LOGINร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”
“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”
“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน
“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”
เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย
“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”
“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”
ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย
“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี
“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำว่าเมียกับเธอ
“ป๋า...นี่ป๋าเรียกใครว่าเมีย”
“ก็แป้งน่ะสิ ป๋ายอมรับว่ารู้สึกจั๊กจี้หัวใจชอบกล ที่รู้ว่าธนาเป็นพ่อเจ้าริว”
“ป๋า! อย่าพูดดังเดี๋ยวลูกแป้งตื่นนะ” เธอพูดเสียงกระซิบพลางหันไปมองลูกชายที่ยังนอนหลับสนิท
“ขอโทษที แต่ป๋าจะบอกว่า ป๋าคุยกับธนาแล้วว่าเขาจะเอายังไง ป๋าเองก็ไม่ได้ถามเรื่องราวของแป้งกับเจ้านั่นนะ เพราะป๋าอยากให้แป้งเล่าเอง” เขาจ้องเธอด้วยสีหน้าจริงจัง
“งั้นเรา ไปที่ห้องป๋าได้ไหมแป้งกลัวลูกตื่น”
ป๋องแป้งเล่าเรื่องราวในชีวิตทั้งหมดอย่างไม่ปิดกั้น โดยทั้งคู่นั่งเคียงกันบนโซฟาในห้องนอนของวรรธน์ เขาตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ ทั้งเรื่องที่เธอเคยถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกาย ถูกทอดทิ้ง และเรื่องระหว่างป๋องแป้งกับธนา
“ถ้าป๋ารู้ว่าความจริงมันจะเป็นแบบนี้ คงไม่ขอให้แป้งเล่าทั้งหมด”
เขาถอนหายใจ น้ำเสียงเหมือนกำลังข่มความรู้สึกบางอย่างเอาไว้
“แป้งรู้ว่าอดีตของแป้งมันน่ารังเกียจ”
“ไม่เลย อดีตของแป้งไม่ได้น่ารังเกียจอะไร ถ้าจะน่ารังเกียจก็คงเป็นไอ้คนที่มีเมียใหม่ แล้วตบตีทำร้ายร่างกายผู้หญิงต่างหาก ป๋าแทบทนฟังไม่ไหวที่รู้ว่าแป้งเคยถูกตบตี ตั้งแต่เกิดมานะ ป๋าไม่เคยตบผู้หญิงสักแปะ ดูสิ แป้งตัวเล็กนิดเดียวเอง”
เธอน้ำตาคลอรู้สึกซึ้งใจที่เขาดูโกรธและโมโหแทนเธอ จริงสินะ ป่าวรรธน์ไม่เคยด่าทอหรือหยาบคายกับผู้หญิงเลย แล้วจากนี้เอาไงต่อดี
“ขอบคุณมากเลยนะคะที่ป๋าเห็นใจแป้ง เรื่องของเราสองคน แป้งไม่คิดเรียกร้องให้ป๋าต้องรับผิดชอบอะไร มันเป็นความยินยอมของเราทั้งคู่ เราต่างคนต่างเคยมีใครมาแล้ว และวันหนึ่งไม่มี พูดตรงๆ คือเราต่างคนต่างเหงา และเติมเต็มให้กัน แม้ว่าแป้งจะต่างจากป๋าอยู่บ้าง คือป๋ามีผู้หญิงหลายคน แต่แป้งมีป๋าแค่คนเดียว”
น้ำเสียงช่วงท้ายแผ่วลงเพราะความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เจอคนดีๆ กลับไม่ได้เป็นคู่รักอีกแล้ว
"เอาเป็นว่าจากนี้ไปไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องที่มันผ่านมาแล้ว ยังไงเราก็ย้อนไปแก้ไขมันไม่ได้อีก ต่อจากนี้แป้งกับลูกจะมีป๋านะ...เอ้อ ถามก่อนว่ากับธนาแป้ง...ยังรักเขาไหม"
เขาถามด้วยความกังวล และหวังว่าป๋องแป้งจะให้คำตอบเข้าข้างเขา คือเธอไม่ได้รู้สึกกับธนาแล้ว
"แป้งกับธนา มันเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แป้งยืนยันได้ว่าเราทั้งคู่ไม่ได้รักกัน แต่ที่บอกว่าแป้งกับน้องริวยังมีป๋านั่นน่ะ หมายความว่ายังไงคะ"
เธอเดาในใจแล้วว่า เขาน่าจะหมายความว่าจะดูแลเธอไปตลอดแบบขอคบหากัน แต่อยากให้ป๋าวรรธน์พูดชัดๆ แทนที่จะตอบคำถามเขากลับถามกลับเธออีก
"แล้วกับป๋าละ แป้งรู้สึกยังไงบ้าง หลังจากเรามีอะไรกันหลายครั้ง และเดือนกว่าแล้วด้วยที่เราทำกัน แป้งเห็นป๋าเป็นแค่คนแก้เหงาหรือเปล่า" แววตาที่เขาให้มองมันมีประกายหวานเชื่อม พอเธอจ้องก็หลุบหลบหมือนท่าทางขัดเขินเหมือนวัยรุ่นกำลังตกหลุมรัก ตั้งแต่รู้จักกันเธอไม่เคยเห็นว่าป๋ามีท่าทางแบบนี้มาก่อน
"แป้ง...สามารถรู้สึกกับป๋าได้มากกว่านี้ด้วยเหรอ เพราะป๋าก็มีผู้หญิงมากมาย และป๋าเองก็ไม่ได้ให้สถานะอะไรกับแป้งเลย"
รู้แล้วว่าเขาอยากให้เธอสารภาพก่อน เธอไม่ยอมเสียหรอก
"ผู้หญิงพวกนั้นมันก่อนที่เราจะนอนด้วยกัน แล้วตอนนี้ป๋าก็เลิกกับทุกคนแล้ว"
"เลิกตอนไหน สี่ห้าวันก่อน อิงอร ละมัย เกสรยังมาร้องคาราโอเกะและรุมทึ้งป๋าอยู่เลย" เธอพูดราวกับสามสาวเป็นฝูงไฮยีน่า
"แหมแป้งก็พูดไป รุมทึ้งน่ะมันไฮยีน่ารุมกินกวางเน่าแล้ว ป๋าไม่ได้มีอะไรกับพวกนั้นแล้ว ตัดขาดทุกคน เพราะ...แป้ง ตอนถูกพวกนั้นจู่โจมเข้ามาพร้อมกัน ป๋าคิดถึงแป้ง อยากทำแต่กับแป้ง กลัวเธอจะโกรธ แล้วแป้งก็เปิดประตูเข้ามาจริงๆ ตอนนั้นป๋า รู้สึกเหมือนถูกเมียจับได้ว่ามั่วหญิงอื่นเลย"
“เมียเหรอ”
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







