Home / แฟนตาซี / เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน / บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล

Share

บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2025-12-31 01:35:32

บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล

หมู่บ้านเวรุฬวัน จังหวัดอุดรธานี แสงแดดยามสายลอดผ่านพุ่มไม้หนาทึบลงมาทอดลงบนพื้นดินของตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตผูกพันกับตำนานที่เล่าขานถึง องค์พ่อปู่นาคา ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองดินแดนแห่งนี้มาแล้วหลายชั่วอายุคน ศรัทธาของพวกเขาหยั่งรากลึกไม่เคยจางหาย

ถัดจากหมู่บ้านไปไม่ไกลนัก คือที่ตั้งของ “ถ้ำเวรุฬวัน” ซึ่งมีขนาดใหญ่โตจนแทบจะกลืนกินภูเขาทั้งลูก ทางเข้าถ้ำปกคลุมด้วยเถาวัลย์และต้นไม้น้อยใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอย่างลึกลับและน่าเกรงขาม

ภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเยียบและชวนขนลุก แสงสว่างส่องผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำลงมากระทบกับ รูปปั้นงูจงอางสีดำองค์ใหญ่ ที่สูงกว่าสองเมตร องค์พญานาคาสีดำเมี่ยมกำลังคดตัวอยู่ที่ฐาน ชูคอแผ่แม่เบี้ยอย่างสง่าผ่าเผย ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมนั้นดูราวกับมีชีวิตกำลังจ้องมองผู้คนที่เข้ามา รอบเสาหินภายในถ้ำทุกต้นก็มีรูปปั้นงูสีดำเลื้อยพันโดยรอบ ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่ากำลังถูกโอบล้อมด้วยพลังอำนาจที่ไม่ใช่มนุษย์

ด้านหน้าของถ้ำมีศาลเล็ก ๆ ที่เป็นจุดรวมความศรัทธาของผู้คน พวกเขาเชื่อว่าการอยู่รอดพ้นภัยพิบัติเกิดจากพลังคุ้มกันขององค์พ่อปู่นาคา และทุกปีจะต้องจัดพิธี บูชายัญ นำหญิงสาวพรหมจารีมาถวายเพื่อเป็น "เจ้าสาว" หรือเครื่องเซ่นไหว้แก่พ่อปู่ ความเชื่ออันเข้มข้นนี้แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

พ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงที่ชาวบ้านให้ความนับถือในฐานะหมอผีสายขาวของหมู่บ้าน กำลังนั่งอยู่หน้าศาลในพิธีทำนายประจำปี ชายชราผิวคล้ำ ผมหงอกขาวโพลนนั้นดูขรึมขลังและเปี่ยมด้วยพลัง จู่ ๆ ร่างของเขาก็เริ่มสั่นเทา ดวงตาที่ปิดแน่นภายใต้ผ้าคาดศีรษะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อรับญาณทิพย์จากองค์พ่อปู่นาคา เป็นสัญญาณว่าการทำนายครั้งสำคัญกำลังเริ่มต้นขึ้น

โดยธรรมเนียม องค์พ่อปู่จะส่งสัญญาณถึง 'เจ้าสาว' ที่เป็นสตรีเท่านั้น แต่ในปีนี้... สิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงญาณทิพย์กลับแปลกประหลาดอย่างยิ่ง เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนแทนที่จะเป็นสตรี สัญญาณที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ทำให้พ่อหมอบุญถิ่นรับรู้ได้ทันทีว่า ชะตาของหมู่บ้านกำลังจะเปลี่ยนไป และการบูชายัญปีนี้จะแตกต่างจากที่เคยเป็นมา

“บุญถิ่น... ปีนี้ ข้าเจอคนที่ต้องตา... ต้องใจคนที่ข้าตามหากลับมาแล้ว” เสียงทุ้มต่ำและกังวานนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในหูของพ่อหมอบุญถิ่น เป็นเสียงของบุรุษที่หนักแน่น ไม่ใช่เสียงของอสรพิษ ความเหนื่อยล้าจากการรอคอยอันยาวนานถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน การสื่อสารด้วยเสียงมนุษย์นี้เป็นสัญญาณว่า การพบกันครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้น และการรอคอยขององค์พ่อปู่ได้สิ้นสุดลงแล้ว

“เป็นผู้ใดหรือครับท่าน?” พ่อหมอบุญถิ่นถามด้วยเสียงสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ แม้จะอยู่ในภวังค์แห่งญาณทิพย์ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดแปลกไปจากเดิมอย่างชัดเจน น้ำเสียงที่แสดงความเคารพนั้นแฝงไว้ด้วยความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เขาต้องการทราบถึงตัวตนของบุรุษผู้นั้นที่มาแทนที่ 'เจ้าสาว' ตามธรรมเนียม

“บุรุษงามผู้จากจรไกล...” เสียงทุ้มกังวานขององค์พ่อปู่เอ่ยออกมา ราวกับกำลังร่ายบทกวีที่อธิบายถึงความงามที่ดึงดูดใจ ความสุขที่ถ่ายทอดออกมาทำให้พ่อหมอบุญถิ่นรู้สึกประหลาดใจ มันเป็นความงามที่ทำให้แม้แต่พญานาคาผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องติดตามหา บุรุษผู้นี้ต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ดวงเนตรสุกใสราวรังสีอรุโณทัย ผิวพรรณนั้นงามนวลผ่องใส ปานจันทร์เพ็ญในคืนฟ้าโปร่ง รูปสมบัติสมบูรณ์ไร้ตำหนิ…”

องค์พ่อปู่กล่าวเน้นย้ำถึงความงามที่สูงส่ง ก่อนจะเผยถึงคุณสมบัติภายใน

“มีอัชฌาสัยเด็ดเดี่ยว ถือมานะ มิยินยอมอ่อนข้อแก่ใครเลย” บุรุษผู้นี้มีความงามสง่าที่คู่ควร แต่ก็เต็มไปด้วยความเด็ดขาดและความทิฐิที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร เป็นบุรุษที่มีความสำคัญยิ่งต่อองค์พ่อปู่อย่างไม่ต้องสงสัย

ความอาลัยและเสน่หาที่ซ่อนอยู่ในทุกถ้อยคำขององค์พ่อปู่ เผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนและยาวนาน แต่ข้อเท็จจริงที่ยากจะปฏิเสธและทำให้พ่อหมอบุญถิ่นต้องตระหนัก คือ ผู้ที่ถูกเลือกนั้นไม่ใช่สตรีอย่างที่เคยเป็นมาตลอด การยอมรับความจริงใหม่นี้ทำให้รู้ว่า ธรรมเนียมการบูชายัญกำลังจะเปลี่ยนไป และความเชื่อในตำนานกำลังจะไม่เหมือนดังที่เคยเป็นมา

“แล้วเขาคือผู้ใด ได้โปรดท่านบอกข้ามา!” พ่อหมอบุญถิ่นเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้นและสั่นเครือ

“ข้าจะนำมาถวายท่านโดยเร็วที่สุด!” ความภักดีที่เปี่ยมล้นทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำตามพระประสงค์ขององค์พ่อปู่ เขาต้องการปิดฉากการรอคอยนี้ และนำบุรุษงามผู้นั้นมาสู่ถ้ำเวรุฬวันก่อนที่จะมีอะไรผิดพลาด

“เดี๋ยวเจ้าก็ได้เจอ...” องค์พ่อปู่กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและรู้แจ้ง แต่ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด เสียงของท่านค่อย ๆ แผ่วลงอย่างช้า ๆ เป็นสัญญาณว่าการสื่อสารในห้วงญาณทิพย์ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว คำตอบที่คลุมเครือนี้ทำให้พ่อหมอบุญถิ่นยิ่งกระวนกระวายใจ แต่ก็รู้ว่าชะตาได้ถูกกำหนดไว้แล้ว

“เขาจะกลับมา...” เสียงขององค์พ่อปู่ที่เกือบจะจางหายไปนั้นกลับชัดเจนอีกครั้ง

“ถึงแม้ว่าเขาจะหนีไปไกลถึงเมืองใหญ่ และไม่เหลือความทรงจำใด ๆ ในอดีตแล้วก็ตาม” คำพูดนี้เผยถึงความรู้แจ้งขององค์พ่อปู่ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของบุรุษงามผู้นั้น ชะตากรรมที่ตามติดทำให้การหนีไปยังเมืองใหญ่และการสูญเสียความทรงจำไม่เป็นอุปสรรคต่อการกลับมาตามคำสาบาน

“ขอรับพ่อปู่!” พ่อหมอบุญถิ่นเปล่งเสียงออกมาอย่างหนักแน่นเป็นการรับคำสั่งสุดท้าย เขาลืมตาขึ้นจากภวังค์ เหงื่อไหลซึมเต็มใบหน้าแสดงถึงพลังที่ถูกใช้ไปอย่างมหาศาล เขามองไปยังรูปปั้นองค์งูจงอางสีดำ ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมที่ประดับบนรูปปั้นนั้นดูเหมือนจะทอประกายวาววับกว่าที่เคย เป็นการยืนยันว่าคำทำนายนี้เป็นเรื่องจริงและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ

‘บุรุษงามผู้จากจรไกล…’คำพูดนั้นยังก้องสะท้อนอยู่ในหูของพ่อหมอบุญถิ่น ร่างของบุรุษหนุ่มที่เพิ่งปรากฏในนิมิต ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ หนุ่มน้อยที่ตอนนี้กำลังใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในกรุงเทพฯ โดยที่ไม่รู้เลยว่าดวงชะตาพันผูกอันยาวนานกว่าสองร้อยปีกำลังจะย้อนกลับมาทวงถาม... ผ่านการตามหาของ "เวไนย" ผู้ยอมจมอยู่กับความเจ็บปวดและคำสาบานมานานนับศตวรรษ ชะตากรรมที่หลีกหนีไม่พ้นกำลังจะนำพาสองดวงวิญญาณกลับมาพบกันอีกครั้ง

.

.

.

.

ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ภายในหมู่บ้านจัดสรรที่เงียบสงบ... ร่างเล็กของมะยมกำลังนั่งอยู่กลางห้อง เขากำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยท่าทางที่ไม่เต็มใจนัก การเตรียมตัวเดินทางนี้เป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ละชิ้นของเสื้อผ้าที่ถูกจัดลงในกระเป๋าคือการนับถอยหลังสู่การเดินทางที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

“เห้อ... แม่นะแม่” เสียงบ่นพึมพำของมะยมดังแผ่วเบาขณะที่เขายังคงนั่งเก็บเสื้อผ้า เขาแสดงความหงุดหงิดถึงความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปอุดรธานีเพื่อทำพิธีไหว้พ่อปู่ที่เขาไม่เคยเชื่อ

“เมื่อไหร่จะเลิกงมงายกับเรื่องแบบนี้กันสักที” ความคิดที่สวนทางกับความเชื่อของแม่ถูกระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่รู้เลยว่าความงมงายที่เขาปฏิเสธกำลังจะเข้ามาในชีวิตของเขาแล้ว

“เสร็จแล้วไป่ (เสร็จแล้วหรือยัง)” เสียงแม่ทองดีเดินเข้ามาถามอย่างกระตือรือร้น เธอต้องการให้แน่ใจว่ามะยมเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางที่กำลังจะมาถึง

เนื่องจากพรุ่งนี้พวกเขาจะเริ่มเดินทางด้วยรถทัวร์ แทนที่จะขับรถยนต์ไปเอง การตัดสินใจนี้มาจากเหตุผลที่ว่าพ่อไม่ได้ไปด้วย การเดินทางด้วยรถทัวร์จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกกว่าสำหรับสองแม่ลูก

“ใกล้เสร็จแล้วครับ” มะยมบอกกับแม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความพยายาม เขาพยายามยัดเสื้อผ้าที่อัดแน่นจนเกินความจุใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่

“ตื่นเต้นไหม” แม่ทองดีถามด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอจ้องมองลูกชายที่ยังคงง่วนอยู่กับการยัดกระเป๋า น้ำเสียงที่ร่าเริงของแม่นั้นตัดกับความรู้สึกไม่เต็มใจของมะยมอย่างสิ้นเชิง คำถามนั้นเป็นการย้ำเตือนถึงการเดินทางที่กำลังจะเริ่มต้น ซึ่งมีเพียงแม่เท่านั้นที่รู้สึกตื่นเต้น

“ไม่ครับ” มะยมตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงที่ห้วนจัด เป็นการตัดบทสนทนาที่แม่พยายามจะสร้างขึ้น ปากของเขาที่ยับยู่แสดงออกถึงความไม่เต็มใจอย่างไม่อ้อมค้อม เขาต้องการให้แม่รู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกต่อต้านการเดินทางยังคงอยู่เต็มเปี่ยม

“พูดแบบนี้แม่เสียใจนะ” แม่ทองดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด คำพูดของลูกชายกระทบกระเทือนความรู้สึกที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อเขา แววตาของแม่แสดงออกถึงความน้อยใจที่ลูกไม่เข้าใจความตั้งใจของเธอ

“ขี้ใจน้อยจังครับ คุณนายทองดี”

มะยมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกผิดทันทีที่ทำให้แม่เสียใจ เขาว่ากลั้วหัวเราะเพื่อพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย เป็นการแสดงออกถึงความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหงุดหงิด มะยมไม่ต้องการให้แม่คิดมากกับอารมณ์ชั่ววูบของเขา

“แม่อุตส่าห์ดีใจที่เราไปด้วย”

“แต่แม่มัดมือชกผม”

“ก็นั่นแหละ ไปไหว้พ่อปู่กับแม่เถอะนะ”

“ผมไม่ได้หลบหลู่นะครับ แต่มันไร้สาระมากจริง ๆ” มะยมเปลี่ยนจากอารมณ์ขันมาเป็นความจริงจังในทันที เขาแสดงทัศนคติที่หนักแน่นว่าเขาไม่ได้ดูหมิ่นความเชื่อของใคร แต่จากมุมมองของคนรุ่นใหม่ เรื่องราวการบูชาพ่อปู่นั้นคือสิ่งที่ไร้สาระอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เขาต้องการให้แม่รับทราบถึงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน

“มะยม!!!” คุณนายทองดีขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจที่เพิ่มสูง

“แม่ไม่คุยด้วยแล้ว” เธอตัดบทสนทนาอย่างเด็ดขาดด้วยสีหน้าที่เริ่มบึ้งตึง ความไม่พอใจที่ลูกชายคนเดียวไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้ทำให้เธอไม่อยากถกเถียงต่อ

“ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”

“ครับคุณนาย”

มะยมตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทันที คุณนายทองดีเดินหน้าบึ้งออกจากห้องไป ทิ้งให้มะยมอยู่กับกระเป๋าเดินทางต่อ เขาได้แต่ถอนหายใจยาวเพื่อระบายความอึดอัดที่ไม่อาจแก้ไขได้ ก่อนจะจำใจปิดกระเป๋าเดินทางให้แน่น เป็นการยอมรับความจริงว่าการเดินทางที่เขาปฏิเสธได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

.

.

.

เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศสดใส ท้องฟ้าโล่งโปร่ง เป็นวันที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเดินทาง มะยมกับคุณนายทองดีผู้เป็นแม่ได้เดินทางออกจากหมู่บ้านเศรษฐีอย่างเรียบร้อย โชคดีที่ผู้เป็นพ่อ พันเอกวิชัยขับรถยนต์มาส่งถึงท่ารถโดยสารปรับอากาศ ทำให้การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอย่างสะดวกสบายและไม่เร่งรีบ พันเอกวิชัย มองดูลูกชายและภรรยาด้วยความเป็นห่วง แววตาของเขาแสดงความกังวลเล็กน้อยต่อการเดินทางไกลครั้งนี้

“เดินทางปลอดภัยนะ”

“ครับพ่อ”

“ดูแลแม่ด้วยล่ะ ” พันเอกวิชัยกำชับลูกชายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงจัง มันไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา แต่เป็นการมอบความรับผิดชอบให้มะยมทำหน้าที่เป็นผู้ชายที่คอยดูแลแม่ในระหว่างการเดินทาง คำพูดที่หนักแน่นนี้ตอกย้ำถึงความกังวลที่พ่อมีต่อภรรยาและลูกชายที่ต้องเดินทางไกล

“ครับพ่อ”

“คุณอยู่บ้านคนเดียวก็อย่ากลับดึกนักนะ” คุณนายทองดีกำชับสามีกลับบ้างด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เธอแสดงความห่วงใยในกิจวัตรประจำวันของพันเอกวิชัย

“ฉันกับลูกไปไม่นานหรอก” เป็นการให้ความมั่นใจว่าการไปครั้งนี้เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ การกำชับนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะต้องออกเดินทางไปไกล แต่เธอก็ยังคงเป็นห่วงสามีที่ต้องอยู่บ้านตามลำพัง

“โอเคครับ ถึงแล้วโทรมาบอกด้วยนะ” พันเอกวิชัยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สื่อถึงความกังวลที่ถูกเก็บซ่อนไว้

“ครับพ่อ”

หลังจากร่ำลากับผู้เป็นพ่อเสร็จ มะยมกับแม่ก็เดินขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศรอบเช้า เส้นทางตรงถึงจังหวัดอุดรธานีนี้ถูกเลือกเพื่อลดความยุ่งยากในการเปลี่ยนรถเหมือนรถไฟ พวกเขาต้องนั่งยาว ๆ ไปเลยแปดถึงเก้าชั่วโมง หากรถดีเลย์ก็อาจจะถึงเกือบสิบชั่วโมง

มะยมเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง เขานั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมแม่ถึงไม่นั่งเครื่องบินไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด? ความหงุดหงิดจากการต้องเดินทางยาวนานด้วยวิธีที่เขาไม่ชอบกำลังก่อตัวขึ้นในใจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่แม่เดินทางกลับอีสาน แม่ไม่เคยเลือกนั่งเครื่องบินเลย แม่ให้เหตุผลเพียงแค่ว่ากลัวความสูง ทั้งที่ในความคิดของมะยม ถ้าเลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน ป่านนี้คงถึงจุดหมายปลายทางไปนานแล้ว ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็ง ปวดเมื่อยตามก้นแบบนี้ ความหวาดกลัวของแม่นั้นเป็นสิ่งที่มะยมไม่สามารถเข้าใจได้เลย เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับวิธีการเดินทางที่ยาวนานและไม่สะดวกสบายนี้

รถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่า... เสียงเครื่องยนต์คำรามเบา ๆ เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเดินทาง มะยมถอนหายใจยาวอีกครั้ง แล้วรีบเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะนอนหลับเอาแรงไว้ทันที ทั้งหมอนรองคอ, ผ้าปิดตา, และหูฟังที่ช่วยตัดเสียงรบกวน เขารู้ว่ากว่าจะถึงจุดหมายก็เป็นเวลาเย็นย่ำ การทิ้งตัวเข้าสู่ห้วงนิทราระหว่างทางคือทางออกเดียวสำหรับคนที่ไม่เต็มใจเดินทางอย่างเขา หวังเพียงให้เวลาแปดเก้าชั่วโมงนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+

    บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่

    บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 8 น้ำตก

    บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 7 คำทำนาย

    บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 6 การทำบุญและการพบพาน

    บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน

    บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status