Beranda / วัยรุ่น / เพลิงพิศวาส / 6.หญิงงามเมือง

Share

6.หญิงงามเมือง

Penulis: inglada
last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-09 01:18:21

“ฮ่าๆ คุณเพลิงนี่ตลกจังเลยนะครับ คุณเพลิงจะมาให้เงินอีขอทานนั่นได้ยังไง”

“จริงด้วย คนระดับคุณเพลิงคงไม่มาสนใจอีขอทานคนนี้หรอก” เหล่าผู้ชายพวกนั้นต่างหัวเราะกลบเกลื่อนความกลัวของตัวเองแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตาแข็งกร้าวของเพลิงไฟก็ถึงกับต้องถอยหลังหนี

“รบกวนคืนเงินให้เธอด้วยนะ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน” รัญช์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นความเงีบของผู้เป็นนายซึ่งเป็นชนวญที่อันตรายอย่างหนึ่ง และเหมือนเด็กผู้ชายกลุ่มนั้นจะรู้สึกได้จึงยอมยื่นเงินให้รัญช์

“ให้กูเห็นหน้าพวกมึงเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ากูเห็นมึงรังแกใคร ไม่ใช่แค่มันแต่เป็นคนอื่นกูก็ไม่ปล่อยไว้แน่” เปลวเพลิงพูดจบผู้ชายกลุ่มนั้นก็พากันวิ่งออกไปด้วยความเร็ว เขาแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะหันไปมองมายาวีที่ตอนนี้ถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างจากเขาแล้ว

“เงินแค่นี้ยังไม่มีปัญญารักษาไว้ ฉันว่าชีวิตเธอตัวเธอก็คงไม่มีปัญญารักษามันไว้หรอก” เปลวเพลิงดึงเงินจากรัญช์มาโยนใส่หน้ามายาวีที่ได้แต่ยืนก้มหน้าเม้มปากตัวเองแน่น “รัญช์เก็บเงินมา” แต่จู่ๆ เขากลับสั่งรัญช์ให้เก็บเงินที่โยนไปเมื่อสักครู่

“แต่ว่าเงินนั่…”

“เก็บมา คนโง่ๆ อย่างมันไม่สมควรได้ใช้เงินหรอก!” ให้ไปแล้วยังไม่มีปัญญาที่จะรักษาไว้ เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นคนโง่ขนาดนี้นี่แหละ

“หนู หนูขอมันได้ไหม?” มายาวีที่ได้ยินแบบนั้นรีบก้มจะเก็บเงินไว้แต่รัญช์กลับไวกว่าคว้าเงินพวกนั้นมาได้ก่อน ร่างเล็กถึงกลับหน้าเสีย เงินจำนวนห้าพันที่อาจจะต่อชีวิตเธอได้เป็นเดือนถูกเขายึดคืนไปแล้ว

“ฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเธอถึงได้มีชีวิตแบบนี้”

“คุณคะ หนูขอเงินคืนได้ไหม?” มายาวีไม่ได้สนใจคำพูดของเปลวเพลิงเพียงแต่เอ่ยขอเงินคืนจากเขา

“เพราะซื่อบื้อแบบนี้ไง มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหน่อยก็คงถูกหลอกไปขาย” กล่าวจบเขาก็เดินกลับไปขึ้นรถ มายาวีตั้งท่าจะวิ่งตามไปแต่ถูกรัญช์คว้าแขนเอาไว้ก่อน เขาหยิบเงินในกระเป๋าตัวเองยื่นให้เธอห้าร้อยบาท

“คนอ่อนแอยากที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข เข้มแข็งไว้นะครับ” อวยพรเธอเสร็จเขาก็เดินกลับไปขึ้นรถ ยื่นเงินห้าพันบาทคืนผู้เป็นนายแล้วขับออกไปจากบริเวณนี้ ส่วนมายาวีก็วิ่งตามรถเขาออกไปก่อนจะหยุดยืนมองอยู่ข้างทาง

มายาวีเดินไปนั่งกอดเข่าตัวเองบนพื้นหน้าตึกร้าง สายตาเหม่อลอยไปตามถนนใหญ่ที่ยังคงมีรถวิ่งพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา เธอมองรถวิ่งแบบนี้แทบทุกวัน มองจนคิดว่าหากชีวิตตัวเองวิ่งได้เก่งและเร็วแบบนั้นคงดีกว่านี้

….

“แล้วฉันจะไปหาหญิงสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องมาจากไหน เด็กสมัยนี้สิบหกสิบเจ็ดก็ร่อนเป็นหมดแล้ว”

“แม่ว่าเธอคนนั้นจะบริสุทธิ์ไหมคะ”

“ยัยขอทานตัวเหม็นนั่นเหรอ ไม่เอาหรอกนะสกปรก!”

“เพราะสกปกรกแบบนี้ไงคะใครจะมาเอา แต่ถ้าเราพาไปอาบน้ำถึงหน้าตาจะแย่ก็แค่แต่งเติมเพิ่งความสวยแบบนี้ก็เท่ากับว่าเราหาคนให้นายได้แล้วนะคะ”

“จริงด้วย แกลองไปถามดูสิสนใจทำงานหรือเปล่า”

“โอเค งั้นรอแปป” ว่าแล้วหญิงสาวหน้าคมเข้มผิวสีแทนอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีก็เดินไปหาร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ ยิ่งเข้ามาใกล้ก็ยิ่งได้กลิ่นเหม็นสาบจากตัวเธอจนต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกไว้

“เธออ่ะ ชื่ออะไรเหรอ?”

“คะ? คุยกับหนูเหรอคะ?” มายาวีมองหญิงสาวร่างเพรียวสูงตรงหน้าพร้อมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็ต้องถามเธอไหมล่ะ”

“อ่อ หนูชื่อมายาวีค่ะ”

“อืม ฉันชื่อชาช่านะเธออายุเท่าไหร่แล้ว”

“สิบเก้าค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” หยัดกายลุกขึ้นยืนมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจกับการที่จู่ๆ หล่อนก็เดินเข้ามาถามทั้งที่ก่อนหน้านี้คนเดินผ่านตัวเธอแทบจะไม่มี

“เป็นขอทานเหรอ?”

“…” เมื่อก่อนอาจไม่ใช่ แต่ตอนนี้คงใช่..มายาวีไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้ารับ เธอดึงกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่าขึ้นมากอดไว้แล้วจ้องหน้าชาช่าเพื่อรอฟังสิ่งที่หล่อนจะพูด

“มาทำงานกับฉันไหม?”

“งะ งานอะไรเหรอคะ” ถามด้วยความตื่นเต้น แววตาที่สิ้นหวังก่อนหน้านี้เปล่งประกายขึ้นมาอย่างมีความหวังอีกครั้ง

“อืม งานบริการน่ะ ในกลุ่มที่ฉันทำเรียกว่าหญิงงามเมือง”

“มันคืออะไรเหรอคะ?”

“สนใจรึเปล่าล่ะ นั่นแม่ฉันเขาเห็นเธอน่าสงสารเลยอยากให้โอกาสน่ะ จะลองรับไว้ดูไหมล่ะ?” ชาช่าชี้นิ้วไปยังกีกี้พร้อมอธิบายให้เด็กสาวฟัง มายาวีใช้เวลาครุ่นคิดเพียงสองนาทีนิดๆ จึงพยักหน้ารับอย่างไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป

“หนูอยากทำงานค่ะ” เธอบอกด้วยรอยยิ้มหวานๆ

“งั้นก็ดี แม่กี้มานี่สิ” หล่อนหันไปกวักมือเรียกกีกี้ที่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับสวมแมสไว้เรียบร้อย

“ว่าไง”

“ตกลงค่ะ ชื่อมายาวีอายุสิบเก้าปี”

“อืม หน้าตาก็ไม่ได้ถึงกับแย่ถ้าได้อาบน้ำแต่งตัว…พาเธอไปจัดการให้เรียบร้อย ให้กินข้าวแล้วพักผ่อนก่อนไว้เริ่มงานคืนนี้ ไงก็ยกให้เป็นหน้าที่เธอละกัน” ยื่นเงินให้ชาช่าปึกหนึ่งแล้วกีกี้ก็เดินไปขึ้นรถพร้อมขับออกไป

“เธออ่ะตามมา”

“เราจะไปไหนกันเหรอคะ?” เอียงคอถามหญิงสาวตรงหน้าแต่ขาก็ก้าวตามหล่อนไปด้วย

“ไปทำตัวเธอให้สะอาดไง อย่าถามอะไรเยอะ”

“ค่ะ” ตอบรับแล้วเดินตามชาช่าไปจนมาถึงห้องพักของหล่อน

“เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวรอ ฉันจะไปซื้อเสื้อผ้ามาให้” เอ่ยบอกคนตัวเล็กที่ก็พยักหน้ารับ หล่อนยื่นผ้าขนหนูผืนใหม่ให้มายาวีก่อนจะออกจากห้องพักไป

ส่วนมายาวีที่ได้เห็นห้องน้ำก็รีบเข้าไปจัดการล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดสะอ้าน น้ำเย็นๆ ที่นอกจากฝนแล้วก็ไม่ได้โดนน้ำเลยสักครั้ง หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอก็นุ่งผ้าขนหนูไปนั่งรอชาช่าบนเก้าอี้

ราวยี่สิบนาทีนิดๆ หล่อนก็กลับมาพร้อมถุงเสื้อผ้า ชาช่าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเด็กสาวที่เธอพามาด้วยกับตอนนี้นั้นดูต่างกันลิบลับ มายาวีสวยใสไร้ที่ติราวกลับว่าเป็นคนละคนกับที่เธอพามา

“สายตาฉันนี่มองคนไม่ผิดจริงๆ ชุดนี้ใส่ๆ ไปก่อนส่วนชุดทำงานเดี๋ยวฉันเอามาให้”

“ค่ะ ว่าแต่เริ่มทำงานตอนไหนเหรอคะ?”

“สองสามทุ่มแหละ เดี๋ยวมารับเธอก็นอนพักอยู่ที่นี่ก่อน ไดร์เป่าผมอยู่ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งนะ”

“เดี๋ยวสิคะ” มายาวีลุกขึ้นเดินไปคว้าแขนของชาช่าไว้

“มีอะไร”

“พี่จะไปหนคะ?”

“ฉันก็จะไปทำงานของฉันสิ เธอรีบนอนพักคืนนี้ต้องทำงานหนัก” เดินไปหยิบไดร์เป่าผมเสียบปลั๊กเปิดเครื่องแล้วยื่นมันให้มายาวีที่มีความตกใจนิดๆ หลังจากไดร์เป่าผมเปิดแต่ก็ยอมรับมาเป่าผมตัวเอง

“ว่าแต่ หญิงงามเมืองที่พี่บอกมันคือกลุ่มอะไรเหรอคะ?”

“กลุ่มที่มีแต่คนสวยๆ ทำงานกันน่ะ”

“อ่อ แต่ว่าหนูหน้าตาไม่ดีจะทำได้เหรอ” พูดถึงเรื่องความสวยมายาวีก็เริ่มกดดัน หน้าตาเธอไม่ได้ดีถึงขั้นจะไปพรีเซ็นต์ความสวยแข่งกับใครได้

“ได้สิ เธอสวยกว่าที่ฉันคิดไว้มากเลยรู้ไหม…ว่าแต่เคยมีแฟนรึยัง?”

“ยังค่ะ”

“เรื่องแบบนั้นก็ยังคงไม่เคยสินะ” หรี่ตามองสาวน้อยที่มองเธอหน้าเธออย่างไม่เข้าใจกับคำถาม ชาช่าจึงหัวเราะเบาๆ ออกมาก่อนจะชี้นิ้วไปยังตู้เย็น “ช่างเถอะ ในตู้เย็นมีของกินที่กินได้”

“…” ทำไมไม่รู้จู่ๆ เธอก็เริ่มกังวลกับความใจดีแปลกๆ ของหล่อน

“ทำไม กลัวเหรอฉันไม่ได้วางยาหรือจะฆ่าเธอหรอก แค่เห็นแล้วรู้สึกสงสารเลยอยากช่วย เธอควรจะขอบคุณฉันนะ ไปล่ะ” พูดอย่างไม่ได้ต้องการคำขอบคุณจริงๆ แล้วชาช่าก็เดินออกไป เช่นเดียวกับมายาวีที่ก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

“มีอะไรกินบ้างนะ” เธอเดินไปเปิดตู้เย็นที่ชาช่าชี้ให้ดูก็พบกับผลไม้หลากหลายชนิด มือเล็กเอื้อมไปหยิบส้มกับแอปเปิลอย่างละลูกมานั่งกินบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวเล็ก

ดวงตากลมโตมองสำรวจห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ภายในมีเตียงนอน โต๊ะและเก้าอี้อย่างละตัวกับตู้เย็น มีห้องน้ำภายในตัวและมีลิ้นชักห้าชั้นไว้ใส่เสื้อผ้าเพียงเท่านั้น มองดูจากการที่ไม่มีของมากมายเธอคิดว่าเจ้าของห้องน่าจะไม่ค่อยได้อยู่ห้องสักเท่าไหร่

“งานอะไรกันนะ แต่จะงานอะไรก็ช่างเถอะขอให้มีงานทำมีเงินซื้อกินก็พอแล้ว” บ่นกับตัวเองก่อนจะเดินไปล้างไม้ล้างมือมาล้มตัวนอนบนที่นอนเพื่อพักผ่อนรอทำงานในค่ำคืนนี้ คิดว่ามีโอกาสแล้วก็ควรจะรับมันไว้แม้จะไม่รู้ว่าโอกาสที่ได้รับผลมันออกมาเป็นยังไงก็ตาม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพลิงพิศวาส   P/4 The End

    กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ตอนที่ลูกๆ ของมายาวีเติบโตเป็นสาวเป็นหนุ่มแล้ว ณลิลในวัยสิบเจ็ดปีและเป็นหนึ่งในวัยสิบสามปี ส่วนคุณแม่ก็ปาไปสามสิบปลายๆ และคุณพ่อที่จะห้าสิบอยู่ไม่กี่ปีทว่าความรักของพวกเขากลับไม่เคยลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่น้อย“คุณพ่อขา คุณแม่ไปไหนเหรอคะ” เสียงหวานใสของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีอย่างณลิลวิ่งเข้ามานั่งบนพื้นพับเพียงข้างผู้เป็นพ่อที่นั่งอ่านข่าวกีฬาจากไอแพดอยู่ เปลวเพลิงวางไอแพดลงยกมือขึ้นมาลูบผมบุตรสาวอย่างอ่อนโยน“คุณแม่ไปตลาดกับน้องครับ”“วันนี้วันเกิดเพื่อนหนูขอไปได้ไหมคะ?”“รอขอแม่ก่อนไหมครับ”“อือ คุณแม่ไม่ให้ไปอยู่แล้ว”“แล้วคิดว่าพ่อจะให้ไปเหรอ”“ก็คุณพ่อใจดีกว่าคุณแม่นี่คะ ณินก็ไปด้วยนะคะหนูไม่ได้ไปคนเดียว”“หนูเพิ่งอายุสิบเจ็ดเองนะ จะหัดเที่ยวกลางคืนแล้วเหรอ” ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่แข็งหรือว่าอ่อนนุ่มจนเกินไป ณลิลขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟายกแขนขึ้นมากอดอกแสดงท่าทาเอาแต่ใจออกมา“ไม่รักหนูแล้วล่ะสิถึงพูดแบบนี้”“ถ้าหนูดื้อพ่อก็ไม่รัก”“คุณพ่ออ่า” ขยับเข้าไปโอบกอดผู้เป็นพ่อที่มีอายุจะห้าสิบแล้วทว่าความหล่อของเขากลับไม่แผ่วลงเลยสักนิด ยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งหล่อดึงดูดสาว

  • เพลิงพิศวาส   P/3

    ผ่านไปไม่กี่เดือนคุณแม่มือใหม่อย่างมายาวีก็ได้ให้กำเนินลูกสาว ทุกคนต่างเห่อมาก มาดูและชื่นชมกันไม่หยุดหย่อนแต่เปลวเพลิงคุณพ่อมือใหม่กับเห็นแววดื้อรั้นของลูกสาวตั้งแต่เกิดมาไม่กี่ชั่วโมง ดูจากตอนนี้ที่ร้องไม่หยุดแม้จะมีนมจากเต้าของแม่อุดปากอยู่ก็ตาม…“โอ๋ๆ หนูจะร้องทำไมลูก คุณหมอคะเขาเจ็บหรือเปล่าทำไมร้องไม่หยุดเลย” มายาวีหันไปถามคุณหมอที่กำลังยืนคุยอยู่กับเปลวเพลิงเมื่อลูกสาวตัวน้อยนั้นร้องไม่ยอมหยุด แม้จะอ้าปากคาบนมแต่ก็ยังส่งเสียงร้องออกมาด้วย“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เด็กร้องน่ะดีแล้ว”“อ่อ เงียบแล้ว” ก้มมองเด็กน้อยในอ้อมอกที่ปิดเปลือกตาลงแล้ว ปากยังคงดูดนมเธออย่างเอร็ดอร่อย มายาวีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อลูกสาวหลับไปแล้วใช้เวลาพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันก็กลับมาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านจนตอนนี้ครบสามเดือนแล้ว คุณแม่มือใหม่กับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นแทบทุกวันจนบางคืนคุณพลับพลึงต้องมานอนที่นี่เพื่อช่วยลูกสะใภ้เลี้ยงหลานสาวตัวน้อยที่อ้อนเก่งเสียเหลือเกิน“ณลิลน้อย ดูดนมเก่งแล้วนะเรา” เสียงหวานใสของคุณแม่ที่นั่งอุ้มเด็กน้อยอยู่ในอกดังขึ้น ดวงตากลมใสจ้องมองลูกสาวตัวน้อยที่ดูดนมจ๊วบจ๊วบหล

  • เพลิงพิศวาส   P/2

    บ้านปรัชญา…ภายในบ้านที่กำลังครึกครื้นเมื่อทุกคนยกเว้นเรมิกับรัญช์ต่างพากันมารวมตัวกันเมื่อพูดคุยสังสรรค์กันเป็นประจำแทบทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ ตอนนี้ปัณณพรกับเปมิศาย้ายมาอยู่ที่บ้านของปรัชาแล้วเพราะทั้งคู่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อเดือนที่แล้วปัณณพรแยกทางกับสามีโดยมีปรัชญาสั่งห้ามไม่ให้พ่อของเปมิศาเข้ามาวุ่นวายที่นี่แต่จะส่งเงินให้รายเดือนเอาซึ่งสองแม่ลูกตกลงเพราะสามีเอาแต่เมาไม่ทำมาหากินตัวปัณณพรจึงไม่ได้ต้องการมาสร้างปัญหาให้ตัวเองสักเท่าไหร่“แล้วทำไมหนูเรมิไม่มาล่ะ” ปัณณพรเอ่ยขณะกำลังล้างผักเพื่อเตรียมอาหารให้เด็กๆ อยู่ในครัวกับลูกสาวคนสวยที่คอยเป็นลูกมือ“ตีกันกับพี่รัญช์มั้งคะ”“ตีกีนจริงไหม?”“ก็ทะเลาะกันปกติแหละค่ะ เถียงกันนิดๆ หน่อย”“เรมิเอาแต่ใจครับ พอถูกรัญช์ตามใจก็เคยตัวแต่ช่วงนี้รัญช์มันเริ่มเอาจริงเรมิก็เลยงอแงน้อยใจ” ปรัชญาที่นั่งหั่นเนื้อสัตว์อยู่บนโต๊ะกลางครัวเอ่ยขึ้นบ้าง เขารู้มาจากเปลวเพลิงว่าช่วงนี้รัญช์ดุขึ้นซึ่งนั่นคือนิสัยที่แท้จริงของหมอนั่นและที่ดุก็คงเพราะภรรยาสาวของตัวเองคงจะดื้อมากจนเกินไป เขาไม่ได้ห้ามหรือเข้าไปยุ่งเพียงแต่แค่กำชับรัญช์ไว้แค่สองอย่างคือเรื่องนอ

  • เพลิงพิศวาส   P/1

    หลายเดือนต่อมา…“พี่เพลิงคะ” เสียงหวานของหญิงสาวร่างเล็กเอ่ยเรียกแฟนหนุ่มที่กำลังปลูกดอกไม้อยู่หน้าบ้าน เขาละมือจากงานตรงหน้าเพื่อหันไปมองแฟนสาวที่กำลังเดินตรงมาทางเขา“ว่าไงครับ?”“พี่เรมิโทรมาชวนไปนั่งเล่นที่คาเฟ่ ขอไปนะคะ”“อืม รอพี่ไปอาบน้ำก่อนนะครับ”“หนูไปคนเดียวไม่ได้เหรอคะ?”“นัดผู้ชายไว้?” ถามเสียงเข้มๆ จ้องหน้าแฟนสาวอย่างจับผิด ร่างเล็กส่ายหัวให้ก่อนจะจูงมือหนาพาเดินเข้าไปในบ้าน“มีผู้ชายให้นัดก็ดีสิคะ”“แล้วทำไมถึงอยากไปคนเดียว”“พี่เรมิอยากมาระบายเรื่องความรักกับพี่รัญช์ พี่เขาบอกว่าไม่อยากให้พี่ไปกลัวพี่จะไปหาเรื่องพี่รัญช์”“มันทำอะไรเรมิ?”“ก็แบบนั้นแหละ”“มีอะไรกันแล้ว?”“อือ”“แล้วทำไมจะต้องมาระบาย แต่งงานแล้วจะมีเซ็กส์กันก็ไม่แปลกอะไรนี่นา เรมินี่ยิ่งนับวันปัญหายิ่งเยอะนะ”“ก็เพราะแบบนี้ไงคะพี่เรมิถึงไม่อยากให้พี่ไปกับหนู”“และพี่ก็ไม่ให้หนูไปด้วยครับ ท้องอยู่เดินทางบ่อยไม่ดีอยู่บ้านนี่แหละ” บอกอย่างเป็นคำสั่งจ้องหน้าแฟนสาวด้วยสายตาแข็งๆ มายาวีจึงซบหน้าลงบนต้นแขนถูใบหน้าไปมาเบาๆ เหมือนแมวตัวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้าของ“งื้ออ! แต่หนูอยากไป”“ไม่ครับ ขึ้นไปนอนพักบนห้อง”“พ

  • เพลิงพิศวาส   40.ครอบครัว

    หลายวันต่อมา… สุดท้ายวันที่ได้กลับมาบ้านก็ถึงสักที ร่างเล็กลงจากรถวิ่งตรงเข้าไปในตัวบ้านที่จากลาไปเสียหลายเดือนกว่าจะมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดวงตากลมโตมองไปรอบตัวบ้านที่ยังคงใหม่สะอาดน่าอยู่เหมือนกับเมื่อก่อน “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ ขาเรียวก้าวตรงไปยังรูปภาพพ่อกับแม่ที่ติดอยู่ข้างผนังบ้าน มือเล็กยื่นไปแตะใบหน้าของพวกเขาพร้อมฉีกยิ้มหวานให้ “หนูมาร์กลับมาแล้วนะแม่จ๋าพ่อจ๋า” “กลับมาแล้วก็อย่ามาส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น” จิตรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเอ่ยขึ้น หล่อนเบะปากใส่ลูกเลี้ยงที่หันมามองก่อนจะหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่านแทนการสบตากับหญิงสาวที่เป็นเจ้าของบ้าน “พี่จันตรีล่ะคะ ไหนว่ากลับมาอยู่ที่นี่แล้ว” มายาวีเดินไปจูงมือแฟนหนุ่มแล้วพากันไปนั่งบนโซฟาตรงข้ามแม่เลี้ยงจิตรดา “อยู่ในครัว” “พี่ให้ทำขนมหวานให้เธอน่ะ” เปลวเพลิงบอกพลางโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มแฟนสาว มายาวีพยักหน้ารับแล้วมองแม่เลี้ยง “ไม่ได้ไปทำงานเหรอคะ?” “วันนี้หยุด” “อ่อ พี่จันก็หยุดเหรอคะ” “จะถามอะไรมากมา…” เมื่อหันไปสบกับสายตาคมกริบของเปลวเพลิงจากที่จะใส่อารมณ์กับลูกเลี้ยงจิตรดาก็ต้อง

  • เพลิงพิศวาส   39.เอากันไหม

    สิบห้านาทีต่อมา…“เมียครับ กลับบ้านกันเถอะ” เปลวเพลิงเดินผิวปากเข้ามาในร้านพร้อมเอ่ยเรียกแฟนสาว ด้านหลังเขามีปรัชญาเดินตามมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่“คุณปรัช…” เปมิศาเดินไปสำรวจใบหน้าร่างกายของปรัชญาก็พบว่าทุกอย่างปกติเหมือนตอนเดินออกไป มีเพียงแค่สีหน้าเขาเท่านั้นที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “เป็นอะไรเหรอคะ”“ไม่ได้เป็นไร”“แต่สีหน้าคุณดูหงุดหงิดนะคะ”“ก็ไอ้เวรนี่มันให้ฉันจัดการคนพวกนั้นคนเดียวไง!” ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ไม่สบอารมณ์“คุณปรัชจัดการคนเดียวเหรอคะ แล้วพวกนั้นมีกี่คน” มายาวีถามต่อ มองหน้าแฟนหนุ่มที่เอื้อมมือมายีผมเธอพร้อมรอยยิ้ม“ใช่ครับ มันจัดการคนเดียวพวกนั้นก็แค่ห้าคนเอง”“มันน่าภูมิใจมากไหมคะ?”“ก็ประมาณหนึ่งครับ มีพี่ชายเก่ง” ยกหน้ายกตาพูดอย่างกับภูมิใจจริงๆ มายาวีได้แต่ส่ายหน้าให้เขาเบาๆ ก่อนจะยกมือโบกลาเปมิศาแล้วเดินตามเปลวเพลิงออกไป“จันตรีล่ะคะ?”“วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว”“แล้วผู้ชายพวกนั้น…”“โดนไอ้ปรัชกับไอ้รัญช์จัดการแล้ว เธออยากไปไหนไหมเดี๋ยวพี่พาไป” เปลวเพลิงหยุดเดินเมื่อมาถึงรถ เขายื่นมือไปแตะแก้มนุ่มของแฟนสาวเบาๆ ระหว่างรอคำตอบจากเธอ“อยากกลับบ้านค่ะ แต่ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status