LOGINป๋องแป้งกักขังลูกชายไว้ในห้องทั้งวัน เพราะลำพังตัวเองต้องเผชิญหน้ากับธนา หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว กลัวว่าเขาจะถามถึงลูกชาย หากเขาไม่สนใจเรื่องของเธอก็แล้วไป แต่ถ้าเขาถามถึงขึ้นมา คงต้องแต่งเรื่องว่ามีแฟนหลังขึ้นมาจากภูเก็ต แต่ตอนนี้เลิกกันไปแล้ว
อยากหลบหน้าธนากับแฟนเหลือเกิน แต่เธอต้องดูแลป๋าวรรธน์นี่สิ ป๋องแป้งเปิดประตูออกมาจากห้องและเคาะประตูห้องข้างๆ ก่อนเข้าไปในห้องของป๋า เจ้าของห้องยังคงนั่งเอนหลังบนเตียง โดยมีหนุ่มสาวนั่งข้างเตียง
“แป้งมานี่สิ เออ ได้เจอกับธนาแล้วใช่ไหม”
“ค่ะป๋า” “แล้วเจ้าริวเป็นไงบ้างละ”
“มีแผลถลอกเล็กน้อยค่ะป๋า ตอนนี้แป้งให้นอนกลางวันแล้ว”
“เออ พูดถึงเจ้าตัวเล็ก น้องน่ารักมาก แล้วหน้าเหมือนพี่ธนามากเลยจนมายด์ลองให้ถ่ายรูปคู่กัน ดูสิคะ ป๋าว่าเหมือนกันไหม”
มายด์พูดพร้อมกับเอาโทรศัพท์ให้คุณอาหนุ่มดู เขามองรูปชายต่างวัยแต่คล้ายกับว่าออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน แล้วจ้องหน้าธนาทั้งรอยยิ้มด้วยความรู้สึกขัน
“เฮ้ย จริงด้วยหน้าเหมือนพ่อลูกกัน” ในขณะที่พูดเช่นนั้น เขาก็ปรายตาไปทางป๋องแป้งเห็นว่าเธอสีหน้าไม่สู้ดีนักและยังกลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอ ครั้นเมื่อมองไปที่ธนาอีกหน แฟนหนุ่มของหลานสาวกลับหลบสายตาอย่างมีพิรุธ นี่มันอะไรกัน
“ธนาแป้งเขาเป็นแม่ครัวของร้านป๋า ทำอาหารได้หลายอย่างนะ เคยอยู่ใต้มาด้วย ถ้าอยากกินอาหารใต้ให้แป้งให้ได้นะ เผื่ออาหารที่นี่รสจืดไป”
ยิ่งเขาพูดถึงว่าป๋องแป้งเคยอยู่ใต้ ธนาก็ยิ่งหน้าเสียเข้าไปใหญ่ หรือว่าเขาคิดมากไปเองนะ
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ค่อยกินรสจัดเท่าไหร่”
“พี่ธนาเขาชอบกินพวกก๋วยเตี๋ยวค่ะป๋า และเป็นคนกินง่ายมาก พี่แป้งทำอาหารได้ทุกอย่างเลยนะ ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ”
“ค่ะ” ป๋องแป้งรับ “คืนนี้กินอาหารที่ร้านเลยละกันนะ”
“งั้นแป้งขอตัวไปเตรียมอาหารที่ร้านก่อนนะคะ”
อาหารค่ำมื้อนั้นเป็นการกินเลี้ยงในร้านคาราโอเกะนอกจากป๋าวรรธน์ ป๋องแป้ง ธนาน้องมายด์ ยังมีทีมจัดงานพรีเวดดิ้งที่เพิ่งตามมาทีหลังร่วมโต๊ะด้วย ทั้งหมดพักที่รีสอร์ทของป๋า ระหว่างนั่งกินข้าวนนั้นวรรธน์สังเกตเห็นว่าป๋องแป้งทำเป็นง่วนอยู่กับการทำอาหาร แม้จะเรียกมาร่วมโต๊ะก็ไม่มา เมื่องานเลี้ยงเลิกก็บอกว่าต้องรีบนอนเพราะเช้าวันพรุ่งนี้เธอต้องตื่นมาทำอาหารไปปิ๊กนิกที่สวนส้ม เพราะนอกจากไปชมสวนเพื่อตากอากาศ ยังต้องถ่ายพรีเวดดิ้งให้ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอีกด้วย
ท่าทางของป๋องแป้งและธนาทำให้วรรธน์รู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลย แล้วมันยังทำให้เขารู้สึกหวงผู้หญิงที่เคยร่วมหลับนอนด้วยกัน แค่หวงและเป็นห่วงเท่านั้นนะไม่ได้หึง เขาบอกตัวเอง เกิดคำถามต่อมาว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาเองก็มีผู้หญิงหลายคน
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนในบ้านต่างวุ่นวายกับการเตรียมตัวไปสวนส้ม ป๋องแป้งตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะเธอจะต้องเตรียมอาหารปิคนิคตามคำสั่งของป๋าวรรธน์ ในหัวของเธอยังเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับธนา และยิ่งรู้ว่าต้องไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกันตลอดทั้งวัน ใจของเธอก็ยิ่งเต้นระส่ำ
เวลานี้ตีสี่ห้าสิบนาที เช้านี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็นมาก หลังป๋องแป้งล้างหน้าแปรงฟัน เธอก็หยิบเสื้อกันหนาวมาสวมอีกชั้น และเดินฝ่าความมืดไปที่ครัวใหญ่ของร้านคาราโอเกะเพื่อหุงหาอาหาร กำลังจะเดินผ่านรถคันใหญ่ของธนา เขาก็เข้ามาขวางเธอเอาไว้
“พี่แป้ง เราคุยกันหน่อยได้ไหม” เธอชะงักก่อนจะหันมา ท่าทางลนลานเหมือนคนถูกจับผิด
“คุยเรื่องอะไร ธนา”
“เรื่องของน้องริว…”
ป๋องแป้งยืนนิ่ง ความกลัวแล่นผ่านไปทั่วร่าง เธอกอดอกแน่น อากาศที่เหน็บหนาวช่วงเวลาเช้าตรู่ ยิ่งรู้สึกหนาวมากขึ้นไปอีก เธอพยายามรวบรวมสติ ปั้นสีหน้าไม่ให้ดูมีพิรุธ ประเมินน้ำเสียงสีหน้าท่าทางของธนาก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธ มีเพียงความสับสนและคาดหวังคำตอบ
“เข้าไปในรถก่อน ผมไม่อยากให้ใครเห็น”
เธอจ้องหน้าเขาอึดใจเดียวมองรอบๆ พื้นที่จนแน่ใจว่าไม่มีใครแล้วจึงรีบก้าวตามเข้าไปในรถ
“พี่แป้ง…น้องริวเป็นลูกของผมใช่ไหม”
ธนาถามตรงๆ แทบจะทันทีที่ประตูรถปิด น้ำเสียงของเขาสั่นน้อยๆ คงเพราะกลัวคำตอบว่าใช่สินะ เธออยากโกหกเหลือเกิน เพราะกลัวผลที่จะตามมา
ธนากำลังจะแต่งงานกับหญิงสาวสวยและดูน่ารักน่าใคร่อย่างที่เธอเทียบไม่ติด ทั้งคู่เหมาะสมกันเหลือเกิน แล้วราวกับสวรรค์สาปหญิงคนนั้นเป็นหลานรักของป๋าวรรธน์ ป๋องแป้งเม้มปากแน่น ก่อนจะหลบสายตาคาดคั้น
“ธนา…พี่ไม่อยากพูดเรื่องนี้”
“พี่แป้ง!” น้ำเสียงของธนาเข้มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ก้าวร้าว เขากลั้นหายใจก่อนจะพูดต่อ
“ผมต้องรู้ความจริง ผมมีสิทธิ์รู้…และริวก็มีสิทธิ์รู้ว่าใครคือพ่อแท้ๆ ของเขา”
น้ำตาของป๋องแป้งเริ่มเอ่อ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกเจ็บพยายามจะสงบสติอารมณ์ แต่หัวใจกลับเหมือนถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออก เขาถึงขั้นตื่นเช้ามาดักเจอเพื่อถาม เขาคงแน่ใจว่าน้องริวคือลูก
“ใช่…น้องริวเป็นลูกของธนา” เธอตอบในที่สุด เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ธนายืนนิ่งเหมือนถูกสายฟ้าฟาด
หัวใจเต้นรัว มือกำแน่นข้างตัว
“พี่ท้องได้ยังไง ไม่ได้กินยาคุมเหรอ ก่อนหน้านั้นพี่ไปซื้อทั้งยาคุมฉุกเฉิน และยาคุมแผงไปตั้งสามแผง แล้วรู้ว่าท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่ที่พี่ลาออกจากฟาร์มไข่มุกของพี่มาร์ก หรือหลังจากขึ้นมาจากภูเก็ต อย่าบอกนะว่าท้องแล้วตั้งใจปิดไม่บอกผมแล้วหนีมา”
ป๋องแป้งรู้สึกจุกอกกับคำพูดของเขา วันที่เธอไปซื้อยาคุมให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์กวันนั้น คงทำให้ธนามองว่าเธอสำส่อน มิน่าเขาถึงทำเหมือรังเกียจเธอ
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







