลับทันทีอย่างฉุนเฉียวด้วยความโมโหที่ปะทุขึ้นมา เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นเทพเจ้าหรือมนุษย์ “อยู่ดี ๆ มาว่าผมเด็ก คิดว่าตัวเองใหญ่โตมาจากไหน!” เขาโพล่งออกไปอย่างไม่เกรงใจ มะยมไม่เคยยอมให้อำนาจใด ๆ มาบงการหรือดูถูกเขาได้ โดยเฉพาะคำพูดที่ทิ่มแทงความรู้สึกถึงการถูกมองว่าเป็นเพียงเด็กที่ไม่ประสีประสา “เจ้านี่มัน...” เวไนยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาตอบรับด้วยคำพูดที่ขาดหายไปราวกับกำลังพยายามอดกลั้นไว้ ร่องรอยความขบขันและความรู้ทันปรากฏอยู่ในดวงตาสีบุษราคัมคู่คมนั้น เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองต่อคำพูดที่หยาบคายของมะยม แต่กลับรู้สึกเอ็นดูในความดื้อรั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของอดีตคนรัก “อะไร! ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้!” มะยมทำท่าจะลุกขึ้น “พักก่อน เจ้าจักค่อยไป” “ทำไมผมต้องฟังคุณ!” “ไม่กลัวงูแล้ว?” เวไนยย้อนถามด้วยรอยยิ้มอย่างรู้ทัน มะยมนั่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมนั่งลงอย่างจำใจ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่น่าไว้วางใจ จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินออกมาด้านหน้าห้องโถง ทันใดนั้นเขาก็ก้มมองชุดที่สวมใส่อยู่ และต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันเป็นเสื้อคอกระเช้าสีม่วงกับผ้าถุงลายดอกไม้! ภาพที่เห็นทำให้มะยมหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด การถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผู้หญิง เขาไม่อาจยอมรับได้ ตาแก่นั่นเปลี่ยนชุดให้เขา!มะยมคิดในใจอย่างเดือดดาล ความโกรธได้เข้าแทนที่ความกลัว “นี่คุณ! คุณเปลี่ยนชุดให้ผมเหรอ!” “ใช่” เวไนยเดินตามออกมาตอบหน้าตาเฉย “เสื้อผ้าเมียคุณเหรอ!” “ไม่ใช่” ร่างสูงตอบกลับทันที จะเป็นของเมียได้ไง ในเมื่อเมียในอนาคตของเขาได้มาสวมใส่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว “แล้วของใคร! เดี๋ยวผมซักมาคืน!” “ของเจ้า” มะยมได้แต่มองหน้าคนตรงหน้าที่พูดจาพาให้งง มันจะเป็นของเขาได้ยังไง? เขาเพิ่งจะกลับมาอยู่ที่นี่! ทุกคำพูดของเวไนยล้วนแล้วแต่มีปริศนาและความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของซ่อนอยู่ ซึ่งทำให้มะยมยิ่งรู้สึกหงุดหงิดและสับสนมากขึ้นไปอีก เขาที่นั่งอยู่เฉย ๆ ไม่รู้จะทำอะไรเลยเดินสำรวจไปรอบ ๆ เรือนพักทรงไทย แล้วจึงได้รู้ว่า บ้านหลังนี้กับปากทางเข้าถ้ำนั้นอยู่ไม่ไกลกันนัก เขาเห็นว่ามันจะเย็นแล้ว เขาเริ่มอยากจะกลับบ้าน กลัวว่าแม่กับยายจะตื่นตระหนกเพราะเขาหายตัวไปนาน “คุณ... ผมจะกลับบ้าน” มะยมพูดอย่างเด็ดขาด “ไปสิ ใครจับขาเจ้าไว้” เวไนยถามกลับอย่างกวนใจ “เอ้า ตาแก่! นี่คุณไม่ให้ผมกลับตอนแรกไง!” “ข้าชื่อ เวไนย เผื่อเจ้าจะลืม และเจ้าควรเรียกข้าว่า ท่านพี่” เวไนยย้ำอย่างจริงจัง “ท่านพี่! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ! นี่มันยุคไหนแล้ว ยังจะมาท่านพงษ์ท่านพี่อะไร!” มะยมโต้กลับทันทีด้วยความหงุดหงิดสูงสุด “งั้นเจ้าจักเรียกว่าอย่างไร” “คุณเลิกพูดเหมือนละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ได้แล้ว! พูดอะไรไม่รู้เรื่อง! พูดเหมือนคนปกติเป็นไหม!” “แล้วข้าไม่ปกติตรงไหน” “ข้า ๆ... คุณพูดเหมือนคนโบราณ!” “หึหึ... พี่ จะไปส่งเจ้า พอใจยัง” เวไนยยอมเปลี่ยนสรรพนามอย่างง่ายดาย แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความสนุกที่ได้ยั่วเย้า “ก็พูดได้!” มะยมตอบอย่างผู้ชนะเล็ก ๆ “จะไปยัง” “ไปสิใครอยากอยู่! เดี๋ยวงูมาอีกจะทำไง!” “แต่งูอยู่กับเจ้าตลอด” เวไนยเอ่ยเสียงเรียบ “มั่ว! ไปส่งเร็ว ๆ!” คนตัวเล็กเร่งเร้าให้ร่างสูงไปส่ง ร่างสูงลุกขึ้นพาเดินลงจากบ้านทรงไทย มะยมได้แต่เดินตามหลังไปอย่างเงียบ ๆ ความคิดเรื่องที่คนตัวใหญ่บอกว่างูอยู่กับเขาตลอด ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างน่าขนลุก “คุณ... ผมสงสัย” มะยมเอ่ยถามขณะเดิน “ว่า” “ที่บอกว่างูอยู่กับผม... หมายความว่าไง” “ไว้เจ้าจักรู้เอง” เวไนยยังคงให้คำตอบอันเป็นปริศนาพวกเขาเดินมาเกือบถึงเขตบ้านคนแล้ว เวไนยหยุดเดินกะทันหัน “ใกล้ถึงบ้านเจ้าแล้ว จงเดินต่อไปอีกหน่อย พี่ส่งได้แต่เพียงเท่านี้” “อ้าว... ขอบคุณครับ” มะยมยกมือไหว้คนที่โตกว่าแล้วเดินต่อไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านไม้สองชั้นของยาย แม่กับยายยังคงนั่งคุยกันอยู่ที่แคร่ไม้หน้าบ้านเหมือนเดิม ราวกับมะยมไม่เคยหายตัวไปเลย... คุณนายทองดี และ ยายบุญมา กำลังนั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียดถึงเรื่องคำทำนายของเจ้าสาวที่จะถวายพ่อปู่นาคา ทันใดนั้น... ทั้งคู่ก็เห็นร่างลูกชายเดินเข้ามา “มะยม!” คุณนายทองดีร้องเสียงหลงด้วยความโล่งใจ แต่ตามมาด้วยความตกตะลึงทันทีเมื่อเห็นชุดที่ลูกชายสวมใส่ “แม่กับยายกำลังจะไปตามหาที่น้ำตกอยู่แล้วนะ! แล้วนั่น! ลูกใส่ชุดอะไร!” มะยมก้มมองเสื้อคอกระเช้าสีม่วงและผ้าถุงลายดอกไม้ที่เปียกชื้นเล็กน้อยด้วยความอับอาย “โอย... ตายแล้ว!” ยายบุญมารีบลุกขึ้นจับแขนหลานชายไว้แน่น “แม่คิดว่าเขามาเอาตัวไปแล้ว มันแม่นอีหลี” “ผม... ผมตกน้ำครับแม่” มะยมเลี่ยงที่จะพูดถึงงูและเวไนย “แล้วมี... มีคนช่วยเปลี่ยนชุดให้” “ใครเปลี่ยนให้เรา!” แม่ถามเสียงดัง “ไม่รู้ครับ ผมสลบไปแล้ว” มะยมโกหกคำโต “บักหล่า แม่ว่ามันแปลก ๆ แล้วนะ ใส่ผ้าถุงผู้หญิงแบบนี้...” คุณนายทองดีมองหน้าลูกชายอย่างไม่เข้าใจ “ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ ผมเหนื่อยแล้ว ผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” มะยมรีบเดินขึ้นบ้านไปทันที ทิ้งให้แม่กับยายนั่งมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง เมื่อมะยมหายขึ้นไปบนบ้านแล้ว ยายบุญมาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที แววตาของเธอไม่มีร่องรอยของการปลอบโยนอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้ลูกสาวได้รับรู้ ความจริงจังในน้ำเสียงนั้นแสดงถึงความหนักใจและความกังวลต่อโชคชะตาของหลานชาย “ทองดี... แม่ว่าบักหล่ามันหนีบ่พ้นแล้ว” “หมายความว่าไงคะแม่! ลูกหนูแค่ตกน้ำเองนะ!” “ชุดนั้น... เป็นชุดของ เรือนพักเจ้าสาว ที่ปากถ้ำ! มีแต่คนขององค์พ่อปู่เท่านั้นถึงจะเข้าออกและไปเอาชุดออกมาได้!” ยายบุญมากล่าวด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด “และชุดนั้นเป็นชุดที่ชาวบ้านเอาไปถวายไว้ให้องค์พ่อปู่เตรียมไว้ให้...” คุณนายทองดีทรุดตัวลงบนแคร่ไม้ด้วยความตกใจอย่างที่สุด ร่างกายของเธออ่อนแรงลงทันทีที่รับรู้ได้ว่าเรื่องราวที่กำลังจะมาถึงนั้นเลวร้ายเกินกว่าที่คิดดวงตาเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ความกังวลในเรื่องราวลี้ลับและความดื้อรั้นของลูกชายรวมกันเป็นความรู้สึกที่ท่วมท้น เธอรู้แล้วว่าคำทำนายของพ่อหมอบุญถิ่นจะต้องเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธออย่างแน่นอน “ไม่จริง... มะยม... ลูกชายหนูจะเป็นเจ้าสาวไม่ได้!” “แม่ก็ว่าอย่างนั้น... แต่พรุ่งนี้เพิ่นจะทำพิธีประกาศ เฮาต้องไป! ไปดูว่าคำทำนายจะชัดเจนแค่ไหน... ถ้าใช่... เฮาก็ต้องขอความเมตตาจากพ่อปู่” ยายบุญมาพูด “จ้ะแม่! พรุ่งนี้เราต้องไปวัด... เราต้องไปหาหลวงพ่ออีกครั้ง!” ทองดีกล่าวอย่างตัดพ้อถึงความเชื่อที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอด แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาพึ่งพิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งด้วยความเด็ดขาด การไปหาหลวงพ่อคือการขอความเมตตาเป็นครั้งที่สอง ฝบทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที
บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้
บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงามและน่าค้นหาร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ หันกลับมาหาเขา แต่ใบหน้ากลับยังคงพร่าเลือน มองเท่าไหร่ก็เห็นไม่ชัดสักที ความคลุมเครือนี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและดึงดูดให้มะยมต้องเข้าไปใกล้บุรุษผู้นั้นอีกครั้ง“คุณ... คุณ...” มะยมพยายามเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขายังคงไม่มั่นใจในตัวตนของชายผู้นี้ที่ปรากฏตัวในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ใบหน้าจะมองไม่ชัด แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเอ่ยปากเรียกหา ราวกับความทรงจำกำลังพยายามฟื้นคืน“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ...” เสียงทุ้มกังวานนั้นดังขึ้นอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง ราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน คำว่า 'กลับบ้าน' นั้นทำให้มะยมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกัน
บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล หมู่บ้านเวรุฬวัน จังหวัดอุดรธานี แสงแดดยามสายลอดผ่านพุ่มไม้หนาทึบลงมาทอดลงบนพื้นดินของตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตผูกพันกับตำนานที่เล่าขานถึง องค์พ่อปู่นาคา ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองดินแดนแห่งนี้มาแล้วหลายชั่วอายุคน ศรัทธาของพวกเขาหยั่งรากลึกไม่เคยจางหายถัดจากหมู่บ้านไปไม่ไกลนัก คือที่ตั้งของ “ถ้ำเวรุฬวัน” ซึ่งมีขนาดใหญ่โตจนแทบจะกลืนกินภูเขาทั้งลูก ทางเข้าถ้ำปกคลุมด้วยเถาวัลย์และต้นไม้น้อยใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอย่างลึกลับและน่าเกรงขามภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเยียบและชวนขนลุก แสงสว่างส่องผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำลงมากระทบกับ รูปปั้นงูจงอางสีดำองค์ใหญ่ ที่สูงกว่าสองเมตร องค์พญานาคาสีดำเมี่ยมกำลังคดตัวอยู่ที่ฐาน ชูคอแผ่แม่เบี้ยอย่างสง่าผ่าเผย ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมนั้นดูราวกับมีชีวิตกำลังจ้องมองผู้คนที่เข้ามา รอบเสาหินภายในถ้ำทุกต้นก็มีรูปปั้นงูสีดำเลื้อยพันโดยรอบ ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่ากำลังถูกโอบล้อมด้วยพลังอำนาจที่ไม่ใช่มนุษย์ด้านหน้าของถ้ำมีศาลเล็ก ๆ ที่เป็นจุดรวมความศ


![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




