Share

บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2025-12-31 01:37:19

บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน

หลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิด

โชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน

“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

“เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้ำใจแบบญาติมิตร

“บ่เท่าใด อ้าย”(ไม่เท่าไหร่ พี่)คุณนายทองดีตอบอ้ายพลด้วยรอยยิ้ม

“นี่ลูกชายข่อย บักมะยม” (นี่ลูกชายฉัน มะยม) เธอผายมือไปที่ลูกชายด้วยความภูมิใจ มะยมที่รีบเก็บอาการเหนื่อยล้าไว้ทันทีและเปลี่ยนสีหน้าเป็นความสุภาพ เขายกมือไหว้พลางเอ่ยทักทายอย่างนอบน้อมตามมารยาทที่ได้รับการอบรมมา

“สวัสดีครับ ลุงพล”

“ไหว้พระเถอะลูก” พลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองและเอ็นดู เขามองว่ามะยมเป็นเหมือนหลานคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึง

“ไปเมื่อเฮือน เดินทางมาเหนื่อย ๆ” (ไปกลับบ้านเดินทางมาเหนื่อยๆ) คำเชิญชวนให้กลับบ้านอย่างอบอุ่นนั้นทำให้ความรู้สึกแปลกถิ่นของมะยมคลายลงไปได้บ้าง เป็นการต้อนรับอย่างเป็นทางการสู่บ้านที่อุดรธานี

ทั้งสามคนพากันขึ้นรถกระบะแคปสีเทา ยี่ห้ออีซุซุ ของอ้ายพล มันเป็นรถที่ดูสมบุกสมบันและเป็นพาหนะคู่ใจ รถแล่นออกจากท่ารถอย่าง

ช้า ๆ และเริ่มเร่งความเร็วเมื่อมุ่งหน้าไปยัง หมู่บ้านเวรุฬวัน หมู่บ้านที่ห่างออกจากตัวเมืองอุดรธานีเกือบสิบห้ากิโลเมตร

เมื่อรถกระบะเคลื่อนออกจากเขตเมืองเข้าสู่ถนนชนบท บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นมืดสนิทในทันที สองข้างทางแทบจะมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถเท่านั้นที่ส่องนำทาง ความเงียบและความมืดของท้องทุ่งในยามค่ำคืนแผ่ปกคลุมไปทั่ว

สร้างความรู้สึกแปลกแยกและโดดเดี่ยวให้กับมะยมที่คุ้นเคยกับแสงสีและความคึกคักของกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี เขากระชับกระเป๋าเป้ที่วางอยู่ข้างตัวแน่นขึ้นเล็กน้อย เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่แสดงถึงความไม่มั่นคงต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยนี้

รถกระบะแคปหยุดลงที่หน้าบ้านไม้สองชั้น แสงไฟนีออนสว่างสไสวส่องนำทางให้เห็นโครงสร้างที่มั่นคงและเงียบสงบ รอบบริเวณบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ปกคลุมอยู่ ใต้ถุนบ้านถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ครัวเล็ก ๆ

มะยมสังเกตเห็นว่าห้องน้ำอยู่นอกตัวบ้านถัดออกไปในระยะห้าเมตร ภาพตรงหน้านี้ตอกย้ำถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่แตกต่างจากคอนโดหรือทาวน์เฮาส์ในกรุงเทพฯ โดยสิ้นเชิงซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มะยมแทบจะลืมเลือนไปแล้ว

ยายบุญมา ผู้เป็นยายไม่ได้หลับใหล เธอเฝ้ารอคอยลูกสาวและหลานชายอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน เธอนั่งก่อไฟไว้รอให้ความอบอุ่นในยามค่ำคืน ไฟที่ลุกโชนนั้นสว่างไสวท่ามกลางความมืดมิด มันเป็นภาพการต้อนรับแบบวิถีอีสานที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและจริงใจ ความคิดถึงที่อัดแน่นทำให้เธอไม่สามารถข่มตาลงได้เลย

“อีแม่”(คุณแม่)

คุณนายทองดีอุทานเรียกผู้เป็นแม่ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความผูกพัน เธอรีบลงจากรถกระบะและเดินเข้าไปหาผู้ให้กำเนิดทันที ก่อนจะสวมกอดผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟจากกองไฟอย่างแน่นแฟ้น อ้อมกอดนี้เป็นการปลดปล่อยความคิดถึงที่อัดแน่นตลอดระยะเวลาที่ห่างไกล มันเป็นภาพความอบอุ่นที่ไร้เงื่อนไข แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าที่มิอาจตัดขาดได้

“เมื่อยบ่อีหล่า”(เหนื่อยไหมลูก)ยายบุญมาถามด้วยความเป็นห่วงในน้ำเสียงที่นุ่มนวล มือเหี่ยวย่นของเธอเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ เพื่อลูบลงไปที่ศีรษะของลูกสาว เป็นสัมผัสที่ปลอบโยนและแสดงความเข้าใจในความยากลำบากของการเดินทาง

“บ่จ้า (ไม่จ้ะ)”

“ไสละบักหล่ามะยม อยู่ไส” (ไหนละมะยม อยู่ไหน) ยายบุญมาถามด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้นและตื่นเต้น แม้จะยังอยู่ในอ้อมกอดลูกสาว แต่ดวงตาของเธอก็กวาดมองหาหลานชายที่หายหน้าไปนาน

“ย่างมาอยู่นั่น (เดินมาอยู่นั่น)”

ทันทีที่ยายบุญมาพบตัวหลาน มะยมก็รีบเดินเข้าไปใกล้และยกมือไหว้ผู้เป็นยายทันทีด้วยความนอบน้อม ถึงแม้ในใจจะยังมีความหงุดหงิดจากการเดินทางอันยาวนาน แต่ความรักความเคารพที่มีต่อยายนั้นก็เด่นชัดและเต็มเปี่ยม เขารักษาความสำรวมและมารยาท

“โอ๊ย ๆ บักหล่าของยาย” เสียงที่เปี่ยมด้วยความสุขดังขึ้นจากยายบุญมา เธอไม่รอช้าที่จะแสดงความรักออกมา คว้าตัวหลานชายเข้ามากอดอย่างแน่นหนา ความอบอุ่นของร่างกายหญิงสูงวัยที่โอบล้อมมะยมไว้ เป็นความรักที่แสดงออกอย่างชัดเจนและจริงใจที่สุด สำหรับยายแล้ว การมาถึงของหลานชายคือของขวัญล้ำค่าที่สุดในยามค่ำคืนนี้

“ครับยาย”

“เมื่อยบ่ (เหนื่อยไหม)”

“ไม่ครับยาย”

“หิวบ่ละ (หิวไหม)”

“ไม่ค่อยหิวครับ”

ยายบุญมาผละจากอ้อมกอดก่อนจะจ้องมองหลานชายอย่างพินิจพิเคราะห์ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอเปรียบเทียบหลานในความทรงจำกับหลานที่อยู่ตรงหน้า แล้วสายตาของเธอก็ชะงักลงที่เส้นผมสีเหลืองทองอร่าม สีผมที่ดูแปลกตาและทันสมัยนั้นทำให้ยายบุญมาเกิดคำถาม มันเป็นรายละเอียดที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตในเมืองกรุงที่หลานชายใช้ชีวิตอยู่ ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ยายคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง

“เอ่อ... คือ... หน้าตาดีปานดารา ผิวพรรณผุดผ่องเหมือนหยวกกล้วยแล้ว... แล้วเฮ็ดหยังผมถึงสีนั้นละบักหล่า (ทำไมผมถึงสีนั้นล่ะหลาน)”

“ผมไปย้อมมาครับ” มะยมตอบตามตรง

“ย้อมเฮ็ดหยัง สีผมก็ดีอยู่แล้ว”

“มันไม่เท่ห์ครับยาย”

“ป๊าด ๆ... พ่อฝรั่งขี้นก” ยายบุญมาว่าอย่างเอ็นดูระคนกับความไม่เข้าใจในแฟชั่นของคนกรุงเทพฯ

“พอ ๆ อีแม่” คุณนายทองดีกล่าวตัดบทอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มที่รู้ทัน เธอไม่อยากให้เรื่องสีผมกลายเป็นประเด็นยืดเยื้อ

“คืนนี้หนูนอนกับแม่นะ ส่วนห้องนอนให้มะยมมันนอน” เธอจัดแจงเรื่องที่พักอย่างเด็ดขาด การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะพักผ่อนและให้ลูกชายได้มีพื้นที่ส่วนตัว

“ได้ ไปขึ้นไปนอนกันได้แล้ว เดินทางมาเหนื่อย ๆ พรุ่งนี้แม่สิพาไปทำบุญ”

“จ้ะแม่”

“ครับยาย”

ผู้เป็นยายพาหลานชายเดินขึ้นบันไดบ้านไปยัง ห้องนอน ที่ปัดกวาดเช็ดถูไว้รอเรียบร้อยแล้ว ส่วนแม่ก็เดินไปขอบคุณ ลุงพล ที่มาช่วยรับส่งถึงที่ บ้านช่องก็อยู่ไม่ห่างกันนัก ส่วนใหญ่ในระแวกนี้ก็มีแต่ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น ทำให้มะยมรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อย แม้บรรยากาศจะมืดมิดและแปลกตาเพียงใดก็ตาม

เขาที่เดินทางมาเมื่อยล้าเกือบทั้งวัน ตัดสินใจรีบอาบน้ำชำระร่างกายแล้วก็ขึ้นนอนทันที ส่วนแม่กับยายยังคงนั่งคุยกันอยู่ที่ใต้ถุนบ้านอย่างออกรส แม้จะนอนมาบ้างบนรถทัวร์ แต่มะยมก็ยังรู้สึกง่วงและเพลียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเขาไม่เคยต้องนั่งรถนานขนาดนี้มาก่อนเลย

ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำอย่างรวดเร็ว ร่างของมะยมกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย แต่ก่อนที่เขาจะหลับสนิท เขากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง มันเป็นความอบอุ่นที่ห่อหุ้มร่างกายไว้ราวกับเกราะป้องกัน เขาขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นนั้นโดยอัตโนมัติและรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ เขาปล่อยให้สัญชาตญาณนำพาไป ลืมสิ้นซึ่งตรรกะที่ว่าห้องส่วนตัวแห่งนี้ควรไม่มีใครอื่นนอกจากเขา

“สบายจัง...” มะยมงึมงำออกมาอย่างเคลิบเคลิ้ม เสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ความอ่อนล้าทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความผ่อนคลายที่ไม่อาจต้านทานได้ เขาปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความอบอุ่นนั้นอย่างเต็มใจ โดยไม่ได้สนใจว่าความสบายนี้มาจากแหล่งใด ร่างกายต้องการการพักผ่อนมากกว่าการตั้งคำถาม

“นอนเสียเถิด... แม่ทับทิมของข้า”

ในขณะที่มะยมกำลังเคลิบเคลิ้ม เสียงทุ้มนุ่มลึกที่แสนคุ้นเคยจากห้วงนิทราก็ดังกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู มันเป็นเสียงที่แฝงไว้ด้วยความผูกพันอันยาวนาน มือหนาใหญ่หยาบกร้านซึ่งแตกต่างจากผิวพรรณของผู้พูดค่อย ๆ บรรจงลูบลงบนศีรษะของคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่แสดงออกถึงความทะนุถนอมนี้เกิดจากความกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาและรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่กำลังโอบกอดเขาอยู่

ร่างสูงใหญ่โอบกอดคนตัวเล็กไว้ชั่วครู่ก่อนจะมองดูมะยมที่นอนหลับใหลอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความอาลัยรักและภาพสะท้อนของการเฝ้ารอคอยอันยาวนาน เมื่อมั่นใจว่ามะยมหลับสนิทแล้ว ร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นงูตัวใหญ่สีดำทมึน อสรพิษมหึมาค่อย ๆ เลื้อยออกจากห้องทางหน้าต่างไปอย่างเงียบเชียบราวกับเป็นเพียงเงา ทิ้งไว้เพียงไออุ่นจาง ๆ และกลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยซึ่งอบอวลอยู่ในห้องนอน.

.

.

เอ้ก... อี... เอ้ก... เอ้ก!

เสียงไก่ชนที่ร้องขันตั้งแต่ตีห้าดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน เสียงที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตของชนบทนั้นช่างแปลกหูและรบกวนการนอนของมะยมอย่างยิ่ง เขาที่ไม่คุ้นชินกับการตื่นเช้าต้องฝืนดวงตาที่ปรือลืมขึ้นมา

เขาผุดลุกขึ้นนั่งอยู่กลางเตียงอย่างมึนงง ความคิดแรกคือการล้มตัวลงนอนต่อและเมินเฉยต่อเสียงรบกวนนั้น แต่แล้ว เสียงอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความเมตตาของยายบุญมา ผู้เป็นยาย ก็ดังขึ้นอยู่หน้าห้องนอนเสียก่อน

“บักหล่า ตื่นแล้วไป่ (ตื่นแล้วหรือยัง)”

“ตื่นแล้วครับยาย”

“ตื่นแล้วก็ลงมาอาบน้ำเด้อ ”

“ครับยาย”

“เอ่อ... ยายสิพาไป ทำบุญ”

“ครับยาย”

มะยมลุกขึ้นยืน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเป็นกระเซิงตามประสาคนเพิ่งตื่น เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวทำกิจวัตรยามเช้า ก่อนจะหันไปมองที่เตียงนอนอีกครั้งด้วยความฉงน

"ทำไมเมื่อคืนถึงรู้สึกอุ่นและสบายจังนะ?" มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดใจและเหนือเหตุผล แตกต่างจากการนอนที่กรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก เขาจดจำความอบอุ่นนั้นได้ แม้ว่าสมองจะไม่สามารถประมวลผลได้ว่ามันมาจากไหน

มะยมสลัดความคิดทิ้งอย่างรวดเร็ว เขาเลือกที่จะไม่สนใจความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้บนเตียง ‘ช่างเถอะ! ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า’เขาว่าแล้วก็เดินลงบ้านไปตามทางเดินที่มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำที่อยู่ถัดออกไปด้านล่าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)

    บทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)การเดินทางกลับบ้านในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา มะยมเดินไปที่ป้ายรถเมล์โดยมีร่างสูงของเวไนยเดินขนาบข้าง เขาเลือกที่จะไม่ซ่อนตัว มือใหญ่กอบกุมมือของมะยมไว้แน่นอย่างมั่นคง แสดงออกอย่างเปิดเผยเป็นการยืนยันสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขามะยมรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยที่กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์“คุณ...” มะยมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าบรรยากาศสงบลงแล้ว“เจ้ามีสิ่งใด” เวไนยตอบพลางลูบหลังมือมะยมเบา ๆ“ผมว่าถ้าเรียนจบ ผมจะไปอยู่อุดรสักพัก ค่อยกลับมาหางานทำที่กรุงเทพฯ” มะยมเปิดเผยถึงแผนการในอนาคต“เจ้าไม่ต้องทำงานก็ได้นะ พี่เลี้ยงเจ้าได้” เวไนยเสนออย่างไม่ลังเล“มีเงินหรือไงทำมาพูด” มะยมหัวเราะ“เจ้าต้องการเท่าใดเล่า แม่มะยม” เวไนยถามด้วยรอยยิ้ม“เอากองเท่าภูเขาเลย”“พี่จักหามาให้”“เพ้อเจ้อ” มะยมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความสุขพวกเขาเดินมาถึงหน้าบ้านของมะยม บรรยากาศเริ่มเงียบลง เวไนยหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามะยมและจับไหล่คนตัวเล็กไว้“ฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะที่ทำลายความตึงเครียดดังขึ้นอย่างกะทันหัน “ไปถึงบ้านเจ้าแล้ว คืนนี้พี่ไม่ได้นอนกับเจ้า” คำพูดที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้

    บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้ท่ามกลางความหวาดกลัวของมะยมและเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้น... ร่างงูยักษ์สีดำทมึนก็ปรากฏขึ้นเต็มห้อง การมาถึงที่น่าสะพรึงกลัวนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสลัวในคอนโดถูกกลืนกินด้วยความดำมืดของเกล็ดนาคาที่เงาวามวับ อานุภาพที่กดดันทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เสี้ยววินาทีเดียวที่อาจารย์รังสิมันต์ยังไม่ทันได้ประมวลหางงูยักษ์ก็พุ่งเข้าพันรอบร่างของเขาอย่างฉับพลันและรัดแน่นจนกระดูกลั่น ความพยายามที่จะรุกรานมะยมถูกหยุดยั้งด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า ใบหน้าของอาจารย์เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดจากการที่ปอดถูกบดขยี้ เขาทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้เพราะขาดอากาศหายใจ“คุณ! พอแล้ว!” มะยมร้องห้ามด้วยเสียงที่ทรงอำนาจที่สุดที่เขามีเวไนยลดการรัดลงเล็กน้อย ดวงตาสีบุษลคัมฉายแววดุดัน “เหตุใดเจ้าต้องปกป้องมัน! มันสมควรตาย!”“ผมไม่ได้ปกป้อง... ผมไม่อยากให้คุณมีเวรมีกรรมต่อกันอีก” มะยมกล่าวอย่างหนักแน่น“แต่มันจะทำร้ายเจ้า! พี่ยอมไม่ได้!”“ปล่อยให้เขาได้รับกรรมของเขาไปเถอะนะ” มะยมอ้อนวอนพรึ่บ!ร่างงูยักษ์คลายพันธนาการอย่างกะทันหันโ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 23 คิดถึง

    บทที่ 23 คิดถึงทันทีที่ถึงบ้านและเข้าห้อง มะยมโทรหามินนี่และลิลลี่ทันที เพื่อระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนเตียง มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะรอการตอบรับจากปลายสาย“ฮัลโหลมินนี่! กูมีเรื่องจะปรึกษา!” มะยมพูดเสียงเครียด“ใจเย็นก่อนค่ะลูกสาว! เสียงอย่างกับโดนผีอำ! เกิดอะไรขึ้น!” มินนี่ถามด้วยความเป็นห่วง“ฟังนะ!”“เล่ามาค่ะ”“อาจารย์รังสิมันต์เรียกไปคุยที่คอนโด” มะยมเล่าเรื่องที่อาจารย์ตามมาที่โรงแรม การชักชวนให้พักที่คอนโด และการออกคำสั่งให้นัดไปพบส่วนตัวเพื่อปรึกษาธีสิสและเกรดฝึกงาน“อี๋! อี๋มากค่ะ!” มินนี่โวยวายทันทีที่ฟังจบ“นี่มันไม่ใช่ให้คำปรึกษาแล้วนะ! นี่มันการบีบบังคับชัด ๆ!”“ใช่! เขาใช้เรื่องเกรดกับธีสิสมาบีบกู! กูไม่รู้จะทำยังไงดี” มะยมถามอย่างร้อนใจลิลลี่ที่ฟังอยู่เงียบ ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด“มะยม... อย่าไป! เธอก็ไม่ควรไปคนเดียวในที่ส่วนตัวแบบนั้น”“แต่เกรดฝึกงานกับธีสิสล่ะ?” มะยมกังวล“เกรดน่ะ... ค่อยว่ากัน! อาจารย์คนอื่นก็รับปรึกษาได้! แต่การที่เขามาทำแบบนี้มันเกินเลยมาก” มินนี่เสริม“ถ้าเธอไม่อยากให้มันยุ่งยากนะ... เธอต้องหา ‘ตัวช่วย’ ไ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 22 วอแว

    บทที่ 22 วอแวมะยมถือโอกาสช่วงเวลาพักเดินออกมาจากห้องครัวเพื่อพักผ่อน แต่เพียงก้าวเดียวที่เขาเดินออกมา เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์รังสิมันต์ที่กำลังเดินเข้ามาอย่างจงใจ การปรากฏตัวที่กะทันหันในสถานที่ทำงานแห่งใหม่นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความพยายามของอาจารย์ที่จะเข้าใกล้เขา“เป็นไงบ้างมณเฑียร ทำได้ไหม” “เอ่อ.. ได้ครับ อาจารย์มาได้ไงครับ” มะยมถามด้วยความประหลาดใจ“พอดีเชฟกับอาจารย์เป็นเพื่อนกันน่ะ”“อ๋อ... งั้นอาจารย์มาหาเชฟ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” มะยมพยายามเลี่ยง“ไม่ใช่... อาจารย์มาชวนเราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน”“เอ่อ... ไม่ดีกว่าครับ ผมเกรงใจ”“เกรงใจทำไมคนกันเอง ไปเหอะ อาจารย์เลี้ยงเอง” อาจารย์รังสิมันต์ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ มะยมจึงจำต้องรับคำ“ก็ได้ครับ”มะยมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามอาจารย์รังสิมันต์ไปอย่างจำยอม แต่ในขณะที่พวกเขาเดินจากไปนั่นเอง กลุ่มหญิงสาวที่ทำงานในครัวซึ่งเพิ่งเดินออกมา ก็เริ่มต้นพูดคุยกันอย่างออกรสน้ำเสียงกระซิบกระซาบนั้นทำให้มะยมรับรู้ได้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดูเกินเลยระหว่างเขากับอาจารย์กำลังกลายเป็นเรื่องนินทาในหมู่เพื่อนร่วมงานแล้ว“แหม! น้องมะยม นี่มาวันแรกก็ม

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 21 ปะทะคารม

    บทที่ 21 ปะทะคารมเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามา เวไนยจึงคลายมนตราที่ร่ายไว้ลง เพื่อให้ทั้งสถานที่เป็นปกติอีกครั้ง มะยมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึก ปวดเมื่อยไปทั่วสรรพางค์กาย ไออุ่นร้อนผ่าวของเวไนยยังคงโอบล้อมเขาไว้ ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง ๆ ในเต็นท์ที่เงียบสงบ ร่องรอยของการ ‘ลงโทษ’ ยามวิกาล ยังคงชัดเจนอยู่ตามผิวเนื้อเวไนยที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว ก้มลงจูบที่หน้าผากของมะยมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบเสียงนุ่ม “ตื่นเถิดดวงใจของพี่... ถึงยามเช้าที่จักต้องออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆแล้วหนา”“อืมม์...” มะยมครางตอบอย่างอิดออด แต่ก็รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว โดยมีเวไนยคอยช่วยปิดบังรอยแดงจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตามซอกคอ“พี่จักเฝ้าดูเจ้า... ห้ามไม่ยอมให้ไอ้รังสิมันต์แตะต้องตัวเจ้าแม้แต่นิดเดียว” เวไนยออกคำสั่งก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นงูตัวเล็กและเลื้อยเข้าสู่กระเป๋าสะพายของมะยมมะยมเดินออกจากเต็นท์ไปสมทบกับเพื่อน ๆ ที่กำลังเตรียมทำอาหารเช้า ใบหน้าของเขายังคงแดงระเรื่อและท่าทางดูอ่อนเพลียจนผิดสังเกต“ว้าย! ลูกสาว! เป็นอะไรคะเนี่ย! ทำไมวันนี้ดูโทรมเป็นผีดิบขนาดนี้!” มินนี่ทักทันที“มึงอย่าพูดเสียงดังสิ! กูเหนื่อย

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 20 พี่รักเจ้าดวงใจของพี่ 18+

    บทที่ 20 พี่รักเจ้าดวงใจของพี่ 18+มะยมพาตัวเองเดินเลี่ยงมาตามทางจนถึงบริเวณน้ำตกในที่สุด ที่นี่เงียบสงบและมืดมิดอย่างที่คาดไว้ แต่ก็สวยงามเหมือนตามที่มีคนรีวิวไว้จริง ๆ สายน้ำตกที่ไหลลงมากระทบแอ่งน้ำเบื้องล่าง ดูขาวนวลตาและส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมามะยมจัดการรีบลงไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว โดยปล่อยให้เวไนยในร่างงูจงอางรออยู่ด้านบนโขดหิน เขาไม่ยอมให้ลงมาด้วยเด็ดขาด เพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนคราวนั้น แม้จะเป็นการอาบน้ำที่เร่งรีบและมีเพียงแสงจันทร์เป็นพยาน แต่มะยมก็รู้สึกสดชื่นอย่างที่สุด ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมตลอดทั้งวันถูกชำระล้างออกไปด้วยความเย็นของน้ำตก สองสายตาที่ซ่อนเร้น ของเวไนยและใครอีกคน? ยังคงจับจ้องเขาอยู่หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขารีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นาน งูจงอางตัวเล็กก็เลื้อยลงมาจากโขดหินทันที มาพันอยู่รอบต้นแขนของเขาด้วยความหวงแหนและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย“หายหนาวแล้วหรือไม่” เสียงเวไนยดังขึ้นในความคิดของมะยม“หายแล้วครับ... ไปกันเถอะ”ในขณะที่มะยมกำลังจะเดินออกจากบริเวณน้ำตก เขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมองอยู่ แต่เมื่อหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่พบใค

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+

    บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เวไนยก็เข้ามา นอนกกกอดกับเขาเกือบทุกค่ำคืน บางครั้งก็มาใน ร่างงูยักษ์ ขนาดมหึมาที่โอบรัดเขาไว้ใต้ผ้าห่ม บางครั้งก็เป็น ร่างมนุษย์ ที่หล่อเหลาและเต็มไปด้วยไฟปรารถนา ทว่าเมื่อตื่นเช้ามา เจ้าตัวก็มักจะหายออกไปแล้ว ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ร่วมเตี

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 14 เลขนำโชค

    บทที่ 14 เลขนำโชคเช้าวันรุ่งขึ้นมะยมตื่นขึ้นมาก็พบว่าเสื้อผ้าถูกจัดลงกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยหมดแล้ว แต่กลับ ไม่พบร่างของเวไนย ไปไหนของเขา? ทั้งที่เมื่อคืนก็นอนกกกอดและได้ยินเสียงเพลงกล่อมอยู่ด้วยกันแท้ ๆเขาเลยเดินลงมาจากบ้าน แม่เตรียมของขึ้นรถของ ลุงพล ไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่กระเป๋าของเขา เลยเด

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 13 กลับบ้าน

    บทที่ 13 กลับบ้านวันนี้เป็นวันที่ครบสามวันตามคำขอของชาวบ้านและเวไนย มะยมตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ในชุดที่เขานำมาเอง ไม่ใช่เสื้อคอกระเช้าอีกต่อไป เวไนยยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอน มองเขาทุกย่างก้าวด้วยแววตาอาลัย“คุณ... วันนี้ผมจะกลับบ้านแล้วนะ” มะยมประกาศเสียงแข็ง“พี่รู้แล้ว... เจ้ารังเกียจพ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

    บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status