INICIAR SESIÓNหลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ
“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”
“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”
เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา
“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”
“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”
เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน
“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”
คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ
“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม่มา จากนั้นก็เริ่มเหม็นอาหารแล้วอ้วกเลยค่ะ”
“งั้นมายด์ ก็ต้องรอดูอีกหน่อย เนี่ยคัดเต้านมมาเป็นอาทิตย์แล้วเมนยังไม่มา แต่ยังกินอร่อยอยู่เลย เอ…แบบนี้จะเป็นไปได้ไหมคะว่าอาจจะท้อง”
“เป็นไปได้ค่ะ”
ป๋องแป้งตอบทั้งรอยยิ้มเจื่อน ต่างจากสาวสวยที่ยิ้มด้วยความตื่นเต้น
“ถ้าท้องจริงท้องจะโตไวไหมนะ ชุดเจ้าสาวพอดีตัวเป๊ะเลยตอนนี้ งานแต่งอีกตั้งครึ่งเดือนพุงจะป่องเร็วไหมเนี่ย”
คิดถึงเรื่องชุดมายด์ดูค่อนข้างกังวล ปกติเธอน้ำหนักขึ้นง่ายอยู่ด้วย
“อย่าเพิ่งเครียดเลยค่ะน้องมายด์ ไว้ตรวจก่อนให้แน่ใจ แต่เรื่องชุดพี่ว่าไม่น่ามีปัญหาหรอก อีกแค่สิบกว่าวันเอง”
มายด์เดินกลับไปหากลุ่มทีมถ่ายภาพเพื่อดูรูปที่ถ่ายมาเมื่อรอบเช้า ป๋องแป้งมองสาวรุ่นน้องอายุห่างเธอเป็นสิบปี น่ารักสดใสมีชีวิตชีวา เหมาะสมกับธนามาก
ด้วยเขาเป็นพ่อของลูกป๋องแป้งยอมรับว่ามันมีความรู้สึกกวนใจ ในช่วงที่พลาดมีวันไนท์สแตนด์กับธนาและท้องขึ้นมานั้น ยอมรับว่ารู้สึกหวั่นไหว แต่เมื่อแยกย้ายเธอก็ทำใจได้ แล้วความรักทั้งหมดของหัวใจมอบให้เพียงแต่เจ้าริวน้อยเท่านั้น
และเมื่อหันไปที่ม้านั่งมุมหนึ่งของสวนเห็นธนากับป๋าวรรธน์ยืนคุยกัน ทำท่าทางชี้ชวนดูที่ดูสวน พอผู้ชายสองคนยืนคู่กัน จึงทำให้เธอรู้ว่าสายตาของเธอมองไปที่คนไหนแล้วหัวใจวูบไหว แม้ว่าจากนี้คงไม่มีหวังกับใครทั้งนั้น ธนานั้นเธอไม่มีสิทธิ์และไม่รู้สึกอะไรมากว่าเขาเป็นพ่อของลูก ส่วนป๋าวรรธน์เองก็ต้องการเพียงคู่นอนไม่ต้องการภรรยา
“ธนา ป๋ามีเรื่องหนึ่งอยากถาม”
ธนารู้สึกถึงความไม่ปกติในน้ำเสียงของป๋า แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในสวน จนกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน ป๋าวรรธน์จึงหยุดและหันมาสบตาธนา
“ธนา ป๋าขอถามตรงๆ นะ เจ้าริวเป็นลูกเธอใช่ไหม”
ธนายืนตัวแข็ง เขาไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี แต่แววตาของป๋าวรรธน์บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ถามเล่นๆ
“ป๋าหมายความว่าอะไรครับ”
“บอกมาตามตรงเถอะ ดูจากหน้าตาเด็กก็พอเดาได้ สายตาของเธอที่มองแป้งมันชัดเจนมาก แล้วเมื่อเช้ามืดป๋าเห็นนะว่าธนากับแป้งเข้าไปอยู่ในรถกันสองคน เข้าไปทำอะไรกัน”
ประโยคหลังน้ำเสียงป๋าเจืออารมณ์ไม่พอใจอยู่
“ป๋าเห็นด้วยเหรอ”
วรรธน์พยักหน้าทำตาเขียวใส่ ไม่พอใจว่าที่หลานเขยที่ดูมีลับลมคมในแบบนี้จะไว้ใจให้ดูแลน้องมายด์ได้ยังไง
“ไม่มีอะไรจริงๆ นะป๋า เอาละ ผมสัญญาว่าที่จะเล่านี้เป็นความจริงทุกอย่าง และผมยืนยันว่าผมจริงใจกับน้องมายด์”
หลังฟังความจริงจากปากธนาแล้ววรรธน์รู้สึกสงสารป๋องแป้งจับใจ ถึงรู้จักกันไม่ถึงปีแต่เขามั่นใจว่ารู้จักเธอดี ตอนตั้งท้องตกใจมากถึงกับรีบลาออก เพราะไม่อยากให้ธนารู้ เธอยอมเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวทุ่มเทเพื่อเจ้าริว ไม่ได้ใฝ่หาผู้ชาย แม้กระทั่งเสี่ยชัชชายเพื่อนรักของเขาที่พร้อมเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีเธอก็ยังปฏิเสธ
“แน่ใจใช่ไหมว่าเธอไม่ได้มีใจให้แป้ง ไม่ใช่ว่าแต่งไปแล้วน้องมายด์ยังต้องคอยระแวง”
‘และฉันก็ต้องมาระแวงว่าแกจะยุ่งกับเมียฉันอีก’ ประโยคหลังป๋าคิดในใจ ตั้งแต่ตอนเห็นสองคนนั่นเข้าไปในรถก็คิดไปไกลว่าทำอะไรหรือเปล่า
“ผม…รักมายด์ครับป๋า และผมเชื่อว่าพี่แป้งเองก็ไม่ได้รักผมเหมือนกัน”
“แล้วจะทำยังไง อยากให้ลูกรู้ไหมว่าเธอเป็นพ่อเขา แล้วจะบอกมายด์ตามตรงหรือจะปิดบัง แต่สำหรับป๋ามองว่าถ้าแกจะแต่งงานกับหลานสาวป๋าทั้งที่ยังมีเรื่องคาราคาซังแบบนี้ มันไม่ดีเลยนะ”
คำพูดของป๋าวรรธน์ยิ่งทำให้ธนาอึดอัด
“ผม…ขอโอกาสให้ผมคุยกับมายด์ก่อนนะครับป๋า”
ป๋าวรรธน์ถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้า
“รีบจัดการซะธนา เธอต้องกล้าและจริงใจมากที่สุด”
คืนนั้น ธนาตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้มายด์ฟัง แม้เธอจะตกใจและโกรธที่เขาไม่บอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ยอมรับว่าเป็นอดีตที่กลับมาแก้ไขไม่ได้ พอนึกกลับไปตอนเจอธนาแรกๆ ก็รู้สึกมีบางอย่างที่เธอไม่สบายใจ
“พี่หวั่นไหวกับผู้หญิงที่ พี่ไม่ไปต่อกับเธอ เราไม่ได้รักกัน ไม่เคยรัก แต่มีวันไนท์สแตนด์” น้องมายด์ได้ยินถึงกับหน้าแดงเห่อด้วยความเขินอาย เธอยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่ก็ให้กำลังใจเขา
“ตอนนี้พี่รักเธอมากขึ้นหรือเปล่า”
“เราไม่เคยรักกัน”
“เอาใหม่ค่ะ พี่คิดถึงเธอน้อยลงไหมคะ”
ธนาพยักหน้ารับ
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







