หน้าหลัก / แฟนตาซี / เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน / บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

แชร์

บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

ผู้เขียน: Tawan miki
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 01:36:13

บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

ไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงามและน่าค้นหา

ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ หันกลับมาหาเขา แต่ใบหน้ากลับยังคงพร่าเลือน มองเท่าไหร่ก็เห็นไม่ชัดสักที ความคลุมเครือนี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและดึงดูดให้มะยมต้องเข้าไปใกล้บุรุษผู้นั้นอีกครั้ง

“คุณ... คุณ...” มะยมพยายามเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขายังคงไม่มั่นใจในตัวตนของชายผู้นี้ที่ปรากฏตัวในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ใบหน้าจะมองไม่ชัด แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเอ่ยปากเรียกหา ราวกับความทรงจำกำลังพยายามฟื้นคืน

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ...” เสียงทุ้มกังวานนั้นดังขึ้นอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง ราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน คำว่า 'กลับบ้าน' นั้นทำให้มะยมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกันแน่

“คุณพูดเรื่องอะไร?”

“แม่ทับทิมของข้า...”

“บอกว่าไม่ใช่! แล้วใครคือแม่ทับทิม!” มะยมเริ่มขึ้นเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิดที่ทนไม่ไหว ความสับสนที่ถูกเรียกขานด้วยชื่ออื่นในขณะที่อีกฝ่ายปฏิเสธที่จะเผยใบหน้าอย่างชัดเจนนั้น ทำให้เขาต้องแสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เขาต้องการคำตอบเพื่อยุติความคลุมเครือที่เกิดขึ้นในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“คิดถึงเหลือเกิน...” ชายในฝันยังคงพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจคำถามที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของมะยม เสียงทุ้มนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยและความรู้สึกที่เก็บกดไว้มานานแสนนาน ความรู้สึกที่รุนแรงของชายผู้นี้ทำให้มะยมต้องชะงัก ราวกับความเจ็บปวดจากการรอคอยได้แผ่ซ่านมาถึงเขา

“พูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!”

“แม่ทับทิม...”

“เป็นบ้าหรือไงวะเนี่ย! ที่นี่ที่ไหน!” มะยมตะคอกอย่างหมดความอดทน เขาไม่สามารถทนต่อการเมินเฉยและการพูดจาที่ไม่เกี่ยวข้องได้อีกต่อไป ความรู้สึกสับสนว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไรในความฝันนี้ทำให้เขาต้องแสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เขาต้องการให้ชายผู้นั้นหลุดจากภวังค์และตอบคำถามเขาว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่?

“ไว้สักวันหนึ่งเจ้าจักรู้เอง... แม่ทับทิม”

“โอ๊ย! กูคุยกับคนบ้าอยู่หรือไงวะเนี่ย!”มะยมสบถออกมาด้วยความสิ้นหวังที่ไม่ได้คำตอบ

แต่ทันใดนั้นเอง... เสียงตอบกลับสุดท้ายไม่ได้เป็นคำพูดของมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นเสียงขู่คำรามที่เย็นยะเยือกและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด เสียงนั้นบ่งบอกถึงการเผยตัวตนที่แท้จริงของบุรุษงามในความฝัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวจนน่าขนลุก

ฟ่อ... ฟ่อ...

พลัน! ร่างของชายหนุ่มตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นอสรพิษยักษ์สีดำทมึนในชั่วพริบตา ภาพที่เห็นนั้นมหึมาจนราวกับจะกลืนกินฟ้าได้ทั้งผืน

ลำตัวสีดำเมี่ยมที่ปรากฏกายนั้นช่างน่าพรั่นพรึง ลิ้นสีชาดสองแฉกตวัดเลียอากาศอย่างคุกคาม เผยให้เห็นเขี้ยวโค้งงามที่เต็มไปด้วยอันตราย ลำตัวสีนิลกำลังเลื้อยคืบคลานเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของลำตัวนั้นทำให้มะยมแข็งทื่ออยู่กับที่

เฮือก!!!

มะยมสะดุ้งเฮือกตื่นจากห้วงนิทราด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงของรถทัวร์ ร่างกายแข็งทื่ออยู่บนเบาะที่นั่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจากภาพอสรพิษยักษ์ที่เพิ่งเห็น สัมผัสเย็นชื้นของเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า บ่งบอกถึงความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย การกลับสู่ความเป็นจริงอย่างฉับพลันนี้ไม่ได้ช่วยให้เขาสลัดภาพความฝันที่น่าสะพรึงกลัวออกไปได้เลย

“เป็นอะไรลูก?” เสียงที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยความกังวลของแม่ทองดีดึงสติมะยมกลับมา

ทันทีที่เธอเอื้อมมือมาสัมผัสลำตัวของลูกชายที่กำลังสั่นระริก มะยมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เขาหายใจหอบถี่ด้วยความกลัวที่เกาะกุมจิตใจ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ แม่ทองดีจ้องมองลูกชายอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ความรักและความห่วงใยนั้นชัดเจน เธอพยายามฉุดรั้งเขาออกจากห้วงฝันร้ายด้วยอ้อมแขนที่คุ้นเคย

“ผมฝันครับแม่...” มะยมตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและยังคงสั่นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกทำให้เขาไม่สามารถโกหกแม่ได้อีกต่อไป เขาเลือกที่จะบอกความจริงถึงเรื่องที่น่าหวาดกลัว

“ฝันซ้ำ ๆ เรื่องเดิม”

“ฝันว่าอะไรลูก” แม่ทองดีถามย้ำด้วยความมุ่งมั่นที่จะรับฟัง ฝ่ามือเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวเล็กของมะยมที่เย็นชื้นด้วยเหงื่อกาฬ เป็นการปลอบประโลมจิตใจให้สงบและคลายความตื่นตระหนกจากฝันร้าย เธอใช้ความอ่อนโยนเพื่อให้ลูกชายรู้สึกปลอดภัยพอที่จะแบ่งปันเรื่องราวที่น่ากลัวนั้นออกมา

“ผมเห็นงูครับแม่... ตัวใหญ่มาก แล้วเขากำลังเลื้อยมาหาผม”

มะยมพยายามกล่าวแม้ว่าร่างกายจะไม่สามารถควบคุมอาการสั่นได้ เขาเอื้อมมือไปคว้าแขนแม่ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ ปากเรียวเล็กของเขาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวจนน้ำตาคลอเบ้า เสียงที่ออกมาจึงเป็นเพียงถ้อยคำกระท่อนกระแท่นที่เต็มไปด้วยความสั่นเทาภาพอสรพิษยักษ์ที่คืบคลานเข้ามายังคงติดตรึงอยู่ในจิตใจของเขาอย่างชัดเจน

“โอ๊ย ๆ ตายแล้ว สงสัยพ่อปู่คงจะมาเตือน”

คำอุทานของแม่ทองดีดังขึ้นอย่างฉับพลันพร้อมกับมือที่ทาบลงบนอกด้วยความตกใจอย่างยิ่ง สำหรับเธอแล้ว งูยักษ์ในความฝันของลูกชายไม่ใช่แค่ฝันร้าย แต่เป็นการรับรู้ถึงพลังงานเหนือธรรมชาติ เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่าองค์พ่อปู่ผู้ปกปักรักษาได้ส่งสัญญาณเตือนมาถึงพวกเขาแล้ว การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

“โธ่แม่! เลิกงมงายเถอะครับ มันแค่ความฝันที่สมองสร้างขึ้นมา!” มะยมโพล่งออกมาอย่างไม่ทันยั้งคิด น้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความรำคาญอย่างชัดเจนต่อการตีความของแม่ทองดี เขายืนยันในทิฐิของตัวเองว่าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ อยู่เบื้องหลังความฝันนั้น มันเป็นการต่อต้านความเชื่อที่แม่พยายามจะปลูกฝังมาโดยตลอด

เพี๊ยะ!!!

ฝ่ามือของคุณนายทองดีฟาดลงบนแขนของลูกชายเบา ๆ แต่ความหนักแน่นนั้นเพียงพอที่จะทำให้มะยมรู้สึกเจ็บและตกใจ "มันน่าปลอบไหมเนี่ย" แม่ทองดีรำพึงเสียงเข้ม น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากความห่วงใยเป็นความไม่พอใจในทันที การกระทำนี้เป็นการลงโทษที่เตือนให้มะยมระลึกถึงขอบเขต ความเชื่อเรื่ององค์พ่อปู่ไม่ใช่สิ่งที่ลูกชายจะมาลบหลู่ดูแคลนได้ง่าย ๆ

“แม่! ตีผมทำไม” มะยมถามด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมและมีความสับสนอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นกุมแขนที่ถูกตี สีหน้าของเขาแสดงความต้องการคำอธิบายอย่างเร่งด่วน เขาไม่คาดคิดว่าการโต้เถียงด้วยเหตุผลเรื่องความเชื่อจะจบลงด้วยการถูกทำโทษจากผู้เป็นแม่ ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อกับตรรกะยิ่งรุนแรงขึ้น

“ไม่ศรัทธา... อย่าลบหลู่” แม่ทองดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและสงบลงอย่างน่าประหลาด แต่ถ้อยคำสั้น ๆ นั้นกลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้มะยมต้องเงียบกริบ นี่คือคำเตือนที่มาจากความศรัทธาอันแรงกล้าที่ฝังรากลึก สำหรับเธอแล้ว องค์พ่อปู่ไม่ใช่แค่ตำนาน แต่เป็นความจริงที่ไม่น่าจะนำมาลบหลู่ได้

“...ขอโทษครับ” มะยมกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอโทษแม่ เขารู้สึกผิดทันทีที่ปากไวไปนิดและพูดจาดูลบหลู่สิ่งที่แม่ยึดถือ เขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แม่ทองดีให้ความเคารพและยึดถือมาตลอดชีวิต

หลังจากขอโทษแม่เสร็จและบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง มะยมตัดสินใจลุกจากที่นั่ง เขารู้สึกว่าต้องหาทางปรับสภาพจิตใจหลังจากความฝันร้ายและความขัดแย้งกับแม่ เขาเดินตรงไปที่ห้องน้ำด้านล่างของตัวรถทัวร์อย่างเงียบ ๆ ความตั้งใจคือล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นและลบความตื่นตระหนกออกไปให้หมด เพราะการเดินทางยังอีกยาวไกลและเขาต้องทำใจให้สงบเพื่อเผชิญหน้ากับมัน

มะยมจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จสิ้น และกำลังก้าวขึ้นบันไดเพื่อกลับไปยังชั้นสองของตัวรถ ทันใดนั้น! รถทัวร์ก็เบรกกะทันหันอย่างรุนแรงจนตัวรถสั่นสะเทือน หัวใจของมะยมเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก

เขาทรงตัวไม่อยู่และมั่นใจว่าตัวเองจะต้องหน้าทิ่มล้มลงไปกับพื้นเสียแน่นอน แต่ก่อนที่ร่างกายจะปะทะกับความเจ็บปวดและพื้นผิวแข็ง ๆ... มือหนาใหญ่ของใครคนหนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวของเขาไว้แน่น มันพยุงร่างเล็กไว้ได้อย่างมั่นคงและฉับไวอย่างน่าอัศจรรย์

“เป็นอะไรไหม” เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกดังขึ้นข้างหูของมะยมอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน มันตัดกับความโกลาหลของรถทัวร์ได้อย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นทำให้ความตื่นตระหนกของมะยมลดลงทันที เขายังคงถูกโอบรัดด้วยมือที่แข็งแกร่งและอบอุ่น

“ไม่ครับ... ขอบคุณครับ”มะยมรีบหันไปขอบคุณ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ในสถานการณ์คับขัน ใบหน้าขาวสะอาดหมดจดราวกับถูกสลักเสลานั้นดึงดูดสายตาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมคู่คมกำลังจ้องมองใบหน้าเขาอย่างไม่กะพริบตา การจ้องมองที่หนักแน่นนั้นราวกับจะสะกดให้ทุกอย่างรอบตัวหยุดเคลื่อนไหว เส้นผมสีบรอนซ์เทาพลิ้วไสวตามแรงลมที่เข้ามาในช่องประตูทางเดิน มะยมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกายจากสัมผัสที่เอวนั้น ทำให้เขาต้องเอ่ยเตือนด้วยความกระดากอาย

“ปล่อยก่อนครับ”

“เอ่อ... ข้าขอโทษ” ชายคนนั้นกล่าวคำขอโทษด้วยถ้อยคำที่แปลกประหลาดและโบราณอย่างน่าฉงน น้ำเสียงของเขาดูสับสนเล็กน้อยราวกับเพิ่งหลุดจากภวังค์ เขารีบปล่อยมือที่เอวของมะยมทันทีราวกับถูกไฟฟ้าช็อต การกระทำที่ฉับไวและคำพูดที่ไม่คุ้นหูนี้ทำให้มะยมยิ่งรู้สึกว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดา

“ครับ ขอบคุณที่ช่วย ขอตัวก่อนนะครับ”

มะยมเอ่ยขอบคุณอีกครั้งด้วยความรีบร้อน ก่อนจะรีบเดินหันหลังขึ้นบันไดกลับไปหาแม่ที่นั่งอยู่ด้านบน ความอึดอัดที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อยากอยู่ใกล้ชายผู้นั้นอีกต่อไป แต่พอมะยมหันกลับไปมองที่บันไดอีกครั้ง เขากลับไม่เห็นชายคนนั้นอีกแล้ว ไม่มีแม้แต่เงา ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น

‘หายไปไหน? ไวจัง!’ เขาอุทานในใจด้วยความฉงน แต่ก็สลัดความคิดออกไปอย่างรวดเร็ว ‘ช่างเถอะ คงลงรถไปแล้วมั้ง…’ มะยมเดินกลับมานั่งที่เดิมข้างแม่ทองดี เขานั่งลงอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามสลัดความคิดเรื่องชายแปลกหน้าออกไปจากหัว

“แม่ครับ เรามีแววจะถึงอุดรธานีหรือยัง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่กระวนกระวายเล็กน้อย ความรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทางและเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เขาต้องการให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็วที่สุด

“ยังเลยลูก นอนต่อได้อีกนะ”

“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวผมดูสูตรอาหารก่อน”

“จ้ะ เดี๋ยวถึงแล้วแม่บอก”

“ครับ”

มะยมหยิบไอแพดขึ้นมาโดยไม่สนใจคำถามเรื่องเวลาที่ยังไม่ได้คำตอบ เขาเปิดหน้าจอเพื่ออ่านทบทวนสูตรขนมและอาหารที่ตนเองรัก ความตั้งใจคือศึกษาและจดจำรายละเอียดทั้งหมดอย่างแม่นยำ เพราะเดี๋ยวก็ต้องไปฝึกงานแล้ว เขาต้องท่องจำให้แม่นยำเพื่อไม่ให้พลาดเวลาทำจริง การใช้เวลาบนรถทัวร์ให้เป็นประโยชน์นี้

เขาวางไอแพดลงและหันหน้าไปมองวิวข้างทาง ต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายอยู่ริมถนนไม่ขาดสาย สีเขียวสดที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วคือความพยายามที่จะดึงตัวเองออกจากความวุ่นวาย

ทว่า ความฝันประหลาดที่เห็นอสรพิษยักษ์ และความงามลึกลับของดวงตาสีบุษราคัมที่เพิ่งจ้องมองเขา... กลับฝังลึกและตามมาหลอนอยู่ในความคิดของเขาอย่างไม่จางหาย

ขณะที่มะยมกำลังนั่งเหม่อมองทิวทัศน์ริมทางที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามสลัดความวุ่นวายในใจ แต่ทว่า... เขากลับไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเขาอยู่จากระยะไกล เป็นสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความคิดถึง และโหยหาอันยาวนาน ความรู้สึกที่ถูกเก็บกักไว้ชั่วกัปชั่วกัลป์

ดวงตาสีบุษราคัมคู่นั้นมองตามร่างเล็กที่ไม่รู้ตัวผ่านม่านมิติที่คนธรรมดามองไม่เห็น ทุกการเคลื่อนไหว ทุกรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหวานถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้เฝ้ามองอย่างละเอียดลออและลึกซึ้ง

‘การเฝ้ารอคอยนับศตวรรษ ได้สิ้นสุดลงแล้ว’ความคิดที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจนั้นสั่นสะเทือน การกลับมาของสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตได้เกิดขึ้นจริง

ทว่า การได้เห็นเขาใกล้ชิดเพียงแค่เอื้อมมือคว้าเมื่อครู่ กลับเป็นความทรมานที่แสนจะเจ็บปวดเข้าไปถึงทรวงอก ความโหยหาที่ถูกเก็บกักไว้เป็นระยะเวลานานนั้นทำให้การได้สัมผัสเพียงชั่วครู่ยิ่งสร้างความเจ็บปวด มันเป็นการตอกย้ำถึงมิติที่แบ่งแยกพวกเขาออกจากกัน

“ในที่สุด... แม่ทับทิมของข้าก็หวนคืน” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังขึ้นในอากาศ มันเป็นเสียงที่แฝงพลังอำนาจและอิ่มเอมใจ คำเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันนั้นยืนยันถึงความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมานาน การมาของมะยมในฐานะ 'แม่ทับทิม' ได้เติมเต็มช่องว่างที่ว่างเปล่าในหัวใจของผู้เฝ้ามอง

“ถึงแม้จะจำข้าไม่ได้เลยก็ตาม... แต่ข้าจักไม่ยอมให้เจ้าจากข้าไปอีกเป็นครั้งที่สอง” เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นหนักแน่นราวกับคำสาบาน

ความไม่ยินดียินร้ายของมะยมต่ออดีตนั้นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของผู้เฝ้ามองลดลง ตรงกันข้าม มันยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดมั่นและปกป้อง เขาจะไม่ยอมให้โชคชะตาเล่นตลกพรากเอาคนรักของเขาไปอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน

ผู้ที่ถูกเฝ้ารอคอยยังคงมองวิวภายนอกอย่างไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มะยมจมอยู่ในความคิดของตัวเองโดยไม่รู้ว่าโชคชะตาได้เข้ามาใกล้เพียงใด

ในขณะที่ผู้เฝ้ามองก็ยังคงติดตามร่างเล็กนั้นไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับความรู้สึกที่รุ่มร้อนในอก มันคืออารมณ์ที่ปะปนกันระหว่างความรักที่ลึกซึ้ง ความแค้นที่ฝังใจ และความผูกพันอันมิอาจตัดขาดได้ การเดินทางนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ถูกกำหนดไว้จากอดีต

😢คำนึงร่ำไห้ด้วยความคิดถึง ส่วนอีกคนกลับไม่เข้าใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+

    บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่

    บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 8 น้ำตก

    บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 7 คำทำนาย

    บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 6 การทำบุญและการพบพาน

    บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน

    บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status