بيت / แฟนตาซี / เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน / บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

مشاركة

บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

مؤلف: Tawan miki
last update تاريخ النشر: 2025-12-31 01:36:13

บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

ไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงามและน่าค้นหา

ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ หันกลับมาหาเขา แต่ใบหน้ากลับยังคงพร่าเลือน มองเท่าไหร่ก็เห็นไม่ชัดสักที ความคลุมเครือนี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและดึงดูดให้มะยมต้องเข้าไปใกล้บุรุษผู้นั้นอีกครั้ง

“คุณ... คุณ...” มะยมพยายามเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขายังคงไม่มั่นใจในตัวตนของชายผู้นี้ที่ปรากฏตัวในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ใบหน้าจะมองไม่ชัด แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเอ่ยปากเรียกหา ราวกับความทรงจำกำลังพยายามฟื้นคืน

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ...” เสียงทุ้มกังวานนั้นดังขึ้นอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง ราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน คำว่า 'กลับบ้าน' นั้นทำให้มะยมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกันแน่

“คุณพูดเรื่องอะไร?”

“แม่ทับทิมของข้า...”

“บอกว่าไม่ใช่! แล้วใครคือแม่ทับทิม!” มะยมเริ่มขึ้นเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิดที่ทนไม่ไหว ความสับสนที่ถูกเรียกขานด้วยชื่ออื่นในขณะที่อีกฝ่ายปฏิเสธที่จะเผยใบหน้าอย่างชัดเจนนั้น ทำให้เขาต้องแสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เขาต้องการคำตอบเพื่อยุติความคลุมเครือที่เกิดขึ้นในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“คิดถึงเหลือเกิน...” ชายในฝันยังคงพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจคำถามที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของมะยม เสียงทุ้มนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยและความรู้สึกที่เก็บกดไว้มานานแสนนาน ความรู้สึกที่รุนแรงของชายผู้นี้ทำให้มะยมต้องชะงัก ราวกับความเจ็บปวดจากการรอคอยได้แผ่ซ่านมาถึงเขา

“พูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!”

“แม่ทับทิม...”

“เป็นบ้าหรือไงวะเนี่ย! ที่นี่ที่ไหน!” มะยมตะคอกอย่างหมดความอดทน เขาไม่สามารถทนต่อการเมินเฉยและการพูดจาที่ไม่เกี่ยวข้องได้อีกต่อไป ความรู้สึกสับสนว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไรในความฝันนี้ทำให้เขาต้องแสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เขาต้องการให้ชายผู้นั้นหลุดจากภวังค์และตอบคำถามเขาว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่?

“ไว้สักวันหนึ่งเจ้าจักรู้เอง... แม่ทับทิม”

“โอ๊ย! กูคุยกับคนบ้าอยู่หรือไงวะเนี่ย!”มะยมสบถออกมาด้วยความสิ้นหวังที่ไม่ได้คำตอบ

แต่ทันใดนั้นเอง... เสียงตอบกลับสุดท้ายไม่ได้เป็นคำพูดของมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นเสียงขู่คำรามที่เย็นยะเยือกและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด เสียงนั้นบ่งบอกถึงการเผยตัวตนที่แท้จริงของบุรุษงามในความฝัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวจนน่าขนลุก

ฟ่อ... ฟ่อ...

พลัน! ร่างของชายหนุ่มตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นอสรพิษยักษ์สีดำทมึนในชั่วพริบตา ภาพที่เห็นนั้นมหึมาจนราวกับจะกลืนกินฟ้าได้ทั้งผืน

ลำตัวสีดำเมี่ยมที่ปรากฏกายนั้นช่างน่าพรั่นพรึง ลิ้นสีชาดสองแฉกตวัดเลียอากาศอย่างคุกคาม เผยให้เห็นเขี้ยวโค้งงามที่เต็มไปด้วยอันตราย ลำตัวสีนิลกำลังเลื้อยคืบคลานเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของลำตัวนั้นทำให้มะยมแข็งทื่ออยู่กับที่

เฮือก!!!

มะยมสะดุ้งเฮือกตื่นจากห้วงนิทราด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงของรถทัวร์ ร่างกายแข็งทื่ออยู่บนเบาะที่นั่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจากภาพอสรพิษยักษ์ที่เพิ่งเห็น สัมผัสเย็นชื้นของเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า บ่งบอกถึงความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย การกลับสู่ความเป็นจริงอย่างฉับพลันนี้ไม่ได้ช่วยให้เขาสลัดภาพความฝันที่น่าสะพรึงกลัวออกไปได้เลย

“เป็นอะไรลูก?” เสียงที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยความกังวลของแม่ทองดีดึงสติมะยมกลับมา

ทันทีที่เธอเอื้อมมือมาสัมผัสลำตัวของลูกชายที่กำลังสั่นระริก มะยมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เขาหายใจหอบถี่ด้วยความกลัวที่เกาะกุมจิตใจ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ แม่ทองดีจ้องมองลูกชายอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ความรักและความห่วงใยนั้นชัดเจน เธอพยายามฉุดรั้งเขาออกจากห้วงฝันร้ายด้วยอ้อมแขนที่คุ้นเคย

“ผมฝันครับแม่...” มะยมตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและยังคงสั่นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกทำให้เขาไม่สามารถโกหกแม่ได้อีกต่อไป เขาเลือกที่จะบอกความจริงถึงเรื่องที่น่าหวาดกลัว

“ฝันซ้ำ ๆ เรื่องเดิม”

“ฝันว่าอะไรลูก” แม่ทองดีถามย้ำด้วยความมุ่งมั่นที่จะรับฟัง ฝ่ามือเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวเล็กของมะยมที่เย็นชื้นด้วยเหงื่อกาฬ เป็นการปลอบประโลมจิตใจให้สงบและคลายความตื่นตระหนกจากฝันร้าย เธอใช้ความอ่อนโยนเพื่อให้ลูกชายรู้สึกปลอดภัยพอที่จะแบ่งปันเรื่องราวที่น่ากลัวนั้นออกมา

“ผมเห็นงูครับแม่... ตัวใหญ่มาก แล้วเขากำลังเลื้อยมาหาผม”

มะยมพยายามกล่าวแม้ว่าร่างกายจะไม่สามารถควบคุมอาการสั่นได้ เขาเอื้อมมือไปคว้าแขนแม่ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ ปากเรียวเล็กของเขาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวจนน้ำตาคลอเบ้า เสียงที่ออกมาจึงเป็นเพียงถ้อยคำกระท่อนกระแท่นที่เต็มไปด้วยความสั่นเทาภาพอสรพิษยักษ์ที่คืบคลานเข้ามายังคงติดตรึงอยู่ในจิตใจของเขาอย่างชัดเจน

“โอ๊ย ๆ ตายแล้ว สงสัยพ่อปู่คงจะมาเตือน”

คำอุทานของแม่ทองดีดังขึ้นอย่างฉับพลันพร้อมกับมือที่ทาบลงบนอกด้วยความตกใจอย่างยิ่ง สำหรับเธอแล้ว งูยักษ์ในความฝันของลูกชายไม่ใช่แค่ฝันร้าย แต่เป็นการรับรู้ถึงพลังงานเหนือธรรมชาติ เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่าองค์พ่อปู่ผู้ปกปักรักษาได้ส่งสัญญาณเตือนมาถึงพวกเขาแล้ว การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

“โธ่แม่! เลิกงมงายเถอะครับ มันแค่ความฝันที่สมองสร้างขึ้นมา!” มะยมโพล่งออกมาอย่างไม่ทันยั้งคิด น้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความรำคาญอย่างชัดเจนต่อการตีความของแม่ทองดี เขายืนยันในทิฐิของตัวเองว่าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ อยู่เบื้องหลังความฝันนั้น มันเป็นการต่อต้านความเชื่อที่แม่พยายามจะปลูกฝังมาโดยตลอด

เพี๊ยะ!!!

ฝ่ามือของคุณนายทองดีฟาดลงบนแขนของลูกชายเบา ๆ แต่ความหนักแน่นนั้นเพียงพอที่จะทำให้มะยมรู้สึกเจ็บและตกใจ "มันน่าปลอบไหมเนี่ย" แม่ทองดีรำพึงเสียงเข้ม น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากความห่วงใยเป็นความไม่พอใจในทันที การกระทำนี้เป็นการลงโทษที่เตือนให้มะยมระลึกถึงขอบเขต ความเชื่อเรื่ององค์พ่อปู่ไม่ใช่สิ่งที่ลูกชายจะมาลบหลู่ดูแคลนได้ง่าย ๆ

“แม่! ตีผมทำไม” มะยมถามด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมและมีความสับสนอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นกุมแขนที่ถูกตี สีหน้าของเขาแสดงความต้องการคำอธิบายอย่างเร่งด่วน เขาไม่คาดคิดว่าการโต้เถียงด้วยเหตุผลเรื่องความเชื่อจะจบลงด้วยการถูกทำโทษจากผู้เป็นแม่ ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อกับตรรกะยิ่งรุนแรงขึ้น

“ไม่ศรัทธา... อย่าลบหลู่” แม่ทองดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและสงบลงอย่างน่าประหลาด แต่ถ้อยคำสั้น ๆ นั้นกลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้มะยมต้องเงียบกริบ นี่คือคำเตือนที่มาจากความศรัทธาอันแรงกล้าที่ฝังรากลึก สำหรับเธอแล้ว องค์พ่อปู่ไม่ใช่แค่ตำนาน แต่เป็นความจริงที่ไม่น่าจะนำมาลบหลู่ได้

“...ขอโทษครับ” มะยมกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอโทษแม่ เขารู้สึกผิดทันทีที่ปากไวไปนิดและพูดจาดูลบหลู่สิ่งที่แม่ยึดถือ เขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แม่ทองดีให้ความเคารพและยึดถือมาตลอดชีวิต

หลังจากขอโทษแม่เสร็จและบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง มะยมตัดสินใจลุกจากที่นั่ง เขารู้สึกว่าต้องหาทางปรับสภาพจิตใจหลังจากความฝันร้ายและความขัดแย้งกับแม่ เขาเดินตรงไปที่ห้องน้ำด้านล่างของตัวรถทัวร์อย่างเงียบ ๆ ความตั้งใจคือล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นและลบความตื่นตระหนกออกไปให้หมด เพราะการเดินทางยังอีกยาวไกลและเขาต้องทำใจให้สงบเพื่อเผชิญหน้ากับมัน

มะยมจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จสิ้น และกำลังก้าวขึ้นบันไดเพื่อกลับไปยังชั้นสองของตัวรถ ทันใดนั้น! รถทัวร์ก็เบรกกะทันหันอย่างรุนแรงจนตัวรถสั่นสะเทือน หัวใจของมะยมเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก

เขาทรงตัวไม่อยู่และมั่นใจว่าตัวเองจะต้องหน้าทิ่มล้มลงไปกับพื้นเสียแน่นอน แต่ก่อนที่ร่างกายจะปะทะกับความเจ็บปวดและพื้นผิวแข็ง ๆ... มือหนาใหญ่ของใครคนหนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวของเขาไว้แน่น มันพยุงร่างเล็กไว้ได้อย่างมั่นคงและฉับไวอย่างน่าอัศจรรย์

“เป็นอะไรไหม” เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกดังขึ้นข้างหูของมะยมอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน มันตัดกับความโกลาหลของรถทัวร์ได้อย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นทำให้ความตื่นตระหนกของมะยมลดลงทันที เขายังคงถูกโอบรัดด้วยมือที่แข็งแกร่งและอบอุ่น

“ไม่ครับ... ขอบคุณครับ”มะยมรีบหันไปขอบคุณ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ในสถานการณ์คับขัน ใบหน้าขาวสะอาดหมดจดราวกับถูกสลักเสลานั้นดึงดูดสายตาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมคู่คมกำลังจ้องมองใบหน้าเขาอย่างไม่กะพริบตา การจ้องมองที่หนักแน่นนั้นราวกับจะสะกดให้ทุกอย่างรอบตัวหยุดเคลื่อนไหว เส้นผมสีบรอนซ์เทาพลิ้วไสวตามแรงลมที่เข้ามาในช่องประตูทางเดิน มะยมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกายจากสัมผัสที่เอวนั้น ทำให้เขาต้องเอ่ยเตือนด้วยความกระดากอาย

“ปล่อยก่อนครับ”

“เอ่อ... ข้าขอโทษ” ชายคนนั้นกล่าวคำขอโทษด้วยถ้อยคำที่แปลกประหลาดและโบราณอย่างน่าฉงน น้ำเสียงของเขาดูสับสนเล็กน้อยราวกับเพิ่งหลุดจากภวังค์ เขารีบปล่อยมือที่เอวของมะยมทันทีราวกับถูกไฟฟ้าช็อต การกระทำที่ฉับไวและคำพูดที่ไม่คุ้นหูนี้ทำให้มะยมยิ่งรู้สึกว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดา

“ครับ ขอบคุณที่ช่วย ขอตัวก่อนนะครับ”

มะยมเอ่ยขอบคุณอีกครั้งด้วยความรีบร้อน ก่อนจะรีบเดินหันหลังขึ้นบันไดกลับไปหาแม่ที่นั่งอยู่ด้านบน ความอึดอัดที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อยากอยู่ใกล้ชายผู้นั้นอีกต่อไป แต่พอมะยมหันกลับไปมองที่บันไดอีกครั้ง เขากลับไม่เห็นชายคนนั้นอีกแล้ว ไม่มีแม้แต่เงา ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น

‘หายไปไหน? ไวจัง!’ เขาอุทานในใจด้วยความฉงน แต่ก็สลัดความคิดออกไปอย่างรวดเร็ว ‘ช่างเถอะ คงลงรถไปแล้วมั้ง…’ มะยมเดินกลับมานั่งที่เดิมข้างแม่ทองดี เขานั่งลงอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามสลัดความคิดเรื่องชายแปลกหน้าออกไปจากหัว

“แม่ครับ เรามีแววจะถึงอุดรธานีหรือยัง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่กระวนกระวายเล็กน้อย ความรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทางและเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เขาต้องการให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็วที่สุด

“ยังเลยลูก นอนต่อได้อีกนะ”

“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวผมดูสูตรอาหารก่อน”

“จ้ะ เดี๋ยวถึงแล้วแม่บอก”

“ครับ”

มะยมหยิบไอแพดขึ้นมาโดยไม่สนใจคำถามเรื่องเวลาที่ยังไม่ได้คำตอบ เขาเปิดหน้าจอเพื่ออ่านทบทวนสูตรขนมและอาหารที่ตนเองรัก ความตั้งใจคือศึกษาและจดจำรายละเอียดทั้งหมดอย่างแม่นยำ เพราะเดี๋ยวก็ต้องไปฝึกงานแล้ว เขาต้องท่องจำให้แม่นยำเพื่อไม่ให้พลาดเวลาทำจริง การใช้เวลาบนรถทัวร์ให้เป็นประโยชน์นี้

เขาวางไอแพดลงและหันหน้าไปมองวิวข้างทาง ต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายอยู่ริมถนนไม่ขาดสาย สีเขียวสดที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วคือความพยายามที่จะดึงตัวเองออกจากความวุ่นวาย

ทว่า ความฝันประหลาดที่เห็นอสรพิษยักษ์ และความงามลึกลับของดวงตาสีบุษราคัมที่เพิ่งจ้องมองเขา... กลับฝังลึกและตามมาหลอนอยู่ในความคิดของเขาอย่างไม่จางหาย

ขณะที่มะยมกำลังนั่งเหม่อมองทิวทัศน์ริมทางที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามสลัดความวุ่นวายในใจ แต่ทว่า... เขากลับไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเขาอยู่จากระยะไกล เป็นสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความคิดถึง และโหยหาอันยาวนาน ความรู้สึกที่ถูกเก็บกักไว้ชั่วกัปชั่วกัลป์

ดวงตาสีบุษราคัมคู่นั้นมองตามร่างเล็กที่ไม่รู้ตัวผ่านม่านมิติที่คนธรรมดามองไม่เห็น ทุกการเคลื่อนไหว ทุกรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหวานถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้เฝ้ามองอย่างละเอียดลออและลึกซึ้ง

‘การเฝ้ารอคอยนับศตวรรษ ได้สิ้นสุดลงแล้ว’ความคิดที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจนั้นสั่นสะเทือน การกลับมาของสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตได้เกิดขึ้นจริง

ทว่า การได้เห็นเขาใกล้ชิดเพียงแค่เอื้อมมือคว้าเมื่อครู่ กลับเป็นความทรมานที่แสนจะเจ็บปวดเข้าไปถึงทรวงอก ความโหยหาที่ถูกเก็บกักไว้เป็นระยะเวลานานนั้นทำให้การได้สัมผัสเพียงชั่วครู่ยิ่งสร้างความเจ็บปวด มันเป็นการตอกย้ำถึงมิติที่แบ่งแยกพวกเขาออกจากกัน

“ในที่สุด... แม่ทับทิมของข้าก็หวนคืน” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังขึ้นในอากาศ มันเป็นเสียงที่แฝงพลังอำนาจและอิ่มเอมใจ คำเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันนั้นยืนยันถึงความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมานาน การมาของมะยมในฐานะ 'แม่ทับทิม' ได้เติมเต็มช่องว่างที่ว่างเปล่าในหัวใจของผู้เฝ้ามอง

“ถึงแม้จะจำข้าไม่ได้เลยก็ตาม... แต่ข้าจักไม่ยอมให้เจ้าจากข้าไปอีกเป็นครั้งที่สอง” เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นหนักแน่นราวกับคำสาบาน

ความไม่ยินดียินร้ายของมะยมต่ออดีตนั้นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของผู้เฝ้ามองลดลง ตรงกันข้าม มันยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดมั่นและปกป้อง เขาจะไม่ยอมให้โชคชะตาเล่นตลกพรากเอาคนรักของเขาไปอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน

ผู้ที่ถูกเฝ้ารอคอยยังคงมองวิวภายนอกอย่างไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มะยมจมอยู่ในความคิดของตัวเองโดยไม่รู้ว่าโชคชะตาได้เข้ามาใกล้เพียงใด

ในขณะที่ผู้เฝ้ามองก็ยังคงติดตามร่างเล็กนั้นไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับความรู้สึกที่รุ่มร้อนในอก มันคืออารมณ์ที่ปะปนกันระหว่างความรักที่ลึกซึ้ง ความแค้นที่ฝังใจ และความผูกพันอันมิอาจตัดขาดได้ การเดินทางนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ถูกกำหนดไว้จากอดีต

😢คำนึงร่ำไห้ด้วยความคิดถึง ส่วนอีกคนกลับไม่เข้าใจ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)

    บทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)การเดินทางกลับบ้านในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา มะยมเดินไปที่ป้ายรถเมล์โดยมีร่างสูงของเวไนยเดินขนาบข้าง เขาเลือกที่จะไม่ซ่อนตัว มือใหญ่กอบกุมมือของมะยมไว้แน่นอย่างมั่นคง แสดงออกอย่างเปิดเผยเป็นการยืนยันสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขามะยมรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยที่กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์“คุณ...” มะยมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าบรรยากาศสงบลงแล้ว“เจ้ามีสิ่งใด” เวไนยตอบพลางลูบหลังมือมะยมเบา ๆ“ผมว่าถ้าเรียนจบ ผมจะไปอยู่อุดรสักพัก ค่อยกลับมาหางานทำที่กรุงเทพฯ” มะยมเปิดเผยถึงแผนการในอนาคต“เจ้าไม่ต้องทำงานก็ได้นะ พี่เลี้ยงเจ้าได้” เวไนยเสนออย่างไม่ลังเล“มีเงินหรือไงทำมาพูด” มะยมหัวเราะ“เจ้าต้องการเท่าใดเล่า แม่มะยม” เวไนยถามด้วยรอยยิ้ม“เอากองเท่าภูเขาเลย”“พี่จักหามาให้”“เพ้อเจ้อ” มะยมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความสุขพวกเขาเดินมาถึงหน้าบ้านของมะยม บรรยากาศเริ่มเงียบลง เวไนยหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามะยมและจับไหล่คนตัวเล็กไว้“ฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะที่ทำลายความตึงเครียดดังขึ้นอย่างกะทันหัน “ไปถึงบ้านเจ้าแล้ว คืนนี้พี่ไม่ได้นอนกับเจ้า” คำพูดที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้

    บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้ท่ามกลางความหวาดกลัวของมะยมและเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้น... ร่างงูยักษ์สีดำทมึนก็ปรากฏขึ้นเต็มห้อง การมาถึงที่น่าสะพรึงกลัวนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสลัวในคอนโดถูกกลืนกินด้วยความดำมืดของเกล็ดนาคาที่เงาวามวับ อานุภาพที่กดดันทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เสี้ยววินาทีเดียวที่อาจารย์รังสิมันต์ยังไม่ทันได้ประมวลหางงูยักษ์ก็พุ่งเข้าพันรอบร่างของเขาอย่างฉับพลันและรัดแน่นจนกระดูกลั่น ความพยายามที่จะรุกรานมะยมถูกหยุดยั้งด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า ใบหน้าของอาจารย์เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดจากการที่ปอดถูกบดขยี้ เขาทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้เพราะขาดอากาศหายใจ“คุณ! พอแล้ว!” มะยมร้องห้ามด้วยเสียงที่ทรงอำนาจที่สุดที่เขามีเวไนยลดการรัดลงเล็กน้อย ดวงตาสีบุษลคัมฉายแววดุดัน “เหตุใดเจ้าต้องปกป้องมัน! มันสมควรตาย!”“ผมไม่ได้ปกป้อง... ผมไม่อยากให้คุณมีเวรมีกรรมต่อกันอีก” มะยมกล่าวอย่างหนักแน่น“แต่มันจะทำร้ายเจ้า! พี่ยอมไม่ได้!”“ปล่อยให้เขาได้รับกรรมของเขาไปเถอะนะ” มะยมอ้อนวอนพรึ่บ!ร่างงูยักษ์คลายพันธนาการอย่างกะทันหันโ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 23 คิดถึง

    บทที่ 23 คิดถึงทันทีที่ถึงบ้านและเข้าห้อง มะยมโทรหามินนี่และลิลลี่ทันที เพื่อระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนเตียง มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะรอการตอบรับจากปลายสาย“ฮัลโหลมินนี่! กูมีเรื่องจะปรึกษา!” มะยมพูดเสียงเครียด“ใจเย็นก่อนค่ะลูกสาว! เสียงอย่างกับโดนผีอำ! เกิดอะไรขึ้น!” มินนี่ถามด้วยความเป็นห่วง“ฟังนะ!”“เล่ามาค่ะ”“อาจารย์รังสิมันต์เรียกไปคุยที่คอนโด” มะยมเล่าเรื่องที่อาจารย์ตามมาที่โรงแรม การชักชวนให้พักที่คอนโด และการออกคำสั่งให้นัดไปพบส่วนตัวเพื่อปรึกษาธีสิสและเกรดฝึกงาน“อี๋! อี๋มากค่ะ!” มินนี่โวยวายทันทีที่ฟังจบ“นี่มันไม่ใช่ให้คำปรึกษาแล้วนะ! นี่มันการบีบบังคับชัด ๆ!”“ใช่! เขาใช้เรื่องเกรดกับธีสิสมาบีบกู! กูไม่รู้จะทำยังไงดี” มะยมถามอย่างร้อนใจลิลลี่ที่ฟังอยู่เงียบ ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด“มะยม... อย่าไป! เธอก็ไม่ควรไปคนเดียวในที่ส่วนตัวแบบนั้น”“แต่เกรดฝึกงานกับธีสิสล่ะ?” มะยมกังวล“เกรดน่ะ... ค่อยว่ากัน! อาจารย์คนอื่นก็รับปรึกษาได้! แต่การที่เขามาทำแบบนี้มันเกินเลยมาก” มินนี่เสริม“ถ้าเธอไม่อยากให้มันยุ่งยากนะ... เธอต้องหา ‘ตัวช่วย’ ไ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 22 วอแว

    บทที่ 22 วอแวมะยมถือโอกาสช่วงเวลาพักเดินออกมาจากห้องครัวเพื่อพักผ่อน แต่เพียงก้าวเดียวที่เขาเดินออกมา เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์รังสิมันต์ที่กำลังเดินเข้ามาอย่างจงใจ การปรากฏตัวที่กะทันหันในสถานที่ทำงานแห่งใหม่นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความพยายามของอาจารย์ที่จะเข้าใกล้เขา“เป็นไงบ้างมณเฑียร ทำได้ไหม” “เอ่อ.. ได้ครับ อาจารย์มาได้ไงครับ” มะยมถามด้วยความประหลาดใจ“พอดีเชฟกับอาจารย์เป็นเพื่อนกันน่ะ”“อ๋อ... งั้นอาจารย์มาหาเชฟ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” มะยมพยายามเลี่ยง“ไม่ใช่... อาจารย์มาชวนเราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน”“เอ่อ... ไม่ดีกว่าครับ ผมเกรงใจ”“เกรงใจทำไมคนกันเอง ไปเหอะ อาจารย์เลี้ยงเอง” อาจารย์รังสิมันต์ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ มะยมจึงจำต้องรับคำ“ก็ได้ครับ”มะยมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามอาจารย์รังสิมันต์ไปอย่างจำยอม แต่ในขณะที่พวกเขาเดินจากไปนั่นเอง กลุ่มหญิงสาวที่ทำงานในครัวซึ่งเพิ่งเดินออกมา ก็เริ่มต้นพูดคุยกันอย่างออกรสน้ำเสียงกระซิบกระซาบนั้นทำให้มะยมรับรู้ได้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดูเกินเลยระหว่างเขากับอาจารย์กำลังกลายเป็นเรื่องนินทาในหมู่เพื่อนร่วมงานแล้ว“แหม! น้องมะยม นี่มาวันแรกก็ม

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 21 ปะทะคารม

    บทที่ 21 ปะทะคารมเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามา เวไนยจึงคลายมนตราที่ร่ายไว้ลง เพื่อให้ทั้งสถานที่เป็นปกติอีกครั้ง มะยมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึก ปวดเมื่อยไปทั่วสรรพางค์กาย ไออุ่นร้อนผ่าวของเวไนยยังคงโอบล้อมเขาไว้ ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง ๆ ในเต็นท์ที่เงียบสงบ ร่องรอยของการ ‘ลงโทษ’ ยามวิกาล ยังคงชัดเจนอยู่ตามผิวเนื้อเวไนยที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว ก้มลงจูบที่หน้าผากของมะยมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบเสียงนุ่ม “ตื่นเถิดดวงใจของพี่... ถึงยามเช้าที่จักต้องออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆแล้วหนา”“อืมม์...” มะยมครางตอบอย่างอิดออด แต่ก็รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว โดยมีเวไนยคอยช่วยปิดบังรอยแดงจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตามซอกคอ“พี่จักเฝ้าดูเจ้า... ห้ามไม่ยอมให้ไอ้รังสิมันต์แตะต้องตัวเจ้าแม้แต่นิดเดียว” เวไนยออกคำสั่งก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นงูตัวเล็กและเลื้อยเข้าสู่กระเป๋าสะพายของมะยมมะยมเดินออกจากเต็นท์ไปสมทบกับเพื่อน ๆ ที่กำลังเตรียมทำอาหารเช้า ใบหน้าของเขายังคงแดงระเรื่อและท่าทางดูอ่อนเพลียจนผิดสังเกต“ว้าย! ลูกสาว! เป็นอะไรคะเนี่ย! ทำไมวันนี้ดูโทรมเป็นผีดิบขนาดนี้!” มินนี่ทักทันที“มึงอย่าพูดเสียงดังสิ! กูเหนื่อย

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 20 พี่รักเจ้าดวงใจของพี่ 18+

    บทที่ 20 พี่รักเจ้าดวงใจของพี่ 18+มะยมพาตัวเองเดินเลี่ยงมาตามทางจนถึงบริเวณน้ำตกในที่สุด ที่นี่เงียบสงบและมืดมิดอย่างที่คาดไว้ แต่ก็สวยงามเหมือนตามที่มีคนรีวิวไว้จริง ๆ สายน้ำตกที่ไหลลงมากระทบแอ่งน้ำเบื้องล่าง ดูขาวนวลตาและส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมามะยมจัดการรีบลงไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว โดยปล่อยให้เวไนยในร่างงูจงอางรออยู่ด้านบนโขดหิน เขาไม่ยอมให้ลงมาด้วยเด็ดขาด เพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนคราวนั้น แม้จะเป็นการอาบน้ำที่เร่งรีบและมีเพียงแสงจันทร์เป็นพยาน แต่มะยมก็รู้สึกสดชื่นอย่างที่สุด ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมตลอดทั้งวันถูกชำระล้างออกไปด้วยความเย็นของน้ำตก สองสายตาที่ซ่อนเร้น ของเวไนยและใครอีกคน? ยังคงจับจ้องเขาอยู่หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขารีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นาน งูจงอางตัวเล็กก็เลื้อยลงมาจากโขดหินทันที มาพันอยู่รอบต้นแขนของเขาด้วยความหวงแหนและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย“หายหนาวแล้วหรือไม่” เสียงเวไนยดังขึ้นในความคิดของมะยม“หายแล้วครับ... ไปกันเถอะ”ในขณะที่มะยมกำลังจะเดินออกจากบริเวณน้ำตก เขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมองอยู่ แต่เมื่อหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่พบใค

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+

    บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เวไนยก็เข้ามา นอนกกกอดกับเขาเกือบทุกค่ำคืน บางครั้งก็มาใน ร่างงูยักษ์ ขนาดมหึมาที่โอบรัดเขาไว้ใต้ผ้าห่ม บางครั้งก็เป็น ร่างมนุษย์ ที่หล่อเหลาและเต็มไปด้วยไฟปรารถนา ทว่าเมื่อตื่นเช้ามา เจ้าตัวก็มักจะหายออกไปแล้ว ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ร่วมเตี

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล

    บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล หมู่บ้านเวรุฬวัน จังหวัดอุดรธานี แสงแดดยามสายลอดผ่านพุ่มไม้หนาทึบลงมาทอดลงบนพื้นดินของตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตผูกพันกับตำนานที่เล่าขานถึง องค์พ่อปู่นาคา ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองดินแดนแห่งนี้มาแล

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 2 เรื่องสำคัญ

    บทที่ 2 เรื่องสำคัญ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารมื้อค่ำร่วมกันอย่างอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ย้ายมานั่งรวมกันในห้องโถงกลางบ้าน พ่อของมะยมนั่งอยู่ด้านขวา แม่นั่งอยู่ด้านซ้าย ส่วนมะยมนั่งอยู่ตรงกลาง โคมไฟสีนวลทอแสงลงมาสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายคุณนายทองดี เอื้อมมือมาจับมือลูกชายไว้เบา ๆ แล้วเอ่ย

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 1 ขนมดาราทอง

    บทที่ 1 ขนมดาราทอง ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง!ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status